เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 6 ปากบอกไม่แต่ร่างกายกลับต้องการ

ตอนที่ 6 ปากบอกไม่แต่ร่างกายกลับต้องการ

ตอนที่ 6 ปากบอกไม่แต่ร่างกายกลับต้องการ


ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

หลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกมาได้ครึ่งทางโทรศัพท์ของกู้เฉิงเซียวก็ดังขึ้น บนหน้าจอโชว์ว่าสายเรียกเข้าเป็นเบอร์จากที่บ้านของเขา เขาหันไปมองหลินเฉี่ยนที่นั่งตัวแข็งทื่อและยังคงไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย ก่อนจะหันมารับโทรศัพท์ในมือ “ฮัลโหลแม่ ว่าไงครับ?”

“ลูกพาแฟนมารึยัง?”

“ครับ”

“ดีเลย งั้นก็รีบมานะ”

กู้เฉิงเซียวหันมองหลินเฉี่ยนอีกครั้งก่อนที่จะพูดด้วยความรู้สึกกังวลใจ “ขอเปลี่ยนวันได้ไหมครับแม่ พอดีวันนี้เธอไม่ค่อยสบายน่ะ”

“มีอะไรรึเปล่า? แพ้ท้องใช่ไหม?” เย้เชี่ยนหรูพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ไม่เป็นไรนะลูก ยิ่งแม่แพ้ท้องมากแสดงว่าลูกในท้องสุขภาพแข็งแรง พาเธอมาที่บ้านเถอะ อย่าปล่อยให้อีกฝ่ายคิดว่าพวกเราละเลยไม่สนใจไยดีเลยนะ”

“.......” เมื่อได้ยินที่มารดาพูด กู้เฉิงเซียวก็จนปัญญาที่จะหาข้ออ้างอื่นได้อีก เรื่องทั้งหมดนี่เป็นเพราะเส้นทางที่เขาเลือกด้วยตัวของเขาเองต่อให้จะล้มจนต้องคลานเขาก็ต้องคลานไปให้สุดทาง “ครับ ถ้างั้นก็เตรียมใจไว้หน่อยก็แล้วกัน”

“จ่ะ พวกเราเตรียมพร้อมแล้วล่ะ”

——

ภายในห้องรับแขกบ้านตระกูลกู้ กู้หยวนและเย้เชี่ยนหรูนั่งอยู่บนโซฟายาวด้านหนึ่งในขณะที่กู้เฉิงเซียวและหลินเฉี่ยนนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม พวกเขาเผชิญหน้ากันโดยมีโต๊ะรับแขกและชุดน้ำชาขั้นกลาง

ในเวลานี้ต่างฝ่ายต่างพากันนิ่งเงียบ ไม่มีใครพูดอะไรออกมาทั้งนั้น บรรยากาศในห้องมีแต่ความอึดอัดและตึงเครียด

ก่อนหน้านี้พ่อและแม่ของกู้เฉิงเซียวรู้สึกปีติยินดีเป็นอย่างมากที่จะได้เห็นหน้าลูกสะใภ้ แต่ในเวลานี้พวกเขากลับนิ่งเงียบด้วยความรู้สึกผิดหวังที่ผสมปนเปไปกับความขัดใจ

นี่คือผู้หญิงจริงๆเหรอ? เสื้อผ้ายับยู่ยี่ ใบหน้าฟกช้ำดำเขียวไปหมด ไหนจะต่างหูบนใบหูที่ไม่รู้ตั้งกี่รู แม้ว่ามันจะดูทันสมัยในยุคนี้ แต่เสื้อผ้าแสนซอมซ่อที่ใส่อยู่นั่นก็ควรจะโยนทิ้งไปได้แล้ว!

กู้หยวนและเย้เชี่ยนหรูต่างก็คิดไม่ถึงว่ารสนิยมของลูกชายจะแปลกประหลาดถึงขนาดนี้ ภาพตรงหน้ามันทำให้พวกเขาอึ้งจนพูดไม่ออก พวกเขาไม่สามารถคิดหาคำพูดใดได้เลย

หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งเย้เชี่ยนหรูก็สูดลมหายใจเล็กน้อย แล้วถามขึ้นมาว่า “เอ่อ เธอมีจริงๆเหรอ?”

“หนู...” หลินเฉี่ยนที่กำลังจะอ้าปากพูดก็ถูกกู้เฉิงเซียวพูดแทรกขึ้นก่อน “ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา พูดออกไปตอนนี้จะไม่ดี โบราณว่าห้ามทักในช่วงไตรมาสแรก”

“โอเค งั้นแม่ไม่ถามเรื่องนี้ก็ได้ ว่าแต่เธออายุเท่าไหร่?”

