เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 21 หมัดปีศาจวายุเก้าดัชนี

ตอนที่ 21 หมัดปีศาจวายุเก้าดัชนี

ตอนที่ 21 หมัดปีศาจวายุเก้าดัชนี


ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

เด็กสาวตระกูลหยางในตลาดจอมยุทธ์จะต้องเป็นหยางหลิงชิงอย่างแน่นอน

 

หยางหลิงชิงดีต่อหลงเฉินมาก และหลงเฉินเองก็ปฏิบัติต่อนางในฐานะญาติแท้ ๆ   เมื่อคิดว่านางอาจโดนกลั่นแกล้ง หลงเฉินก็ไม่พูดพล่ามและรีบรุดไปยังต้นทางของเสียงทันที

 

เสียงเมื่อครู่ น่าจะเป็นเพลงหมัดดาวตกของหยางหลิงชิง  ลูกหลานจากตระกูลไป๋และตระกูลหยางมักจะไม่ยุ่งเกี่ยวกัน อย่างไรก็ตาม หยางหลิงชิงถึงกับใช้หมัดดาวตก ซึ่งหมายความว่านางกำลังโกรธมาก

 

หลงเฉินเห็นคนกลุ่มใหญ่มุงดูอยู่เบื้องหน้าจากระยะไกล  มียอดฝีมืออยู่ในกลุ่มนั้นจำนวนหนึ่ง แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามการทะเลาะวิวาท   แม้ว่าพวกเขาจะมีพลังมากพอ แต่พวกเขาจะกล้าเข้าไปยุ่งกับความขัดแย้งระหว่างลูกหลานตระกูลไป๋และตระกูลหยางได้อย่างไร? พวกเขาจะไม่กลัวกับผลที่ตามมาอย่างนั้นหรือ?

 

หลงเฉินไม่กลัวว่าผู้คนที่เขาผลักออกไปให้พ้นทางจะรู้สึกไม่พอใจ  และเป็นจริงดังว่า หยางหลิงชิงกำลังสู้อยู่กับหญิงสาวรูปงามน่าหลงใหลผู้หนึ่ง  แต่ดูเหมือนหยางหลิงชิงเป็นฝ่ายเสียเปรียบ และกำลังพ่ายแพ้

 

ด้านข้างหลงเฉิน ชายวัยกลางคน 2 คนกำลังพูดคุยกัน  พวกเขาคงเป็นเจ้าของร้านค้าในบริเวณนั้น

 

“หยางหลิงชิงจากตระกูลหยางนี่ช่างเก่งกาจจริง ๆ แต่ไป๋จื้อซิงจากตระกูลไป๋มีอายุมากกว่าเล็กน้อย และยังบรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นหกแล้วด้วย นางจึงเหนือกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย”

 

“พวกนางมีพลังต่างกัน 1 ระดับ  หยางหลิงชิงรับมือได้นานขนาดนี้ก็ดีมากแล้ว”

 

“ตระกูลไป๋และตระกูลหยางมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาโดยตลอด  ทำไมจู่ ๆ แม่นางทั้งสองถึงมาสู้กันได้ล่ะ?”

 

“ข้าก็มิทราบได้ ตอนที่ข้ามาถึง พวกนางก็สู้กันแล้ว”

 

"บางที อาจจะเกี่ยวกับการบริหารบ้านเมืองก็ได้  ข้าคิดว่าอำนาจในเมืองพฤกษาหมอกกำลังเปลี่ยนแปลงไปเสียแล้ว ... "

 

หลงเฉินไม่พูดอะไร เขารีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ  ขณะที่เขากำลังจะลงมือ เขาก็ได้ยินเสียงที่ตื่นเต้นของหลิงซี

 

“นี่ ... เจ้าเห็นเด็กหนุ่มผู้นั้นรึเปล่า? ในกระเป๋าที่เอวของเขามีหญ้าวิญญาณนิมิตอยู่ มันเป็นสมุนไพรระดับอำพันขั้นกลางและสามารถบำรุงวิญญาณได้นะ!”

