เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 10 นี่มันคนแก่หนิ!

ตอนที่ 10 นี่มันคนแก่หนิ!

ตอนที่ 10 นี่มันคนแก่หนิ!


ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

“หนานเห้อ แฟนคนปัจจุบันของนายชอบอะไร?”

 

ทันทีที่ได้ยินคำถามของพี่ชาย สีหน้าของกู้หนานเห้อก็ราวกับกำลังเห็นหลุมดำตรงหน้า เขาเองก็ได้ยินมาเหมือนกันว่าเป็นเพราะกู้เฉิงเซียวอยู่กับพวกทหารเป็นเวลานานจึงทำให้เขาหันเหความสนใจไปที่เพศเดียวกัน และความปรารถนาในเพศตรงข้ามก็ลดลงจนกลายเป็นศูนย์ แต่ทว่าในตอนนี้ปีศาจเลือดเย็นผู้นี้กลับเลือกที่จะถามว่า ‘แฟนคนปัจจุบันของนายชอบอะไร’ ด้วยสีหน้าที่ไม่ได้สะทกสะท้านอะไรเลยสักนิดเนี่ยนะ!

 

ขอบคุณสวรรค์! ในที่สุดหมอนี่ก็เปิดใจได้สักที

 

“หึหึ พี่ถามถูกคนแล้วล่ะ จากที่ฉันคบหาดูใจกับแฟนมาไม่ต่ำกว่าร้อยคน สิ่งที่ผู้หญิงชอบที่สุดมีอยู่อย่างเดียว อย่างเดียวเท่านั้น สิ่งมหัศจรรย์ที่บันดาลให้พวกเธอได้ทุกอย่าง คำพยางค์เดียวสั้นๆง่ายๆได้ใจความแบบสุดๆเลยก็คือ —เงิน—”

 

“เหอะ” กู้เฉิงเซียวแค่นเสียง

 

“เฮ้ ว่าไม่ได้นะครับ นี่เป็นของที่มัดใจสาว ๆ อยู่หมัดเลยนะ แล้วจำนวนเงินก็ตัดสินจากอายุด้วย ยิ่งอายุเยอะเงินก็ต้องเยอะขึ้นตาม พี่สะใภ้อายุแค่ยี่สิบ แถมยังเรียนอยู่ด้วย ไม่ต้องใช้เงินเยอะหรอก พี่เชื่อผม”

 

“แล้วไงต่อ?”

 

กู้หนานเห้อแทบจะกลอกตา ‘ภูเขาน้ำแข็งก็คือภูเขาน้ำแข็งอยู่ดีสิน่า เฮ้อ~...พูดชัดเจนขนาดนี้แล้วทำไมยังไม่เข้าใจอีก?’ “แล้วไงน่ะหรอ? พี่ก็ลองซื้อพวกเสื้อผ้ารองเท้ากระเป๋าสวย ๆ แพง ๆ ให้เธอดูสิ แล้วค่อยถามเธออีกทีว่าเธอชอบอะไรมากกว่า หลังจากนั้นพี่ก็ค่อยไปซื้อตามสิ่งที่เธอชอบไง”

 

“แบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ?”

 

“แน่นอนดิ ผมรับประกันเลย เวิร์คชัวร์”

 

กู้เฉิงเซียวพยักหน้าเป็นการตอบรับว่าเขาจะนำคำแนะนำนี้กลับไปพิจารณาดูอีกที

 

หลังจากบทสนทนาถึงภรรยาหมาด ๆ ของเขาจบลง ใบหน้าของกู้เฉิงเซียวก็กลับมาเย็นชาอีกครั้ง “เมื่อคืนก่อน เหล้าที่นายให้ฉันดื่ม นายใส่อะไรลงไปใช่ไหม?”

 

“…….” ‘หมดกัน ถึงเวลาคิดบัญชีแล้วสิ’ กู้หนานเห้อเหงื่อแตกพลั่ก เขาเริ่มเลิ่กลั่ก “เอ่อ...คือ...”

