- หน้าแรก
- ห้าปีในคุกหญิง สร้างยอดมังกรผงาดสยบโลก
- บทที่ 2 - แต่งงานกับคนตาย
บทที่ 2 - แต่งงานกับคนตาย
บทที่ 2 - แต่งงานกับคนตาย
หลังจากอึ้งไปชั่วอึดใจ สองผัวเมียก็แทบจะหุบยิ้มไว้ไม่อยู่
หลิวเยว่หลิงละล่ำละลักอย่างตื่นเต้น "ดีๆๆ! แม่รู้อยู่แล้ว... ว่าลูกชายของแม่น่ะกตัญญูที่สุดเลย"
"อย่าว่าแต่เงื่อนไขเดียวเลย... ต่อให้เป็นร้อยข้อ แม่ก็ยอมตกลงจ้ะ!"
ขอแค่ส่งตัวฉู่เทียนเข้าบ้านสกุลเย่ได้ เธอก็จะได้นอนกอดเงินค่าสินสอดเหนาะๆ 30 ล้าน
พอถึงตอนนั้น ค่อยเอาเงินก้อนนี้ไปปูทางให้ลูกชายสุดที่รักได้เชื่อมสัมพันธ์กับ 'กลุ่มธุรกิจซิงหลาน' ต่อให้ได้โปรเจกต์เล็กๆ จากซิงหลานมาสักชิ้นเดียว ครอบครัวเธอก็รวยเละเทะแล้ว
ส่วนฉู่เทียน... ไอ้สวะหัวอ่อนที่เอาแต่ก้มหน้ายอมคนไปวันๆ ได้แต่งงานกับศพอย่างเย่ชิงซวง ก็ถือว่าผีเน่ากับโลงผุ เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยกแล้วล่ะ
"มีเงื่อนไขอะไรก็ว่ามาเลย! พ่อกับแม่ตกลงหมดนั่นแหละ"
ฉู่เผิงจั่นกระตุกยิ้มมุมปาก น้ำเสียงอ่อนลงกว่าเมื่อครู่เป็นกอง
ฉู่เทียนเอ่ยปาก "ผมอยากรู้... ว่าพ่อแม่ที่แท้จริงของผมเป็นใคร"
สองผัวเมียชะงักไปอีกรอบ... แค่นี้เนี่ยนะ?
ตอนแรกนึกว่าจะขอเงินหรือเรียกร้องอะไรเกินเบอร์ซะอีก ที่ไหนได้... กลับขออะไรง่ายๆ แค่นี้
อย่างว่าแหละ... โคลนเน่าๆ ยังไงมันก็พอกกำแพงไม่ขึ้นอยู่วันยังค่ำ
"เรื่องนั้นไม่มีปัญหา... แต่แกต้องไปที่บ้านสกุลเย่ แล้วเข้าพิธีกับคุณหนูเย่ให้เรียบร้อยซะก่อน เสร็จแล้วฉันถึงจะบอก"
ฉู่เผิงจั่นกลัวมันจะเล่นแง่เปลี่ยนใจกลางทาง เลยแอบกั๊กเอาไว้ก่อนอย่างเจ้าเล่ห์
"ได้" ฉู่เทียนพยักหน้า ก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปที่รถออดี้
"เดี๋ยวๆ!" แต่ทว่า... ในจังหวะที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปเปิดประตูรถ ฉู่เผิงจั่นกลับรีบถลันเข้ามาขวางเอาไว้
ฉู่เทียนเลิกคิ้ว "มีอะไรอีก?"
ฉู่เผิงจั่นปรายตามองฉู่เทียนด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ พลางเอ่ยเสียงเย็น "ข้างหลังรถมันเต็มไปด้วยของใช้สำหรับงานแต่ง... ไม่มีที่ว่างให้คนอื่นนั่งแล้วล่ะ แกเรียกแท็กซี่ไปเองก็แล้วกัน!"
