เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 ใส่ร้ายป้ายสี

บทที่ 20 ใส่ร้ายป้ายสี

บทที่ 20 ใส่ร้ายป้ายสี


กู้ฉางชิงกระโดดทะยานขึ้นไปบนขื่อหลังคาอย่างแรง เขางัดกระเบื้องสีเทาออกแล้วซ่อนคัมภีร์ลับและม้วนภาพเจตจำนงวิถียุทธ์ไว้ข้างใน

"เปิดประตู เร็วเข้า"

"ต้าหลง พังประตูเข้าไปเลย"

เสียงทุ้มต่ำของหลวี่เฉิงฮว๋าดังมาจากนอกบ้าน

"จะรีบร้อนไปไหนเล่า ข้ามาแล้ว"

กู้ฉางชิงเปิดประตูใหญ่ ก็พบคนสามคนยืนอยู่ด้านนอก ได้แก่ อู๋หมิงเจี๋ย, หลวี่เฉิงฮว๋า และจางต้าหลง

"หัวหน้ามือปราบอู๋ มันนี่แหละ มันรับเงินจากซุนเซี่ยงหยาง และกำลังเตรียมตัวเป็นสายลับให้พวกโจรค่ายชิงเฟิง เพื่อชิงตัวนายน้อยจงหย่งจื้อของพวกมันออกจากคุก"

หลวี่เฉิงฮว๋าชี้หน้ากู้ฉางชิงและกล่าวอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม

"ข้าถูกซุนเซี่ยงหยางติดสินบนงั้นหรือ"

กู้ฉางชิงยิ้มด้วยสีหน้าประหลาด "หัวหน้ามือปราบหลวี่ ท่านเป็นถึงมือปราบ การมาใส่ร้ายลูกน้องโดยไม่มีหลักฐานเช่นนี้ มันไม่ดูไม่เหมาะสมไปหน่อยหรือ"

"หึ" หลวี่เฉิงฮว๋าแค่นเสียงเยาะ "หากไม่ต้องการให้ใครรู้ ก็อย่าทำตั้งแต่แรกสิ"

"พวกเราเห็นกับตาว่าคืนนี้เจ้าแอบเข้าไปในสำนักยุทธ์ชุยซาน"

"ตอนที่เจ้าออกมา ซุนเซี่ยงหยางยังให้ถุงเงินใบใหญ่กับเจ้าด้วย นั่นคือของโจร"

"กู้ฉางชิง เจ้าคงไม่คิดล่ะสิว่า ซุนเซี่ยงหยางอยู่ในรายชื่อผู้ต้องสงสัยของเราอยู่แล้ว และเราก็จับตาดูเขามีตลอด"

"น่าเสียดายสำหรับเจ้า ที่ข้าบังเอิญได้ยินมาว่า คืนนี้ซุนเซี่ยงหยางต้องการให้เจ้าวางยาผู้คุม แล้วเปิดประตูคุกให้พวกมันเข้าไปชิงตัวนายน้อยออกมาได้"

หลวี่เฉิงฮว๋าบรรยายเหตุการณ์ได้อย่างเป็นตุเป็นตะ จนเขาแทบจะเชื่อคำโกหกของตัวเองเสียแล้ว

อู๋หมิงเจี๋ยก็มองกู้ฉางชิงด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงใจเช่นกัน

กู้ฉางชิงกวาดสายตาเย็นชาใส่หลวี่เฉิงฮว๋า "ท่านรู้หรือเปล่าว่าข้ากับซุนเซี่ยงหยางมีความสัมพันธ์เช่นไรกันแน่"

หลวี่เฉิงฮว๋ากล่าวราวกับเป็นเรื่องปกติ "ซุนเซี่ยงหยางคือสายลับที่ค่ายชิงเฟิงส่งมาแฝงตัวในเมือง และเจ้าก็ถูกเขาติดสินบน ทำให้เจ้ากลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดของค่ายชิงเฟิง พวกเจ้าสองคนสมรู้ร่วมคิดกัน"