 

ขณะที่หลงเฉินกำลังวิ่ง  สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นเด็กหนุ่มผู้นั้น เพราะเขายืนอยู่ข้างหลัง ไม่ไกลจากไป๋จื้อซิงแห่งตระกูลไป๋

 

“เขาคือผู้ที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นหกอีกคนหนึ่งของตระกูลไป๋  ไป๋ซื่อตง งั้นรึ?”

 

ช่างเป็นเรื่องบังเอิญเมื่อสิ่งที่เขาปรารถนาอยู่กับเด็กหนุ่มคนนั้น

 

แม้จะไม่ใช่เพราะหญ้าวิญญาณนิมิต แต่หลงเฉินก็จะเข้าไปแทรกแซงการทะเลาะวิวาทในวันนี้อย่างแน่นอน

 

การกระทำของเขาทำให้ทุกคนต่างหันมามองด้วยความตกตะลึง

 

“นั่น... นั่นคือบุตรชายของนายหญิงลำดับ 3 ของตระกูลหยางนี่ ผู้ที่เป็นต้นเหตุของความโกลาหลในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ข้าได้ยินมาว่าเขาบรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นห้าแล้ว  อย่างไรก็ตาม ฝีมือของเขาก็ยังห่างชั้นกับเด็กทั้งสองจากตระกูลไป๋อยู่ดี”

 

“แต่ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้ เขาจะเอาชนะหยางหลิงเยวี่ยที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นหกได้ด้วยนะ”

 

“แล้วอย่างไร? ข้าได้ยินมาว่าเขาใช้ลูกไม้สกปรกเพื่อเอาชนะหยางหลิงเยวี่ย ความจริงแล้วเขาไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้นหรอก!”

 

ชายวัยกลางคนทั้งสองสนทนากันต่อไป พวกเขามองหลงเฉินโดยไม่ละสายตา เพื่อรอดูว่าหลงเฉินจะทำเช่นไรต่อไป

 

เพราะอย่างไรเสีย คู่ต่อสู้ทั้งสองต่างก็บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นหก ส่วนตัวเขาเพิ่งจะบรรลุเพียงขั้นห้า แต่กลับหาญกล้าเข้าร่วมการต่อสู้

 

ในตอนนี้ หากเกราะดาราจรัสแสงและพลังปราณของขอบเขตชีพจรมังกรขั้นห้าของหลงเฉินปะทุขึ้น ปราณของเขาก็ยังด้อยกว่าคู่ต่อสู้ทั้งสองที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นหกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และช่องว่างนั้นก็สามารถเติมเต็มได้ด้วยเกราะดาราจรัสแสง

 

แสงดาวจาง ๆ แทรกซึมผ่านผิวกายของเขา  ความรู้สึกของคลื่นพลังดวงดาวที่คุ้นเคยนี้  หยางหลิงชิงรู้ว่าในที่สุดหลงเฉินก็มาถึง

 

ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความเศร้าโศก ความขุ่นเคือง และไม่เต็มใจ  เพราะคู่ต่อสู้ของนางมีพลังที่จะเอาชนะนางได้อย่างสมบูรณ์ ในตอนนี้ ฝ่ายตรงข้ามเพียงต้องการทำให้นางขายหน้าเท่านั้น

 

ทันใดนั้นเอง นางรู้สึกถึงพลังรุนแรงที่เกิดขึ้นกับร่างกายเมื่อนางถูกหลงเฉินดึงกลับมา เวลานี้ หลงเฉินกำลังเผชิญหน้ากับไป๋จื้อชิงโดยตรง  ไป๋จื้อซิงผู้งดงามน่าหลงใหลและกำลังกลั่นแกล้งหยางหลิงชิงอย่างสนุกสนาน นางไม่คิดว่าจู่ ๆ จะมีชายหนุ่มปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้า จึงได้ถอยหลังออกไปหลายก้าวด้วยความตกใจ

 

ทั้งสองฝ่ายจึงแยกออกจากกัน

 

หยางหลิงชิงทำหน้าบูดบึ้งและมองหลงเฉิน  เขาเห็นว่านางกำลังจะร้องไห้

 

“เกิดอะไรขึ้น?”

