- หน้าแรก
- ใครว่าเป็นแค่นักธนูธรรมดา พอดีดาเมจผมทะลุหลอดครับ
- บทที่ 32 - ปาร์ตี้แรกงั้นเหรอ?
บทที่ 32 - ปาร์ตี้แรกงั้นเหรอ?
บทที่ 32 - ปาร์ตี้แรกงั้นเหรอ?
"คุณชายเฉิน นึกไม่ถึงเลยนะครับว่าพวกเราจะอัประดับทะลุเลเวล 5 ได้เร็วขนาดนี้!" ชายหนุ่มรูปร่างผอมสูงที่เดินตามหลังเฉินจื้อกัง ปั้นรอยยิ้มประจบประแจงเต็มใบหน้า "ผมกล้าพนันเลยว่า พวกเราต้องเป็นปาร์ตี้แรกของปีนี้ที่ได้เข้าดันเจี้ยนมือใหม่แน่ๆ! ฮ่าๆ!"
"อืม" เฉินจื้อกังเดินนำหน้าสุด พยายามรักษาปั้นหน้าขรึมให้ดูนิ่งๆ แต่มุมปากที่กระตุกยิ้มขึ้นเป็นระยะจนกลั้นไว้ไม่อยู่ กลับฟ้องให้เห็นถึงความได้ใจที่ซ่อนอยู่ข้างในอย่างชัดเจน
ซุนม่านม่านที่ยืนอยู่ข้างๆ เฉินจื้อกังแอบกรอกตาโดยไม่ให้ใครเห็น เธอรู้ดีแก่ใจว่า ในช่วงเวลาที่ทุกคนแทบจะงัดเอาเวลาหนึ่งวันมาใช้ให้คุ้มค่าเป็นสองวัน แย่งกันปั่นเลเวลแบบไม่คิดชีวิต เฉินจื้อกังกลับนอนกินบ้านกินเมืองตื่นซะสายโด่งกว่าจะโผล่หน้ามาเจอกันได้
ด้วยความคืบหน้าแค่นี้ ยังกล้าฝันกลางวันว่าจะเป็นปาร์ตี้แรกที่เข้าดันเจี้ยนมือใหม่อีกเหรอ?
อย่างน้อยเท่าที่เธอรู้ ปาร์ตี้ของฉินเชี่ยนเสวี่ย ทั้งของสวมใส่และประสิทธิภาพไม่มีทางด้อยกว่าพวกเขาสักนิด ไม่รู้จริงๆ ว่าพวกนี้ไปเอาความมั่นหน้าแบบผิดๆ นี้มาจากไหน
"เสียดายก็แต่บอสฟิลด์เมื่อวานนี่แหละ!" ชายหนุ่มรูปร่างเตี้ยอ้วนอีกคนพูดแทรกขึ้นมาด้วยสีหน้าเจ็บใจ "ถ้าไม่โดนแย่งไปซะก่อนนะ ป่านนี้พวกเราทะลุเลเวล 5 ตั้งแต่เมื่อวาน เผลอๆ อาจจะเคลียร์ดันเจี้ยนมือใหม่ไปรอบนึงแล้วด้วยซ้ำ! เสียเวลาไปวันนึงฟรีๆ เลย!"
"หึ!"
พอได้ยินแบบนั้น สีหน้าของเฉินจื้อกังก็มืดครึ้มลงทันตา เขาพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างหงุดหงิด แววตาฉายแววดุร้าย "อย่าให้ฉันรู้นะว่าไอ้โง่หน้าไหนมันกล้ามาลาสบอสของฉัน! ถ้าฉันลากคอมันออกมาได้ล่ะก็..." เขากัดฟันกรอดอย่างเคียดแค้น "ฉันจะทำให้มันเสียใจที่เกิดมาเลยคอยดู!"
ทั้งห้าคนกำลังมุ่งหน้าไปที่รูนวาร์ปของดันเจี้ยนมือใหม่ จู่ๆ ชายหนุ่มร่างผอมสูงก็ชี้ไปข้างหน้าแล้วตะโกนขึ้น "คุณชายเฉิน! ดูนั่นสิ เซี่ยมู่นี่นา"
เฉินจื้อกังเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นเซี่ยมู่กำลังเดินลงมาจากบันไดทางเดินเฉพาะของจัตุรัสวาร์ปจริงๆ
รอยยิ้มเยาะเย้ยที่แฝงความมุ่งร้ายอย่างโจ่งแจ้งผุดขึ้นบนใบหน้าของเฉินจื้อกังทันที
เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง กระชากแขนซุนม่านม่านที่อยู่ข้างๆ เข้ามาอย่างแรง ท่อนแขนกอดรัดเอวบางของเธอแน่นราวกับคีมเหล็ก บังคับให้เธอแนบชิดกับเกราะอกทองแดงสว่างวาวของเขา
ซุนม่านม่านตัวแข็งทื่อ ขัดขืนเล็กน้อย เธอรู้ดีว่าเฉินจื้อกังคิดจะทำอะไร ก็แค่หลอกใช้ 'แฟนเก่า' อย่างเธอ ไปกระตุ้นและหยามหน้านายเซี่ยมู่นั่นแหละ
"ไป!"
