เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25: จางไฉจวินผู้ชอกช้ำ

บทที่ 25: จางไฉจวินผู้ชอกช้ำ

บทที่ 25: จางไฉจวินผู้ชอกช้ำ


บทที่ 25: จางไฉจวินผู้ชอกช้ำ การปรากฏตัวของผู้แปดเปื้อน!

"ปัง!" ภายใต้สายตาที่จับจ้องของจางไฉจวิน ครูฝึกโอวไค่หลาง อวี๋เจิ้งหยาง และคนอื่นๆ ลู่เจิงค่อยๆ ปล่อยหมัดออกไปอย่างเชื่องช้า หมัดนั้นเปรียบดั่งแสงรุ่งอรุณที่สาดส่องทะลวงความมืดมิด ทำลายความเงียบงันรอบบริเวณลงจนหมดสิ้น

นี่เป็นครั้งแรกที่ลู่เจิงเคยเห็นคนขอร้องอะไรแบบนี้... เสนอตัวให้คนอื่นต่อยเนี่ยนะ... แถมยังพูดจาซะฮึกเหิมและไม่ยอมแพ้ขนาดนั้น ถ้าเขาไม่สนองความต้องการของจางไฉจวิน ลู่เจิงก็คงรู้สึกผิดต่อตัวเองแย่

ในเมื่อนายต้องการทำลายฝันร้ายของนาย งั้นฉันก็จะให้โอกาสนั้น แต่มันก็ขึ้นอยู่กับว่านายจะรับมือไหวหรือเปล่าล่ะนะ

แน่นอนว่าหมัดนี้ลู่เจิงยั้งมือเอาไว้ ไม่อย่างนั้น ด้วยพลังรบที่สูงถึง 22 แต้มของเขา การจัดการกับจางไฉจวินที่มีพลังรบแค่ 5 แต้ม คงทำให้หลอดเลือดของอีกฝ่ายลดฮวบจนตายคาที่ในหมัดเดียวเป็นแน่

"เขา... เขาลงมือจริงๆ ด้วย..."

"ลู่เจิงกล้ารับคำท้านี้จริงๆ ด้วย..."

"ต่อไปก็ตาจางไฉจวินโต้กลับแล้ว เขาจะรับไหวไหมเนี่ย?"

บางคนยังคงไม่อยากเชื่อกับภาพที่เห็นและเอ่ยปากด้วยความกังวล ทว่าครูฝึกโอวไค่หลางกลับไม่ได้ใส่ใจหมัดของลู่เจิงเลย เขาประเมินความแข็งแกร่งของจางไฉจวินในปัจจุบันไว้แล้ว สิ่งที่เขาต้องจดจ่ออย่างเต็มที่ก็คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ต่างหาก

เขาเคยลั่นวาจาไว้แล้วว่าจะไม่ยอมให้ลู่เจิงได้รับบาดเจ็บเด็ดขาด หากเห็นท่าไม่ดี เขาจะเข้าไปแทรกแซงทันที

"เหล่าลู่ นายทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย..."

อวี๋เจิ้งหยางที่ยืนอยู่ด้านข้างเอ่ยขึ้นอย่างจนใจ แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว เขาก็ทำได้เพียงสวดภาวนาขอให้จางไฉจวินออมมือให้เพื่อนรักของเขาก็เท่านั้น

ทุกคนต่างจดจ้องไปยังทั้งสองคนที่ยืนอยู่ตรงกลางลานกว้าง อยากรู้ใจจะขาดว่าจางไฉจวินจะโต้กลับอย่างไร ทว่าวินาทีต่อมา พวกเขากลับเห็นใบหน้าของจางไฉจวินบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด แววตาของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและไม่อยากจะเชื่อ เหงื่อกาฬแตกพลั่กไปทั่วทั้งร่าง

เขากุมท้องด้วยความเจ็บปวด และค่อยๆ หันไปมองครูฝึกที่อยู่ไกลออกไป

หยาดน้ำตาไหลรินออกจากหางตา ริมฝีปากของเขาเผยอขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะขยับปากพูดอย่างยากลำบาก "ช่วย... ช่วยผมด้วย..."

ครูฝึกโอวไค่หลาง: "???????"

