เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37 - เหมาหยกยกแผง

บทที่ 37 - เหมาหยกยกแผง

บทที่ 37 - เหมาหยกยกแผง


"กระดิกนิ้วสั่งคำเดียวงั้นเหรอ?"

เย่เจี้ยนกั๋วมองฉู่เทียนที่แสนจะมั่นใจด้วยสายตาเหยียดหยาม

"เก่งแต่ปาก ใครๆ ก็ทำได้ คราวที่แล้วแกก็พูดแบบนี้แหละ"

"แล้วตอนนี้เป็นไงล่ะ? สัญญาความร่วมมือกับกลุ่มธุรกิจซิงหลานอยู่ไหนล่ะฮะ?"

ฉู่เทียนเถียงกลับทันควัน "งานประมูลของกลุ่มธุรกิจซิงหลาน เหลือเวลาอีกตั้งอาทิตย์นึง ลุงจะรีบร้อนไปทำไมวะ?"

"แก..."

เย่เจี้ยนกั๋วโกรธจนพูดไม่ออก ไอ้เด็กเมื่อวานซืนนี่ ปีนเกลียวผู้ใหญ่ขนาดนี้ ยังมีหน้าจะอยู่บ้านตระกูลเย่อีกเหรอ?

ฝันไปเถอะ

"หึ! ในเมื่อแกมั่นใจขนาดนั้น งั้นฉันก็จะรอดู"

"ดูซิว่าอีกอาทิตย์นึง แกจะไปคว้าโปรเจกต์ของกลุ่มธุรกิจซิงหลานมาได้ยังไง"

เย่เจี้ยนกั๋วสะบัดหน้าหนี มองฉู่เทียนด้วยหางตา

"ฉู่เทียน นายจะช่วยให้ฉันได้ร่วมงานกับกลุ่มธุรกิจซิงหลานจริงๆ เหรอ?"

เย่ชิงซวงเห็นฉู่เทียนมั่นใจขนาดนั้น ก็อดคาดหวังขึ้นมาไม่ได้

ถ้าเป็นเมื่อก่อน เธอคงไม่มีทางเชื่อน้ำหน้าเขาหรอก

แต่ตอนนี้ เธอกลับรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้มีอะไรบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่

"วางใจเถอะน่า ฉันเคยหลอกเธอที่ไหนล่ะ?"

ฉู่เทียนส่งสายตาให้ความมั่นใจ

"ขี้โม้ชะมัด" เย่เจี้ยนกั๋วแค่นเสียงหยัน แต่ก็ไม่มีใครสนใจเขาเลย

"โอเค ฉันเชื่อใจนาย"

เย่ชิงซวงพยักหน้า ยอมเดิมพันกับฉู่เทียนดูสักครั้ง

จากนั้น เธอก็ขยับเข้าไปกระซิบข้างหูเขา "ถ้านายช่วยให้ฉันคว้าโปรเจกต์ของกลุ่มธุรกิจซิงหลานมาได้ แล้วกอบกู้ครอบครัวฉันจากวิกฤตครั้งนี้ล่ะก็..."

"นอกจากเรื่องบนเตียงแล้ว นายอยากให้ฉันทำอะไร ฉันยอมหมดเลย"

พูดจบ เธอก็คว้ากระเป๋าเดินออกไปทำงานทันที

ฉู่เทียนถึงกับกุมขมับ

ห้ามเรื่องบนเตียง?

งั้นที่ฉันทุ่มเทเป็นหมาเลียแผลใจให้เธอมาตั้งนาน มันก็สูญเปล่าสิวะ!

บ้าเอ๊ย!

ฉู่เทียนสบถในใจอย่างหัวเสีย

แต่จะทำยังไงได้ล่ะ ในเมื่อเขาโดนพิษมังกรแค้นเล่นงาน ก็ต้องพึ่งร่างกายเธอมาถอนพิษให้นี่นา!

