- หน้าแรก
- ห้าปีในคุกหญิง สร้างยอดมังกรผงาดสยบโลก
- บทที่ 25 - คุกเข่าอ้อนวอน
บทที่ 25 - คุกเข่าอ้อนวอน
บทที่ 25 - คุกเข่าอ้อนวอน
"แกเป็นผู้ฝึกยุทธเหรอเนี่ย?"
เมื่อเห็น รปภ. นอนระเนระนาดอยู่บนพื้น รูม่านตาของเฉินเส้าเฉิงก็หดเกร็ง
ฉินเจี้ยนเย่เองก็ทั้งตกตะลึงและสงสัย นี่ไม่ใช่ไอ้ลูกเขยกระจอกที่เฉินเส้าเฉิงบอกหรอกเหรอ? แล้วทำไมถึงกลายเป็นผู้ฝึกยุทธไปได้ล่ะ? เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?
"มิน่าล่ะ ถึงได้กล้ามาก่อเรื่องที่โรงแรมเยว่ฮว๋า ที่แท้ก็เป็นผู้ฝึกยุทธนี่เอง"
"แต่ ถึงแกจะเป็นผู้ฝึกยุทธ วันนี้ก็อย่าหวังว่าจะมาทำกร่างในโรงแรมเยว่ฮว๋าได้เลย"
โจวมู่ชวนแค่นเสียงเย็น ไม่ได้มีความหวาดกลัวที่ฉู่เทียนเป็นผู้ฝึกยุทธเลยแม้แต่น้อย กลับควักโทรศัพท์ออกมากดโทรออก
"พวกแกรออยู่นี่แหละ แน่จริงก็อย่าหนีไปไหนล่ะ"
ฉู่เทียนและฉีซิงหลานต่างพากันส่ายหน้ายิ้มหยัน เดินกลับไปนั่งที่เดิม
พวกเขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าไอ้โจวมู่ชวนนี่มันจะมีไม้เด็ดอะไรมาโชว์อีก
และผ่านไปไม่นาน โจวมู่ซาน ผู้จัดการโรงแรมก็เดินอาดๆ เข้ามาด้วยท่าทางเอาเรื่อง
"ใครมันบังอาจขนาดนี้ กล้ามาก่อเรื่องในโรงแรมเยว่ฮว๋า?"
"พี่ชาย ก็ไอ้คู่ชายหญิงคู่นี้แหละครับ"
โจวมู่ชวนรีบชี้มือไปทางฉู่เทียนกับฉีซิงหลาน พลิกขาวเป็นดำทันที
"พวกมันไม่เพียงแต่จะมาแย่งห้องระดับจักรพรรดิ แต่ยังลงมือทำร้ายคนของเราจนบาดเจ็บด้วยครับ"
พร้อมกันนั้น เขายังจงใจระบุฐานะของเฉินเส้าเฉิงและฉินเจี้ยนเย่ให้พี่ชายฟังด้วย
โจวมู่ซานหันไปมองทั้งสองคน พยักหน้ารับ "คุณชายเฉิน คุณชายฉิน โปรดวางใจครับ วันนี้ผมจะต้องทวงคืนความยุติธรรมให้พวกคุณอย่างแน่นอน"
พูดจบ เขาก็ตวัดสายตามองฉู่เทียนด้วยแววตาเหยียดหยาม ตวาดเสียงกร้าว "ไอ้ลูกเขยตระกูลเย่ แกนี่มันใจกล้าเทียมฟ้าจริงๆ กล้ามาแย่งห้องระดับจักรพรรดิในโรงแรมเยว่ฮว๋าของเราเชียวเหรอ"
"ยังไม่รีบไสหัวมาคุกเข่าโขกหัวขอโทษอีก"
เขารู้จักฉู่เทียนดี จากสถานะลูกบุญธรรมตระกูลฉู่ ที่ดันฟลุ๊กเหยียบขี้หมาได้เป็นลูกเขยตระกูลเย่ เรื่องนี้มันดังกระฉ่อนไปทั่วทั้งเจียงเป่ยตั้งนานแล้ว
ฉู่เทียนมีสีหน้าไม่พอใจ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา "คุณแค่ถามส่งๆ ประโยคเดียว ก็โยนความผิดให้พวกเราเลย ไม่คิดว่ามันจะด่วนสรุปไปหน่อยหรือไง?"