เฉินจื้อกังกดเสียงต่ำ บังคับอย่างไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ ซุนม่านม่านหน้าเสียไปแวบหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ขัดขืนอะไรอีก ปล่อยให้เฉินจื้อกังดันตัวเธอเดินไปข้างหน้าด้วยท่าทางแข็งเกร็ง
"โย่ว นี่มันอัจฉริยะเซี่ยของพวกเรานี่นา?"
เฉินจื้อกังเดินกร่างไปขวางทางอยู่ตรงตีนบันไดพอดี ส่วนสูงของเขาเตี้ยกว่าเซี่ยมู่ช่วงศีรษะ เขากระชับแขนที่โอบเอวซุนม่านม่านให้แน่นขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกวนโอ๊ยและเยาะเย้ยอย่างไม่ปิดบัง
เซี่ยมู่ยืนอยู่บนบันได เขาก้มมองเฉินจื้อกังด้วยสายตาเรียบเฉย กวาดสายตาผ่านเสี้ยวหน้าของซุนม่านม่านอย่างลวกๆ แล้วตวัดสายตากลับมาที่ใบหน้าของเฉินจื้อกัง นิ่งสงบไร้คลื่นอารมณ์ใดๆ
สายตาที่มองผ่านราวกับเขาไร้ตัวตนนั้น ทำเอาเฉินจื้อกังรู้สึกเหมือนชกเข้าที่ก้อนสำลี อึดอัดจนแทบกระอัก เขาของขึ้นทันทีและพูดต่อ "ทำไม? อัจฉริยะเซี่ยของพวกเราพอตื่นรู้ได้อาชีพสุดยอดอย่างนักธนู ก็เลยหยิ่งจนไม่ยอมทักทายเพื่อนฝูงแล้วงั้นสิ?"
คำพูดแทงใจดำของเฉินจื้อกังเรียกเสียงหัวเราะครืนจากเพื่อนร่วมทีมด้านหลัง
"คุณชายเฉิน คุณก็พูดไป!"
หวังเฉิงรับลูกคอด้วยสีหน้าสะใจสุดๆ น้ำเสียงแหลมปรี๊ด "อัจฉริยะเซี่ยของพวกเราน่ะ เป็นถึงระดับตำนานที่เบิกค่าศักยภาพไปตั้ง 3,000 แต่ได้อาชีพนักธนูธรรมดาๆ เชียวนะ! คุณไปพูดแบบนั้น มันไม่ค่อยดีมั้ง ฮ่าๆ!"
ความอึดอัดที่ถูกรัศมีของเซี่ยมู่กดทับมาตลอดสามปีในโรงเรียนมัธยมปลาย บัดนี้กลายเป็นความสะใจอันบิดเบี้ยว ทำให้เสียงหัวเราะของเขาบาดหูเสียเหลือเกิน
"เอ๊า หวังเฉิง แกก็อย่าพูดงั้นสิ เดี๋ยวอัจฉริยะเซี่ยก็เสียเซลฟ์แย่หรอก"
เด็กหนุ่มร่างเตี้ยอ้วนอีกคนหัวเราะหึๆ ก่อนจะพูดเหน็บแนม "แต่ดูคุณชายเฉินของพวกเราสิ เพิ่งจะคบกับซุนม่านม่านเมื่อวาน วันนี้ก็โอบเอวกันซะแล้ว จุ๊ๆ ไวไฟแถมยังมีชั้นเชิงขนาดนี้ พวกเราขอนับถือเลยลูกพี่!" สายตาหื่นกระหายของเขามองไล่สแกนมือของเฉินจื้อกังที่โอบเอวซุนม่านม่านไปมา
เซี่ยมู่มองพวกลูกกระจ๊อกที่รับส่งมุกกันเป็นปี่เป็นขลุ่ยตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา ถ้าเขาตื่นรู้ได้อาชีพนักธนูธรรมดาๆ แบบที่พวกมันพูดจริงๆ โดนถากถางแบบนี้ก็คงจะจุกอยู่เหมือนกันแหละ
แต่สำหรับตอนนี้ล่ะก็... คนพวกนี้ในสายตาเขาก็แค่เศษขยะไร้ค่าไม่กี่ชิ้น เขาไม่มีกะจิตกะใจจะเสวนาด้วยเลยสักนิด
ความเงียบของเซี่ยมู่กลับกลายเป็นความรู้สึกไร้ทางสู้ในสายตาของเฉินจื้อกังและพรรคพวก ความรู้สึกแบบนี้ทำให้เฉินจื้อกังสะใจสุดๆ
"แค่โอบเอวเนี่ยนะ?" เขาพูดอย่างลำพอง "โอบเอวน่ะมันจะไปเจ๋งอะไร พวกแกไม่รู้เหรอไงว่าเมื่อคืนซุนม่านม่านไปค้างที่บ้านฉันมา?"