"ตุ้บ!" สิ้นเสียงของจางไฉจวิน ร่างของเขาก็ล้มตึงลงไปนอนกองอยู่แทบเท้าของลู่เจิงอย่างหมดสภาพ ไร้ซึ่งการตอบสนองใดๆ ภาพนั้นช่างถอดแบบมาจากเหตุการณ์เมื่อหลายวันก่อนไม่มีผิดเพี้ยน

"หืม???"

"เฮ้ย!!!"

ฝูงชนแตกตื่น เสียงฮือฮาดังอื้ออึงไปทั่วบริเวณ แต่คนที่ช็อกที่สุดคงหนีไม่พ้นครูฝึกโอวไค่หลาง ในเวลานี้เขาถึงกับยืนอึ้งเป็นไก่ตาแตก ภาพตรงหน้ามันเกินกว่าที่สมองของเขาจะทำความเข้าใจได้ เขาถึงขั้นแอบคิดว่าจางไฉจวินแกล้งทำเพื่อปั่นหัวเขาเล่นหรือเปล่า

ทว่าเมื่อเห็นหยาดน้ำตาหยดสุดท้ายของจางไฉจวิน และได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือนั่น มันก็ทำให้เขาตระหนักถึงความจริง และเผลอแสดงปฏิกิริยาที่เสียอาการที่สุดเท่าที่เคยมีมา

"แม่เจ้าโว้ย แบบนี้ก็ได้เหรอวะ?!"

"ช่วยด้วย รีบช่วยเขาเร็วเข้า! โทร 120 เรียกหมอด่วน!"

"จางไฉจวิน ตื่นสิโว้ย! อย่ามาทำแบบนี้นะเว้ย!"

อวี๋เจิ้งหยางเดินเข้าไปหาลู่เจิงด้วยสีหน้าตกตะลึง ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงขณะกลืนน้ำลาย "ฉันชักจะสงสัยอีกแล้วสิ... นายคือลู่เจิงตัวจริงใช่ไหมวะเนี่ย?"

"ฉันก็ช่วยไม่ได้นี่นา เขาขอให้ฉันต่อยเองนะ บางทีช่วงนี้ฉันอาจจะกินจุขึ้น ก็เลยมีแรงเยอะขึ้นมาอีกมั้ง"

ลู่เจิงยักไหล่ ยังไงซะทางโรงเรียนก็มีคำอธิบายสำหรับพละกำลังของเขาอยู่แล้ว ส่วนหมัดนั้น ถึงแม้แรงที่ปล่อยออกไปจะไม่ได้มากกว่าเมื่อหลายวันก่อนสักเท่าไหร่ แต่เขาได้ใช้ทักษะเจาะทะลวง ทำให้แรงส่วนหนึ่งทะลุผ่านการป้องกันและพุ่งตรงเข้าไปสร้างความเสียหายภายในร่างกายของอีกฝ่ายได้โดยตรง

แม้จะไม่ถึงตาย แต่มันก็มากพอที่จะทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวดเจียนตายได้

ครูฝึกโอวไค่หลางอุ้มร่างของจางไฉจวินขึ้นมาด้วยความลุกลี้ลุกลนแล้วรีบวิ่งออกไป ก่อนจะไปเขาปรายตามองลู่เจิงอย่างมีความหมาย ทว่าลู่เจิงก็แกล้งทำเป็นมองไม่เห็น ในขณะเดียวกัน ครูหลี่ซวง ครูประจำชั้นที่เพิ่งมาถึงก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา

เธออ้าปากค้างขณะยืนฟังคำบอกเล่าของนักเรียน นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่าบทบาทผู้คุ้มครองของเธอช่างดูไร้ประโยชน์เสียจริง แต่ถึงอย่างนั้น ลู่เจิงก็ทำได้ยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว!

...

"ก็ยังคงไม่มีพรสวรรค์อยู่ดี!"

"น่าจะเป็นเพราะสาเหตุเดิมนั่นแหละ ช่วงนี้ลู่เจิงกินเยอะขึ้น พละกำลังก็เลยเพิ่มขึ้นมาก"

ครูฝึกโอวไค่หลางกล่าวช้าๆ แม้ว่าเขาจะเริ่มชาชินกับข้ออ้างนี้และเริ่มจะเชื่อมันแล้ว ทว่าเครื่องมือทดสอบไม่มีทางผิดพลาด คนที่มีความเข้มข้นของพลังวิญญาณในร่างกายไม่เพียงพอ จะไปเป็นผู้ผ่านการวิวัฒนาการและปลุกพลังพิเศษขึ้นมาได้อย่างไร?

