เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 - การเผชิญหน้าอย่างกะทันหัน

บทที่ 13 - การเผชิญหน้าอย่างกะทันหัน

บทที่ 13 - การเผชิญหน้าอย่างกะทันหัน


บทที่ 13 - การเผชิญหน้าอย่างกะทันหัน

ร่างกายเหนือมนุษย์ พลังต้นกำเนิดไร้ขีดจำกัด ชีวิตเป็นอมตะ จิตวิญญาณไม่มีวันดับสูญ เครื่องจักรกลผู้ยิ่งใหญ่

นี่คือประโยคทั้งห้าที่ถูกสลักไว้บนกำแพงภาพเงาจักรวาล ณ ศูนย์บัญชาการใหญ่ของสมาพันธ์แห่งดวงดาว

ร่างกาย พลังต้นกำเนิด ชีวิต จิตวิญญาณ และเครื่องจักรกล

เป็นตัวแทนของระบบพลังพิเศษทั้งห้าสาย

เมื่อผู้มีพลังพิเศษปลุกพลังขึ้นมาเป็นครั้งแรก นั่นก็จะเป็นตัวกำหนดเส้นทางวิวัฒนาการของเขาไปตลอด

ตั้งแต่เริ่มต้นทศวรรษแห่งจุดกำเนิด เรื่อยมาจนถึงยุคทะเลดาว

พรสวรรค์พลังพิเศษที่ผู้มีพลังพิเศษทุกคนปลุกขึ้นมาได้

ล้วนมีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น!

แม้แต่ผู้ที่ปลุกพลังผ่านการหลอมรวมกับดาราสถิตก็ไม่มีข้อยกเว้น

ดังนั้นเย่ว์เหิงจึงไม่เคยคาดคิดเลย

ว่าหลังจากที่ตนเองหลอมรวมกับ “ฮ่าวเทียน” แล้ว จะสามารถปลุกพรสวรรค์พลังพิเศษถึงสองสายขึ้นมาได้พร้อมกัน

เรื่องนี้พลิกความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพลังพิเศษไปอย่างสิ้นเชิง

ยิ่งไปกว่านั้น “ศาสตร์แห่งความเข้ากันได้กับเครื่องจักร” และ “การเสริมพลังจิต” ต่างก็เป็นพรสวรรค์พลังพิเศษระดับสูงสุดทั้งคู่

แม้ชื่อของสองพรสวรรค์นี้จะดูธรรมดา ไม่ได้ฟังดูเท่บาดใจ หรือหรูหราอลังการอะไร

แต่ทั้งสองอย่างนี้ ล้วนจัดอยู่ในพรสวรรค์พลังพิเศษลำดับที่หนึ่ง!

ระดับของพรสวรรค์พลังพิเศษแบ่งออกเป็น ลำดับที่หนึ่ง สอง สาม และสี่

ลำดับที่หนึ่งคือระดับสูงสุด ลำดับที่สี่คือระดับต่ำสุด

ในชาติที่สองของเย่ว์เหิง พรสวรรค์ที่เขาปลุกได้ก็คือ “ศาสตร์แห่งความเข้ากันได้กับเครื่องจักร”

ยิ่งระดับของพรสวรรค์พลังพิเศษสูงเท่าไหร่ ขีดจำกัดในการเติบโตก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

การที่เย่ว์เหิงสามารถก้าวขึ้นเป็นปรมาจารย์เครื่องจักรกลระดับเก้าได้ในท้ายที่สุด

นอกจากความพยายามของตัวเองแล้ว ปัจจัยสำคัญที่สุดก็คือเขาได้ปลุกพรสวรรค์ระดับที่หนึ่งขึ้นมานั่นเอง

การได้ปลุกพลัง “ศาสตร์แห่งความเข้ากันได้กับเครื่องจักร” อีกครั้งในครั้งนี้

ไม่ได้เหนือความคาดหมายของเย่ว์เหิงนัก

แต่ของแถมอย่าง “การเสริมพลังจิต” นี่สิ ที่ถือเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่

ต้องรู้ว่า “การเสริมพลังจิต” เป็นพรสวรรค์พลังพิเศษระดับสูงสุดของสายจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นตัวแทนของศักยภาพในการเติบโตที่ไร้ขีดจำกัด

เย่ว์เหิงมีโอกาสอย่างยิ่งที่จะใช้พลังนี้ในการทะลวงผ่านกำแพงข้อจำกัดที่เคยพบในชาติก่อน และก้าวไปสู่จุดสูงสุดในระดับใหม่!

