เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 - พี่เลี้ยงเด็ก

บทที่ 25 - พี่เลี้ยงเด็ก

บทที่ 25 - พี่เลี้ยงเด็ก


ถ้าเซี่ยมู่อาศัยแค่อาวุธไม่จำกัดเลเวลที่มีพลังโจมตีมหาศาลในการทำลายสถิติ สำหรับฉินไป๋แล้ว ต่อให้ทุบสถิติได้ มันก็เป็นแค่ความสำเร็จฉาบฉวยเท่านั้นแหละ เพราะเมื่อเลเวลสูงขึ้น ข้อได้เปรียบจากอาวุธพวกนี้ก็จะค่อยๆ ลดลงไปเอง

แต่ถ้าเซี่ยมู่มีศักยภาพที่จะเติบโตได้แบบไร้ขีดจำกัดด้วยตัวเอง นั่นสิถึงจะเป็นบุคลากรทรงคุณค่าที่ประเทศชาติควรทุ่มทรัพยากรปั้นให้สุดตัว

เมื่อเห็นท่าทีจริงจังของฉินไป๋ เซี่ยมู่ก็เลิกเล่นลิ้น "คุณลุงฉิน ผมปลุกได้อาชีพนักธนูธรรมดาๆ จริงๆ ครับ แต่ค่าศักยภาพของผมก็ไม่ได้มีไว้โชว์เท่ๆ เหมือนกัน แค่มันไม่ได้แสดงผลออกมาตอนปลุกอาชีพเท่านั้นเอง"

คิดไว้ไม่มีผิด!

ฉินไป๋พรูลมหายใจออกมายาวเหยียด น้ำเสียงเจือความตื่นเต้น "ช่วยเล่ารายละเอียดให้ฟังหน่อยได้ไหม?"

เซี่ยมู่ยิ้มขอโทษ เก็บธนูไม้หลิวเข้ากระเป๋ามิติ "เรื่องรายละเอียด ผมขออนุญาตยังไม่บอกตอนนี้ดีกว่าครับ แต่ผมรับประกันได้เลยว่า พลังที่ผมได้มา มันคุ้มค่ากับค่าศักยภาพ 3,000 แต้มแน่นอน"

ฉินไป๋พยักหน้าช้าๆ "เซี่ยมู่ เราเพิ่งเจอกันครั้งแรก การที่หลานไม่อยากหงายไพ่ใบสุดท้ายให้ดู ลุงเข้าใจและเห็นด้วยมากๆ แต่หลานรู้ไหมว่า การเคลียร์ดันเจี้ยนมือใหม่ได้ใน 17 นาที 36 วินาทีเนี่ย มันหมายความว่ายังไง?"

เซี่ยมู่ส่ายหน้า ฉินไป๋จึงอธิบายต่อ "สถิติเดิมของประเทศมังกรเราอยู่ที่ 35 นาที 08 วินาที แปลว่าหลานใช้เวลาไม่ถึงครึ่งในการทำลายสถิติเดิมซะราบคาบ ถ้าลุงส่งรายงานนี้ให้ศูนย์ใหญ่ หลานจะได้เข้ารับการฝึกฝนขั้นสูงสุดจากหอวิญญาณนักรบทันที"

เซี่ยมู่ยิ้มบางๆ "คุณลุงฉินครับ ผมเข้าใจดีว่าต้นไม้ที่สูงเด่นเกินไปย่อมถูกพายุพัดโค่น ตอนอยู่โรงเรียนมัธยมหนานอี แค่มีค่าศักยภาพสูง ผมก็โดนเขม่นโดนแกล้งสารพัดแล้ว โชคดีที่ตอนนั้นพวกเรายังเป็นแค่นักเรียน มันก็มีแต่ลูกไม้ตื้นๆ กวนประสาทเท่านั้นแหละ แต่ตอนนี้ผมเรียนจบแล้ว โลกภายนอกไม่ได้มีแค่เด็กมัธยมอีกต่อไป จนกว่าผมจะแกร่งพอเอาตัวรอดได้ ผมยอมโชว์ความสามารถได้ระดับหนึ่ง แต่จะไม่ยอมเผยไพ่ตายทั้งหมดเด็ดขาดครับ"

ฉินไป๋อึ้งไปนิด ก่อนจะหัวเราะลั่น "เซี่ยมู่ อายุแค่นี้แต่ความคิดความอ่านเกินวัยไปมาก ดี! เยี่ยมมาก! ลุงพอจะมีเส้นสายในเมืองหนานอยู่บ้าง ถ้ามีปัญหาอะไรก็บอกลุงได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ"