 

หยางหลิงชิงมองไป๋จื้อชิงด้วยความรังเกียจ นางกัดฟันแน่น

 

“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่ตอนที่นางเห็นข้า นางก็พูดจาเหยียดหยามข้า จนในที่สุด ข้าก็ทนไม่ไหวและลืมสิ่งที่ท่านปู่เตือนเอาไว้...”

 

หากแม้แต่ผู้ที่อารมณ์ดีอยู่เสมออย่างหยางหลิงชิงยังไม่สามารถทนได้   ถ้อยคำที่ไป๋จื้อชิงใช้จะต้องร้ายกาจมากแน่ ๆ

 

“นางเหยียดหยามเจ้างั้นรึ? นางคิดว่าจู่ ๆ ก็จะมากลั่นแกล้งน้องสาวข้าได้รึอย่างไร ...?”

 

หลงเฉินมองไป๋จื้อซิงด้วยสายตาดุดัน

 

“น้องหลิงชิง เจ้าพูดอะไรของเจ้าน่ะ? ข้าเพียงแค่พูดคุยกับเจ้านิดหน่อยเท่านั้นเอง ก่อนที่เจ้าจะโจมตีข้า ข้าเองก็อยากจะถามเจ้าเหมือนกันว่าทำไม  ทำไมเจ้าถึงบอกว่าข้าเหยียดหยามเจ้าล่ะ?”

 

สายตาของหลงเฉินทำให้อีกฝ่ายหวาดกลัว  อย่างไรก็ตาม เมื่อนางรู้ถึงพลังของของหลงเฉิน ในที่สุด นางก็รวบรวมความกล้าและแสร้งทำเป็นไร้เดียงสา

 

หลงเฉินรังเกียจผู้หญิงเช่นนี้ พวกปฏิเสธที่จะยอมรับในสิ่งที่ตนเองกล้าทำ  แม้ว่านางจะดูไร้เดียงสา แต่จิตใจของนางกลับชั่วร้าย นางคงทำเป็นเพียงปฏิเสธเรื่องแย่ ๆ ที่ตนทำด้วยการแสร้งทำตัวน่าสงสาร

 

เมื่อไม่มีฝ่ายใดได้รับบาดเจ็บ  ดังนั้นเรื่องก็ควรจะจบลงได้แล้ว  แต่อย่างไรก็ตาม หลงเฉินต้องการหญ้าวิญญาณนิมิต  และในตอนนี้เขามีข้ออ้างแล้ว เขาย่อมไม่ปล่อยมันไปอย่างแน่นอน

 

เขาตบไหล่หยางหลิงชิง

 

“หลิงชิง ข้าก็เป็นญาติเจ้ามาหลายปี แต่ข้ากลับไม่เคยทำอะไรเพื่อเจ้าเลย วันนี้คอยดูให้ดีล่ะ”

 

หยางหลิงชิงเข้าใจสิ่งที่หลงเฉินพูดในทันที  ฝ่ายตรงข้ามก็เช่นกัน พวกเขามองมาที่หลงเฉินราวกับมองคนปัญญาอ่อน

 

หยางหลิงชิงจับแขนเขาไว้ด้วยความกระวนกระวาย และห้ามเขาไว้

 

“อย่าเลย ลืมเรื่องวันนี้ไปเสียเถอะ ท่านปู่ห้ามไม่ให้เรามีเรื่องบาดหมางกับคนตระกูลไป๋  ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาทั้งสองก็บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นหกแล้ว ส่วนพวกเรา...”