กู้เฉิงเซียวยังคงพูดแทรกขึ้นมาอีกครั้ง “อายุไม่ใช่ปัญหา เอาเป็นว่าเธอบรรลุนิติภาวะแล้ว แล้วก็สามารถจดทะเบียนสมรสได้ก็พอแล้วครับ”

สีหน้าของกู้หยวนเปลี่ยนไป สำหรับว่าที่ลูกสะใภ้ของบ้านนี้ เขาไม่ได้มีมาตรฐานอะไรมากมายนัก แต่อย่างน้อยๆมันก็ควรจะเป็นคนที่เหมาะสมกับลูกชายของเขาหน่อยสิ ความต้องการแค่นี้ของเขามันถือว่ามากเกินไปหรือยังไง? ดูผู้หญิงตรงหน้านี่สิ...ไม่น่าดูเอาซะเลย

เย้เชี้ยนหรูรู้สึกราวกับมีอะไรถ่วงอยู่กลางใจจนแทบหายใจไม่ออก หลังจากที่ใช้มือทุบอกตัวเองแรงๆไปครั้งหนึ่งเพื่อให้หายจากอาการจุกกลางอกนางก็ถามต่อว่า “แม่หนู พ่อกับแม่เธอรู้เรื่องนี้ไหม? พวกเขาเห็นด้วยกับเรื่องนี้รึเปล่า?”

แต่คนตอบก็ยังคงเป็นกู้เฉิงเซียวเช่นเดิม “พ่อแม่เธอไม่ได้ว่าอะไร เอ้อจริงสิ พ่อกับแม่น่าจะรู้จักหลินเผยพ่อของเธอนะครับ คนที่เคยช่วยงานพ่อก่อนหน้านี้ไง”

กู้หยวนคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะนึกถึงลูกน้องเก่าในกองทัพเมื่อหลายสิบปีก่อน “ลูกสาวของหลินเผยหรือ?”

หลินเฉี่ยนอยากจะตอบกลับไปแต่หลังจากที่เห็นสีหน้าของคนที่นั่งอยู่ด้านข้างเธอก็รีบกลืนคำพูดและเงียบเสียงในทันที

กู้เฉิงเซียวดึงแขนเธอให้ลุกขึ้นพร้อมกับพูดว่า “ตอนนี้พ่อกับแม่ก็ได้เห็นหน้าแฟนผมแล้ว งั้นพวกเราขอตัวเลยแล้วกันนะครับ” เขาฉุดคนตัวเล็กกว่าให้เดินออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่ในทันที

“เดี๋ยวสิอะไรของลูกเนี่ย?”

“เจ้าเด็กบ้า! กลับมาเดี๋ยวนี้นะ!”

กู้เฉิงเซียวไม่ได้สนใจเสียงเรียกและคำดุด่าของพ่อกับแม่และยังคงลากหลินเฉี่ยนที่มีสภาพไม่ต่างจากไก่ป่วยๆออกจากบ้านอย่างรวดเร็วโดยไม่รอให้คนทั้งสองตามมาได้ทัน

พวกเขาใช้เวลาไปไม่ถึงสิบนาทีเท่านั้นสำหรับการเปิดตัวหลินเฉี่ยนกับพ่อแม่สามีในครั้งนี้ มันเป็นการพูดคุยที่แสนจะกระชับ มันสั้นจนแทบจะไม่รู้รายละเอียดใดๆเลย ทุกเรื่องพูดกันแค่ผิวเผินเท่านั้น

เป็นเพราะความมืดในยามค่ำคืนจึงทำให้หลินเฉี่ยนมองคฤหาสน์ของตระกูลกู้ได้ไม่ชัดเจนเท่าไหร่นัก แต่ก็มากพอแล้วที่จะทำให้เธอมองเห็นสีหน้าพ่อแม่ของกู้เฉิงเซียวได้ และรับรู้อย่างชัดเจนได้ว่าพวกเขาไม่ได้ชอบขี้หน้าเธอเลยสักนิดเดียว

‘เหอะๆ ถ้าพวกเขาชอบก็บ้าแล้ว’

“เอ่อ...” เธอกำลังจะเอ่ยปากเพื่อทำลายความเงียบแต่กลับไม่รู้ว่าควรจะเรียกคนตัวโตกว่าว่าอะไร “ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ? เสร็จภารกิจรึยัง?”

