เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 20 ตลาดจอมยุทธ์

ตอนที่ 20 ตลาดจอมยุทธ์

ตอนที่ 20 ตลาดจอมยุทธ์


ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

เมื่อพบตัวหยางหลิงชิง  หลงเฉินก็หยุดพูดคุยกับหลิงซี

 

หยางหลิงชิงพ่ายแพ้แก่หยางหลิงเยวี่ยในการแข่งขันประจำตระกูล  แต่นางก็มิได้ถอดใจ และพยายามมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อเห็นว่าหลงเฉินมาหา นางรู้สึกขัดแย้งในใจตนเองอย่างมาก จึงได้ปฏิบัติต่อเขาด้วยท่าทีเย็นชา

 

“เจ้ามาตามหาข้าทำไม?”

 

เรื่องบาดหมางระหว่างหลงเฉินและพี่ชายของนาง นางรู้ดีว่ามันเป็นเพียงความขัดแย้งเล็ก ๆ น้อย ๆ แม้ว่าหลงเฉินจะฉีกเสื้อผ้าของหยางจ้านต่อหน้าทุกคน แต่นางก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอยู่ดี

 

หยางหลิงชิงคิดว่ามันเป็นเพียงการกระทำที่ไม่ได้ตั้งใจของหลงเฉิน แต่หยางจ้านก็ตายเพราะเขา  แม้ว่านางและพี่ชายจะไม่ได้สนิทกันมาตั้งแต่เด็ก แต่อย่างไรเสีย เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ

 

เมื่อเห็นความโกรธแค้นในสายตาของหยางหลิงชิง  หลงเฉินตระหนักดีว่าเขาทำให้ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ผู้นี้ต้องเจ็บปวดทรมาน  ลึก ๆ แล้วเขาก็รู้สึกไม่สบายใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น

 

“เรื่องที่เกิดขึ้นกับพี่ชายเจ้า  ข้าไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้เลย ข้าคงพูดได้เพียงข้าเสียใจ และที่ข้ามาในวันนี้ก็เพื่อจะถามอะไรเจ้าสักหน่อย”

 

หยางหลิงชิงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

 

“อยากถามอะไรก็ถามมา ข้าต้องรีบฝึกต่อ  การแข่งขันล่าสัตว์อสูรใกล้เข้ามาแล้ว ข้าไม่อยากแพ้ให้กับคนตระกูลไป๋”

 

“ข้าต้องการยาที่สามารถบำรุงวิญญาณของข้าได้  เจ้ารู้รึเปล่าว่ามันหาได้จากที่ไหน? แล้วในตระกูลของเรามีบ้างรึเปล่า?”

 

หยางหลิงชิงเย็นชาต่อเขา เขาจึงกังวลว่านางอาจจะไม่ยอมช่วย

 

อย่างไรก็ตาม เขาก็ยอมลดความหยิ่งยโสลง และถามนาง

 

“ในตระกูลไม่น่าจะมียาที่เจ้าว่าหรอก แต่เจ้าลองไปดูที่ร้านขายยาในตลาดจอมยุทธ์ดูก็ได้  ยาสมุนไพรที่พวกเขาขายน่ะ ได้มาจากพวกผู้ฝึกยุทธทั้งนั้น มิเช่นนั้น ร้านขายยาก็ซื้อมาจากเมืองใหญ่โดยตรง น่าจะมียาที่เจ้าตามหา”

 

หลงเฉินมักจะหลงระเริงอยู่ตามโรงเตี๊ยมและหอนางโลมมาโดยตลอด ดังนั้นเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าตลาดอยู่ที่ใด  เขาจึงเอ่ยปากถาม

 

หยางหลิงชิงพูดอย่างไม่สบอารมณ์

 

“ตลาดจอมยุทธ์ค่อนข้างลึกลับอยู่สักหน่อย ข้าจะพาเจ้าไปเองก็แล้วกัน”

 