ดวงตาเซี่ยมู่เปล่งประกาย เขาแค่รอประโยคนี้แหละ! รีบยกถ้วยชาขึ้นอย่างนอบน้อม "ถ้าอย่างนั้นก็ต้องขอบคุณลุงฉินมากครับ ผมขอใช้ชาแทนเหล้าดื่มคารวะคุณลุงเลยแล้วกัน"

"ฮ่าๆ ดี!" ฉินไป๋หัวเราะร่วน ยกถ้วยชาขึ้นชนกับเซี่ยมู่อย่างอารมณ์ดี

เซี่ยมู่กระดกชาจนหมดถ้วย มองฉินไป๋ที่ดื่มชาจนหมดเช่นกัน ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์ "คุณลุงฉินครับ พอดีผมมีเรื่องเล็กๆ รบกวนให้ช่วยนิดหน่อยน่ะครับ"

"..." ฉินไป๋ชะงัก มองรอยยิ้มแฝงเลศนัยของเซี่ยมู่แล้วรู้สึกเหมือนตัวเองโดนวางบ่วงยังไงก็ไม่รู้ เขาชี้หน้าเซี่ยมู่อย่างเหลืออด "ไอ้เด็กแสบ... ว่ามาเถอะ อะไรที่ช่วยได้ ลุงไม่ปฏิเสธแน่นอน"

เซี่ยมู่วางถ้วยชาลง ชี้ไปที่เด็กสาวข้างตัวด้วยสีหน้าจริงจัง "คุณลุงฉินครับ นี่จิ่นอวี๋ น้องสาวผมเอง อีกไม่นานผมก็ต้องไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยแล้ว เลยอยากฝากฝังให้คุณลุงช่วยเป็นหูเป็นตา ดูแลเธอตอนที่ผมไม่อยู่เมืองหนานหน่อยน่ะครับ"

เซี่ยจิ่นอวี๋เบิกตาโพลง ไม่คิดว่าพี่ชายจะกล้าขอร้องเรื่องแบบนี้กับคนใหญ่คนโต เธอรีบกระตุกชายเสื้อเขา "พี่ ไม่ต้องห่วงหรอก หนูดูแลตัวเองได้น่า"

"แค่นี้...เนี่ยนะ?" มุมปากฉินไป๋กระตุกยิกๆ จู่ๆ เขาก็รู้สึกน้อยใจขึ้นมาตงิดๆ

นี่ลุงเป็นถึงหัวหน้าหอวิญญาณนักรบสาขาเมืองหนานนะเว้ย! จะให้มารับบทพี่เลี้ยงเด็กเนี่ยนะ? ไม่มีเรื่องคอขาดบาดตายหรือเรื่องที่มันสมน้ำสมเนื้อให้ช่วยเลยหรือไง?

ถ้าเป็นไปได้ ฉินไป๋อยากจะผ่ากะโหลกเซี่ยมู่ดูจริงๆ ว่าสมองหมอนี่มันทำด้วยอะไร

เซี่ยมู่เองก็รู้ดีว่าคำขอของเขามันดูขัดกับฐานะของฉินไป๋ไปหน่อย เขาพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดนิดๆ "คุณลุงฉินครับ เรื่องนี้สำคัญกับผมมากจริงๆ เพราะงั้น..."

"โธ่เอ๊ย เรื่องแค่นี้ไม่ต้องถึงมือพ่อฉันหรอกน่า" ฉินเชี่ยนเสวี่ยแทรกขึ้นมา เธอคว้ามือเซี่ยจิ่นอวี๋มากุมไว้ "จิ่นอวี๋ วันงานเลี้ยงรุ่น เดี๋ยวพี่จะแนะนำเพื่อนๆ รุ่นราวคราวเดียวกันให้รู้จักนะจ๊ะ"

"อื้อ ขอบคุณค่ะพี่สาวเชี่ยนเสวี่ย" เซี่ยจิ่นอวี๋ก็หัวไวใช่เล่น รีบเปลี่ยนสรรพนามจาก 'รุ่นพี่ฉิน' เป็น 'พี่สาวเชี่ยนเสวี่ย' ซะหวานจ๋อย

ฉินไป๋นวดขมับ "สบายใจได้ น้องสาวหลานอยู่ในเมืองหนาน ปลอดภัยหายห่วงแน่นอน ไม่ต้อง... " เขาชะงักไปนิด หันไปถามเซี่ยมู่หน้าตาตื่น "เดี๋ยวนะ เมื่อกี้หลานบอกว่าจะไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย? มหาวิทยาลัยอะไร?"

