เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9 ฉันจะไม่บีบบังคับเธอ

ตอนที่ 9 ฉันจะไม่บีบบังคับเธอ

ตอนที่ 9 ฉันจะไม่บีบบังคับเธอ


ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

กู้เฉิงเซียวพาหลินเฉี่ยนขึ้นลิฟต์จากลานจอดรถชั้นใต้ดินตรงมายังชั้นสองของบ้านซึ่งเป็นส่วนของห้องนอนในทันที ด้วยสภาพที่อ่อนล้าของเธอบวกกับตอนนี้ก็ดึกมากแล้วเขาจึงจงใจพาเธอหลบเลี่ยงจากสายตาและการเผชิญหน้ากับคนอื่นๆภายในบ้านที่อยู่ชั้นล่าง

 

หลินเฉี่ยนกอดกระเป๋าเป้ในมือแน่น และยังมีท่าทางตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา

 

‘ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ใช่เป็นแค่นายทหารยศใหญ่ธรรมดาๆแล้วสิ’

 

“ไม่ต้องกลัว หลังจากนี้ที่นี่คือบ้านใหม่ของเธอ วันนี้ดึกมากแล้วพรุ่งนี้ฉันค่อยพาเธอไปรู้จักคนอื่นๆก็แล้วกัน”

 

แสงไฟดวงแล้วดวงเล่าถูกเปิดขึ้นเมื่อร่างสูงเดินผ่านเข้าไป หลินเฉี่ยนพบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่หลังประตูบานหนึ่ง เธอมองสำรวจสิ่งที่อยู่หลังประตูบานนี้ มันเป็นโซนหนึ่งของบ้านที่คงจะหลังใหญ่มากๆ ด้านข้างมีโซฟาชุดรับแขก ถัดเข้าไปเป็นโถงทางเดินกว้างที่มีการออกแบบตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่สวยงาม ทว่าบรรยากาศภายในของที่นี่กลับให้ความรู้สึกถึงความเยือกเย็นจนหลินเฉี่ยนแทบขนลุก ‘คล้ายกับนิสัยของเจ้าของบ้านเลยแฮะ’ ซึ่งมันก็ยิ่งทำให้ความน่ากลัวของกู้เฉิงเซียวเพิ่มมากขึ้นในความคิดของเธอ

 

“ทำไมยังไม่เข้ามาอีก?” เสียงของกู้เฉิงเซียวดังขึ้นก่อนที่มือใหญ่จะยื่นออกมาเพื่อจะช่วยถือกระเป๋าให้สาวน้อย ทว่าหลินเฉี่ยนกลับรีบเบี่ยงตัวหลบทันที เธอปฏิเสธความช่วยเหลือของเขาแถมดวงตาตื่นๆยังมีแววตื่นตระหนกหนักขึ้นกว่าเดิม เธอมีท่าทีระมัดระวังตัวอย่างเต็มที่

 

กู้เฉิงเซียวส่งยิ้มให้ด้วยรอยยิ้มอบอุ่น “ไม่ต้องกังวลหรอก ถึงแม้ว่าตอนนี้เราจะเป็นสามีภรรยากันแล้ว แต่เราก็ยังต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน อะไรที่เธอไม่เต็มใจ ฉันก็จะไม่บังคับให้เธอทำ”

เมื่อเห็นสายตาลังเลของหลินเฉี่ยน กู้เฉิงเซียวจึงชี้ไปที่หมวกทหารที่แขวนอยู่ “ฉันสาบานด้วยเกียรติของตราประจำประเทศเลย ฉันจะไม่บีบบังคับเธอเด็ดขาด”

 

เป็นเพราะเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เขาใช้วิธีแปลกประหลาดในการปลุกเธอให้ตื่นจึงทำให้หลินเฉี่ยนยังคงรู้สึกหวาดหวั่นอยู่ดีแม้ว่าอีกฝ่ายจะพูดแบบนั้น

 

“ข้างหน้านั่นเป็นห้องนอนใหญ่ ข้างๆนั่นเป็นห้องนอนเสริมสำหรับแขก แต่ละห้องจะมีห้องน้ำอยู่ในตัว...” กู้เฉิงเซียวแนะนำห้องต่างๆภายในบ้านให้กับหลินเฉี่ยนทีละห้อง ถึงแม้ว่าตัวเขาเองจะคิดว่ามันเป็นเรื่องหยุมหยิมไร้สาระและเขาก็เกลียดที่จะทำแบบนี้แต่คนร่างสูงก็ยังคงพยายามอธิบายทุกอย่างอย่างใจเย็น