“ตอนนี้เราจดทะเบียนกันแล้ว เธอคิดว่ายังมีอะไรไม่เรียบร้อยอีกหรือไง? สบายใจเถอะ เรื่องของฉัน ฉันจัดการเองได้”

“แล้ว...ทำไมต้องเป็นฉันด้วย?”

ภายใต้แสงจันทร์ที่สว่างไสวยามค่ำคืน หลินเฉี่ยนหันมองหน้าอีกฝ่ายอย่างเต็มตา แต่เธอก็ยังไม่กล้าสบตาเขาตรงๆอยู่ดีเพราะดวงตาคมคู่นั้นเต็มไปด้วยความเย็นชาที่ทำให้ไม่ว่าใครได้พบเห็นต่างก็ต้องรู้สึกเสียวสันหลังวาบทั้งนั้น

ต่อให้ผ่านไปอีกสักกี่ปี กู้เฉิงเซียวก็คิดเอาไว้ว่าเขาจะต้องย้ำเตือนตัวเองเสมอเรื่องที่ต้องระวังและหลีกเลี่ยงคำถามข้อนี้ของหลินเฉี่ยน เขาคิดในเวลานั้นว่าสาวน้อยตรงหน้าดูอ่อนแอมากจริงๆ เธอดูเปราะบางมาก หลินเฉี่ยนไม่ต่างจากฟางเส้นเดียวที่ต้องคอยประคองและจับยึดไว้ให้แน่น ไม่อย่างนั้นแล้วเธออาจจะแหลกสลายเหมือนฟางที่ขาดไปอย่างง่ายดายได้เลย

กู้เฉิงเซียวไม่ได้ตอบคำถามของหลินเฉี่ยนแม้ว่าจะถูกวางยาแต่เขาก็ไม่สามารถปฏิเสธได้อย่างเต็มปากว่าเรื่องในคืนนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากความหลงใหลในตัวเธอ และยิ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาไม่ได้ล่วงเกินเธอ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องน่าอับอายที่ตอกย้ำความผิดพลาดของคุณธรรมในจิตใจเขา เวลานี้มันยังเป็นความลับเสมือนถูกผ้าคลุมไว้ และเขาก็จะไม่ยอมให้ใครเปิดเผยหรือพูดถึงเรื่องนี้เป็นอันขาด

..

สายลมฤดูหนาวและความเย็นชาที่ถูกส่งผ่านมาจากสายตาของกู้เฉิงเซียวทำให้หลินเฉี่ยนรู้สึกหนาวเหน็บมากยิ่งขึ้นจนเธอต้องยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมากอดอกไว้

คนร่างเล็กกำลังเร่งฝีเท้าเพื่อตามคนตัวโตกว่าไปให้ทัน ทว่าทันใดนั้นกู้เฉิงเซียวก็ชะลอฝีเท้าลง หลินเฉี่ยนที่ตามมาติดๆไม่ทันได้สังเกตจึงชนเข้ากับแผ่นหลังของเขาเข้าเต็มๆ

ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้น จู่ๆไหล่บางทั้งสองข้างก็ถูกคลุมด้วยเสื้อคลุมตัวใหญ่ มันคือเสื้อตัวนอกของเครื่องแบบนายพล หลินเฉี่ยนรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นและกลิ่นกายของชายที่เรียกได้ว่าเป็น ‘สามีแปลกหน้า’ ของเธอ

สาวน้อยผมสั้นอายซ่านและเกิดอาการสั่นสะท้านขึ้นมาทันที มือบางรีบจับเสื้อไว้เพื่อที่จะดึงออกไป “ไม่ต้องๆ คุณใส่เถอะ” นี่คือเครื่องแบบทหาร สำหรับเธอแล้วเสื้อตัวนี้ถือเป็นของศักดิ์สิทธิ์ การที่เธอสวมใส่แบบนี้ อาจจะทำให้มันแปดเปื้อนเพราะตัวเธอได้

ทว่าคนตัวโตใช้มือของเขากดไว้บนบ่าของเธอ “ใส่ไปเถอะ กลางคืนมันหนาว”

เสียงของเขาดูอบอุ่นและนุ่มนวลกว่าทุกครั้ง หลินเฉี่ยนก้มลงมองมือแข็งแรงที่วางอยู่บนบ่า เธอเห็นนิ้วเรียวและเล็บที่สะอาดสะอ้าน เพียงแค่ฝ่ามือที่แตะเบาๆของเขาก็ส่งความอบอุ่นมาถึงตัวเธอได้จนทำให้หัวใจของสาวน้อยเต้นแรงขึ้น

แม้ว่าเขาจะดูเย็นชาและเยือกเย็นแต่เขาก็ยังมีมุมที่ละเอียดอ่อนไม่น้อย ‘หมอนี่ใส่ใจรายละเอียดต่อคนอื่นเหมือนกันแฮะ’

“หิวไหม? อยากกินอะไรรึเปล่า?”

