- หน้าแรก
- ซูเปอร์สตาร์สาวบ้างานกับสามีที่เป็นพ่อบ้านสุดแสนจะ(ไม่)ธรรมดา
- บทที่ 10 - พ่อขอเป็นวัวแก่ไถนา ปล่อยให้แม่เพลิดเพลินกับความรุ่งโรจน์
บทที่ 10 - พ่อขอเป็นวัวแก่ไถนา ปล่อยให้แม่เพลิดเพลินกับความรุ่งโรจน์
บทที่ 10 - พ่อขอเป็นวัวแก่ไถนา ปล่อยให้แม่เพลิดเพลินกับความรุ่งโรจน์
"จำไว้! ตอนนี้นิ้วมือซ้ายต้องผ่อนคลายมากๆ สัมผัสถึงความรู้สึกผ่อนคลายนี้แล้วเอาไปรวมกับความรู้สึกตอนกดสายจริงๆ แบบนี้น้ำหนักการกดสายของมือซ้ายก็จะค่อยๆ เข้าใกล้ความรู้สึกของการแตะสายเบาๆ และเริ่มผ่อนคลายมากขึ้น"
"จากนั้นก็ให้นิ้วมือซ้ายแต่ละนิ้วฝึกไล่สเกลครึ่งเสียงสลับกันระหว่างเสียงเต็มกับเสียงบอด แล้วก็เอาวิธีฝึกนี้ไปใช้กับทุกสายทุกเฟรต"
"ปัญหาข้อแรกแก้ได้แบบนี้!"
หลังจากเสิ่นฉีพูดจบเขาก็พยักหน้าให้ตัวเองด้วย
"ใช่! แก้ได้แล้ว!"
ดันกลายเป็นว่าเสิ่นเสี่ยวคุนทำหน้าตาน่ารัก เพราะเขารู้สึกว่าสิ่งที่เสิ่นฉีพูดมันถูกต้องมาก
[เชี่ย? สมองฉันเบลอไปหมดแล้ว เขาเข้าใจจริงๆ ด้วย!]
[เดี๋ยวนะ ... ทำไมฉันถึงรู้สึกงงๆ เสิ่นฉีเป็นแค่ปลิงเกาะผู้หญิงกินไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงดูเหมือนจะเก่งรอบด้านเลยล่ะ]
[หลงรักเลย บรรยากาศที่ดูนิ่งสงบเยือกเย็นแถมยังมั่นใจเต็มเปี่ยมแบบนี้มันยาพิษชัดๆ]
[ยอมใจเลย เมียฉันด่าฉันว่าเป็นขยะไม่หยุดเลยเนี่ย]
"แล้วข้อที่สองล่ะ?" เสิ่นเสี่ยวคุนอดไม่ได้ที่จะถาม
เสิ่นฉีพยักหน้าแล้วตอบเสียงเรียบ
"ข้อที่สอง วิธีการสั่นสายของแกมันผิด แกสั่นแบบตั้งฉากกับสายกีตาร์ แต่วิธีการสั่นสายที่ถูกต้องคือ ข้อมือและนิ้วมือต้องผ่อนคลายมากๆ แล้วกดค้างไว้ที่จุดเดียว จากนั้นให้นิ้วมือขยับซ้ายขวาตามแนวสายกีตาร์ ... "
เสิ่นฉีหยุดคิดเล็กน้อยก่อนจะอธิบายต่อ
"เคยเล่นตุ๊กตาล้มลุกไหม? ท่าทางทั้งหมดมันเหมือนตุ๊กตาล้มลุกนั่นแหละ!"
"แกสามารถเริ่มฝึกจากการสั่นสายเส้นเดียวไปก่อน แล้วค่อยเพิ่มเป็นสองเส้นสามเส้น พยายามตั้งนิ้วมือซ้ายให้ตรงแล้ววางไว้บนข้อมือขวาเพื่อฝึก แล้วค่อยเอาไปฝึกบนสายกีตาร์ ... "
"ทำแบบนี้ ... ปัญหาข้อที่สองก็จะได้รับการแก้ไข!"
