เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7 ไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับเธอมาก่อน

ตอนที่ 7 ไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับเธอมาก่อน

ตอนที่ 7 ไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับเธอมาก่อน


ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

นี่เป็นครั้งแรกที่กู้เฉิงเซียวเห็นหลินเฉี่ยนเงยหน้าขึ้นมาและเป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่สบตากัน ครั้งนี้ทำให้เขาเห็นบาดแผลบนใบหน้าของเธอได้อย่างชัดเจน โหนกแก้มซ้ายและมุมปากของเธอบวมเป่ง ส่วนตาด้านขวาก็หรี่เล็กซึ่งก็เป็นเพราะโหนกแก้มเกิดความปูดบวมจึงทำให้ตาข้างนั้นแทบจะลืมไม่ขึ้น ‘มิน่าล่ะทำไมเธอถึงเอาแต่ก้มหน้าอยู่ตลอดเวลา ที่แท้ก็ต้องการจะปกปิดบาดแผลบนหน้านี่เอง’

 

“พ่อครับ ลูกผู้ชายทำอะไรไว้ก็ต้องกล้ารับผิดชอบและนี่เป็นสิ่งที่ผมต้องทำ ยิ่งผมเป็นนายพลมีชื่อเสียงมันยิ่งทำให้ผมต้องรับผิดชอบชื่อเสียงของตัวเองมากเข้าไปอีก นี่เป็นเรื่องที่พ่อสอนผมด้วยตัวพ่อเองมาตลอด พ่อกับแม่จะมาตัดสินเธอเพียงเพราะพ่อแม่ของหลินเฉี่ยนแยกทางกันไม่ได้นะครับ”

 

“กะ...แก” กู้หยวนได้ยินเช่นนั้นก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรต่อ

 

“พ่อกับแม่รบเร้าอยากจะเห็นแฟนของผมนักไม่ใช่เหรอครับ ผมก็พาเธอไปให้ดูแล้วไง แล้วที่ผมพาเธอไปรอบนี้ก็ไม่ได้ต้องการความคิดเห็นจากพ่อกับแม่ แต่มันเป็นเพราะผมต้องการให้รู้จักกันเท่านั้น พ่อกับแม่จะชอบหรือไม่ชอบก็แล้วแต่ แต่ผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่ผมเลือก สำหรับผมแค่ผมชอบมันก็พอแล้ว”

 

“พรุ่งนี้ฉันจะไปคุยกับเสี่ยวหลิวเรื่องของแก!” กู้หยวนข่มขู่

 

กู้เฉิงเซียวชะงักไปชั่วขณะก่อนที่จะสูดหายใจเข้าลึกๆครั้งหนึ่งก่อนจะพูดออกมาว่า “ก็ดีเหมือนกันครับ ผมเองก็เขียนใบสมัครเพื่อไปเป็นเจ้าหน้าที่อาสารักษาสันติภาพที่แอฟริกาแล้วเหมือนกัน งั้นก็ฝากพ่อทักทายผู้บัญชาการหลิวด้วยก็แล้วกันครับ”

 

“แก!...” กู้หยวนมองลูกชายอย่างโกรธจัด “นี่แกจะทิ้งชีวิตของตัวเองเรอะ มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดหรอกนะ!”

 

“ก็ตามใจครับ พวกผมจะไปกินข้าวแล้วแค่นี้ก่อนนะ”

 

พูดจบ กู้เฉิงเซียวก็ตัดสายในทันที เขาหันมาสบตากับหลินเฉี่ยนพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “สบายใจเถอะ เกิดอะไรขึ้นฉันจะเป็นคนรับผิดชอบเอง”

 

ในเวลานั้นหลินเฉี่ยนรู้สึกได้ว่าขอบตาของเธอกำลังร้อนผ่าว ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัวเพราะหยดน้ำตาใสๆกำลังจะเอ่อล้นออกมา ความตื้นตันและซาบซึ้งใจอย่างบอกไม่ถูกเต็มตื้นอยู่ในอก

 

ไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับเธอมาก่อนเลย...

……...

 

ณ บ้านตระกูลหลิน

 

หลินเผยและจูม่านยวี่ยังคงนั่งรอสายจากคนตระกูลกู้ ทันทีที่โทรศัพท์ดังขึ้น หลินเผยก็รีบรับสาย และเมื่อได้ฟังสิ่งที่ปลายสายพูดเขาก็แสงสีหน้าไม่สู้ดีนัก

 

“ครับ...ได้ครับ เข้าใจแล้ว” เขาตอบเพียงไม่กี่คำก่อนที่จะวางสาย

 

“เป็นยังบ้างคุณ? เขาว่ายังไง?”