หลงเฉินมองนางด้วยความซาบซึ้ง  แม้ว่าผู้หญิงคนนี้จะเกลียดหลงเฉิน แต่เมื่อเขาต้องการนาง นางก็พยายามเพื่อเขา  นางนิสัยดีกว่าหยางหลิงเยวี่ยมาก

 

การเดินไปกับหลงเฉินนั้นเป็นจุดสนใจอย่างมาก  แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไร เพราะพวกเขาทั้งสองต่างเป็นนายน้อยของตระกูลหยาง

 

ชื่อของหลงเฉินแพร่สะพัดไปทั่วเมืองพฤกษาหมอกในช่วง 2-3 วันนี้  เขากลายเป็นที่รู้จักของทุกคนในเมืองพฤกษาหมอก ในอดีตเขาก็มีคนรู้จักมากเช่นกัน แต่มักจะเป็นเป้าหมายของการดูถูกเหยียดหยามเสียมากกว่า

 

“จริงสิ เจ้าฝึกเพลงหมัดดาวตกได้รวดเร็วมาก แล้วผนึกมังกรล่ะ ก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว?”

 

ขณะที่พวกเขาเดินไปตามถนน  หยางหลิงชิงก็เอ่ยถาม

 

หลงเฉินยิ้มกริ่ม

 

“เจ้าอิจฉางั้นรึ? ข้าสอนให้ก็ได้นะ แต่เจ้าต้องเรียกข้าว่า พี่ใหญ่เฉิน”

 

หยางหลิงชิงมีสีหน้าไม่พอใจและพูดอย่างมีอารมณ์

 

“ตอนนี้ข้าเพิ่งบรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นห้า  ข้ายังไม่มีพลังปราณมากพอที่จะฝึกวิชาผนึกมังกรหรอก และข้าต้องใช้ความสามารถของตัวเองเพื่อให้ได้ผนึกมังกรมาเท่านั้น!”

 

เมื่อเห็นสายตาดื้อรั้นของนาง หลงเฉินรู้สึกชื่นชมนางในใจ

 

หลังจากเดินด้วยกันมาพักใหญ่  หยางหลิงชิงขมวดคิ้วและเอ่ยขึ้น

 

“เจ้าเองก็บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นห้าเหมือนกันนี่  ผนึกมังกรเป็นทักษะวิชาระดับสูง และมันก็ไร้ประโยชน์กับเจ้า เจ้าน่าจะมอบมันให้พี่หลิงเยวี่ยนะ ความแข็งแกร่งของนางใกล้เคียงกับขอบเขตชีพจรมังกรขั้นเจ็ด น่าจะพอมีหวังอยู่บ้าง ...”

 

มันเป็นทักษะวิชาขั้นสูงก็จริง ยิ่งไปกว่านั้น เขามีพลังเพียงขั้นที่ 5  หลงเฉินจึงรู้สึกไม่แปลกใจที่หยางหลิงชิงจะไม่ได้คาดหวังในตัวเขามากนัก เขาเพียงยิ้มเจื่อน ๆ และไม่พูดอะไรอีก

 

“หลงเฉิน เจ้ารู้เรื่องการแข่งขันล่าสัตว์อสูรใช่หรือไม่? ตระกูลไป๋แข็งแกร่งกว่าตระกูลหยางของเรา หากพวกเขาได้สิทธิ์ในการปกครองนครพฤกษาหมอก ตระกูลหยางคงตกที่นั่งลำบาก  เมืองพฤกษาหมอกในตอนนี้ ทุกคนเริ่มเห็นพ้องต้องกันว่าในอนาคตตระกูลไป๋คงได้สิทธิ์ปกครองเมืองพฤกษาหมอก และเป็นกำลังสำคัญให้กับตระกูลหลิงอู่แห่งนครหยวนหลิง และพวกเขาจะสามารถใช้อำนาจของตระกูลหลิงอู่ได้ด้วย!”