 

หลังจากฟังจบ หลินเฉี่ยนก็หลุบสายตาและก้มหน้าลงก่อนที่จะถามขึ้นมาว่า “เอ่อ...ฉัน...ฉันขอใช้ห้องนอนเล็กได้ไหม”

 

“เธอนอนห้องนอนใหญ่นั่นแหละ” สิ้นเสียงพูด กู้เฉิงเซียวก็เห็นสีหน้าต่อต้านของอีกฝ่าย เขาจึงพูดขึ้นมาว่า “โอเค ถ้าอย่างนั้น เธอก็ใช้ห้องนั้นไปก่อนก็ได้”

 

“ขอบใจนะ” พูดจบหลินเฉี่ยนก็รีบเดินเข้าห้องนอนสำหรับแขกที่อยู่ถัดจากห้องนอนหลักไปในทันที...โดยทิ้งให้กู้เฉิงเซียวยืนอยู่อย่างเดียวดายในห้องรับแขกด้านนอก

 

เมื่อมั่นใจว่าอีกฝ่ายจะไม่ออกจากห้องแล้ว สีหน้าของกู้เฉิงเซียวก็กลับมาเย็นชาอีกครั้ง เป็นเวลากว่าครึ่งค่อนวันที่เขาต้องใช้ความอดทนทั้งหมดที่มีและต้องคอยระมัดระวังทุกคำพูดและการกระทำในการจัดการเรื่องนี้—แต่ทว่าผลลัพธ์ที่ได้มากลับยังน้อยนิดซะจนชวนให้อ่อนใจ

 

เขาเป็นชายชาติทหาร ความรับผิดชอบคือหนึ่งในปณิธานที่ต้องธำรงไว้ มันหยั่งรากลึกลงไปในสายเลือดของเขา ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะให้เขาคิดว่าเรื่องราวในคืนนั้นเป็นแค่ ‘One night stand’ (ความสัมพันธ์ชั่วคืน)

 

และไม่ว่าจะยังไงเธอก็ได้มอบความบริสุทธิ์ให้กับเขาแล้ว เขาต้องรับผิดชอบเธออย่างแน่นอน

 

อันที่จริงเขาอยากจะค่อยๆทำความรู้จักและสร้างความสนิทสนมคุ้นเคยกับอีกฝ่ายอย่างช้าๆ เพื่อที่จะได้ใกล้ชิดกับเธออย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่เป็นเพราะว่าพ่อกับแม่พยายามบีบบังคับให้เขาแต่งงานจึงทำให้เขาต้องทำแบบนี้

 

ใบหน้าที่บวมเป่งของหลินเฉี่ยนในเวลานี้มันดูไม่ดีเท่าไหร่นัก การที่พ่อแม่ของเขาจะไม่ชอบเธอก็เป็นเรื่องปกติ แต่เป็นเพราะเขาเคยเห็นใบหน้าของหญิงสาวมาก่อนแถมยังเคยลิ้มรสชาติอันแสนหวานจากร่างกายของเธอ เขาจึงรู้ถึงความงดงามที่ยากเกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดนั้นเป็นอย่างดี

 

ระหว่างที่กำลังคิดถึงเรื่องวุ่นวายในช่วงเวลาเพียงไม่ถึงสองวันมานี้ เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือของกู้เฉิงเซียวก็ดังขึ้น บนหน้าจอแสดงเบอร์ของหลี่ปู้เหยียน

 

“หัวหน้าครับ ผมส่งรายงานภารกิจทั้งหมดในครั้งนี้ไปแล้วนะครับแล้วก็เพิ่งจะได้รับคำตอบกลับมา ยินดีด้วยนะครับหัวหน้า ภารกิจสำเร็จลุล่วงไปได้สวยอีกงานนึงแล้ว”

 

“อื้อ” เขาตอบกลับไปเพียงสั้นๆเหมือนกับทุกครั้ง

 

“หัวหน้าครับ ผู้บัญชาการหลิวมีคำสั่งให้หัวหน้าไปพักร้อนก่อน ปล่อยงานที่เหลืออยู่ให้เป็นไปตามกระบวนการ มันน่าจะต้องใช้เวลานานเป็นเดือน ยังไงหัวหน้าก็อดทนรอหน่อยนะครับ”