เซี่ยมู่ทำหน้างงกับปฏิกิริยาของอีกฝ่าย พยักหน้าตอบ "ก็... มหาวิทยาลัยผู้ตื่นรู้ไงครับ"

"นี่ยังคิดจะไปเรียนมหาวิทยาลัยอีกเรอะ!" ฉินไป๋เผลอขึ้นเสียงดัง "จะไปเรียนทำไมให้เสียเวลา! งานเลี้ยงรุ่นเสร็จเมื่อไหร่ มารายงานตัวกับผู้คุมสอบของหอวิญญาณนักรบที่นี่เลย"

"หา?" เซี่ยมู่มองฉินไป๋ตาปริบๆ กว่าจะตั้งสติได้ก็ผ่านไปหลายวินาที "ผมได้โควตาพิเศษเหรอครับ? แต่ว่า..."

"แต่อะไรอีก!" ฉินไป๋ถามอย่างอารมณ์เสีย ไอ้เด็กนี่มันกวนโอ๊ยจริงๆ ยังจะมาคิดเรื่องเรียนมหาวิทยาลัยอีก นี่ลุงอุตส่าห์กล่อมมาตั้งนาน เสียเวลาเปล่าๆ หรือไงเนี่ย!

เซี่ยมู่ทำหน้าลำบากใจ "คุณลุงฉิน ผมยังไม่อยากเปิดเผยความสามารถจริงๆ นะครับ แค่อาชีพนักธนูธรรมดาๆ หอวิญญาณนักรบไม่น่าจะรับเข้าทำงานหรอกมั้ง?"

ฉินไป๋ปัดมืออย่างรำคาญ "หลานมีหน้าที่แค่พยายามอัปเลเวลกับฝึกฝนตัวเองให้เก่งที่สุดก่อนวันงานเลี้ยงรุ่นก็พอ เรื่องอื่นเดี๋ยวลุงจัดการเอง"

พูดจบเขาก็สำทับอีกรอบ "ไม่ต้องห่วง ลุงไม่บีบให้หลานหงายไพ่ตายหรอกน่า"

เมื่อได้ยินแบบนั้น เซี่ยมู่ก็ยิ้มออก "ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณลุงฉินมากครับ"

เซี่ยมู่ไม่ใช่คนโง่นะ ในเมื่อเขาสามารถเข้าหอวิญญาณนักรบได้โดยไม่ต้องเปิดเผยไพ่ตาย เขาก็ไม่จำเป็นต้องดันทุรังไปเรียนมหาวิทยาลัยหรอก ใครๆ ก็รู้ว่าทรัพยากรการฝึกฝนของหอวิญญาณนักรบมันเหนือกว่าที่มหาวิทยาลัยมีให้ตั้งไม่รู้กี่เท่า

ฉินไป๋รินชาเติมให้เซี่ยมู่ ส่ายหน้าแล้วพูดว่า "ไม่ต้องขอบคุณลุงหรอก หลานเป็นคนเก่ง ถึงลุงจะไม่รู้ว่าพลังจริงๆ ของหลานคืออะไร แต่อย่างน้อยผลงานที่หลานทำได้ตอนนี้ ก็การันตีแล้วว่าหลานมีคุณสมบัติพอที่จะเข้าร่วมหอวิญญาณนักรบ"

เขาชะงักไปนิด ก่อนจะถอนหายใจ "แต่อีกอย่างคือ เส้นทางในหอวิญญาณนักรบมันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่หลานคิดหรอกนะ สถานการณ์ของประเทศมังกรเราตอนนี้... พูดตรงๆ ว่าไม่ค่อยจะสู้ดีนัก"

เซี่ยมู่เลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ "ทำไมลุงฉินถึงพูดแบบนั้นล่ะครับ?"

ฉินไป๋นิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะตอบปัด "เรื่องพวกนี้ เอาไว้หลานเข้ามาอยู่ในหอวิญญาณนักรบเต็มตัวเมื่อไหร่เดี๋ยวก็รู้เองแหละ ตอนนี้รู้ไปก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี"

เซี่ยมู่พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของฉินไป๋ เขาเพิ่งจะเรียนจบหมาดๆ เป็นแค่ผู้ตื่นรู้มือใหม่ เรื่องระดับประเทศแบบนี้ ต่อให้รู้ไปก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี

หลังจากนั่งคุยกันต่ออีกนิดหน่อย เซี่ยมู่ก็ขอตัวลากลับพร้อมน้องสาว ฉินเชี่ยนเสวี่ยเห็นดังนั้นก็ลุกขึ้นเดินออกไปส่งทั้งสองคนด้วย

จบบทที่ บทที่ 25 - พี่เลี้ยงเด็ก

คัดลอกลิงก์แล้ว