ตอนนี้เกมมันอยู่ในมือเย่ชิงซวงเต็มๆ เลยล่ะ

"อาจารย์สามเคยบอกไว้ว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น"

"ฉันไม่เชื่อหรอก ว่าระดับฉู่คุนหลุนอย่างฉัน จะพิชิตใจผู้หญิงตัวเล็กๆ แค่นี้ไม่ได้?"

คิดได้ดังนั้น ฉู่เทียนก็ก้าวออกจากบ้านตระกูลเย่ มุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าหยกที่ใหญ่ที่สุดในเจียงเป่ย

จากเหตุการณ์ที่ ยามาโมโตะ อิโซโรกุ ลอบกัดเมื่อคืน ทำให้เขาตระหนักถึงอันตรายที่กำลังคุกคามเย่ชิงซวงได้อย่างชัดเจน

เย่ชิงหลานน่ะเป็นแค่ปลาซิวปลาสร้อย ไม่มีปัญญามาทำอะไรได้หรอก

ที่เขากลัวจริงๆ คือพวกตงอิ๋งต่างหาก

ตัวเขาเองน่ะไม่กลัวหรอก แต่เขาก็ไม่สามารถตามประกบเย่ชิงซวงได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง

ถ้าพวกตงอิ๋งฉวยโอกาสตอนเขาไม่อยู่ ลักพาตัวเย่ชิงซวงไป ถึงตอนนั้น ถ้าผู้หญิงทั้งเก้าคนขาดไปสักคน เขาก็คงต้องจบเห่แน่ๆ

เพราะงั้น เขาเลยต้องไปเหมาหยกเกรดพรีเมียมจากห้าง เพื่อเอามาสร้างค่ายกลคุ้มกันรอบๆ บ้านตระกูลเย่

แล้วก็จะถือโอกาสทำจี้หยกคุ้มภัยให้เย่ชิงซวงพกติดตัวไว้ด้วย

ทีนี้แหละ ต่อให้ไม่ใช่ระดับอาจารย์ทั้งห้าของเขาออกโรงเอง ก็ไม่มีใครหน้าไหนมาแตะต้องเย่ชิงซวงได้หรอก

...

ในเวลาเดียวกัน

พอฉู่เทียนก้าวพ้นประตูบ้าน เย่เจี้ยนกั๋วก็แอบย่องตามออกมาติดๆ

เขาสะกดรอยตามฉู่เทียนอย่างระมัดระวัง อาศัยมุมตึกบังตัวไปเรื่อยๆ

มั่นใจเต็มร้อยว่าฉู่เทียนไม่มีทางรู้ตัว แอบกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ

จากที่นอนคิดมาทั้งคืน คำพูดกำกวมของหงซิ่วเมื่อวาน ยิ่งทำให้เขามั่นใจว่า ที่ฉู่เทียนได้สร้อยคอหัวใจสมุทรมา ต้องเป็นเพราะไปเกาะเศรษฐีนีแก่ๆ กินแหงๆ

เพราะงั้น วันนี้ถ้าเขาจับได้คาหนังคาเขาว่าฉู่เทียนมีชู้ล่ะก็ ไม่ว่าจะเป็นลูกสาวหรือเมียของเขา ก็ต้องเลิกเข้าข้างฉู่เทียนอย่างแน่นอน

ด้วยประสบการณ์ที่เคยเป็นทหารพรานสมัยหนุ่มๆ การจะสะกดรอยตามไอ้เด็กเมื่อวานซืนอย่างฉู่เทียนเนี่ย ต่อให้มันเหาะได้ ก็ไม่มีทางรอดสายตาเขาไปได้หรอก

"ฟุ่บ!"

แต่ในจังหวะที่เขากำลังมั่นใจว่าคราวนี้ได้ตัวแน่ ร่างของฉู่เทียนก็ดันอันตรธานหายไปต่อหน้าต่อตาซะงั้น

"เฮ้ย! หายไปไหนวะ?"