ครั้งนี้ถือว่ากำไรบานเบอะจริงๆ!!

ด้วยจิตใจที่แน่วแน่ดุจหินผาของเย่ว์เหิง ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเผยความดีใจออกทางสีหน้า

ผ่านไปพักใหญ่กว่าอารมณ์ของเขาจะสงบลง

เมื่อดูเวลา ตอนนี้เพิ่งจะผ่านไปเพียงสิบกว่านาที นับตั้งแต่ที่เขาพบ “ฮ่าวเทียน”

การหลอมรวมดาราสถิตเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในชั่วพริบตา ไม่สำเร็จก็ตายในวินาทีนั้น

แม้ว่าความสำเร็จในการหลอมรวม จะเป็นเพียงก้าวแรกของเส้นทางวิวัฒนาการสู่พลังพิเศษ

แต่เย่ว์เหิงก็สามารถสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตัวเอง หลังจากปลุกพรสวรรค์พลังพิเศษ!

พลังจิตของเขาเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ความสามารถในการรับรู้สิ่งรอบตัวเฉียบคมขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็น การได้ยิน หรือการดมกลิ่น ล้วนเหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไปอย่างเทียบไม่ติด

และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น!

ท้องฟ้าในเวลานี้มืดสนิทแล้ว ในป่าทึบมีเสียงสัตว์ป่าหอนแว่วมาให้ได้ยินเป็นระยะ

แม้เย่ว์เหิงจะไม่รู้สึกหวาดกลัว แต่ก็ไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป

เขาบรรลุจุดประสงค์แล้ว จึงก้าวเดินบนเส้นทางขากลับ

ฝีเท้าก็เบาหวิวขึ้นมาก

เมื่อเย่ว์เหิงลงมาถึงตีนเขา และเดินตามทางสายเล็กที่เปิดไว้ก่อนหน้านี้มุ่งหน้าไปยังทางเดินบนเขา

จู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากข้างหน้า

พร้อมกับเห็นแสงสว่างจากไฟฉาย

หืม?

เย่ว์เหิงชะงักไปเล็กน้อย

ทีแรกเขานึกถึงคุณตาในหมู่บ้านบนเขา

แต่วินาทีต่อมา ร่างอันปราดเปรียวร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในสายตาของเย่ว์เหิง!

“เอ๊ะ?”

ในขณะที่เย่ว์เหิงจ้องมองผู้มาเยือนอย่างไม่ได้รับเชิญ อีกฝ่ายก็สังเกตเห็นเขาเช่นกัน

และหยุดชะงักฝีเท้าลงทันที

อาศัยแสงจากไฟฉาย เย่ว์เหิงมองเห็นรูปร่างหน้าตาของผู้มาเยือนได้อย่างชัดเจน

อีกฝ่ายเป็นชายหนุ่มอายุราวๆ ยี่สิบปี ส่วนสูงไล่เลี่ยกับเย่ว์เหิง นัยน์ตาเรียวยาวและมีสีหน้าเหี้ยมเกรียม

ที่หูซ้ายสวมต่างหูรูปหัวกะโหลก

เขาสวมเสื้อแจ็กเกต กางเกงขายาว และรองเท้าบูตหนัง

พร้อมกับสะพายเป้ไว้ด้านหลัง ดูเหมือนนักเดินป่าตามมาตรฐานเป๊ะ

แต่เย่ว์เหิงสังเกตเห็นว่า ที่เอวของอีกฝ่ายยังเหน็บมีดกุรข่าทรงโค้งพร้อมฝักไว้อีกเล่ม

นี่ไม่ใช่อุปกรณ์ของนักเดินป่าทั่วไปแล้ว!