 

เมื่อคืนก่อน เป็นเพราะกู้เฉิงซียวเพิ่งจบปฏิบัติการลับลงได้อย่างสมบูรณ์แบบ เหล่าผู้ร่วมภารกิจจึงพากันไปเลี้ยงฉลองที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งที่นั่นเองเขาก็บังเอิญได้พบกับกู้หนานเห้อที่มาจัดปาร์ตี้ที่จัดในโรงแรมเดียวกันพอดี

 

ด้วยคำเชิญชวนของหนานเห้อจึงทำให้กู้เฉิงเซียวอยู่ต่อในปาร์ตี้ของน้องชาย และเป็นเพราะภารกิจที่เพิ่งสำเร็จไปนั้นค่อนข้างหนักหนา เขาต้องใช้เวลายาวนานถึงเกือบครึ่งปีกว่าจะปิดฉากมันลงได้อย่างสวยงามแบบนี้ ในตอนนี้เมื่อผ่านพ้นมันมาได้เขาจึงต้องการผ่อนคลายที่มากเป็นพิเศษ

 

คืนนั้นเขาเรียกให้หลี่ปู้เหยียนมารับเอาเอกสารต่าง ๆ ที่โรงแรม เพื่อให้ลูกน้องคนสนิทเป็นคนรับช่วงเขียนสรุปรายงานทั้งหมดแทนเขา

 

ตอนที่กู้หนานเห้อเห็นว่าพี่ชายยังคงมีสติดีอยู่แถมยังสามารถพูดคุยเรื่องงานกับลูกน้องได้อย่างเคร่งเครียดจริงจัง เขาจึงคิดว่าการแอบใส่ใบวิลโลว์ลงไปในเครื่องดื่มของอีกฝ่ายคงจะทำอะไรนายพลหนุ่มที่ผ่านการฝึกทหารหน่วยรบพิเศษมาอย่างทรหดไม่ได้

 

“นายอย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ เหล้าแค่นั้นทำอะไรฉันไม่ได้หรอก” กู้เฉิงเซียวจ้องมองน้องชายด้วยสายตาคมเฉียบ กู้หนานเห้อเองก็รู้สึกราวกับสายตานั้นเป็นมีดโกนที่กำลังกรีดแทงใจจนทำให้เขาพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ

 

หลังจากรวบรวมสติและค้นหาเสียงของตัวเองจนเจอ คนมีชนักปักหลังก็พูดเสียงสั่นๆขึ้นมาเบา ๆ ว่า “พะ...พี่ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”

 

‘จบกันหนานเห้อ จบเห่แน่งานนี้’ กู้หนานเห้อคิดอย่างปลงตก ขณะที่เหงื่อเย็นๆซึมออกมาตามแผ่นหลังมากขึ้นเรื่อยๆ

ทว่า จู่ๆกู้เฉิงเซียวก็ยิ้มออกมาพร้อมกันนั้นสายตาของเขาก็เปลี่ยนไป! “สบายใจเถอะ ฉันไม่ตัดคอนายออกจากบ่าหรอก”

 

“....” หนานเห้อรู้สึกเสียววาบไปทั่วสันหลังก่อนที่จะรีบใช้มือจับคอตัวเองพร้อมกับวิ่งถอยหลังออกไปเกือบสองเมตร

 

เขาต้องรวบรวมความกล้ามากกว่าเดิมเพื่อที่จะพูดออกมา “พะ..พี่...มะ...เมื่อกี้พี่ยิ้มเหรอ?” ให้ตายเถอะ ใบหน้าที่ไม่เคยยิ้มแย้มมาก่อนจู่ ๆ ก็ยิ้มออกมานี่มันน่ากลัวยิ่งกว่าปกติซะอีก

 

แถม….ยิ้มนั่นยังหล่อกระชากใจขนาดนี้  ‘ให้ตายเถอะ!...ถ้านั่งอยู่ด้วยนานกว่านี้มีหวังสาว ๆ เทกระจาดเขา แล้วหนีไปหาปีศาจน้ำแข็งตรงหน้าหมดแน่ๆ’

 

………..

 

ในเวลาเดียวกัน หลินเฉี่ยนก็ตื่นจากหลับใหล สัมผัสบนเตียงนุ่มๆทำให้เธอรู้สึกสดชื่นจากการพักผ่อนครั้งนี้ไม่น้อย

 

ที่แท้ก็เป็นเพราะเธอไม่ได้อยู่บ้านตระกูลหลินนี่เอง มิน่าล่ะถึงได้หลับสบายขนาดนี้

 

ปกติเธอมักจะนอนอยู่ที่หอของมหา’ลัยและจะกลับบ้านตระกูลหลินทุก ๆ วันศุกร์ก่อนจะกลับไปที่หอพักอีกทีในวันอาทิตย์ ในขณะที่คนอื่นๆมีความสุขที่ได้กลับไปใช้เวลาที่บ้านในช่วงวันหยุด แต่เธอกลับเกลียดทุกครั้งที่จะต้องกลับไปบ้านหลังนั้น เธอมักจะหาข้ออ้างต่าง ๆ นานาเพื่อให้ตัวเองไม่ได้กลับบ้าน ยิ่งในช่วงปิดเทอมยิ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ทรมานมากที่สุดของเธอเพราะเธอต้องแปรสภาพจากนักศึกษากลายมาเป็นคนใช้ในบ้าน