 

“อื้ม”

 

“อ้อ แล้วอีกอย่างกองกำลังพิเศษจะถูกนำโดยซงต่าและกาวต้า สบายใจได้เลยนะครับหัวหน้า ถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นผมจะรีบติดต่อทันทีครับ”

 

“อื้ม”

 

“ถ้างั้นผมไม่รบกวนแล้ว หัวหน้ารีบพักผ่อนนะครับ”

 

ตั้งแต่รับสายจนกระทั่งลูกน้องคนสนิทวางสายไป มีคำพูดเพียงสามคำเท่านั้นที่หลุดออกมาจากปากของกู้เฉิงเซียวและทุกคำก็คือการออกเสียง “อื้ม” สั้นๆที่แสดงการตอบรับเพียงอย่างเดียวเท่านั้น —นี่แหละคือตัวตนของเขา—

 

หลี่ปู้เหยียนเองก็เคยชินไปแล้วกับนิสัยแสนเย็นชาและอาการสงวนคำพูดของเจ้านาย เพราะหลังจากที่รายงานความก้าวหน้าไปแล้วเขาก็กดวางสายโดยไม่คิดอะไรมาก

 

ในเวลานั้นเองก็มีเสียงโทรศัทพ์อีกเสียงหนึ่งดังขึ้น ครั้งนี้เป็นเสียงของโทรศัพท์หน้าประตูที่บ่งบอกว่ามีผู้มาเยือน กู้เฉิงเซียวสาวเท้าเข้าหาประตู เขามองดูหน้าจอมอนิเตอร์ที่เชื่อมต่อกับโทรศัพท์ ก่อนจะพบว่าแขกผู้มารบกวนเขายามวิกาลก็คือ—กู้หนานเห้อ ลูกพี่ลูกน้องของเขา

 

หลังจากกดเรียกคนด้านใน กู้หนานเห้อก็พบว่า กู้เฉิงเซียวญาติผู้พี่ของเขาก็ปรากฏตัวขึ้นที่จอภาพในทันที

 

“พี่ พ่อบ้านไม่ยอมให้ผมเข้าไป เขาบอกว่ามันเป็นคำสั่งของพี่ จะเคร่งครัดอะไรนักหนา? กันขโมยหรือกลัวผู้ก่อการร้ายงั้นเหรอ?”

 

“กันนายนั่นแหละ” กู้เฉิงเซียวพูดเสียงเย็น

 

“อะไรของพี่เนี่ย รีบให้ผมเข้าไปข้างในเร็วเข้า ผมมีเรื่องจะคุยกับพี่”

 

“ไม่สะดวก”

 

“ไม่สะดวก? ….” กู้หนานเห้อหรี่ตามอง ทำสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะโพล่งออกมาเสียงดัง “หรือว่า พี่กำลังเล่นจ้ำจี้กับสาวอยู่ ใช่ไหม?”

 

กู้เฉิงเซียวนิ่งและไม่ตอบ กู้หนานเห้อจึงพูดขึ้นมาว่า “พี่ ผมพูดกับพี่ตรงๆเลยก็แล้วกัน คุณป้าขอให้ผมมาพูดโน้มน้าวพี่ ผมถึงต้องมาดึกดื่นแบบนี้ แต่พี่ดันไม่ให้ผมเข้าไป ถ้าผมกลับบ้านไปทั้งแบบนี้ แล้วจะไปอธิบายกับคุณป้าว่ายังไงล่ะเนี่ย?”

 

กู้เฉิงเซียวยังคงไม่ตอบคำถามของอีกฝ่ายแถมสีหน้าของเขาก็สื่อเป็นนัยๆว่าพร้อมที่จะกดวางสายตลอดเวลา

 

“พี่ต้องให้ผมดูนะว่าสาวคนนั้นหน้าตาสละสลวยขนาดไหนถึงทำให้พี่อยากแต่งงานกับเธอจนกล้ามีเรื่องขัดใจกับคุณลุงคุณป้า...แต่ไม่ว่าจะยังไงผมก็ยังยืนอยู่ข้างพี่นะ ขอผมเข้าไปดูหน้าพี่สะใภ้หน่อยสิ”

 