เมื่อเห็นเย่ว์เหิงขวางทางอยู่ ชายสวมต่างหูก็แสดงสีหน้าสงสัยและระแวดระวัง

ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว แม้แต่ชาวบ้านในหมู่บ้านบนเขาก็ย้ายออกไปเกือบหมดแล้ว

การมาเจอกับคนในป่ารกร้างยามค่ำคืนเช่นนี้

ไม่ว่าใครก็คงไม่อาจนิ่งนอนใจได้

แถมไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวหรือบุคลิกหน้าตา เย่ว์เหิงก็ดูไม่เหมือนคนในพื้นที่เลยสักนิด

เย่ว์เหิงพยักหน้าให้ผู้มาเยือน “สวัสดี”

ชายสวมต่างหูขมวดคิ้ว ไม่พูดอะไร

เขาชอบขับรถเที่ยวไปทั่วประเทศ มักจะบุกป่าฝ่าดงเข้าไปในเขตไร้ผู้คนเพียงลำพัง

วันนี้เกิดนึกครึ้มใจเลยขับรถมาเที่ยวแถวนี้

พอเห็นว่าฟ้ากำลังจะมืด

จึงตั้งใจจะไปขอพักค้างคืนที่หมู่บ้านบนเขาข้างหน้า

ผลปรากฏว่าจู่ๆ ท้องฟ้าก็เกิดฝนดาวตก

ชายสวมต่างหูเห็นว่ามีดาวตกดวงหนึ่ง ตกลงมาบนภูเขาใกล้ๆ นี้เอง!

เขาเกิดความสนใจอย่างมากในทันที

จึงไม่สนอันตราย เตรียมขึ้นเขาไปตามหาอุกกาบาตอย่างกระตือรือร้น

คิดไม่ถึงว่าจะมาบังเอิญเจอเย่ว์เหิงเสียก่อน

ชายสวมต่างหูรู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย ราวกับของรักถูกคนอื่นแย่งชิงไป

เขาหรี่ตาลง มองเย่ว์เหิงด้วยสายตาเย็นชา “นายขึ้นไปเก็บอะไรมาได้ข้างบนนั้น?”

สัญชาตญาณบอกชายสวมต่างหูว่า เย่ว์เหิงต้องชิงตัดหน้าเขาไปแล้วแน่ๆ!

ความจริงแล้วด้วยฐานะของเขา ไม่ได้สนใจอุกกาบาตเล็กๆ น้อยๆ หรอก

แต่ภายในใจของเขากลับรู้สึกไม่สบอารมณ์มากขึ้นเรื่อยๆ อารมณ์ก็เริ่มพลุ่งพล่าน

อยากจะระบายความหงุดหงิด!

เขาหวังว่าเย่ว์เหิงจะรู้จักประเมินสถานการณ์

เย่ว์เหิงยิ้ม “มันไม่เกี่ยวอะไรกับนายเลยไม่ใช่เหรอ?”

หากสังเกตดีๆ จะเห็นว่าในดวงตาของเย่ว์เหิงในเวลานี้ ไม่มีร่องรอยของความรู้สึกอยากยิ้มเลยแม้แต่น้อย

บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนตึงเครียดขึ้นมาในทันที!

ผ่านไปครู่หนึ่ง ชายสวมต่างหูก็เบี่ยงตัวหลบ

เพื่อเปิดทางให้

เย่ว์เหิงมองชายสวมต่างหูอย่างลึกซึ้งแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินตรงไปหาอีกฝ่ายโดยไม่ลังเล

ทั้งสองเดินสวนกัน

ในวินาทีที่เย่ว์เหิงเดินผ่านไป แววตาของชายสวมต่างหูก็ปรากฏรังสีอำมหิตขึ้น

เขาชักมีดกุรข่าที่เหน็บอยู่ข้างเอวออกมาอย่างกะทันหัน

ฟันฉับไปที่หลังคอของเย่ว์เหิง

โหดเหี้ยมอำมหิตถึงขีดสุด!