เสิ่นเสี่ยวคุนถึงกับช็อก
ก่อนหลี่ฮวนเกอจะไปทำงานต่างเมือง เธอเคยเตือนเสิ่นเสี่ยวคุนไว้แล้วว่าผู้ชายคนนี้อาจจะซ่อนความเก่งกาจเอาไว้ แต่เธอก็ไม่แน่ใจ
ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ หลี่ฮวนเกอก็หวังว่าเสิ่นเสี่ยวคุนจะสามารถรีดความสามารถของเสิ่นฉีออกมาให้ได้
เริ่มจากเปียโน และตอนนี้ก็กีตาร์ ...
ในฐานะเด็กอัจฉริยะ เสิ่นเสี่ยวคุนสามารถฟังความเชี่ยวชาญของเสิ่นฉีที่ชี้ให้เห็นถึงปัญหาและเสนอวิธีแก้ไขออกมาได้อย่างชัดเจน
ถ้าอย่างนั้นก็เหลือแค่อย่างเดียวแล้ว ...
ต้องให้เขาลงมือเล่นให้ดู!
เสิ่นเสี่ยวคุนเก็บซ่อนความประหลาดใจเอาไว้ แล้วแกล้งทำเป็นเบ้ปาก
"ชิ ... พูดซะดูดีเชียว แต่คุณเล่นเป็นหรือเปล่าล่ะ?"
เสิ่นฉีหัวเราะหึๆ แล้วยักไหล่ ไม่ได้บอกว่าเล่นเป็นและไม่ได้บอกว่าเล่นไม่เป็น
เสิ่นเสี่ยวคุนมองบนทันที
ให้ตายเถอะ มาทำท่าทางแบบนี้อีกแล้วเหรอ?
"ดีแต่พูดมันเชื่อถือไม่ได้หรอกนะ คุณเล่นให้ผมฟังหน่อยสิ ถ้าคุณเล่นเก่งกว่าผมผมถึงจะยอมรับในตัวคุณ"
เสิ่นฉียิ้มพร้อมกับส่ายหน้า
"ขอโทษทีนะ ฉันไม่ได้สนใจจริงๆ ว่าแกจะยอมรับในตัวฉันหรือเปล่า ฉันก็แค่มีอาการย้ำคิดย้ำทำเรื่องความสมบูรณ์แบบนิดหน่อยก็เท่านั้น ... "
เสิ่นเสี่ยวคุนใจร้อนขึ้นมาทันที พุ่งเข้าไปดึงไหล่ของเสิ่นฉี
"คุณต้องพิสูจน์ให้ผมดู!"
แต่เขาดึงไม่ขยับ
"เอ๊ะๆๆ? ทำไมถึงลงไม้ลงมือกันล่ะเนี่ย? ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากเล่นนะ แต่เป็นเพราะ ... "
"เพราะอะไร?"
จู่ๆ เสิ่นฉีก็พูดประโยคชวนอึ้งออกมา
"เพราะเพลงนี้มันห่วยแตกเกินไปต่างหากล่ะ ... "
เสิ่นเสี่ยวคุนยืนอึ้งอยู่กับที่ทันที
"ห่วย ... ห่วยงั้นเหรอ?"
[เขารู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังพูดอะไรอยู่? เพลง จุยเยวี่ย ที่หลี่ฮวนเกอร่วมแต่งกับหลินตั๋ว แล้วให้ซูอวี๋เป็นคนร้องเลยนะ ตอนนี้ยังติดอันดับสามในชาร์ตเพลงใหม่อยู่เลย!]
[เพลงดังขนาดนี้เขาบอกว่าห่วยเหรอ?]
[แม่งเอ๊ย กล้าบอกว่าเพลงของซูอวี๋ห่วยเหรอ? รนหาที่ตายชัดๆ!]
...
หลี่ฮวนเกอเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ เธอรีบนั่งลงทันที สบตากับไป๋ชิงเหอและหลินเซียวลู่
จิ้งจอกทั้งสามตัวยิ้มบางๆ ต่างฝ่ายต่างก็มีความคิดเป็นของตัวเอง
การไม่พูดหักหน้าคือมารยาท แต่ทั้งสามคนต่างก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าจะต้องทำยังไงต่อไป
"นี่ ... เสิ่นฉีพูดแบบนี้กับเพลง จุยเยวี่ย ได้ยังไงกันคะ?" จั๋วอีอีหันไปมองหลี่ฮวนเกอด้วยความไม่พอใจ "เขาชอบราชินีฮวนเกอไม่ใช่เหรอคะ ทำไมถึงพูดแบบนี้ล่ะ?"