‘พี่สะใภ้!’ กู้หนานเห้อเรียกพี่สะใภ้ออกมาได้อย่างเต็มปากขนาดนี้ก็ชี้ชัดว่าไม่ได้เข้าข้างพ่อและแม่ของเขาจริงๆ และกู้เฉิงเซียวเองก็ไม่อยากจะทำให้ญาติผู้น้องลำบากใจ แต่วันนี้ยังไงเขาก็ให้เข้ามาไม่ได้ “นายกลับไปเถอะ พรุ่งนี้ค่อยนัดไปเจอกันข้างนอก”

 

พูดจบกู้เฉิงเซียวก็รีบกดวางสายโดยไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้มีโอกาสพูดอะไรอีก

 

เขาหันหลังเดินกลับเข้ามาสายตาจับจ้องไปยังห้องนอนเล็กที่มีไว้สำหรับรับรองแขกก่อนที่จะถอนหายใจออกมาอย่างเงียบๆ

 

ณ ห้องรับแขกที่อยู่ชั้นล่าง เมื่อพ่อบ้านเห็นว่าเจ้านายของเขาตอบกลับมาแบบนั้นเขาจึงพูดย้ำอีกเป็นครั้งที่สิบของคืนนี้ว่า “คุณชายหนานเห้อ คุณชายได้ยินแล้วใช่ไหมครับว่ามันเป็นคำสั่งของคุณชายเฉิงเซียวจริงๆ”

 

กู้หนานเห้อพยักหน้าตอบกลับไปเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกผิดและลำบากใจมากกว่านี้ ทว่าภายในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความสงสัย เพราะแต่ไหนแต่ไรมาเขาไม่เคยเห็นลูกพี่ลูกน้องของเขาคนนี้อยู่ใกล้ชิดกับผู้หญิงมาก่อน แต่ครั้งนี้มันไม่ได้เป็นเหมือนกับทุกครั้ง และเป็นเพราะเหตุผลนี้เขาจะต้องทำทุกอย่างให้ได้เห็นโฉมหน้าหญิงสาวที่สามารถมัดใจเจ้าชายปีศาจแสนเย็นชาคนนี้ให้ได้

……...

 

วันรุ่งขึ้น กู้เฉิงเซียวก็นัดเจอกับกู้หนานเห้อที่ฟิตเนส

 

สองพี่น้องตระกูลกู้พูดคุยกันขณะที่กำลังใช้เครื่องออกกำลังกายสองชนิดที่อยู่ติดกัน เม็ดเหงื่อเกาะพราวบนร่างกายสมบูรณ์แบบทั้งสอง แม้แต่ในตอนที่ไม่มีเสื้อผ้าหรูหราหรือเครื่องแบบทรงเกียรติบนร่างทั้งคู่ก็ยังดูดีมีออร่าชวนหลงใหลคลั่งไคล้

 

กู้หนานเห้อเป็นหนึ่งในเพอร์เฟกต์กายของเมือง เขานั่งในตำแหน่งประธานบริหารของกู้เย่กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทขนาดใหญ่มากในระดับที่เรียกได้ว่าสามารถควบคุมชะตากรรมทางเศรษฐกิจของเมืองนี้และทั้งประเทศได้เลย กู้หนานเห้อถือเป็นผู้นำรุ่นใหม่ไฟแรงที่มีชื่อเสียง เขามีนิสัยรักความสนุกสนานและมีมนุษยสัมพันธ์ดี ซึ่งแตกต่างจากนิสัยของกู้เฉิงเซียวอย่างสิ้นเชิง

 

แต่ทว่าที่จริงแล้วหากจะพูดให้ถูก กู้หนานเห้อเป็นเพียงประธานแต่เพียงเบื้องหน้าเท่านั้น ผู้ที่ถือเป็นมันสมองกุมบังเหียนบริหารบริษัทอย่างแท้จริงและอยู่เบื้องหลังทุกความก้าวหน้าของกู้เย่กรุ๊ปก็คือกู้เฉิงเซียว

 

นอกจากพวกเขาทั้งสองแล้ว ยังมี—กู้ตงจวิน พี่ชายคนโตในลูกพี่ลูกน้องตระกูลกู้ทั้งหมดที่เป็นถึงนายกเทศมนตรีของเมืองนี้ และได้รับการขนานนามว่าเป็นนายกที่อายุน้อยที่สุดของเมือง ด้วยหน้าที่การงานอันโดดเด่นทำให้ชายหนุ่มตระกูลกู้ทั้งสามคนมีชื่อเสียงอย่างมาก พวกเขาเป็นที่รู้จักกันดีเพราะเป็นผู้นำทั้งทางทหาร การเมืองและเศรษฐกิจ