 

ตระกูลหลิงอู่ตั้งรกรากอยู่ในนครหยวนหลิง หลงเฉินเคยได้ยินเกี่ยวกับตระกูลนี้มาบ้าง ว่าเป็นตระกูลแรกที่ตั้งขึ้นในนครแห่งนั้น ทั้งยังได้รับการยอมรับจากราชวงศ์แห่งแคว้นชางหยาง พวกเขามีอำนาจในการปกครองดูแลนครหยวนหลิง  ถือได้ว่าเป็นตระกูลที่มีอำนาจสูงสุดของที่นั่น หากได้สิทธิ์ในการปกครองเมืองพฤกษาหมอก พวกเขาจะได้รับการปกป้องจากตระกูลหลิงอู่ รวมทั้งผลประโยชน์มหาศาลอย่างไม่ต้องสงสัย

 

ดังนั้น ต่อให้ผู้นำตระกูลหยางและผู้นำตระกูลไป๋เป็นดั่งพี่น้อง  พวกเขาก็ต้องการจะสู้กันเพื่อช่วงชิงสิ่งนี้

 

หลงเฉินหัวเราะ

 

“ก็เพราะลูกหลานตระกูลหยางไม่เคยมีประสบการณ์จริง ๆ กันเลยน่ะสิ”

 

หูของหยางหลิงชิงแดงเรื่อด้วยความกระดากอาย ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยสายตาอับจนหนทาง

 

“ในหมู่ยอดฝีมือที่เป็นลูกหลานตระกูลหยาง ก็มีพี่หยางอู่ และพี่หลิงเยวี่ย แม้จะรวมเจ้าเข้าไปด้วย เราก็มีเพียงผู้ที่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นเจ็ดคนหนึ่ง และขั้นหกอีก 2 คนเท่านั้นเอง”

 

“แต่มีถึง 2 คนในตระกูลไป๋ที่บรรลุขั้นเจ็ด และมีไป๋ซื่อเฉินที่มีฝีมือเทียบได้กับพี่หยางอู่ แต่ไป๋ซื่อเฉินบรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นเจ็ดตั้งแต่อายุ 17 ปี และเป็นคนแรกที่บรรลุขั้นนั้น  การฝึกฝนของเขาล้ำลึกมาก เขาจึงเป็นยอดฝีมือรุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองพฤกษาหมอกมาตลอด”

 

หลงเฉินเอ่ยถามด้วยความสงสัย

 

“หากพวกเขาทั้งคู่บรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นเจ็ด แล้วไป๋ซื่อเฉินมีอะไรพิเศษนักล่ะ?”

 

หยางหลิงชิงส่ายศีรษะ

 

“เจ้าไม่รู้อะไร ว่ากันว่าตอนนี้เขาใกล้จะบรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นแปดแล้ว และเขายังฝึกฝนดัชนีสวรรค์ทมิฬขั้นสูงของตระกูลไป๋  ลือกันว่าเขาฝึกฝนไปจนถึงขั้นที่ 2 แล้วดัชนีสวรรค์ทมิฬ ซึ่งแข็งแกร่งกว่าผนึกมังกรของตระกูลหยางเสียอีก วิชาผนึกมังกรมีการเคลื่อนไหว 2 กระบวนท่า แต่ดัชนีสวรรค์ทมิฬมีถึง 3 และพลังโจมตีของมันก็รุนแรงกว่าผนึกมังกรมากทีเดียว”

 

เมื่อหยางหลิงชิงอธิบายเกี่ยวกับไป๋ซื่อเฉิน  น้ำเสียงของนางดูสิ้นหวังอย่างบอกไม่ถูก

 

“ขอบเขตชีพจรมังกรขั้นเจ็ด  ดัชนีสวรรค์ทมิฬ อย่างนั้นหรือ?  มันฟังดูน่ากลัวก็จริงอยู่ แต่ข้า หลงเฉิน ก็แพ้เขาแค่ปริมาณของปราณแท้จริงเท่านั้นแหละ”

 

ในตอนนี้ หยางหลิงชิงหันมามองเขา

 

“หากมีไป๋ซื่อเฉินอยู่ เป็นไปได้ว่าตระกูลไป๋จะสามารถจัดการกับสัตว์อสูรระดับอำพันขั้นแปดเลยเชียวนะ ไหนเจ้าบอกข้าสิ ว่าตระกูลหยางจะสู้ได้อย่างไร?”