หลี่ฮวนเกอหัวเราะเบาๆ "เพลงๆ เดียวไม่สามารถทำให้ทุกคนชอบได้หรอกค่ะ ไม่ใช่เหรอคะ?"
ไป๋ชิงเหอและหลินเซียวลู่เริ่มเดือดดาลขึ้นมาทันที
"เสิ่นฉีเสียมารยาทเกินไปแล้วจริงๆ"
"ต่อให้เขาจะเล่นกีตาร์เป็นจริงๆ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเข้าใจเรื่องการแต่งเพลงสักหน่อย เขามีสิทธิ์อะไรมาบอกว่าเพลงนี้ห่วย?"
หลี่ฮวนเกอมองไปที่ไป๋ชิงเหอกับหลินเซียวลู่
"ความหมายของพวกคุณสองคนก็คือ ในฐานะคนธรรมดา ไม่มีสิทธิ์วิจารณ์ผลงานว่าไม่ดีงั้นเหรอคะ?"
"หรือจะบอกว่าผลงานเพลงหรือภาพยนตร์ของพวกคุณสองคน ไม่สามารถให้พนักงานธรรมดาวิจารณ์ว่าไม่ดีได้งั้นเหรอคะ?"
"หรือว่าพวกคุณสองคนคิดว่าฉันเป็นคนใจแคบขั้นสุด จนทนไม่ได้ที่คนอื่นจะมาบอกว่าเพลงของบริษัทฉันไม่ดีงั้นเหรอคะ?"
น้ำเสียงของหลี่ฮวนเกอราบเรียบ สีหน้าอ่อนโยน
ในเมื่อพวกคุณรู้กันหมดแล้ว งั้นฉันก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจอะไรมากนักหรอก
สีหน้าของไป๋ชิงเหอกับหลินเซียวลู่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่องทันที
"แน่นอนว่าไม่ใช่แบบนั้นหรอกค่ะ เมื่อกี้ฉันก็แค่ออกโรงปกป้องราชินีฮวนเกอเท่านั้นเอง"
"ใช่ๆๆ ไม่ได้หมายความแบบนั้นเลย"
หลี่ฮวนเกอไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอหันกลับไปมองหน้าจอ
...
"ห่วย ... ห่วยงั้นเหรอ?"
เสิ่นเสี่ยวคุนเริ่มโกรธแล้ว
นี่คือเพลงที่เสิ่นเสี่ยวคุนชอบมาก แถมหลี่ฮวนเกอยังเป็นคนเขียนเนื้อร้องและมีส่วนร่วมในการผลิตด้วย
แต่เสิ่นฉีกลับพยักหน้าอีกครั้ง
"มันห่วยจริงๆ นะ ในสายตาฉันเพลงป๊อปส่วนใหญ่บนโลกใบนี้มันไม่เพราะเลยสักนิด มันล้าหลังสุดๆ ... "
"คุณ ... " เสิ่นเสี่ยวคุนโกรธจนหน้าแดง "คุณอย่ามาพูดจาเหลวไหลอยู่ตรงนี้เลย กีตาร์ยังไม่กล้าดีดด้วยซ้ำ แต่กลับกล้ามาคุยโวโอ้อวดว่าเพลง จุยเยวี่ย ไม่เพราะงั้นเหรอ? ผมว่าคุณไม่รู้อะไรเลยต่างหาก"
เสิ่นฉียักไหล่ "ใช่ ฉันไม่รู้เรื่องหรอก แกก็ถือซะว่าฉันไม่ได้พูดอะไรก็แล้วกัน"
"แบบนั้นไม่ได้!" เสิ่นเสี่ยวคุนดึงแขนเสิ่นฉีเอาไว้ "คุณต้องเล่นกีตาร์พร้อมกับร้องเพลงให้ผมฟังหนึ่งเพลง! ถ้ามันไม่เพราะเท่าเพลง จุยเยวี่ย ผมจะไปฟ้องแม่!"
เสิ่นฉีเริ่มรู้สึกจนปัญญา
ต้องโทษนิสัยรักความสมบูรณ์แบบและอาการย้ำคิดย้ำทำบ้าๆ นี่แท้ๆ
บางเรื่องก็พูดไม่ได้ บางความสามารถก็แสดงออกไปไม่ได้
ถ้าหลี่ฮวนเกอรู้เข้า แล้วฉันจะยังได้นอนเปื่อยเกาะผู้หญิงกินต่อไปไหมล่ะ?