 

และการที่กู้ตงจวินได้นั่งอยู่ในตำแหน่งนายกเทศมนตรีก็เป็นผลมาจากการช่วยเหลือและสนับสนุนของกู้เฉิงเซียวด้วย

 

ภายใต้การผลักดันของกู้เฉิงเซียว พวกเขาทั้งสามคนช่วยเหลือเกื้อกูลกันในหน้าที่การงานเพื่อที่จะนำพาตระกูลกู้ของพวกเขาให้ยิ่งใหญ่จนทำให้ทุกวันนี้ตระกูลกู้ขึ้นมาอยู่บนจุดสูงสุดเท่าที่เคยเป็นมาได้

 

ด้วยอัจฉริยภาพของเขา กู้เฉิงเซียวจึงถือเป็นแกนหลักของตระกูลกู้และถือเป็นบอสใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลังทุกเรื่อง และเป็นผู้ที่สามารถควบคุมและชี้ชะตาชีวิตของทุกคนได้

 

หลังจากออกกำลังกายเสร็จแล้วตัวของพวกเขาก็ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ ซึ่งมันก็ช่วยขับเน้นร่างกายสมบูรณ์แบบ กล้ามเนื้อเป็นมัดและผิวสุขภาพดีของทั้งคู่ได้อย่างดีจนบรรดาสาวๆทั้งหลายส่งสายตาหยาดเยิ้มให้เป็นระยะๆ

 

นี่ถ้าไม่ใช่เพราะอยากจะฟังเรื่องของพี่สะใภ้ กู้หนานเห้อคงไม่มีทางมาที่นี่แน่ๆ เพราะทุกครั้งที่เขาต้องอยู่กับกู้เฉิงเซียว เขาก็จะถูกผู้หญิงงี่เง่าเหล่านั้นจ้องมอง ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่เคยหรือไม่ชอบที่จะถูกสาวๆจับจ้อง แต่ ‘จำนวนสายตา’ พวกนั้นต่างหากที่แตกต่างจากตอนที่เขามาออกกำลังกายคนเดียว ‘หลายเท่าตัว!’

 

กู้หนานเห้อมั่นใจว่าเสน่ห์ของเขาดึงดูดให้ผู้หญิงมากมายหันมาสนใจได้ แต่ก็ยังมีผู้หญิงจำนวนมากกว่าที่ถูกเสน่ห์ของลูกพี่ลูกน้องของเขาที่ยืนอยู่ข้างๆนี้ดึงดูดเข้าไปหา… ‘หึ คิดแล้วก็ชวนหงุดหงิดไม่น้อย’

 

“พี่ สรุปว่าพี่สะใภ้หน้าตาเป็นยังไง?”

 

“พี่ แล้วเธอเรียนที่ไหนเหรอ?”

 

“พี่ แล้วเมื่อคืนพี่นอนห้องเดียวกันเลยเหรอ? แล้วเมื่อคืนไปถึงขั้นไหนกันแล้ว? หรือว่าหนักซะจนพี่สะใภ้ลุกขึ้นจากเตียงไม่ได้เลย?”

 

“ไม่สิ...ลืมไปว่าคุณป้าบอกว่าเธอท้องแล้ว แหมๆๆ ไม่ใช่เล่นๆเลยนะเนี่ย”

……….

 

หลังจากที่กู้หนานเห้อรัวคำถามเข้าใส่เขาไม่ยั้งเป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง—อยู่เพียงฝ่ายเดียว ในที่สุดกู้เฉิงเซียวก็ยอมปริปากพูด ทว่าเขาไม่ได้ตอบคำถามพิสดารเหล่านั้นของน้องชายเลยซักข้อ แต่กลับเป็นฝ่ายตั้งคำถามกลับไป —ซึ่งเป็นคำถามที่รบกวนจิตใจคุณชายตระกูลกู้ผู้เป็นนายทหารยศใหญ่มาตลอดทั้งคืน—

 

“หนานเห้อ แฟนของนายคนปัจจุบันชอบอะไร?”

.

.

.

ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

จบบทที่ ตอนที่ 9 ฉันจะไม่บีบบังคับเธอ

คัดลอกลิงก์แล้ว