 

หลงเฉินไม่รู้จะตอบคำถามนางอย่างไร จึงเอ่ยขึ้น

 

“นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมารู้สึกท้อแท้เสียหน่อย หากเราคนใดคนหนึ่งยอมรับความพ่ายแพ้ตั้งแต่ก่อนเริ่ม คนผู้นั้นก็ไม่ต่างจากขยะไร้ค่าหรอก และข้า... หลงเฉิน ก็ไม่ใช่ขยะไร้ค่าอย่างแน่นอน ดังนั้น ไม่ว่าเจ้าไป๋ผู้นั้นจะเป็นอย่างไรก็ตาม ต่อให้เขาเป็นดอกไม้ขาว ข้าก็จะซัดเขาจนฟกช้ำดำเขียวเลยคอยดู!”

 

นางกลอกตาใส่หลงเฉินและเอ่ยขึ้น

 

“นิสัยคุยโวของเจ้านี่ไม่เปลี่ยนเลยนะ  เจ้าและตระกูลไป๋ได้สร้างความบาดหมางใหญ่หลวงขึ้น และหากพูดถึงการแข่งขันล่าสัตว์อสูร ผู้ที่ตกอยู่ในอันตรายมากที่สุดก็คือเจ้านั่นแหละ ข้าว่าเจ้าฝึกวิชาไปเงียบ ๆ เถอะ แล้วพอถึงตอนนั้น เจ้าก็จงซ่อนตัวให้ดี จะได้ไม่ทำให้ตัวเองขายหน้า...”

 

หลงเฉินรีบพูด

 

“ขอรับ แม่นาง ข้าน้อยเข้าใจแล้ว”

 

อย่างไรก็ตาม ในใจของเขา เขากลับเยาะเย้ยและคิดในใจ

 

‘ซ่อนตัวงั้นรึ? ไม่ใช่นิสัยข้าหรอก’

 

เมื่อเห็นว่าหลงเฉินนิ่งไป หยางหลิงชิงจึงไม่พูดอะไรอีก

 

เพียงชั่วพริบตา หลงเฉินก็ตามหลิงชิงเข้ามาในศาลาทรงสูง หลังจากผ่านโถงทางเดินที่คดเคี้ยว และเข้าประตูไป  เขาไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เห็นพื้นที่โล่งกว้างขนาดใหญ่อยู่เบื้องหน้าเช่นนี้

 

เมื่อมองไปยังถนนหนทางและร้านรวงมากมาย  หลงเฉินถึงกับงุนงง

 

“นี่คือตลาดจอมยุทธ์  แต่ข้าก็ไม่แน่ใจเรื่องยาบำรุงวิญญาณที่เจ้าตามหาหรอกนะ  เจ้าไปถามเองเถอะ เจ้าเฉลียวฉลาดมาตั้งแต่เด็กแล้วนี่ ข้าเชื่อว่าเจ้าคงไม่โดนหลอกหรอก  ข้าเองก็ใกล้จะบรรลุขอบเขตชีพจรมังกรขั้นหกแล้ว แต่ข้าก็ยังขาดความรู้ความเข้าใจอีกมาก มาคราวนี้ ข้าจะหาอะไรให้ตัวเองเสียหน่อย ข้าจะได้ไม่ต้องถูกเจ้าทำให้โกรธจนตายไงล่ะ”

 

เมื่อพูดจบ นางก็ไม่รอให้หลงเฉินพูดอะไร และเดินไปยังถนนสายหนึ่ง

 

ที่นี่มีผู้ฝึกยุทธ์อยู่มากมาย  มองเพียงปราดเดียว หลงเฉินก็บอกได้ว่ามีคนนับร้อยเดินอยู่ตามถนนเหล่านี้

 

“ตลาดจอมยุทธ์นี่เป็นชุมชนเสือหมอบมังกรซ่อนจริง ๆ สินะ”

 

“เสี่ยวซี เจ้าสัมผัสถึงยาที่ใช้บำรุงวิญญาณได้บ้างรึเปล่า?”