 

หยดเหงื่อเม็ดโตๆผุดขึ้นบนหน้าผากของหลินเผยอีกครั้ง “ผู้บัญชาการกู้บอกว่าเรื่องนี้จะต้องถูกเก็บไว้เป็นความลับ ใครเอาเรื่องนี้ออกไปพูดจะต้องตายอย่างไม่มีข้อยกเว้น!”

 

“.......” เสี้ยววินาทีนั้น จูม่านยวี่รู้สึกถึงความมืดมนที่เข้าปกคลุมทั่วทั้งร่าง ก่อนที่เธอจะล้มลงไปกองอยู่ที่พื้น

 

“ที่รัก! ที่รัก! เธออย่าทำให้ฉันตกใจสิ” หลินเผยรีบนั่งลงแล้วประคองร่างของภรรยาขึ้นมา

 

จูม่านยวี่พูดพลางร้องไห้สะอึกสะอื้น “หมดกัน หมดกัน! ตายแน่ๆ พวกเราต้องตายแน่ๆ หลินเฉี่ยนนั่นต้องแก้แค้นพวกเราแน่ๆเลยคุณ หลินเฉี่ยนมันได้กู้เฉิงเซียวเป็นเสาหลักให้แล้ว มันจะไม่กลับมาฆ่าเราเลยเหรอคะ?” เธอหวาดกลัวจนรู้สึกว่าตนเองกำลังจะเสียสติแล้ว

 

หลินเผยที่มีสติมากกว่ายกเหตุผลปลอบโยนภรรยา “ที่รักเรายังโชคดีอยู่นะที่พอจะคุยกับผู้บัญชาการกู้ได้ ยัยเด็กนั่นไม่กล้าทำอะไรแบบนั้นหรอก อีกอย่างนิสัยอย่างเด็กบ้านั่นจะต้องทำให้หัวหน้ากู้รำคาญในวันสองวันนี้แน่ๆ แถมผู้บัญชาการกู้ก็ยังบอกให้เราเก็บเรื่องนี้เป็นความลับด้วยแสดงว่าเขาเองก็ต้องไม่ชอบเด็กนั่นแน่ๆ”

 

“แต่พวกเขาจดทะเบียนกันแล้วนะ”

 

“แล้วไง? แต่งได้ก็หย่าได้ไม่ใช่เหรอ?”

 

หลังจากได้ยินสามีพูดแบบนั้น จูม่านหยี่ก็เริ่มสงบอารมณ์ได้บ้าง เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดตอบ “ฉันก็หวังว่ามันจะเป็นแบบนั้น...”

……….

 

กู้เฉิงเซียวขับรถมาจอดตรงหน้าร้านปิ้งย่างแห่งหนึ่ง เขาอยากให้บรรยากาศของเนื้อย่างหอมๆทำให้หลินเฉี่ยนรู้สึกผ่อนคลายลงแล้วเขาจะใช้โอกาสนี้ถามเธอเกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืนว่าทำไมเธอถึงไปนอนอยู่บนเตียงของเขาได้

 

ภายในร้านปิ้งย่างไม่ได้หนาวเหมือนกับข้างนอกแถมไอร้อนจากเตาย่างเนื้อยังทำให้อุณหภูมิภายในค่อนข้างสูงเสียด้วยซ้ำ และเป็นเพราะเริ่มรู้สึกร้อนหลินเฉี่ยนจึงถอดเสื้อนอกของเครื่องแบบนายพลตัวใหญ่ที่คลุมร่างกายอยู่ออกก่อนจะค่อยๆ พับและวางไว้บนเก้าอี้ด้านข้างอย่างระมัดระวัง

 

ในขณะที่กำลังจะสั่งอาหาร กู้เฉิงเซียวก็หันมาพูดกับเธอว่า “ปากเป็นแผลแบบนี้ เธออย่ากินของเผ็ดร้อนเลย เราสั่งอะไรที่กินง่ายๆหน่อยก็แล้วกัน”

 

หลินเฉี่ยนพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง “อื้อ ตามสบายเลย ฉันกินอะไรก็ได้” เมื่อได้ยินคำตอบของสาวน้อยกู้เฉิงเสียวก็เลื่อนเปิดเมนูแล้วคลิกสั่งอาหารอย่างพึงพอใจ

 

ตอนนี้เป็นเวลาเกือบสองทุ่ม ตั้งแต่อาหารน้อยนิดมื้อล่าสุดเมื่อตอนเที่ยงจนถึงตอนนี้ก็ผ่านมาหลายชั่วโมงแล้วที่ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเธอเลย เรื่องวุ่นวายหลายอย่างในวันนี้ที่ล้วนแล้วแต่ดูดกลืนพลังชีวิตทำให้หลินเฉี่ยนรู้สึกหิวจนแสบท้องไปหมด...แต่หลังจากสั่งอาหารไปได้ไม่นานทุกเมนูก็ถูกนำมาเสิร์ฟ เนื้อหลายจานและผักอีกหลายอย่างวางเรียงรายจนเต็มโต๊ะ