"ด่วนสรุปงั้นเหรอ?"
โจวมู่ชวนยิ้มหยัน "แกมันก็แค่ลูกเขยตกถังข้าวสาร แถมยังเคยติดคุกมาอีก ใครผิดใครถูกยังต้องให้ถามให้มากความอีกเหรอ?"
สีหน้าฉู่เทียนเย็นเยียบลง แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร ฉีซิงหลานก็แค่นเสียงฮึดฮัดขึ้นมาเสียก่อน
"ไม่คิดเลยนะ ว่าโรงแรมของพี่เยว่ฮว๋า จะมีปลวกสอพลอแบบพวกแกอยู่ด้วย"
"ดูท่า ฉันคงต้องลองเสนอเรื่องเปลี่ยนตัวพนักงานกับพี่เขาซะแล้วล่ะ"
โจวมู่ซานขมวดคิ้ว "คุณรู้จักเจ้านายพวกเราด้วยเหรอ?"
ฉีซิงหลานตอบ "ไม่ใช่แค่รู้จักนะ แต่พวกเราเป็นพี่น้องร่วมสาบานกันเลยล่ะ"
"พี่น้องร่วมสาบานเหรอ?"
โจวมู่ซานหัวเราะลั่น "ผมรายงานผลประกอบการของโรงแรมให้เจ้านายฟังทุกวัน เครือข่ายคนรู้จักของเจ้านาย ผมรู้ทะลุปรุโปร่งหมดแหละ ทำไมผมถึงไม่เคยรู้เลยล่ะว่าเจ้านายมีพี่น้องร่วมสาบานกับเขาด้วย?"
"นี่คุณผู้หญิง จะโม้ทั้งทีก็ทำการบ้านมาหน่อยสิ คิดว่าผมโง่หรือไง?"
ฉีซิงหลานเบ้ปาก "แกเป็นใครกันล่ะ? คนสนิทของพี่เยว่ฮว๋า จำเป็นต้องรายงานให้แกรู้ทุกเรื่องเลยหรือไง?"
โจวมู่ซานแสยะยิ้ม "ต่อหน้าเจ้านาย ผมมันก็แค่คนกระจอกๆ คนหนึ่งนั่นแหละ"
"แต่สำหรับคุณน่ะ... หึ! วันนี้ผมจะทำให้คุณรู้ซึ้งถึงผลของการทำเป็นเก่งแต่ปากเอง"
คนที่คู่ควรจะเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับถังเยว่ฮว๋าได้ ฐานะต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้ว
แต่ฉีซิงหลานกลับมาเดินเตะฝุ่นอยู่กับฉู่เทียน ไอ้ลูกเขยขี้คุกเนี่ยนะ จะเป็นตัวแม่มาจากไหนได้?