เขายังไม่ได้ตัดความคิดเรื่องการแกล้งเป็นหมูเพื่อหลอกกินเสือเหมือนในนิยายหรอกนะ แต่เด็กคนนี้เป็นแค่คนธรรมดาจริงๆ นี่นา!

สำหรับผลลัพธ์ที่ออกมา ฝูงชนต่างพากันพูดไม่ออก คนธรรมดาสามารถต่อยผู้ผ่านการวิวัฒนาการจนสลบได้ในหมัดเดียวอีกแล้ว

หืม? ทำไมถึงต้องใช้คำว่า 'อีกแล้ว' ด้วยล่ะ?

"แล้วจางไฉจวินเป็นยังไงบ้างคะ?" ครูหลี่ซวงเอ่ยถาม ครูฝึกโอวไค่หลางนึกถึงเด็กหนุ่มในห้องพยาบาลที่พอฟื้นขึ้นมาก็โผเข้ากอดเขาพร้อมกับปล่อยโฮออกมาอย่างหนัก เขารู้สึกสงสารจับใจ หากไม่ใช่เพราะคำแนะนำของเขา บางทีฝันร้ายของเด็กคนนั้นอาจจะไม่เลวร้ายเท่าตอนนี้ก็ได้

"เขา... ก็คงไม่เป็นไรแล้วล่ะมั้งครับ..." ครูฝึกโอวไค่หลางตอบด้วยความไม่แน่ใจนัก เมื่อได้ยินคำตอบที่แบ่งรับแบ่งสู้ของครูฝึก ผู้บริหารโรงเรียนที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็เอ่ยขึ้น "เรื่องนี้ปล่อยผ่านไปก่อนแล้วกัน ในฐานะครูฝึก แต่ครูฝึกโอวไค่หลางกลับละเลยต่อหน้าที่ ดังนั้นเขาจะถูกตักเตือนอย่างเป็นทางการจากทางโรงเรียน ถูกหักเงินเดือนสามเดือน และถูกระงับการเบิกจ่ายหินวิญญาณเป็นเวลาหนึ่งเดือน"

เมื่อได้ยินประโยคสุดท้าย ครูฝึกโอวไค่หลางก็รู้สึกเหมือนน้ำท่วมปาก กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาทำได้เพียงพยักหน้ารับอย่างจำนน หากขาดหินวิญญาณไป ดูเหมือนว่าความเร็วในการฝึกฝนบ่มเพาะของเขาคงต้องล่าช้าลงไปอีก

"ส่วนลู่เจิง ในเมื่อเขาไม่มีพรสวรรค์ ก็ให้เขาเรียนอยู่ห้องธรรมดาต่อไป แต่ช่วงนี้ครูประจำชั้นต้องคอยจับตาดูเขาให้ดีหน่อยนะ ท้ายที่สุดแล้ว โรงเรียนของเราก็จัดการเรื่องนี้ได้ไม่ดีเท่าไหร่"

"ส่วนจางไฉจวิน ก็ดูแลเขาให้ดี แล้วก็กำชับเขาด้วยว่าอย่าไปก่อเรื่องที่ไหนอีก"

พูดจบ ผู้บริหารโรงเรียนก็เดินจากไป เหตุการณ์ที่สร้างความฮือฮาไปทั่วโรงเรียนก็จบลงเพียงเท่านี้ และลู่เจิงที่กลายเป็นคนดังขึ้นมาอีกครั้ง ก็เรียนเสร็จและกำลังมุ่งหน้ากลับบ้าน

ส่วนอวี๋เจิ้งหยาง เขาบอกว่าคืนนี้ห้องเรียนวิวัฒนาการมีกิจกรรมใหญ่ โดยอ้างว่าเบื้องบนได้จัดเตรียมให้พวกเขาได้ไปชมการต่อสู้ระหว่างผู้ผ่านการวิวัฒนาการของจริง เขาจึงไม่ได้กลับบ้านพร้อมกับลู่เจิง