 

ถ้าเป็นแค่คนใช้ธรรมดาทั่วไปก็คงไม่เท่าไหร่ ถ้าทำดีเจ้าของบ้านก็ต้องพึงพอใจอยู่แล้ว แต่อย่างหลินเฉี่ยนต้องเรียกว่าเป็น ‘ทาสในเรือนเบี้ย’ ไม่สิ...เป็น ‘ลูกเมียทาสที่เจ้านายชิงชัง’ ซะมากกว่า เพราะนอกจากคนบ้านนี้จะไม่เคยมองเธอในแง่ดีแล้ว เวลามีเรื่องอะไรก็ตามที่ไม่ดีเกิดขึ้นพวกเขาก็จะมักจะเลือกโทษเธอก่อนเสมอ

 

เธอบิดขี้เกียจไปหลายทีและพลิกตัวไปมาอยู่หลายครั้งบนเตียงกว้างก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างจริงจัง ห้องนอนนี้มีขนาดใหญ่กว่าห้องรับแขกของบ้านตระกูลหลินซะอีก ทันทีที่เธอตื่นขึ้นมาเธอก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานมีผู้ชายพาเธอมาที่นี่

 

หลังจากคิดทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นเธอก็จำได้ว่าเธอเกาะกู้เฉิงเซียวออกมาจากบ้านหลิน—เขาพาเธอไปจดทะเบียนสมรส—แถมยังพาเธอไปให้พ่อแม่เขาดูตัว—เขาพาเธอไปกินเนื้อย่าง—แล้วสุดท้ายก็มาจบลงที่นี่ เป็นเพราะเมื่อคืนดึกมากแล้วแถมเธอเองก็ง่วงมากจนหลับไป จึงไม่ทันได้สังเกตเลยว่ารถแล่นไปที่ใดและตอนนี้เธอกำลังอยู่ส่วนไหนของเมือง

 

ตอนนี้เธอตื่นแล้ว สิ่งแรกที่เธอต้องทำคือจะต้องรู้ให้ได้ว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน

 

หลังจากเปิดประตูห้องก็พบว่าห้องรับแขกด้านนอกไม่มีคนอยู่ เธอจึงเดินสำรวจไปรอบ ๆ

เมื่อวานเธอคงจะเหนื่อยเกินไปจริง ๆ เลยไม่มีเวลาสังเกตดูรอบตัวบ้านให้ชัดเจน ตอนนี้ได้เห็นภายในบ้านของเขาแล้วและบอกได้คำเดียวเลยว่า ดูหรูหราแบบสุดๆ มันมากกว่าที่เธอเห็นเมื่อคืนเสียอีก

 

‘สุดยอดไปเลย!’

 

...วิวทิวทัศน์แบบพาโนราม่าสองร้อยเจ็ดสิบองศาสวยงามจับตาเมื่อมองทะลุผ่านกำแพงกระจกใสทั้งสามด้าน แค่ยืนอยู่ตรงนี้ก็สามารถมองลงไปเห็นสวนกว้างของบ้านและสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านล่างได้อย่างชัดเจน...

 

ผู้ชายคนนี้นอกจากจะมาจากตระกูลที่ดีมากแล้ว ตัวเขาเองก็ยังมีฐานะที่ไม่ธรรมดาอีก แถมหน้าตาและรูปลักษณ์ก็หล่อเหลามากเสียขนาดนั้น —แล้วมันจะมีเหตุผลอะไรที่เขาอยากจะแต่งงานกับเธอ?—

 

หลินเฉี่ยนคิดกลับไปกลับมาอย่างมืดมน ทว่าเมื่อคิดมาถึงจุดหนึ่ง ในสมองที่งุนงงอย่างหนักของเธอกลับไม่สามารถหาคำนิยามอื่นใดให้แก่กู้เฉิงเซียวผู้นี้ได้เลย นอกเสียจากคำว่า ‘คนโง่ที่ร่ำรวย’

 

พื้นที่ส่วนนี้เป็นห้องรับแขก อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับใช้พักผ่อนหย่อนใจเพราะคนในบ้านสามารถเพลิดเพลินไปกับการนั่งชมทิวทัศน์ด้านนอกและสวนด้านล่างได้ เธอเดินสำรวจรอบๆก่อนจะค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ประตูห้องนอนใหญ่ เธอถือวิสาสะจับลูกบิดประตูและพบว่ามันไม่ได้ล็อก มือเล็กๆแง้มประตูออกช้าๆ  ‘ไม่มีใครอยู่ในห้องด้วยแฮะ~’ หลินเฉี่ยนรู้ตัวอีกทีก็พบว่าเท้าทั้งคู่ของตัวเองได้พาร่างเล็ก ๆ นี้แอบย่องเข้ามาจนถึงด้านในเสียแล้ว

 

‘นี่เป็นห้องนอนของกู้เฉิงเซียวซินะ สะอาดสะอ้านดีจริงๆ’ แต่สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจก็คือ ‘ห้องเป็นระเบียบขนาดนี้ แต่ทำไมผ้าห่มบนเตียงของเขาถึงได้ดูเป็นก้อนเต้าหู้แบบนี้ได้เนี่ย?’