 

กู้เฉิงเซียวมองสาวน้อยผมซอยสั้นที่กำลังจ้องมองเนื้อบนเตาตรงหน้าด้วยสายตาหิวโหย “ใจเย็น เดี๋ยวก็สุกแล้ว”

 

หลินเฉี่ยนหิวจนแทบจะแทะตะเกียบกินอยู่แล้วในระหว่างที่จ้องมองเนื้อย่างบนเตาเหล็กตาละห้อย ใครมันจะไปทนได้ ‘ให้ตายเถอะกลิ่นหอมๆเตะจมูกนั่น อาา~ สันนอกชุ่มๆส่งเสียงฉี่ฉ่าบนเตา ให้ตายเถอะ! ทนไม่ไหวแล้วนะ’

 

และเพราะตั้งอกตั้งใจยื่นหน้าเข้าไปจับจ้องเนื้อบนเตา ทันใดนั้นควันที่ลอยขึ้นจากเนื้อที่แตกปะทุก็พุ่งเข้าใส่จมูกของหลินเฉี่ยน มันทำให้เธอคันจมูกยิบๆ จนอดไม่ได้ที่จะจามเสียงดังลั่น

 

“ฮัดชิ้ว!~”

 

หลินเฉี่ยนตัวแข็งทื่อราวกับเป็นก้อนหินโดยข้างๆ เธอยังคงมีกู้เฉิงเสียวนั่งอยู่

 

น้ำมูกใสๆ ไหลออกมาจากปลายจมูกเล็กๆ มีสองหยดที่ไหลลงมาที่ริมฝีปากในขณะที่มีอีกไม่น้อยหยดแหมะลงไปบนเนื้อตรงหน้า  ยิ่งไปกว่านั้นน้ำมูกน้ำลายอีกมากมายนับไม่ถ้วนกระเด็นไปถูกเนื้อหมูที่อยู่บนเตาจากการจามดังสนั่นของเธอ

 

ฉ่า~

 

ก่อนที่กู้เฉิงเสียวจะทันได้พูดอะไร หลินเฉี่ยนก็รีบหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาเช็ดจมูกของเธอ อีกมือก็รีบจับตะเกียบคีบเนื้อพวกนั้นขึ้นทันที “ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจเดี๋ยวฉันกินเนื้อพวกนี้เอง คุณสั่งใหม่แล้วปิ้งแยกไปก็ได้”

 

กู้เฉิงเสียวหัวเราะแล้วพูดขึ้น “ไม่เป็นไร เธอกินเถอะ เรื่องสำคัญคือการกินให้อิ่มท้อง”

 

กู้เฉิงเซียวนั่งนิ่งๆ ดูหลินเฉี่ยนกินไปเรื่อยๆ พลางนึกสงสัยอยู่ในใจ  ‘การกินปิ้งย่างมันต้องปิ้งให้สุกก่อนกินไม่ใช่หรือไง?! แต่ตอนนี้สาวน้อยตรงหน้าเขาคนนี้แทบจะไม่ย่าง เธอเหมือนเอาเนื้อจิ้มกับน้ำจิ้มแล้วส่งเข้าปากเคี้ยวเลยด้วยซ้ำ’

 

จนถึงตอนนี้ สิ่งที่หลินเฉี่ยนรู้ก็คือ กู้เฉิงเซียวเป็นทหารยศนายพลที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง เขามาจากครอบครัวที่ร่ำรวยและดูเหมือนว่าจะมีชาติตระกูลที่ดีไม่น้อย แต่เรื่องอื่นนอกเหนือจากนี้แล้วเธอแทบไม่รู้อะไรเลย แม้แต่เหตุผลที่เขาเลือกขอเธอแต่งงานเธอเองก็ไม่รู้เช่นกัน

 

แต่แค่รู้ว่าหลังจากนี้เธอไม่ต้องกลับไปที่บ้านตระกูลหลินแล้ว มันก็ทำให้เธอหัวใจของเธอรู้สึกเบิกบาน—ไม่ว่าจะอย่างไร การหนีออกมาจากที่แย่ๆนั่นก่อนก็คือการเริ่มต้นที่ดีที่สุด เพราะมันเป็นสิ่งที่ควรทำมากที่สุดเป็นอันดับแรกอยู่แล้ว ส่วนเรื่องหลังจากนี้ก็ค่อยคิดกันอีกทีว่าจะเอายังไงต่อไป