ลู่เจิงไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงอะไรต่อ ยังไงซะเรื่องของห้องเรียนวิวัฒนาการก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาอยู่แล้ว

สำหรับผลลัพธ์จากการกระทำของเขา ลู่เจิงไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด ทุกคนเห็นกันเต็มสองตาว่าจางไฉจวินเป็นคนขอให้เขาต่อยเอง ดังนั้นมันจึงไม่ใช่ความผิดของเขาเลย หวังว่าหลังจากนี้ หมอนั่นคงไม่กล้ามาท้าประลองกับเขาอีกนะ

ในขณะเดียวกัน จางไฉจวินที่ฟื้นขึ้นมาในห้องพยาบาลแล้วก็กำลังหลั่งน้ำตาด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว เมื่อนึกถึงภาพจำที่คอยตามหลอกหลอนอยู่ในหัว เขาก็แผดเสียงร้องตะโกนออกมา

"ลู่เจิง ฉันไม่ยอมรับหรอกเว้ย! ไม่ช้าก็เร็ว ฉันจะต้องเอาชนะแกให้ได้!"

ลู่เจิงที่กำลังเดินกลับบ้านชะงักฝีเท้าลง จู่ๆ เขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ถ้าจางไฉจวินเกิดเสียสติมาท้าประลองกับเขาอีกรอบ เขาควรจะซัดหมอนั่นให้สลบไปอีกรอบดีไหมนะ?

"คงไม่มีใครเสพติดการโดนต่อยหรอกมั้ง?"

"ช่างเถอะ ถ้ามันมาท้าอีก ก็แค่ซัดให้สลบไปอีกรอบก็สิ้นเรื่อง"

ลู่เจิงพึมพำกับตัวเองเบาๆ ทว่าจู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นที่ข้างหู

"ไอ้หนู อยากแข็งแกร่งขึ้นไหม?"

"การที่ต้องทนเห็นพวกผู้ผ่านการวิวัฒนาการมองต่ำลงมามันรู้สึกยังไงล่ะ?"

"อยากจะแข็งแกร่งขึ้นบ้างไหม?"

"อยากเป็นคนที่อยู่เหนือคนอื่นหรือเปล่า?"

"หืม?" ลู่เจิงหยุดเดินเมื่อได้ยินเสียงนั้น และหันไปมองคนที่พูดซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเขาทันที

ชายคนนั้นแต่งตัวมอมแมม นั่งอยู่ริมถนนพร้อมกับเศษเหรียญจำนวนหนึ่งในมือ ท่าทางดูเหมือนขอทานไม่มีผิด

เมื่อเห็นลู่เจิงหันมามอง ขอทานวัยกลางคนก็เผยรอยยิ้มบางๆ แล้วพูดขึ้นอีกครั้ง "ไอ้หนู เอ็งเชื่อเรื่องวาสนาไหมล่ะ?"

"ข้าให้โอกาสเอ็งแข็งแกร่งขึ้นได้นะ!"

"ไม่ต้องรีบตัดสินใจหรอก กลับไปคิดดูให้ดีก่อน ถ้าอยากแข็งแกร่งขึ้น ก็มาหาข้าที่นี่ได้เลย"

"จำไว้นะ โอกาสไม่เคยรอใคร ข้าจะอยู่ที่นี่แค่อีกสามวันเท่านั้น"

ขอทานพูดจบก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนแล้วเดินจากไปโดยไม่รอให้ลู่เจิงได้ตอบโต้ใดๆ ทิ้งให้ลู่เจิงยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น ทว่าสิ่งที่ทำให้ลู่เจิงฉงนใจไม่ใช่คำพูดของขอทานลึกลับคนนี้ แต่เป็นหน้าต่างสถานะอันคุ้นเคยที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาต่างหาก

【มนุษย์: จางเทียนรุ่ย】 (แปดเปื้อนพลังชั่วร้าย)

【พลังพิเศษ】: แปลงร่างสัตว์ป่า

【ระดับ】: ขั้นที่ 1 ระดับเริ่มต้น

【พลังรบ】: 6

จบบทที่ บทที่ 25: จางไฉจวินผู้ชอกช้ำ

คัดลอกลิงก์แล้ว