 

เธอรู้เพียงแค่ว่าคนที่เป็นเจ้าของห้องนี้ชื่อกู้เฉิงเซียวและอายุของเขาก็คงจะมากกว่าเธอแน่ ๆ แต่จะมากกว่ากี่ปีเรื่องนี้เธอไม่รู้เลย

 

‘จริงสิ ใบทะเบียนสมรสต้องมีบอกไว้แน่ๆ’

 

หลินเฉี่ยนจำได้ว่าเมื่อวานกู้เฉิงเสียวยื่นใบทะเบียนสมรสให้ แล้วเธอก็เก็บใส่ลงในกระเป๋านักเรียน หลินเฉี่ยนไม่รอช้ารีบวิ่งไปที่ห้องรับแขก รูดซิป เปิดกระเป๋า หยิบหนังสือสีแดง 2 เล่มขึ้นมาและอ่านรายละเอียดในนั้น

 

เขาชื่อกู้เฉิงเซียว ส่วนอายุของเขา...

 

“อายุยี่สิบแปดก็ต้องมากกว่าแปดปี  เชร้ดเข้! นี่แก่กว่าฉันขนาดนี้เลยเรอะ!?” หลินเฉี่ยนอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง

 

ในเวลานั้นเองเสียงจากนอกห้องนอนก็ดังขึ้น หลินเฉี่ยนจึงรีบเดินออกมา เธอพบกับร่างของกู้เฉิงเซียวที่กำลังเดินเข้ามาในห้องรับแขก ตอนนี้เขาใส่ชุดออกกำลังกายสีขาวพร้อมกับพาดผ้าขนหนูผืนเล็กไว้ที่ต้นคอ มือใหญ่ข้างหนึ่งกำลังใช้ชายผ้าซับเหงื่อบนหน้าของตัวเอง

 

ทันทีที่ร่างของชายหนุ่มปรากฏขึ้น หลินเฉี่ยนก็ถึงกับตกตะลึงไป ‘ให้ตายเถอะนี่มันอาหารตาชัด ๆ แทบจะคนละคนกันกับคนเมื่อวานเลย’

 

‘จึๆๆ นี่มันความหล่อระดับละลายใจสาวเลยนะเนี่ย ทำไมความหล่อของหมอนี่ถึงได้ดาเมจรุนแรงเบอร์นี้’

 

กู้เฉิงเซียวเองก็กำลังมองดูหลินเฉี่ยนอยู่เช่นกัน เขาคิดในใจว่าหญิงสาวตรงหน้ายังดูอ่อนเยาว์มากจริง ๆ เวลานี้รอยปูดบวมบนใบหน้าของเธอเริ่มยุบลงไปแล้ว “ตื่นแล้วเหรอ?”

 

“อื้อ”

 

“ข้างล่างมีอาหารเช้า ลงไปกินสิ”

 

“อื้อ...เอ่อะ...ขอเวลาเดี๋ยวนึงสิ...คือ..เรามาคุยเรื่องข้อตกลงกันก่อนได้ไหม?” หลังจากกลับไปนอนคิดอยู่ค่อนคืนในที่สุดเธอก็ตัดสินใจแล้วว่าควรจะทำยังไงกับชีวิตแต่งงานนี้ และสิ่งแรกที่ต้องทำก็คือ—การทำข้อตกลง!

 

กู้เฉิงเซียวชะงัก “ข้อตกลงอะไร?” ‘ทะเบียนสมรสก็จดแล้ว เธอก็เป็นของฉันแล้ว จะยังมีข้อตกลงอะไรอีก?’

 

หลินเฉี่ยนใช้ตาใส ๆ มองเขา เธอฉีกยิ้มทำใจดีสู้เสือ “มานั่งก่อนสิ นั่งก่อน นี่นะ ฉันเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว นายมาดูก่อนก็ได้ว่าอยากจะแก้ไขหรือเพิ่มเติมส่วนไหนอีกหรือเปล่า”

.

.

.

ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

จบบทที่ ตอนที่ 10 นี่มันคนแก่หนิ!

คัดลอกลิงก์แล้ว