กู้ฉางชิงถามอีกครั้ง "หัวหน้ามือปราบหลวี่ ท่านได้ยินกับหูจริงๆ หรือว่า คืนนี้ซุนเซี่ยงหยางต้องการให้ขาวางยาผู้คุม แล้วร่วมมือกันชิงตัวนายน้อยของพวกมัน"

"ข้ามั่นใจ" หลวี่เฉิงฮว๋ากล่าวอย่างมั่นใจ "ตอนนั้นข้าซ่อนตัวอยู่ข้างนอกหน้าต่าง และได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ"

"จางต้าหลง จับตัวมันไว้ หากส่งตัวมันเข้าคุกได้ ข้าไม่เชื่อหรอกว่ามันจะยังปากแข็งอยู่ได้ เงินสินบนที่มันได้มาคงซ่อนอยู่ในบ้านหลังนี้ล่ะ ตราบใดที่เราค้นหาจนเจอของโจร เจ้าก็ดิ้นไม่หลุดแล้วล่ะ"

แม้หลวี่เฉิงฮว๋าจะไม่แน่ใจนักว่าภายในห่อนั้นมีสิ่งใดซ่อนอยู่ แต่ตราบใดที่เขายืนกรานว่าเป็นของโจร ต่อให้หาในบ้านไม่เจอ เขาก็สามารถอ้างได้ว่ากู้ฉางชิงนำไปซ่อนไว้ที่อื่นแล้ว

เมื่อได้ยินคำสั่งของผู้บังคับบัญชา จางต้าหลงก็ตั้งใจจะพุ่งเข้าไปจับกุมกู้ฉางชิง ทว่าเมื่อนึกถึงภาพที่อีกฝ่ายเตะหัวหน้ามือปราบหลวี่กระเด็น สีหน้าลังเลใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาทันที

หัวหน้ามือปราบอู๋สั่งการด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "จับตัวมันกลับไป หากมันมีส่วนเกี่ยวข้องกับค่ายชิงเฟิงจริง ก็อย่าหาว่าข้าไร้ความปรานี"

เขาไม่มีเวลามากพอที่จะยืนฟังทั้งสองคนโต้เถียงกันอยู่ที่นี่ สู้จับตัวกลับไปสอบสวนที่ว่าการอำเภอเลยจะดีกว่า

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลวี่เฉิงฮว๋าก็ก้าวไปข้างหน้า หมายจะจับกุมกู้ฉางชิง

"เดี๋ยวก่อน"

กู้ฉางชิงดึงจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ "หัวหน้ามือปราบอู๋ นี่คือจดหมายที่ข้าพบในบ้านของซุนเซี่ยงหยาง ซุนเซี่ยงหยางคือสายลับที่ค่ายชิงเฟิงส่งมาแฝงตัวในเมืองจริงๆ"

อู๋หมิงเจี๋ยรับจดหมายไปอ่านคร่าวๆ แล้วแสดงสีหน้าราวกับคิดไว้แล้ว

"ฮ่าฮ่า ในที่สุดเจ้าก็เผยหางออกมาจนได้"

หลวี่เฉิงฮว๋ากล่าวอย่างตื่นเต้น "จดหมายฉบับนี้คงเป็นสิ่งที่ซุนเซี่ยงหยางต้องการให้เจ้าส่งไปให้หัวหน้าค่ายลำดับที่สามแห่งค่ายชิงเฟิงล่ะสิ พูดมาเร็วเข้า หัวหน้าค่ายผู้นั้นซ่อนตัวอยู่ที่ใด"

"ไอ้โง่เอ๊ย"

กู้ฉางชิงมองหลวี่เฉิงฮว๋าด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนจะหันกลับไปหาหัวหน้ามือปราบอู๋ "ซุนเซี่ยงหยางมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเป็นศัตรูที่สังหารบิดาของข้า ด้วยเหตุนี้ ข้าจึงเคยสืบประวัติเขามาก่อน และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ข้ารู้จักเขา"