“ไม่เป็นไรๆ” หลินเฉี่ยนรีบส่ายหน้าปฏิเสธ การที่เธอต้องมาเผชิญหน้ากับผู้ชายที่ดูสุขุมและนิ่งสงบแบบนี้ทำให้เธอกลายเป็นคนง่ายๆไปในทันที ในเวลานี้ที่เธอไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคือมิตรหรือศัตรูสิ่งที่ดีที่สุดคือต้องระมัดระวังตัวให้มากและให้อีกฝ่ายรู้จักตัวตนของเธอให้น้อยที่สุด

จ๊อกกกกกก~

ทันใดนั้นเสียงท้องของเธอดังขึ้น ‘ให้ตายเถอะ! ไม่ให้ความร่วมมือกันเลย’

กู้เฉิงเซียวกระตุกยิ้มขึ้นมา “ปากบอกไม่ แต่ร่างกายเธอมันโกหกไม่ได้นะ”

“.......”

ระหว่างที่พวกเขากำลังนั่งรถเพื่อไปหาของกินมื้อดึก โทรศัพท์ของกู้เฉิงเซียวก็ดังขึ้น มันเป็นสายเรียกเข้าจากที่บ้านของเขา ไม่ต้องเดากู้เฉิงเซียวก็พอจะรู้ว่าแม่ของเขาต้องการจะพูดอะไร

นิ้วใหญ่กดตัดสาย ทว่าแม่ของเขาก็โทรเข้ามาอีกครั้ง หลังจากกดตัดสายอยู่หลายครั้งกู้เฉิงเซียวก็ยอมแพ้ให้กับความพยายามของมารดา ในที่สุดเขาก็ต้องกดรับสายด้วยความเอือมระอา

“พ่อโทรไปถามหลินเผยแล้ว เขาบอกว่าหลินเฉี่ยนไม่ใช่ลูกสาวของเขา นี่ลูกอยากจะทำให้แม่อกแตกตายเลยรึไง! ทำไมลูกถึงหาผู้หญิงที่ดูก้ำกึ่งเพศแบบนั้นมาทำเมีย ทั้งๆที่มันก็มีตัวเลือกให้ลูกตั้งเยอะแยะ เรื่องอายุน้อยแม่ไม่ว่าหรอกนะ แต่เพราะหลินเผยบอกว่าตั้งแต่ที่พ่อกับแม่ของเธอแยกทางกันก็ไม่มีใครอบรมเลี้ยงดู แถมตอนอยู่ที่มหา’ลัยเธอยังเป็นเด็กมีปัญหาด้วย พ่อกับแม่ไม่ยอมให้ลูกคบกับผู้หญิงคนนี้นะ!”

“ข้าวสารมันสุกจนกลายเป็นข้าวสวยแล้ว ไม่ทันแล้วครับแม่”

“ลูกในท้องจะคลอดหรือไม่คลอดก็ตามใจ ถ้าเธอตัดสินใจจะคลอดเราจะเลี้ยงให้เอง แต่ถ้าเธอจะเอาออกก็รีบไปเอาออกซะ”

“แม่ครับ ทำแบบนี้เกินไปแล้วนะ!”

“ที่เกินไปคือลูกต่างหากล่ะ!” เย้เชี้ยนหรูโกรธจนหน้ามืดก่อนที่จะยื่นโทรศัพท์ไปหากู้หยวน ทันทีที่กู้หยวนรับโทรศัพท์มาไว้ในมือเขาก็เอ่ยปากด่าขึ้นมาในทันที “ไอ้ลูกเวร! นี่แกคิดอยากจะเป็นศัตรูกับฉันใช่ไหมถึงทำแบบนี้?”

เป็นเพราะเสียงที่ตะโกนเข้ามาในสายจึงทำให้กู้เฉิงเชี่ยนรีบดึงโทรศัพท์ออกห่างจากหูก่อนที่จะหันไปมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านข้างซึ่งกำลังมองมาด้วยสายตาราวกับจะบอกเขาว่า ได้โปรดล่ะอย่าทอดทิ้งฉันเลย~

.

.

.

ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

จบบทที่ ตอนที่ 6 ปากบอกไม่แต่ร่างกายกลับต้องการ

คัดลอกลิงก์แล้ว