ทว่าเย่ว์เหิงราวกับคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า

ในจังหวะที่ชายสวมต่างหูชักมีด เขาหันกลับมาและเตะสวนกลับไปโดยไม่ต้องคิด

ก่อนที่มีดโค้งของอีกฝ่ายจะเข้าถึงตัว เท้าของเขาก็เตะเข้าที่หน้าท้องของอีกฝ่ายอย่างแรง

มังกรสะบัดหาง!

ปัง!

ลูกเตะของเย่ว์เหิงรุนแรงและหนักหน่วง ใช้พลังไปเต็มที่

ชายสวมต่างหูร้องครวญครางเสียงหลง ร่างกระเด็นลอยละลิ่วไปไกลถึงสองสามเมตร!

สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็คือ

หลังจากโดนโจมตีอย่างหนักหน่วง เขากลิ้งไปบนพื้นสองตลบ แล้วส่งเสียงคำรามราวกับสัตว์ป่า พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา

พร้อมกับใช้มือซ้ายที่ถือไฟฉาย ขว้างใส่เย่ว์เหิงอย่างสุดแรง

การโจมตีแบบนี้ย่อมทำอันตรายเย่ว์เหิงไม่ได้

เย่ว์เหิงหลบได้อย่างง่ายดาย

ชายสวมต่างหูอาศัยจังหวะนั้นลุกขึ้นยืน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว เหวี่ยงมีดฟันเข้าใส่เย่ว์เหิง

รวดเร็ว ดุดัน และไร้ความปรานี!

เย่ว์เหิงถอยหลังต่อเนื่องไปหลายก้าว หลบหลีกการตอบโต้กลับอย่างบ้าคลั่งของอีกฝ่าย

ในใจลอบตื่นตระหนก

ชายสวมต่างหูคนนี้ต้องเป็นคนมีวิชาอย่างแน่นอน

ความว่องไวและความสามารถในการทนทานต่อการถูกโจมตีของเขา ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะเทียบได้เลย

หากเปลี่ยนเป็นเย่ว์เหิงที่เพิ่งย้อนกลับมา การตั้งตัวไม่ทันอาจทำให้เสียเปรียบได้

เผลอๆ อาจจะพลาดท่าเสียทีให้กับมีดเร็วของอีกฝ่าย!

แต่เย่ว์เหิงในตอนนี้ สมรรถภาพทางกายดีขึ้นมาก แถมเพิ่งจะหลอมรวมกับดาราสถิตมาหมาดๆ

และปลุกพรสวรรค์พลังพิเศษแล้วด้วย

แม้เขาจะยังไม่สามารถกระตุ้นพลังพิเศษออกมาใช้ได้ในตอนนี้

แต่การรับรู้ที่เพิ่มขึ้นจาก “การเสริมพลังจิต” ก็ยังคงยกระดับพลังการต่อสู้ของเย่ว์เหิงได้อย่างมหาศาล!

เขาหลบการโจมตีของชายสวมต่างหูได้สองครั้งติด

เย่ว์เหิงพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างฉับพลัน ชนเข้าที่อกของอีกฝ่ายอย่างแรง

ปัง!

ชายสวมต่างหูถูกชนจนล้มลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง

ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะลุกขึ้น เย่ว์เหิงก็กระทืบเท้าลงไปที่ข้อมือขวาของเขาเต็มแรง

กร๊อบ!

มีดกุรข่ากระเด็นหลุดจากมือ กระดูกมือของชายสวมต่างหูก็หักสะบั้น

“อ๊าก!”

เสียงร้องโหยหวนดังกึกก้องไปทั่วบริเวณป่าเขารกร้าง!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 13 - การเผชิญหน้าอย่างกะทันหัน

คัดลอกลิงก์แล้ว