เย่เจี้ยนกั๋วขยี้ตาตัวเอง ร้องเสียงหลง

เมื่อกี้ก็ยังตามมาดีๆ อยู่นี่หว่า!

แล้วจู่ๆ หายวับไปได้ไงวะ?

หรือว่ามันจะเหาะได้จริงๆ?

เย่เจี้ยนกั๋วงงเป็นไก่ตาแตก

แต่พอฉู่เทียนหายตัวไป แผนจับชู้ของเขาก็ล้มพับไม่เป็นท่า เล่นเอาเขาหงุดหงิดหัวฟัดหัวเหวี่ยง

"แม่งเอ๊ย! ผีหลอกหรือเปล่าวะเนี่ย"

"แต่กูไม่ยอมแพ้หรอกเว้ย! หนีเสือปะจระเข้ หนีตายปะยมบาล หนีวันนี้ได้ พรุ่งนี้มึงก็ไม่รอดหรอก!"

...

ตัดภาพมาอีกฝั่ง

ฉู่เทียนใช้วิชาตัวเบาแวบมาโผล่ในซอกตึกเปลี่ยวๆ แล้วค่อยโบกแท็กซี่ไปที่ห้างหยก

ฝีมือระดับเย่เจี้ยนกั๋วเนี่ยนะ จะมาสะกดรอยตามเขา?

ตลกสิ้นดี

สำหรับเย่เจี้ยนกั๋ว ถึงฉู่เทียนจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าเท่าไหร่ แต่ยังไงซะตานั่นก็เป็นพ่อบังเกิดเกล้าของเย่ชิงซวง

ถ้าไม่ทำอะไรเกินเลยไปนัก เขาก็ขี้เกียจจะไปถือสาหาความ

สิบนาทีต่อมา ฉู่เทียนก็มาถึงห้างหยก

เดินสำรวจอยู่แป๊บเดียว ก็ตรงดิ่งเข้าไปในร้านที่ใหญ่ที่สุด

ในร้านมีหยกเนื้อดีวางเรียงรายละลานตา ส่องประกายวิบวับหลากสีสัน

"คุณผู้ชายคะ สนใจดูหยกแบบไหนดีคะ?"

พนักงานสาวตาไว เห็นฉู่เทียนเดินเข้ามาก็รีบพุ่งเข้าไปต้อนรับพร้อมรอยยิ้มหวานเจี๊ยบ

ฉู่เทียนกวาดสายตามองไปรอบๆ ร้าน ก่อนจะถาม "หยกเกรดพรีเมียมที่สุดของร้านคุณ มีอะไรบ้าง?"

พนักงานสาวตอบฉะฉาน "ร้านเรามีทั้งหยกเขียวจักรพรรดิ หยกน้ำแข็งเก่า แล้วก็หยกมรกตเนื้อท็อปเลยค่ะ"

"ไม่ทราบว่าคุณผู้ชายสนใจแบบไหนเป็นพิเศษไหมคะ?"

ฉู่เทียนถามต่อ "หยกเกรดนี้ พวกคุณมีของอยู่เท่าไหร่?"

เจอคำถามนี้เข้าไป พนักงานสาวก็ถึงกับชะงัก

เอาล่ะสิ มาทรงนี้ กะมาป่วนเล่นแหงๆ

หยกเกรดพรีเมียมพวกนี้ แค่ชิ้นเล็กๆ ก็ราคาแพงหูฉี่แล้ว

นี่พี่แกเล่นถามว่ามีเท่าไหร่?

อย่าบอกนะว่าจะเหมาหมดร้าน?

บ้าไปแล้ว

แต่ด้วยสปิริตบริการลูกค้าคือพระเจ้า พนักงานสาวก็ยังคงยิ้มแย้ม ไม่แสดงอาการชักสีหน้าแต่อย่างใด

"เรื่องจำนวน คงบอกเป๊ะๆ ไม่ได้หรอกค่ะคุณผู้ชาย"

"แต่มูลค่ารวมๆ แล้ว น่าจะสักห้าร้อยล้านขึ้นไปค่ะ"

"เพราะงั้น ถ้าคุณผู้ชายไม่พร้อมจ่าย ฉันว่า..."