 

ตั้งแต่เล็กจนโตเธอได้รับแต่ความอัปยศอดสูจากบ้านหลังนั้น แต่เรื่องเลวร้ายที่สุดคือเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้...เป็นเพราะลุงของเธอต้องการให้บริษัทของเขารอดพ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจเขาจึงขายเธอให้กับตาแก่เฮงซวยนั่น ซึ่งหลังจากเรื่องเลวทรามนั่นเธอก็ปฏิญาณไว้แล้วว่าจะไม่มีทางกลับไปใช้ชีวิตร่วมกับคนพวกนั้นอีกแน่ๆไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

 

ที่จริงแล้ววันนี้ที่เธอกลับ เธอตั้งใจไปทำลายครอบครัวหลินเป็นการสั่งลา แต่ก็มีเรื่องเหนือความคาดหมายเกิดขึ้นเสียก่อน เธอเห็นแล้ว...ลุงกับป้าแทบจะเป็นบ้าไปเลย ซึ่งมันก็ช่วยสงเคราะห์ความตั้งใจของเธอได้ ส่วนเรื่องต่ำช้าที่พวกเขาทำกับเธอเมื่อคืนวานก็ถือว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณที่ลุงเอาเธอมาเลี้ยง แต่หลังจากนี้ก็อย่าได้เผาผีกันอีกเลย!

 

จะว่าไป การได้พบเจอกับกู้เฉิงเซียว ก็เป็นเรื่องไม่คาดฝันที่ยิ่งกว่าไม่คาดฝันเสียอีก ซึ่งก็ทำให้เรื่องที่จะต้องคิดต่อว่าจะเอายังไงหลังจากนี้เรียกว่าแทบจะมืดแปดด้านสำหรับเธอเลย

 

กู้เฉิงเซียวเห็นว่าหลินเฉี่ยนกินจนอิ่มแล้วและเอาแต่นั่งเหม่อลอย แถมสีหน้าของเธอก็ยังค่อยๆปรากฏร่องรอยของความโกรธแค้นบางอย่างขึ้น เขาจึงเอ่ยปากถาม “หน้าเธอไปโดนใครต่อยมา?”

 

หลินเฉี่ยนยังคงยืนยันคำตอบเดิม “ฉันสะดุดล้มจริงๆนะ ฉันเดินไม่ดูตาม้าตาเรือเองแหละถึงได้สะดุดน่ะ แหะๆ”

 

กู้เฉิงเซียวไม่สนใจคำตอบของเธอ เขาเลือกถามต่อไปว่า “นอกจากหน้าเธอแล้วยังมีตรงไหนบาดเจ็บอีกไหม?” เมื่อคืนเขาไม่ได้ทำร้ายร่างกายเธอ ถ้าจะมีส่วนไหนบาดเจ็บจากฝีมือเขาก็คงจะเป็นตรงส่วนนั้น…จุดที่อยู่ด้านล่างของเธอนั่นแหละ

 

หลินเฉี่ยนพยายามหลบหลีกที่จะตอบคำถามของอีกฝ่าย จึงชี้ไปที่ถาดเนื้อตรงหน้า “ย่างเนื้อนั่นหน่อยสิ”

 

กู้เฉิงเซียวได้ยินเช่นนั้นก็ใช้ตะเกียบคีบเนื้อลงไปย่างให้สาวน้อย ก่อนที่จะถามอีกว่า “กินเสร็จจะไปตรวจที่โรงพยาบาลหน่อยไหม?”

 

“แค่ถลอกน่ะ ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก”

 

เมื่อเห็นว่าหญิงสาวยังดูสบายดีอย่างที่เธอบอกจริงๆเขาจึงเลิกเซ้าซี้ แล้วตั้งคำถามใหม่ “เธอเจ็บแบบนี้บ่อยๆเหรอ?”

 

หลินเฉี่ยนชะงักไปในทันที เธอคิดจะพูดบางอย่างแต่สุดท้ายก็เลือกที่จะไม่เอ่ยออกมา

 

“เอาเถอะ ถ้าเธอไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไรฉันไม่บังคับ รีบกินเถอะ”

 

คงเป็นเพราะว่าเธอหิวมาก หลินเฉี่ยนถึงได้สนใจแต่เรื่องกินของตัวเองจนไม่ได้สังเกตเลยว่ากู้เฉิงเซียวเอาแต่คีบเนื้อส่งให้เธอ โดยที่ตัวเขาไม่มีอะไรตกถึงท้องแม้แต่นิดเดียว

.

.

.

ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

จบบทที่ ตอนที่ 7 ไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับเธอมาก่อน

คัดลอกลิงก์แล้ว