 

เสียงอ่อนแรงของหลิงซีดังขึ้นข้างหูของเขา

 

“เจ้าต้องเข้าไปใกล้ ๆ อีกหน่อย เจ้าอยู่ไกลเกินไป ข้าจึงสัมผัสไม่ได้ ในเมืองเล็ก ๆ แบบนี้ ยาสมุนไพรแบบนั้นเป็นของหายาก ข้าต้องค้นหาให้ละเอียด...”

 

เสียงของหลิงซีอ่อนแรงลงอีกครั้ง หลงเฉินรู้สึกกระวนกระวายมาก เขาจึงภาวนาให้เขาพบยาที่ตามหาโดยเร็ว

 

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว หลงเฉินก็เข้าไปในร้านขายยาร้านแรก มีร้านรวงอยู่มากมายในตลาดจอมยุทธ์แห่งนี้

 

โรงรับจำนำเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นแหล่งของวัตถุดิบจากสัตว์อสูร  เช่นเดียวกับสมบัติที่หายากบางอย่าง แน่นอนว่าสามารถซื้อของสิ่งใดก็ได้ที่ต้องการ เพราะแทบทุกสิ่งที่ผู้ฝึกยุทธ์ต้องการล้วนถูกรวบรวมไว้ที่นี่

 

แม้แต่สมุนไพรวิญญาณระดับเดียวกับโสมภูเขาปีศาจ ก็อาจพบได้มากในตลาดแห่งนี้ หลงเฉินสังเกตว่าการแลกเปลี่ยนที่นี่ใช้หยกวิญญาณ  ดังนั้นไม่ว่าเขาจะมีทองหรือเงินมากเพียงใด ก็ไม่สามารถใช้ได้ เขามีหยกวิญญาณอยู่เพียง 500 ชิ้น ดังนั้นเขาจึงตระหนักดีว่าจะต้องใช้เท่าที่จำเป็น

 

หยกวิญญาณ 500 ชิ้นนี้คือสิ่งที่ผู้นำตระกูลหยางให้มาเพื่อใช้ในการฝึกวิชา  แต่เพื่อชีวิตของหลิงซีแล้ว หลงเฉินก็ไม่สนใจเรื่องนั้นเลยแม้แต่น้อย

 

หลงเฉินแสร้งทำเป็นเข้าไปดูสินค้าและเดินไปรอบ ๆ ร้าน แต่ความจริงแล้ว เขาทำเช่นนั้นเพื่อให้หลิงซีได้สำรวจ แต่หลังจากเดินไปรอบ ๆ นางก็ตระหนักว่ามันไม่อยู่ที่นั่น

 

หลงเฉินรู้สึกกระวนกระวายเล็กน้อย และพบกับเจ้าของร้านซึ่งเป็นชายวัยกลางคนผู้มีสีหน้าเคร่งขรึม หลงเฉินเอ่ยถาม

 

“ขอถามหน่อยเถอะ ในร้านของท่านมียาที่มีสรรพคุณบำรุงวิญญาณหรือไม่?”