พนักงานสาวแกล้งพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น คำว่า 'กลับไปเถอะ' ถูกกลืนลงคอไป

ในความคิดเธอ การทำแบบนี้ก็ถือว่าไว้หน้าฉู่เทียนสุดๆ แล้ว

เงินตั้งห้าร้อยล้านน่ะ คนทั่วไปที่ไหนจะมีปัญญาจ่ายไหว

คงกะมาเดินดูของเล่นๆ ฆ่าเวลาล่ะสิ

"จัดมาเลย ผมเหมาหมดนี่แหละ"

ทว่า ประโยคต่อมาของฉู่เทียน ทำเอาพนักงานสาวถึงกับตาเหลือก ร้องเสียงหลง

"ค... คุณผู้ชายว่าไงนะคะ? เหมาหมดเลยเหรอ?"

"ทำไม กลัวผมไม่มีตังค์จ่ายหรือไง?"

ฉู่เทียนล้วงบัตรแบล็คการ์ดระดับวีไอพีออกมา ยื่นให้พนักงานสาวอย่างป๋า "เช็กวงเงินก่อนได้เลย ถ้าของมันดีจริง สมราคา ผมรูดบัตรจ่ายเดี๋ยวนี้เลย"

พนักงานสาวรับบัตรมาด้วยมืออันสั่นเทา รีบวิ่งไปให้ธนาคารเช็กวงเงินทันที

และเมื่อเห็นตัวเลขที่โชว์หราอยู่บนหน้าจอ เธอก็แทบจะเป็นลม

ในบัตรใบนั้น มีเงินนอนนิ่งอยู่เป็นหมื่นล้านเลยทีเดียว

เศรษฐีระดับมหาเศรษฐีจากไหนเนี่ย ทำไมถึงได้รวยล้นฟ้าขนาดนี้?

ความตกใจถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นจนเนื้อเต้น

เธอรู้ดีว่า ถ้าปิดจ๊อบนี้ได้ ค่าคอมมิชชันที่เธอจะได้ คงไม่ต่ำกว่าหลายล้านแน่ๆ

พนักงานสาวแปลงร่างเป็นทาสรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ รีบเชิญฉู่เทียนเข้าไปในห้องนิรภัยของร้านด้วยความนอบน้อมสุดชีวิต

ฉู่เทียนมองหยกเกรดพรีเมียมสารพัดชนิดที่อัดแน่นจนเต็มโกดัง สองกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ก็คงใส่ไม่หมด เขาพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

"รูดบัตรเลย"

พนักงานสาวกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจจนแทบจะกรี๊ดออกมา อยากจะคุกเข่าเลียรองเท้าให้ฉู่เทียนซะเดี๋ยวนี้เลย

แต่เธอก็เจียมตัวดี ว่าหน้าตาบ้านๆ อย่างเธอ ต่อให้อ่อยแทบตาย ฉู่เทียนก็คงไม่ชายตามองหรอก

เธอเลยรีบวิ่งไปจัดการรูดบัตรอย่างว่าง่าย ไม่นานก็กลับมาพร้อมกับยื่นบัตรคืนให้ฉู่เทียนอย่างนอบน้อม

"คุณผู้ชายคะ รบกวนทิ้งที่อยู่ไว้ให้หน่อยนะคะ เดี๋ยวทางเราจะจัดส่งไปให้ถึงที่เลยค่ะ"

"ส่งไปที่บ้านตระกูลเย่ก็แล้วกัน" ฉู่เทียนทิ้งที่อยู่ไว้ ก่อนจะเดินออกจากห้างไป

...