แถมพวกลูกผู้ดีมีตระกูลในเจียงเป่ย เขาก็รู้จักหมดทุกคน
ผู้หญิงตรงหน้านี้ ไม่มีทางอยู่ในรายชื่อคนพวกนั้นแน่
คิดมาถึงตรงนี้ สีหน้าของโจวมู่ซานก็เย็นชาลง เอ่ยปากข่มขู่เสียงแข็ง "ผมจะให้โอกาสพวกคุณเป็นครั้งสุดท้าย รีบไสหัวมาคุกเข่าโขกหัวขอโทษซะ"
"ไม่อย่างนั้น วันนี้พวกคุณสองคนเตรียมตัวโดนหามออกไปได้เลย"
สายตาของฉินเจี้ยนเย่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น "แค่คุกเข่าโขกหัวมันจะไปพออะไร ฉันจะหักแขนหักขามัน"
"ไม่แค่หักแขนหักขามันนะ แต่ฉันจะให้นังแพศยานี่มาเลียเท้าพวกเราด้วย" ใบหน้าของเฉินเส้าเฉิงบิดเบี้ยวด้วยความสะใจ
โจวมู่ชวนรีบลูกคู่ทันที "พวกแกสองคนได้ยินหรือยัง ยังไม่รีบทำตามที่คุณชายทั้งสองสั่งอีก"
ฉีซิงหลานโกรธจัด "พวกแกนี่มันรนหาที่ตายจริงๆ"
พูดจบ เธอก็ขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียง ล้วงมือถือออกมากดโทรหาถังเยว่ฮว๋าทันที
"ยังจะตีหน้าซื่ออีกเหรอ?"
เฉินเส้าเฉิงยิ้มเยาะอย่างดูถูก "ผู้จัดการโจว มัวยืนบื้ออะไรอยู่วะ? รีบๆ ลงมือสิเว้ย?"
โจวมู่ซานไม่พูดอะไร แต่ในดวงตามีประกายเจ้าเล่ห์วาบผ่าน
ฉีซิงหลานดูมั่นใจมาก มั่นใจซะจนทำให้เขารู้สึกเผลอคิดไปว่า หรือยายกุหลาบตกกรุงนี่จะรู้จักเจ้านายของเขาจริงๆ
"คุณชายเฉินครับ พวกมันสองคนก็เหมือนลูกไก่ในกำมือ หนีไปไหนไม่รอดหรอกครับ"
"ปล่อยให้พวกมันดิ้นรนไปก่อนเถอะครับ ดูซิว่าพวกมันจะงัดไม้ไหนออกมาเล่นได้อีก"
โจวมู่ซานไม่ได้สั่งลูกน้องให้ลงมือทันที กะจะรอดูท่าทีไปก่อน
เฉินเส้าเฉิงฮึดฮัด แววตาโหดเหี้ยม
เขาก็ไม่ได้รีบร้อนอะไรขนาดนั้น
เพราะในสายตาของเขา ทั้งฉีซิงหลานและฉู่เทียน ก็ไม่ต่างอะไรกับคนพิการไปแล้ว
ฉินเจี้ยนเย่ยอมโอนอ่อนผ่อนตามเจ้าถิ่น ขอแค่ได้ระบายความแค้นก็พอแล้ว
ในใจนึกแผนชั่วร้ายสารพัด ว่าเดี๋ยวจะทรมานฉู่เทียนยังไง จะย่ำยีฉีซิงหลานอีท่าไหนดี
ทว่าสิบกว่านาทีต่อมา เมื่อชายชราท่าทางซื่อๆ วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา สองพี่น้องตระกูลโจวก็ถึงกับตาเหลือก
"ล... ลุงฝู?"
"คุณลุงมาที่นี่ได้ยังไงครับ?"
