เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 109 - ผูกมิตร

บทที่ 109 - ผูกมิตร

บทที่ 109 - ผูกมิตร


ฉินไป๋รีบสาวเท้าเข้ามา ล็อกประตูห้องทำงานจนแน่นหนา แล้วจูงแขนเซี่ยมู่มาหยุดยืนอยู่หน้าทุกคน เอ่ยด้วยน้ำเสียงยินดี "ขอแนะนำอย่างเป็นทางการ นี่คือเซี่ยมู่ครับ"

ยังไม่ทันขาดคำ หลงซานก็พรวดพราดลุกขึ้น ก้าวฉับๆ มาหยุดตรงหน้าเซี่ยมู่ ยื่นมือออกไปพลางพูดว่า "เซี่ยมู่ มาเป็นเพื่อนกันไหม?"

คำทักทายแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาเซี่ยมู่อึ้งกิมกี่ไปเลย

...นี่มันบทสนทนาเปิดตัวแบบไหนกันเนี่ย?

เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ที่นั่งเรียงรายอยู่บนโซฟาถึงกับกุมขมับ ทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อสายตา

ส่วนฉินเชี่ยนเสวี่ยนั้นหลบฉากไปนั่งที่มุมห้องเงียบๆ รอชมเรื่องสนุกด้วยความอยากรู้อยากเห็น

เซี่ยมู่มองชายร่างยักษ์ตรงหน้าอย่างงุนงง เขาไม่ได้ยื่นมือไปจับ แต่หันไปถามฉินไป๋ด้วยสีหน้าว่างเปล่า "คุณอาฉิน ท่านนี้คือ...?"

ฉินไป๋เองก็แอบยิ้มเจื่อน รีบแนะนำให้เซี่ยมู่รู้จัก "ท่านนี้คือผู้อาวุโสหลงซาน หัวหน้าเขตหัวเป่ยแห่งหอวิญญาณนักรบประเทศมังกรของเราครับ"

"หัวหน้าเขตหัวเป่ย?" เซี่ยมู่ทำหน้าเลิ่กลั่ก ไม่ค่อยเข้าใจความหมายของตำแหน่งนี้เท่าไหร่นัก

หลงซานเห็นท่าทีงงงวยของเด็กหนุ่ม จึงชิงอธิบายเอง "หัวหน้าเขตหัวเป่ยก็หมายความว่า แถวหัวเป่ยของหอวิญญาณนักรบน่ะ ฉันใหญ่สุดไงล่ะ"

สิ้นคำพูดของเขา เสียงกระแอมไอดังขึ้นเบาๆ จากหลายมุมในห้องทำงาน

หลงซานหันไปมอง ก็ปะทะเข้ากับสายตาเรียบเฉยของหลิงเทียน ส่วนผู้อาวุโสท่านอื่นก็ทำทีเป็นหันหน้าหนี ลูบจมูก หรือไม่ก็แอบสั่นไหล่กลั้นขำกันยกใหญ่

หลงซานยกมือเกาหัวเกรียนๆ ของตัวเอง แล้วรีบเสริม "เอ่อ... แน่นอนว่าฉันก็ต้องขึ้นตรงต่อท่านประธานหลิงเทียนอีกทีน่ะนะ"

แม้คำพูดของเขาจะดูห้าวๆ ไปบ้าง แต่เซี่ยมู่ก็เข้าใจถึงความสำคัญของคำว่า "หัวหน้าเขต" ได้ทันที และเริ่มตระหนักแล้วว่าบุคคลที่อยู่ตรงหน้าเหล่านี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

เขายื่นมือไปจับกับหลงซาน "สวัสดีครับผู้อาวุโสหลงซาน ผมชื่อเซี่ยมู่ครับ"

"ฉันรู้แล้วว่านายชื่อเซี่ยมู่" หลงซานยังคงดื้อดึง จับมือเซี่ยมู่แน่นไม่ยอมปล่อย "ฉันถามว่า จะคบเป็นเพื่อนกันไหม?"

เซี่ยมู่ยิ้มเจื่อน นึกในใจ: พี่ชายครับ จะมาเป็นเพื่อนอะไรกัน ผมยังไม่รู้จักพี่เลยนะ

จังหวะนั้นเอง เสียงหวานนุ่มที่แฝงไปด้วยความขบขันก็ดังขึ้นจากด้านข้าง "หลงซาน ฉันบอกแล้วไงว่าเซี่ยมู่เพิ่งเรียนจบ อย่าไปทำตัวน่ากลัวใส่เขา"

ผู้พูดคือซูหวั่นจิ้ง ผู้อาวุโสสูงสุดเขตหัวตง เธอนั่งพิงโซฟาอย่างสบายอารมณ์ มองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม

หลงซานรู้สึกเสียฟอร์มนิดหน่อย จึงเถียงกลับเสียงดัง "วิธีการคบหาของลูกผู้ชาย พวกผู้หญิงอย่างเธอไม่เข้าใจหรอก"

เซี่ยมู่แอบกลอกตาในใจ: วิธีการคบเพื่อนแบบพี่ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันครับ

เขาหันไปส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากฉินไป๋อีกครั้ง

ฉินไป๋รับลูกต่อทันที ก้าวออกมาข้างหน้าเพื่อแนะนำอย่างเป็นทางการ "เซี่ยมู่ มานี่สิ อาจะแนะนำให้รู้จักทีละท่านเลยนะ"

เขาเบี่ยงตัวไปทางที่นั่งประธาน ผายมืออย่างนอบน้อม "ท่านนี้คือ ท่านหลิงเทียน ประธานหอวิญญาณนักรบแห่งประเทศมังกรของเรา!"