 

หลงเฉินหัวเราะและดึงมือหยางหลิงชิงออกอย่างอ่อนโยน  ความมุ่งมั่นในดวงตาของเขาทำให้หยางหลิงชิงไขว้เขวเล็กน้อย  และในตอนนี้ หลงเฉินก็ได้เดินเข้าไปในสนามรบแล้ว

 

เมื่อเห็นว่าหลงเฉินไม่กลัวตาย ผู้คนรอบข้างจึงต่างถกเถียงกันและเยาะเย้ยเขา

 

ชายวัยกลางคนก่อนหน้านี้มองหลงเฉินด้วยความตกใจ

 

“เด็กนี่ใจกล้าไม่เลว แต่หุนหันพลันแล่นเกินไป”

 

“จริงด้วย  คนบ้าระห่ำเช่นนี้มักจะพบกับชะตากรรมที่น่าเศร้า  หากรู้จักข่มใจสักหน่อย วันหนึ่งก็จะสามารถผงาดขึ้นมาได้  นั่นต่างหากคือวิธีที่ถูกต้อง”

 

สำหรับไป๋จื้อซิงและไป๋ซื่อตง  เมื่อรู้ว่าหลงเฉินไม่ยอมหยุด พวกเขาก็พ่นลมอย่างดูถูก และกำลังจะเอ่ยวาจาเยาะเย้ย  พวกเขาไม่รู้เลยว่าหลงเฉินไม่ปล่อยให้พวกเขามีโอกาสทำเช่นนั้น ขณะที่เขาเดินออกไป สีหน้าของเขาดุดัน เขาถีบตัวจากพื้นอย่างรุนแรงและพุ่งตรงไปยังคนทั้งสองราวกับพายุหมุน  จากการเคลื่อนไหวของเขา สามารถบอกได้ว่าเขาต้องการจัดการกับทั้งคู่ในเวลาเดียวกัน!

 

ฝูงชนแตกตื่นในทันที  การกระทำของหลงเฉินทำให้พวกเขาสับสน  แม้แต่ชายวัยกลางคนทั้งสองที่กำลังเอ่ยถึงเขาก็ยังมองหน้ากันด้วยความตกใจ

 

“เด็กคนนี้ ... เป็นคนพิลึกจริง ๆ แม้ว่าเขาจะมีปราณน้อยกว่า แต่ก็กล้าหาญไม่เบา ...”

 

ในตอนนี้ ไป๋จื้อซิงและไป๋ซื่อตงมองหน้ากัน ทั้งคู่เห็นความขบขันในสายตาของอีกฝ่าย  ไป๋จื้อซิงเป็นคนก้าวร้าว ดังนั้นนางจึงลงมือด้วยการขัดขวางหลงเฉิน

 

ในตอนนี้ หลงเฉินพุ่งตัวไปด้านหน้าไป๋จื้อซิง  ลมกระโชกแรงจับตัวหนาแน่นที่นิ้วมือ ก่อให้เกิดพายุกระหน่ำห่อหุ้มรอบนิ้วของเขาอย่างรวดเร็ว  เสียงอันทรงพลังของปราณทำให้ไป๋จื้อซิงขมวดคิ้ว

 

นางหัวเราะอย่างเย็นชา พร้อมด้วยพลังปราณในร่างที่ปะทุขึ้น  ด้วยพลังปราณอันทรงพลัง นางกำหมดขวาแน่นและเหวี่ยงหมัดออกไปก่อนที่หลงเฉินจะทันได้เข้าใกล้นาง  พลังปราณรุนแรงนั้นถาโถมเข้าใส่หลงเฉิน และภายในปราณนั้น มีเงาหมัดจำนวนหนึ่งปรากฏให้เห็นได้อย่างเลือนราง

 

“หมัดปีศาจห้าทิศ!”