"เมื่อไม่กี่วันก่อน คนของค่ายชิงเฟิงได้ก่อเหตุบนถนนสายหลัก หวังจะชิงตัวนายน้อยของพวกมัน"

"ตอนนั้นข้าบังเอิญอยู่บนถนนเส้นนั้นพอดี และได้ร่วมมือกับสวี่ต้าลี่เพื่อสกัดกั้นเหตุการณ์ ด้วยเหตุนั้น ข้าจึงจดจำคนจากค่ายชิงเฟิงได้หลายคน"

"คืนนี้ระหว่างที่ข้ากำลังเดินเล่น ข้าก็บังเอิญเห็นโจรพวกนั้นคนหนึ่งกำลังแอบพบกับลูกศิษย์สองคนของซุนเซี่ยงหยาง"

"ข้าต้องการจะจับกุมลูกศิษย์สองคนนั้น แต่พวกเขากลับต่อสู้อย่างดุเดือด ข้าจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องสังหารพวกมัน"

"จากนั้นข้าก็ไปที่สำนักยุทธ์ชุยซานเพื่อสืบสวนเพิ่มเติม แต่ไม่คาดคิดว่าจะถูกหัวหน้ามือปราบหลวี่ใส่ร้ายป้ายสีอย่างไม่มีมูลความจริงเช่นนี้"

"ข้ออ้างทั้งนั้น"

หลวี่เฉิงฮว๋าแค่นเสียงเยาะ "ข้าเห็นกับตาว่าถุงเงินที่เจ้ารับมาจากมือซุนเซี่ยงหยางคือเงินสินบน และจดหมายฉบับนี้ก็เป็นจดหมายที่เจ้าต้องส่งให้หัวหน้าค่ายลำดับที่สามเช่นกัน"

"สมองหมู"

กู้ฉางชิงกล่าวอย่างดูแคลน "ข้อมูลการป้องกันเรือนจำในจดหมายฉบับนี้ไม่ครบถ้วนเลยแม้แต่น้อย หากข้าเป็นสายลับของพวกมันจริงๆ ทำไมข้าถึงไม่บอกสถานการณ์จริงในเรือนจำให้พวกมันรู้ล่ะ"

หลังจากหยุดไปชั่วครู่ เขาก็ถามด้วยน้ำเสียงแฝงความนัย "แล้วท่านคิดว่าตอนนี้ซุนเซี่ยงหยางเป็นอย่างไรบ้างล่ะ"

หลวี่เฉิงฮว๋าตอบตามธรรมชาติ "เขาก็คงจะสบายดีอยู่ในสำนักยุทธ์ของเขาน่ะสิ แต่หลังจากนี้ก็ไม่แน่ เขาคงจะถูกจับขังคุกพร้อมกับเจ้าล่ะมั้ง"

"เขาตายแล้ว ข้าเป็นคนฆ่าเขาเอง" กู้ฉางชิงกล่าวเสียงเรียบ

เขาหันหน้าไปถามกลับ "ในทางกลับกัน ท่านหัวหน้ามือปราบหลวี่ ท่านดูเหมือนจะละเลยหน้าที่ของตนเองนะ ตอนที่ข้ากำลังต่อสู้เอาชีวิตรอดกับซุนเซี่ยงหยาง ท่านกลับยืนดูอยู่ข้างนอก หลังจากนั้น ท่านยังมาใส่ร้ายลูกน้องตัวเองอีก ท่านคู่ควรกับเครื่องแบบมือปราบที่สวมใส่อยู่หรือไม่"

"เจ้าฆ่าเขาเรอะ เป็นไปไม่ได้"

ใบหน้าของหลวี่เฉิงฮว๋าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ "เจ้ามันก็แค่ขยะขั้นหลอมกายาระดับ 6 เจ้าจะไปฆ่าซุนเซี่ยงหยางที่อยู่ขั้นหลอมกายาสูงสุดได้อย่างไร"

เขาลืมไปเสียสนิทว่าตนเองเพิ่งจะถูกอีกฝ่ายเตะกระเด็นมา ความทรงจำของเขายังคงหยุดอยู่ที่ความเชื่อว่ากู้ฉางชิงอยู่เพียงแค่ขั้นหลอมกายาระดับ 6 เท่านั้น