ประโยคนี้เหมือนระเบิดลูกโตที่ทิ้งลงกลางวง ดึงดูดความสนใจของทุกคนในบริเวณนั้นทันที
"เชี่ย!"
เด็กหนุ่มร่างเตี้ยอ้วนจงใจพูดเสียงดัง ทำท่าทางเวอร์วัง "คุณชายเฉิน ที่พูดนี่เรื่องจริงดิ?"
เฉินจื้อกังแค่นยิ้มหยัน "นี่พวกแกไม่สังเกตเลยเหรอ ว่าวันนี้ซุนม่านม่านเดินไม่ค่อยเหมือนปกติอะ?"
"คุณชายเฉิน คุณนี่มันร้ายกาจจริงๆ เซี่ยมู่คบกับซุนม่านม่านมาสามปี ดีไม่ดียังไม่เคยแม้แต่จะจูบด้วยซ้ำมั้ง แต่คุณแค่วันเดียวก็ฟาดเรียบเลยเหรอ?"
พอกล่าวจบ เด็กหนุ่มร่างเตี้ยอ้วนก็หันไปมองเซี่ยมู่ด้วยสายตาเวทนา คราวนี้เขาไม่ได้เสแสร้ง เขาแอบรู้สึกสมเพชเซี่ยมู่จริงๆ
ซุนม่านม่านที่ถูกเฉินจื้อกังกอดรัดเอาไว้ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแค่ของเล่นที่โดนคนพวกนี้เอามาล้อเล่นสนุกปาก พวกเขาไม่เห็นหัวหรือให้เกียรติเธอเลยสักนิด เธอกัดฟันแน่น ร่างกายแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ ก้มหน้าต่ำ ปล่อยให้ผมยาวปรกลงมาปิดบังใบหน้าไปกว่าครึ่ง
กลิ่นคาวคละคลุ้งที่ถูกยัดเยียดเข้าปากเมื่อคืนตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง ทำเอาในกระเพาะอาหารปั่นป่วนไปหมด
"มันคุ้มค่า!" ซุนม่านม่านกัดฟันบอกตัวเอง เพื่อแลกกับโควตาเข้าหอวิญญาณนักรบ เธอต้องทนให้ได้
เซี่ยมู่ในอดีตต่อให้ดีกับเธอแค่ไหน แล้วยังไงล่ะ? เขาพาเธอเข้าหอวิญญาณนักรบไม่ได้ ทุกอย่างที่ผ่านมามันจะมีประโยชน์อะไร?
"ทำไมเงียบไปล่ะ?" เฉินจื้อกังเห็นเซี่ยมู่ยังคงเงียบ ไฟราคะในใจก็ยิ่งลุกโชน เอ่ยยั่วยุต่อไป "นายก็อย่าเสียใจไปเลยนะ ยังไงซะการตัดสินใจของม่านม่านก็ฉลาดสุดๆ แล้ว ตามฉันมา อัปเลเวล 5 ชิลๆ ถ้ายังขืนตามนายอยู่..." เขาไล่สายตามองเซี่ยมู่ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยาม "ป่านนี้ก็คงทำได้แค่อยู่ยิงกระต่ายในพื้นที่ทดสอบมือใหม่หมายเลข 995 นั่นแหละ ฮ่าๆ"
"ช่าย! คุณชายเฉินน่ะไม่ใช่อะไรที่นักธนูอย่างนายจะเอามาเทียบได้หรอกนะ"
ไอ้ผอมสูงรีบแจมทันที ยิ้มประจบประแจง "พวกเราน่ะกำลังจะเป็นปาร์ตี้แรกที่เคลียร์ดันเจี้ยนมือใหม่ผ่านเลยนะเว้ย!"
"ปาร์ตี้แรกงั้นเหรอ?"
ฉินเชี่ยนเสวี่ยไม่รู้ว่าเดินมายืนอยู่ข้างเซี่ยมู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอยกแขนขึ้นควงแขนเซี่ยมู่อย่างเป็นธรรมชาติ มุมปากเหยียดยิ้มเย้ยหยันอย่างไม่คิดจะปิดบัง สายตาทิ่มแทงทะลุร่างเฉินจื้อกังราวกับลิ่มน้ำแข็ง
"เฉินจื้อกัง กลางวันแสกๆ ยังอุตส่าห์ฝันหวานได้ขนาดนี้นะ หน้าด้านหน้าทนจนฉันต้องขอยอมรับเลยจริงๆ"
สีหน้าของเฉินจื้อกังเคร่งเครียดขึ้นมาทันที อารมณ์โกรธพลุ่งพล่านเตรียมจะระเบิด แต่พอนึกถึงฐานะของฉินเชี่ยนเสวี่ย ก็จำต้องกลืนก้อนความโกรธลงคอไป