เซี่ยมู่ชะงักไปนิด หันไปมองหลิงเทียน

ประธานหอวิญญาณนักรบ! ชื่อของหลิงเทียนนั้นเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศมังกร แต่ด้วยสถานะที่ต้องเก็บตัว เขาจึงแทบไม่ปรากฏตัวตามสื่อต่างๆ นี่เป็นครั้งแรกที่เซี่ยมู่ได้เห็นตัวจริง

ฉินไป๋แนะนำต่อ "ส่วนท่านเหล่านี้คือ ผู้อาวุโสหลงเจิ้นเยว่ หัวหน้าเขตหัวหนาน, ผู้อาวุโสซูหวั่นจิ้ง หัวหน้าเขตหัวตง, และผู้อาวุโสโอวหยางชางจวี๋ หัวหน้าเขตหัวซีครับ"

ตอนนี้เซี่ยมู่กระจ่างแจ้งแล้วว่า บุคคลในห้องนี้ล้วนเป็นระดับบิ๊กบอสของแท้

ไม่ได้พูดเกินจริงเลยนะว่า ใครสักคนในห้องนี้กระทืบเท้าทีเดียว ประเทศมังกรก็คงสะเทือนไปทั้งประเทศ

เขาสงบสติอารมณ์ โค้งตัวเล็กน้อยเพื่อแสดงความเคารพ "สวัสดีครับทุกท่าน!"

คำทักทายเรียบๆ ของเซี่ยมู่ ทำเอาซูหวั่นจิ้งอดหัวเราะคิกคักไม่ได้

ส่วนโอวหยางชางจวี๋ก็พยักหน้าช้าๆ กระซิบกับหลงเจิ้นเยว่ที่นั่งข้างๆ "รู้ว่าพวกเราเป็นใคร แต่ก็ยังนิ่งได้ขนาดนี้ เด็กคนนี้จิตใจเข้มแข็งใช้ได้เลย"

หลงเจิ้นเยว่พยักหน้า รอยยิ้มเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ "แน่นอนอยู่แล้ว! นี่มันเพชรเม็ดงามของเขตหัวหนานเราเชียวนะ!"

ประโยคนี้ทำเอาผู้อาวุโสท่านอื่นของขึ้นทันที ซูหวั่นจิ้งเลิกคิ้วถาม "หลงเจิ้นเยว่ พูดแบบนี้หมายความว่าไง? ทำไมถึงกลายเป็นคนของหัวหนานไปได้ล่ะ? นี่มันคนเก่งของประเทศมังกรต่างหากย่ะ!"

"ใช่!" โอวหยางชางจวี๋ผสมโรง

หลงเจิ้นเยว่เถียงคอเป็นเอ็น "ฉันขอถามคำเดียว ทะเบียนบ้านเซี่ยมู่อยู่ที่ไหน? เขาเรียนจบจากโรงเรียนในเมืองหนานของฉันใช่ไหมล่ะ?"

ผู้อาวุโสคนอื่นๆ ถึงกับเถียงไม่ออก

เมื่อเห็นว่าบรรดาผู้หลักผู้ใหญ่กำลังจะเริ่มเปิดศึกแย่งชิงตัวเซี่ยมู่ หลิงเทียนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะก็ต้องออกโรงห้าม "พอได้แล้ว"

เขาหันไปกวักมือเรียกเซี่ยมู่ "เซี่ยมู่ ไม่ต้องยืนแล้ว มานั่งนี่สิ"

เซี่ยมู่พยักหน้ารับ เดินไปนั่งตรงที่ว่างตามที่หลิงเทียนบอก

หลิงเทียนปรับสีหน้าให้เป็นทางการ สายตาจ้องมองเซี่ยมู่ด้วยความแน่วแน่ "เซี่ยมู่ การที่เธอสามารถคว้าแต้มบุญประเทศ 20% มาให้ประเทศมังกรในการท้าทายระดับโลกครั้งนี้ นับเป็นความดีความชอบที่ยิ่งใหญ่มาก ฉันขอเป็นตัวแทนของหอวิญญาณนักรบขอบคุณเธออย่างเป็นทางการ"

เซี่ยมู่ส่ายหน้า "ท่านประธานหลิงเทียนพูดเกินไปแล้วครับ ตอนนั้นผมก็แค่ป้องกันตัว ไม่ได้คิดว่าเป็นการสร้างผลงานอะไรเลย"

"ป้องกันตัวกับการสร้างผลงานมันคนละเรื่องกัน" หลิงเทียนโบกมือ พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "การป้องกันตัวของเธอ ทำให้ประเทศมังกรได้รับผลประโยชน์มหาศาล ความดีความชอบครั้งนี้ มันยิ่งใหญ่กว่าใครๆ ในรอบสามสิบปีที่ผ่านมาเลยนะ รวมทั้งตัวฉันเองด้วย!"