 

เจ้าของร้านผงะไป “ต้องขออภัย เราไม่มีของที่ท่านว่า”

 

สีหน้าของหลงเฉินเต็มไปด้วยความผิดหวัง

 

“พ่อหนุ่ม ในเมืองเล็ก ๆ อย่างเมืองพฤกษาหมอกแห่งนี้  ยาที่ช่วยบำรุงวิญญาณไม่ค่อยเป็นที่ต้องการนัก ร้านของข้าจึงไม่มีขาย  แต่หากเจ้าต้องการใช้เร่งด่วน คงต้องลองถามร้านอื่นและเสี่ยงดวงดูแล้วล่ะ”

 

หลงเฉินพยักหน้าและขอบคุณเจ้าของร้าน จากนั้น เขาก็เดินออกมาจากร้านและถามหลิงซีด้วยความร้อนใจ

 

“จากที่เขาบอก  ไม่มียาแบบนั้นในเมืองพฤกษาหมอก  เสี่ยวซี...”

 

“เช่นนั้นเราจะทำอย่างไรดี...”

 

เสียงของเสี่ยวซีฟังดูตื่นตระหนกเล็กน้อย เมืองพฤกษาหมอกช่างห่างไกลมากกว่าที่นางคิด

 

หลงเฉินกำหมัดแน่น

 

“ไม่หรอก ข้ายังไม่ได้ไปร้านอื่น ๆ เลย เรายังตัดสินอะไรไม่ได้ในตอนนี้ ข้าจะหาต่อไป  ข้าไม่เชื่อหรอกว่าตลาดจอมยุทธ์ที่กว้างใหญ่เช่นนี้จะไม่มียาสมุนไพรนั่นเลย!”

 

ตลาดจอมยุทธ์มีร้านขายยาไม่ต่ำกว่า 50 ร้าน หลงเฉินไล่ถามไปทีละร้าน ๆ ซึ่งใช้เวลามาก แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ  สิ่งที่ทำให้เขาวิตกกังวล คือคำตอบปฏิเสธที่ได้รับมากกว่า

 

“ขอโทษด้วย เราไม่มียาแบบนั้นหรอก”

 

“ข้าไม่ค่อยรับยาแบบนั้นมาขายน่ะ”

 

“เราไม่มีขาย”

 

สีหน้าของหลงเฉินเคร่งเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ในใจของเขาก็เริ่มวิตกกังวลมากขึ้น

 

“หากเจ้าหายานั่นไม่พบ เช่นนั้นก็ช่างมันเถอะ ในเมื่อร่างของข้าแหลกสลายไปแล้ว ข้ารู้ดีว่าเวลาใกล้หมดลงเต็มที อย่างไรก็ตาม หลงเฉิน ข้าดีใจที่ได้รู้จักเจ้านะ...”

 

ดวงตาของหลงเฉินแดงก่ำ  เขาตะโกนก้อง

 

“อย่าพูดจาไร้สาระนะ! ยังมีอีกตั้งหลายร้านที่เราต้องตามหาไม่ใช่รึ? ข้าไม่เชื่อหรอกว่าข้าจะทำเรื่องเล็ก ๆ แค่นี้ให้สำเร็จไม่ได้  หากเมืองพฤกษาหมอกไม่มียานั่น ข้าก็จะไปหาที่อื่น ช่างหัวการแข่งขันล่าสัตว์อสูรงี่เง่านั่นปะไร ข้าจะไม่เข้าร่วมมันแล้ว!”

 

“ไม่ได้นะ ยิ่งไปกว่านั้น ข้าต้องช่วยเจ้าคลายผนึกออก...”

 

เมื่อทั้งคู่ไม่มีคำใดจะพูดอีก  ทันใดนั้น ก็เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นหลายครั้ง  ผู้คนรอบข้างรีบมองทางต้นเสียง ทีแรกหลงเฉินไม่สนใจ  แต่จู่ ๆ ก็มีใครบางคนร้องขึ้นมา

 

“ดูเหมือนว่าคุณหนูจากตระกูลหยางกำลังทะเลาะกับคนของตระกูลไป๋แน่ะ!”

 

“หยางหลิงชิง?”

************************

ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

จบบทที่ ตอนที่ 20 ตลาดจอมยุทธ์

คัดลอกลิงก์แล้ว