 

หลงเฉินเผชิญหน้ากับเงาหมัดทั้งห้า อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ เขายิ้มเยาะออกมา นิ้วมือของเขาเตรียมพร้อมที่จะปล่อยพลังออกไป  พร้อมกันนั้นเอง ลมพายุขนาดใหญ่ที่สามารถถอนรากถอนโคนต้นไม้ได้ก็พุ่งเข้าใส่ไป๋จื้อซิง!

 

“หมัดปีศาจวายุเก้าดัชนี!”

 

“ดัชนีที่หนึ่ง เจาะจง!”

 

“ดัชนีที่สอง บุกทะลวง!”

 

“ดัชนีที่สาม เปลี่ยนแปลง!”

 

“ดัชนีที่สี่ กำจัด!”

 

สิ่งที่ทำให้ทุกคนประหลาดใจคือพลังอันรุนแรงที่หลงเฉินระเบิดออกมา ทำให้ไป๋จื้อซิงถอยหลังไปหลายก้าว  หลงเฉินจู่โจมด้วยดัชนีทั้งห้าอย่างต่อเนื่อง จนหมัดปีศาจห้าทิศถูกทำลายและอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย!

 

แม้ว่าไป๋จื้อซิงจะใช้พลังปราณทั้งหมดของนาง นางก็ยังตกใจกับกระบวนท่าของหลงเฉิน ด้วยโลหิตและพลังปราณที่กำลังพลุ่งพล่าน ใบหน้าของนางซีดเผือดขณะมองไปยังใบหน้าชั่วร้ายของหลงเฉินพร้อมกับอาการสั่นเทิ้มเล็กน้อย

 

หลงเฉินเป็นผู้ที่ไร้ความปรานีในทุกย่างก้าว คลื่นพลังอันบ้าคลั่งของเขาทำให้ทุกคนแทบหยุดหายใจ  โดยเฉพาะหยางหลิงชิง นางรู้ดีว่าหลงเฉินฝึกเพลงหมัดดาวตกมาก่อน

 

“เขาไปฝึกวิชาปีศาจวายุเก้าดัชนีตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?  และหมัดที่เขาใช้ก็น่าสะพรึงกลัวกว่าหมัดของพี่หลิงเยวี่ยเสียอีก?  เขาใช้ดัชนีได้มากสุดเท่าใดกันนะ?”

 

ดวงตางดงามของหยางหลิงชิงจับจ้องไปที่หลงเฉิน  เป็นเขาเองที่ช่วยนางไว้ในตอนนี้ ดังนั้นนางจึงมองหลงเฉินเหมือนกับเสาหลักที่คอยค้ำจุนนางไว้  ในเวลานี้ นางเห็นแววตาที่มุ่งมั่นของหลงเฉิน ในที่สุดนางก็เข้าในคำพูดของเขาก่อนหน้านี้ ที่ว่า

 

‘...หลิงชิง ข้าเป็นญาติเจ้ามาหลายปี แต่ข้ากลับไม่เคยทำอะไรเพื่อเจ้าเลย วันนี้คอยดูให้ดีล่ะ…’

 

ถ้อยคำเหล่านี้ดังก้องอยู่ในใจของหยางหลิงชิง

 

เมื่อเห็นหลงเฉินใช้หมัดปีศาจวายุเก้าดัชนีอย่างต่อเนื่องจนทำให้ใบหน้าของไป๋จื้อซิงซีดเผือด  หยางหลิงชิงก็รู้สึกโล่งอก ดวงตาของนางแดงก่ำเล็กน้อยเพราะนางปฏิบัติต่อหลงเฉินเช่นเดียวกับพี่ชายคนหนึ่ง  แม้แต่หยางจ้านก็คงไม่สู้เพื่อนางถึงเพียงนี้

 

อย่างไรก็ตาม ที่หลงเฉินต่อสู้อย่างหนัก ส่วนหนึ่งก็เพื่อนาง และเพราะเขาต้องการหญ้าวิญญาณนิมิตด้วยเช่นกัน

 

หลงเฉินตะโกนลั่น ดัชนีของเขาพุ่งออกมาราวกับพายุ!