ในเวลาเดียวกัน

ณ ประเทศหมีขาว

ภายในคฤหาสน์สุดหรูหราอลังการ

ติ๊ง!

เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้น ชายหนุ่มผมทองที่กำลังดื่มด่ำกับบริการจากนางแบบสาวหุ่นเซ็กซี่ ก็ผลักร่างของเธอออกไปอย่างไม่ไยดี แล้วคว้ามือถือขึ้นมาดูด้วยความตื่นเต้น

แอปพลิเคชันแจ้งเตือนยอดการใช้จ่ายจากบัตรแบล็คการ์ดระดับวีไอพี

พิกัด... เจียงเป่ย

"ฮ่าๆๆๆ!"

"ในที่สุดก็มีคนเอาบัตรใบนี้ไปรูดซะที"

"ตั้งแต่นังนั่นขโมยบัตรไปเมื่อสามปีก่อน ฉันก็พลิกแผ่นดินหามาตลอด"

"ในที่สุด ก็ถึงเวลาทวงของของฉันคืนซะที"

ชายหนุ่มผมทองตาขวางวาวโรจน์ด้วยรังสีอำมหิต รีบตะโกนเรียกลูกน้องเข้ามาสั่งการ

"ไป แจ้งข่าวให้หานจงหนาน แม่ทัพใหญ่แห่งเจียงเป่ยรู้ ว่าถ้าใครเอาบัตรแบล็คการ์ดระดับวีไอพีใบนี้กลับมาให้ฉันได้ ฉันจะตบรางวัลให้หนึ่งหมื่นล้าน"

ในฐานะตระกูลมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศหมีขาว เงินแค่หมื่นล้านในบัตรน่ะเศษเงินสำหรับเขา

แต่ความสำคัญของบัตรใบนี้ มันคือ 'กุญแจ' ต่างหาก

กุญแจที่จะเบิกทางไปสู่เส้นทางของผู้ไร้เทียมทาน

ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร เขาก็ต้องชิงมันกลับมาให้จงได้

"เวินหงเหยียน เมื่อสามปีก่อน ตระกูลสมิธของเราหละหลวมไปหน่อย ถึงปล่อยให้เธอฉวยโอกาสขโมยไปได้"

"แต่คราวนี้ ฉันจะไม่เพียงแค่ทวงบัตรคืนมาเท่านั้นนะ แต่ฉันจะจับเธอมาเป็นนางบำเรอ ทรมานให้สาสมเลยคอยดู"

...

หลังจากออกจากห้างหยก เวลาก็ยังเหลืออีกถมเถ กว่าจะถึงเวลานัดกับฉีซิงหลานก็อีกตั้งหลายชั่วโมง

ช่วงเวลาห้าปีที่อยู่ในคุก ฉู่เทียนแทบไม่ได้สัมผัสสีสันของโลกภายนอกเลย เขาเลยกะจะเดินเล่นฆ่าเวลาซะหน่อย

แต่เดินไปได้ไม่ทันไร จู่ๆ กลิ่นหอมยั่วน้ำลายของของทอดก็ลอยมาเตะจมูก

สมัยเรียน ฉู่เทียนชอบกินของทอดพวกนี้เป็นที่สุด พอได้กลิ่นปุ๊บ น้ำย่อยก็เริ่มทำงานทันที เขาเดินตามกลิ่นไปจนถึงร้านขายของทอดเจ้าอร่อย

กลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยฟุ้งมาจากในครัว ทำเอาฉู่เทียนแทบจะอดใจไม่ไหว

ในขณะที่เขากำลังจะอ้าปากสั่งอาหาร จู่ๆ หญิงสาวที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ก็เงยหน้าขึ้นมาพอดี

สายตาสองคู่ประสานกัน ต่างฝ่ายต่างก็ชะงักไปชั่วครู่

"ฉู่เทียน?"

"ถังโหรว?"

จบบทที่ บทที่ 37 - เหมาหยกยกแผง

คัดลอกลิงก์แล้ว