เซี่ยมู่อึ้งไป เขาไม่คิดเลยว่าการรับคำท้าทายแบบตกกระไดพลอยโจน จะได้รับคำชมเชยจากหลิงเทียนสูงลิ่วขนาดนี้

เขาหันไปมองรอบๆ ทุกคนในห้องต่างก็พยักหน้าเห็นด้วยอย่างจริงจัง

เขาแอบลูบจมูกแก้เขิน ตอบกลับไปว่า "เอ่อ... เอาจริงๆ มันก็แค่เรื่องบังเอิญน่ะครับ"

"พรวด!"

"แค่กๆๆ!"

ประโยคเดียวของเซี่ยมู่ เกือบทำเอาบรรดาผู้อาวุโสเสียอาการ

เมื่อกี้ยังแอบชื่นชมว่าไอ้เด็กนี่มันนิ่งดีอยู่เลย ทำไมแป๊บเดียว... ถึงได้ดูน่าหมั่นไส้ขนาดนี้วะ?

พวกเขาหารู้ไม่ว่า เซี่ยมู่ไม่ได้ตั้งใจอวดอ้างอะไรเลย เขาแค่รู้สึกว่าตัวเองก็แค่กำจัดพวกโค่วที่มารังควานไปก็เท่านั้นเอง

หลิงเทียนเองก็ถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ พยายามข่มกลั้นคำด่าที่เกือบจะหลุดปากออกไป แล้วพูดว่า "เซี่ยมู่ สำหรับรายละเอียดเรื่องพลังที่แท้จริงและวิธีที่เธอใช้ ฉันจะไม่เซ้าซี้ถามอะไรมาก แต่ฉันอยากให้เธอตอบคำถามฉันข้อหนึ่งอย่างตรงไปตรงมา"

เซี่ยมู่เห็นสีหน้าจริงจังของหลิงเทียน ก็หุบยิ้ม พยักหน้ารับ "ถามมาได้เลยครับ"

หลิงเทียนโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย สายตาคมกริบ "ฉันอยากรู้ว่า ถ้าต้องเจอกับคู่ต่อสู้ระดับซาโต้ ยู อีกครั้ง เธอจะยังสามารถเอาชนะได้อย่างง่ายดายเหมือนครั้งนี้ไหม?"

เจตนาของคำถามนี้ชัดเจนมาก เขาต้องการความมั่นใจว่า ความแข็งแกร่งของเซี่ยมู่เป็นเพียงการพึ่งพาพลังพิเศษที่ใช้ได้แค่ครั้งเดียว หรือเป็นความสามารถที่แท้จริงและทรงพลังของตัวเองกันแน่

เซี่ยมู่เข้าใจถึงความหวาดระแวงของหลิงเทียนดี แต่ในฐานะประธานหอวิญญาณนักรบ การที่หลิงเทียนรู้จักระมัดระวังเรื่องคำพูดแบบนี้ ทำให้เซี่ยมู่รู้สึกประทับใจไม่น้อย

เขาพยักหน้าเบาๆ ตอบกลับไปว่า "ท่านประธานหลิงเทียนครับ ต่อให้ซาโต้ ยู มาอีกร้อยคน ผลลัพธ์ก็ยังเหมือนเดิมครับ"

"เยี่ยม!" หลิงเทียนตาเป็นประกาย ตบมือฉาดใหญ่ "เซี่ยมู่ ที่พวกเรามากันในวันนี้ นอกจากจะอยากมาเจอเธอด้วยตัวเองแล้ว ยังมีเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะมาหารือกับเธอด้วย"

"เชิญว่ามาเลยครับ" เซี่ยมู่นั่งตัวตรง

หลิงเทียนปรับสีหน้าให้จริงจัง "ฉันขอเป็นตัวแทนของหอวิญญาณนักรบประเทศมังกร เชิญชวนให้เธอเข้าร่วมอย่างเป็นทางการ และ... เราจะทำการประดับยศพิเศษให้กับเธอด้วย"

"ประดับยศ?" เซี่ยมู่งงไปนิดหน่อย เรื่องเข้าร่วมหอวิญญาณนักรบเขาก็พอจะเดาๆ ไว้บ้างแล้ว แต่ไอ้ "ประดับยศ" นี่มันหมายความว่ายังไง?

จบบทที่ บทที่ 109 - ผูกมิตร

คัดลอกลิงก์แล้ว