 

“ดัชนีที่แปด จักรวาลล่มสลาย!”

 

ไป๋จื้อซิงใช้แขนของนางป้องกันตัว แต่เมื่อพลังที่บ้าคลั่งปะทะเข้าที่แขนของนาง เสื้อผ้าที่ปกคลุมบริเวณแขนถึงกับขาดวิ่นออก  ในขณะเดียวกัน นางกรีดร้องอย่างน่าสมเพชและกระอักเลือดออกมา

 

ไป๋จื้อซิงล้มลงไปต่อหน้าหลงเฉิน  ตอนนั้นเอง ไป๋ซื่อตงก็เริ่มเคลื่อนไหวในที่สุด  จากที่เคยมีสีหน้าเหลือเชื่อ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราดในทันที

 

เขายืนอยู่ด้านหลังไป๋จื้อซิงไม่ถึงหนึ่งเชียะ เมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขากำลังจะปลดปล่อยพลังปราณออกมาและสู้กับหลงเฉินอย่างเอาเป็นเอาตาย  หลังจากที่หลงเฉินเอาชนะไป๋จื้อซิงได้ เขาก็ยังไม่หยุด เพราะเป้าหมายที่แท้จริงของเขาคือไป๋ซื่อตง ดัชนีที่เต็มไปด้วยลมพายุปรากฏขึ้นเบื้องหน้าไป๋ซื้อตงและพุ่งเข้าที่ศีรษะของเขา  หากโดนเข้า เขาจะต้องสมองระเบิดออกมาอย่างแน่นอน

 

“ดัชนีที่เก้า โองการฟ้าดิน!”

 

การกระทำของหลงเฉินทำให้ฝูงชนเกิดความปั่นป่วน  ทุกคนคิดว่าไป๋ซื่อตงไม่สามารถหลบการโจมตีของหลงเฉินได้อย่างแน่นอน

 

ไป๋ซื่อตงรู้ตัวว่าการโจมตีของหลงเฉินนั้นกะทันหันจนเกินไป  แม้ว่าเขาจะปล่อยพลังปราณทั้งหมดออกมาและพยายามหลบเลี่ยง แต่เขาก็ไม่มีเวลาพอให้ทำเช่นนั้น!

 

เงามัจจุราชค่อย ๆ แผ่คลุมทัศนวิสัยของเขา  เมื่อมองไปยังดัชนีที่พุ่งแทงเข้ามาราวกับดาบ  ไป๋ซื่อตงก็รู้สึกราวกับทั่วทั้งร่างอ่อนแรงลง ขาทั้งสองข้างอ่อนยวบ และเป้ากางเกงเริ่มกลายเป็นสีเข้ม  ดูเหมือนว่าเขาจะปัสสาวะรดตัวเอง …

 

เป้ากางเกงของไป๋ซื่อตงเปียกชุ่ม แต่ไม่มีใครกล้าหัวเราะเยาะเขาในตอนนี้  เพราะเมื่อกำลังเผชิญกับความตาย ไม่ว่าใครก็ปัสสาวะราดกันได้ทั้งนั้น …

 

อย่างไรก็ตาม การฆ่าไป๋ซื่อตงคงทำให้ทั้งเมืองพฤกษาหมอกต้องสั่นสะเทือนอย่างแน่นอน  เมื่อฝูงชนที่มุงดูนึกถึงผลที่จะตามมา ปากคอของพวกเขาแห้งผาก

 

“เจ้าหมอนี่ ... เขาคิดอะไรอยู่กันแน่นะ?”

************************************

ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

จบบทที่ ตอนที่ 21 หมัดปีศาจวายุเก้าดัชนี

คัดลอกลิงก์แล้ว