ถังฝู พ่อบ้านของถังเยว่ฮว๋า
ถึงจะเป็นแค่พ่อบ้าน แต่เขาคือผู้มีพระคุณช่วยชีวิตพ่อของถังเยว่ฮว๋าเอาไว้ เป็นคนที่ถังเยว่ฮว๋าเคารพรักที่สุด
และยังเป็นตัวแทนของถังเยว่ฮว๋าอีกด้วย
ทว่า ชายชราที่ทำให้เหล่าผู้ดีมีตระกูลในเจียงเป่ยต้องยอมก้มหัวเกรงใจคนนี้ ตอนนี้กลับวิ่งหน้าตั้งเข้าไปหาฉีซิงหลานพร้อมกับรอยยิ้มประจบประแจง
"คุณฉีครับ ขอประทานโทษด้วยครับ เป็นความผิดของผมเองที่อบรมสั่งสอนลูกน้องไม่ดี โปรดอภัยให้ผมด้วยนะครับ"
ฉีซิงหลานมีท่าทีนอบน้อม เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ลุงฝูคะ หนูเป็นเด็กกว่า ลุงไม่ต้องเกรงใจหนูขนาดนี้ก็ได้ค่ะ"
"แต่ว่า เรื่องในวันนี้ หนูต้องการคำอธิบายนะคะ"
ถังฝูพยักหน้ารัวๆ "คุณฉีโปรดวางใจครับ ผมจะให้คำตอบที่คุณต้องพอใจอย่างแน่นอนครับ"
พูดจบ เขาก็หันขวับไปมองพวกโจวมู่ซาน ใบหน้าที่เคยดูซื่อๆ บัดนี้มีไฟโทสะลุกโชน ตวาดลั่น
"โจวมู่ซาน พวกแกนี่มันเหิมเกริมเกินไปแล้วนะ บังอาจล่วงเกินน้องสาวของเจ้านายได้เนี่ย ฉันว่าพวกแกคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่ไหม?"
โจวมู่ซานกับโจวมู่ชวนตกใจจนเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น ตัวสั่นงันงก ร้องขอความเมตตาอย่างเอาเป็นเอาตาย
"ลุงฝูครับ ผมผิดไปแล้ว ผมไม่รู้จริงๆ ครับว่าเธอคือน้องสาวของเจ้านาย!"
"ใช่ครับ ถ้าพวกเรารู้ล่ะก็ ต่อให้มีคอเป็นร้อยคอ ก็ไม่กล้าล่วงเกินหรอกครับ!"
"ลุงฝูครับ เห็นแก่ความดีความชอบที่พวกเราสองพี่น้องเคยทำเพื่อโรงแรมมานับไม่ถ้วน โปรดยกโทษให้พวกเราสักครั้งเถอะนะครับ!"
"ยกโทษให้พวกแกงั้นเหรอ?" ถังฝูแสยะยิ้ม "พวกสอพลออย่างพวกแกนี่มันตาบอดจริงๆ"
"ล่วงเกินท่านประธานกลุ่มธุรกิจซิงหลาน ต่อให้ฉันยกโทษให้พวกแก พวกแกคิดว่าจะรอดพ้นจากการลงดาบของกลุ่มธุรกิจซิงหลานไปได้งั้นเหรอ?"
"เด็กๆ ลากไอ้สองตัวนี้ออกไปกระทืบให้จมเขี้ยว ไล่ออกให้หมด ห้ามให้พวกมันเหยียบเข้ามาในเยว่ฮว๋าอีกเด็ดขาด"
อะไรนะ?
เธอคือประธานกลุ่มธุรกิจซิงหลานงั้นเหรอ?
สองพี่น้องโจวมู่ซานกับโจวมู่ชวน ขาอ่อนปวกเปียกไปในพริบตา
แต่ยังไม่ทันได้อ้าปากพูดอะไร ก็ถูกบอดี้การ์ดที่ถังฝูพามาด้วย ลากตัวออกไปรุมกระทืบด้วยกระบองซะแล้ว
ตุบ!
วินาทีต่อมา เฉินเส้าเฉิงก็ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
เขาเองก็คิดไม่ถึงเลยว่า ผู้หญิงที่อยู่กับฉู่เทียน จะเป็นถึงท่านประธานกลุ่มธุรกิจซิงหลาน
รู้ตัวว่าก่อเรื่องใหญ่เข้าให้แล้ว เขารีบโขกหัวขอร้องอย่างบ้าคลั่ง
"คุณฉีครับ ผมมันตาบอดมีตาหามีแววไม่ ที่ไปล่วงเกินท่าน"
"เห็นแก่หน้าพ่อผม โปรดละเว้นผมสักครั้งเถอะนะครับ!"