ดีไม่ดีอาจจะโดนลากตัวไปเป็นแรงงานทาสที่ฮวนเกอเอนเตอร์เทนเมนต์เลยด้วยซ้ำไป?
"อย่าๆๆ เมื่อกี้ฉันพูดมั่วไปงั้นแหละ ฉันเล่นกีตาร์ไม่เป็นจริงๆ แล้วก็แต่งเพลงไม่เป็นด้วย"
"หึหึ ... " เสิ่นเสี่ยวคุนเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบผู้ใหญ่ออกมา "งั้นเดี๋ยวผมจะโทรหาแม่เดี๋ยวนี้แหละ"
"อย่าเลย!" เสิ่นฉีรีบห้าม
เสิ่นเสี่ยวคุนสัมผัสได้ถึงความกังวลของเสิ่นฉี เขาจ้องมองเสิ่นฉีอย่างรู้ทัน รอคอยคำตอบจากอีกฝ่าย
เสิ่นฉีมีสีหน้าลำบากใจและสับสนมาก
"เสี่ยวคุน แกเป็นลูกผู้ชายหรือเปล่า?"
"พูดเป็นเล่นน่า!" เสิ่นเสี่ยวคุนตอบอย่างไม่พอใจ
เสิ่นฉีพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "งั้นเรามาทำข้อตกลงแบบลูกผู้ชายกัน! ฉันจะดีดกีตาร์ร้องเพลงให้แกฟังหนึ่งเพลง แต่แกห้ามเอาไปบอกแม่เด็ดขาด!"
"ทำไมล่ะ?" เสิ่นเสี่ยวคุนไม่เข้าใจ "การที่ผู้ชายได้แสดงความสามารถบางอย่างต่อหน้าภรรยาตัวเอง มันเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจมากไม่ใช่เหรอ?"
เสิ่นฉีส่ายหน้า
"แกยังเด็กเกินไป เรื่องบางเรื่องแกยังไม่เข้าใจหรอก"
"งั้นคุณก็บอกผมสิ ถ้าสิ่งที่คุณพูดมันมีเหตุผล ผมก็จะยอมตกลง" เสิ่นเสี่ยวคุนต่อรอง
เสิ่นฉีถอนหายใจออกมา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ทุกครอบครัวที่อบอุ่นล้วนมีการแบ่งหน้าที่กันทั้งนั้น แม่ของแกเป็นคนบ้างาน เพราะงั้นพ่อก็จะปล่อยให้แม่เป็นคนออกไปลุยงานนอกบ้าน ปล่อยให้เธอไปพิสูจน์คุณค่าของตัวเอง!"
"ส่วนเรื่องจุกจิกน่าปวดหัวในบ้านพวกนี้มันก็ต้องมีคนทำ พ่อเต็มใจถอยมาอยู่เบื้องหลังเป็นเหมือนวัวแก่ที่คอยทุ่มเทและไถนาเพื่อครอบครัว ... "
เสิ่นเสี่ยวคุนเบิกตากลมโตเป็นประกายพยายามทำความเข้าใจ
[เชี่ย! ไอ้หมอนี่เอาเรื่องเกาะผู้หญิงกินมาอธิบายซะสวยหรูดูดีขนาดนี้เลยเหรอ? ข้าน้อยขอคารวะเลย]
[ต่อให้พูดจนดอกไม้ร่วงลงมาจากฟ้าก็เปลี่ยนความจริงที่ว่าเกาะผู้หญิงกินไม่ได้หรอกนะ?]
[ดูเหมือนเสี่ยวคุนจะไม่ยอมรับว่าเสิ่นฉีเป็นพ่อของเขานะ เป็นเพราะเสิ่นฉีชอบหลอกเด็กแบบนี้บ่อยๆ หรือเปล่าเนี่ย?]
[ฉันเชื่อเสิ่นฉีก็บ้าแล้ว!]
เสิ่นฉีถอนหายใจออกมาอีกครั้ง
"ครอบครัวของเราต้องการคนเปล่งประกายเจิดจรัสแค่คนเดียวก็พอแล้ว พ่อขอเลือกที่จะยืนมองแม่อยู่ในมุมมืด คอยดูแม่กลายเป็นดาวที่เจิดจรัสที่สุดในประเทศจีนก็พอ!"
[จบแล้ว]