อู๋หมิงเจี๋ยก็แสดงความสงสัยเช่นกัน เขาจำได้ว่าอีกฝ่ายเคยบอกว่าตนอยู่ขั้นหลอมกายาระดับ 7

ช่องว่างระหว่างขั้นหลอมกายาระดับ 7 กับขั้นหลอมกายาสูงสุดนั้นกว้างใหญ่มาก คนที่อยู่แค่ขั้นหลอมกายาระดับ 7 ไม่มีทางสังหารคนที่อยู่ขั้นหลอมกายาสูงสุดได้อย่างแน่นอน

"ข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร เดี๋ยวเราไปดูที่สำนักยุทธ์ชุยซานก็จะรู้เอง" กู้ฉางชิงกล่าวอย่างใจเย็น

"ไปกันเถอะ" อู๋หมิงเจี๋ยสั่งการอย่างเด็ดขาด

กลุ่มคนทั้งหมดหันหลังและเดินมุ่งหน้าไปยังสำนักยุทธ์

พวกเขานั่งรถม้าและมาถึงสำนักยุทธ์ชุยซานอย่างรวดเร็ว และได้เห็นซุนเซี่ยงหยางนอนจมกองเลือดอยู่

"เป็นไปไม่ได้"

"เจ้าจะฆ่าเขาได้อย่างไรกัน"

หลวี่เฉิงฮว๋าเต็มไปด้วยความตกตะลึง พึมพำออกมาอย่างเลื่อนลอย

อู๋หมิงเจี๋ยขมวดคิ้ว "กู้ฉางชิง ระดับการบำเพ็ญเพียรในปัจจุบันของเจ้าอยู่ที่ระดับใดกันแน่"

กู้ฉางชิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็เลือกที่จะพูดความจริง "ขั้นหลอมกายาระดับ 9 ขอรับ"

"หืม"

"ข้าบังเอิญพบกับวาสนา ระดับการบำเพ็ญเพียรของข้าก็เลยเพิ่มขึ้นเร็วกว่าปกตินิดหน่อยน่ะขอรับ"

"วาสนาอะไรกัน เล่าให้เราฟังได้หรือไม่"

"ข้าบังเอิญกินผลชาดวิเศษที่ร่วงหล่นอยู่ในป่าเข้าไป จากนั้นระดับการบำเพ็ญเพียรของข้าก็พุ่งพรวดขึ้นมาเลยขอรับ"

"ช่างเป็นเด็กที่โชคดีจริงๆ"

อู๋หมิงเจี๋ยรู้สึกอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับผลชาดวิเศษที่สามารถทำให้กู้ฉางชิงทะลวงระดับจากขั้นหลอมกายาระดับ 7 ไปถึงระดับ 9 ภายในเวลาเพียงไม่กี่วันได้ อย่างไรก็ตาม เขาก็รู้ดีว่าของวิเศษแห่งฟ้าดินเช่นนี้น่าจะหายากยิ่ง เขาจึงเลิกซักไซ้ต่อว่าพบผลไม้ชนิดนั้นที่ใด

หลวี่เฉิงฮว๋าสบถด่าในใจ "นี่แค่ 'นิดหน่อย' งั้นรึ เมื่อสิบวันก่อนเจ้ายังอยู่แค่ขั้นหลอมกายาระดับ 3 ตอนนี้พุ่งพรวดมาถึงระดับ 9 แล้ว เจ้าจะหลอกใครกันแน่"

"เดี๋ยวก่อน ข้าเห็นเจ้าแบกถุงเงินออกมาจากสำนักยุทธ์ชัดๆ เจ้าจะแก้ตัวเรื่องนี้อย่างไรล่ะ"

หลวี่เฉิงฮว๋าคาดคั้นเขาอีกครั้ง

จบบทที่ บทที่ 20 ใส่ร้ายป้ายสี

คัดลอกลิงก์แล้ว