ฉู่เทียนปรายตามองเข้าไปในรถ เห็นเบาะหลังว่างเปล่าไม่มีของสักชิ้น ก็ได้แต่หัวเราะเยาะอยู่ในใจอย่างบ้าคลั่ง
จากแววตารังเกียจของอีกฝ่าย เขามองออกทะลุปรุโปร่งเลยว่ามันกำลังรังเกียจคนคุกอย่างเขา... กลัวว่าเสนียดจัญไรจะไปติดเบาะรถมันน่ะสิ
แต่ช่างเถอะ... ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องการที่สุดคือเบาะแสเรื่องพ่อแม่แท้ๆ ขี้เกียจจะไปต่อล้อต่อเถียงให้เสียเวลา เขาโบกมือเรียกแท็กซี่คันหนึ่ง แล้วมุ่งหน้าตรงไปยังคฤหาสน์สกุลเย่ทันที
ทว่า... ในจังหวะที่ฉู่เทียนก้าวขึ้นไปนั่งบนแท็กซี่ สายตาเขากลับเหลือบไปเห็น 'ผ้าขาวไว้ทุกข์' ผูกติดอยู่ตรงกระจกมองข้างรถออดี้ของฉู่เผิงจั่นเข้าอย่างจัง
ฉู่เทียนขมวดคิ้วอีกรอบ งานแต่งมันคืองานมงคลไม่ใช่เหรอ... แล้วจะผูกผ้าขาวทำไมกัน? หรือว่าไอ้ฉู่เฟิงมันตายโหงไปแล้ว?
ไม่อย่างนั้น... ลาภลอยอย่างการได้แต่งกับเย่ชิงซวง จะหล่นมาใส่หัวเขาได้ยังไง
แต่เพียงชั่วอึดใจ สีหน้าของฉู่เทียนก็กลับมาเรียบเฉยตามเดิม
ไม่ว่าจะเป็นไอ้ฉู่เฟิง หรือสองผัวเมียนั่น... ทั้งสามคนมันจะอยู่หรือตาย เขาก็ไม่สนหางตาอีกแล้ว
ตอนนี้ขอแค่ได้รู้เบาะแสของพ่อแม่แท้ๆ โดยเร็วที่สุด... รวมถึงได้แต่งงานกับเย่ชิงซวง เพื่อร่วมเตียงผสานหยินหยางครั้งแรกให้สำเร็จก็พอ
เพราะตอนที่ก้าวออกจากคุก อาจารย์ทั้งห้าคนรวมพลังกันช่วยสะกดพิษมังกรแค้นให้เขาได้แค่ 'หนึ่งเดือน' เท่านั้น
นั่นหมายความว่า... ถ้าเขาไม่สามารถบำเพ็ญคู่กับเย่ชิงซวงได้ภายในหนึ่งเดือนนี้ ก็เตรียมตัวลงไปคุยกับรากมะม่วงได้เลย
...
คฤหาสน์สกุลเย่
ในฐานะตระกูลใหญ่แห่งเจียงเป่ย หนึ่งในสี่ขั้วอำนาจหลัก... ตามหลักแล้ว วันมงคลสมรสแบบนี้ คฤหาสน์ควรจะประดับประดาไปด้วยโคมไฟสีแดงสด และคลาคล่ำไปด้วยแขกเหรื่อสิ
แต่วินาทีนี้ ทั่วทั้งบริเวณกลับแขวนผ้าขาวไว้ทุกข์ บรรยากาศหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก
หลังจากที่ฉู่เผิงจั่นกับหลิวเยว่หลิงพาตัวฉู่เทียนมาส่งให้พ่อแม่ของเย่ชิงซวง และยืนทักทายพอเป็นพิธีได้แค่สองประโยค ทั้งคู่ก็รีบขอตัวกลับทันที
พอขึ้นมานั่งบนรถ หลิวเยว่หลิงก็เกิดความกังวลใจขึ้นมาตงิดๆ
"เผิงจั่น... คุณว่าพอเทียนมันได้เข้าบ้านสกุลเย่ไปแล้ว มันจะไม่ฉวยโอกาสใช้เส้นสายของบ้านนั้น ถีบตัวเองจนได้ดิบได้ดีหรอกนะ?"
"คนอย่างมันเนี่ยนะ?" ฉู่เผิงจั่นแค่นเสียงขึ้นจมูกอย่างดูแคลน "ที่มันได้แต่งเข้าบ้านนั้นน่ะ... เป็นเพราะเย่ชิงซวงตายไปแล้วต่างหากโว้ย"
"ไม่อย่างนั้น... ของดีๆ แบบนี้จะตกมาถึงท้องมันเหรอ?"
"วางใจเถอะน่า... ห้าปีที่ผ่านมามันไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด ยังเป็นไอ้ขี้แพ้หัวอ่อนที่ไม่มีน้ำยาเหมือนเดิมนั่นแหละ"
"ต่อให้ส่งมันขึ้นไปอยู่บนสวรรค์... มันก็เป็นได้แค่หมาเฝ้าประตูเท่านั้นแหละ ไม่มีทางสร้างคลื่นลมอะไรได้หรอก"
สิ้นเสียงสนทนา รถออดี้ก็เหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกไปอย่างเริงร่า... ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่เต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามต่อฉู่เทียน
...
ตัดภาพมาที่ฉู่เทียน... ในเวลานี้เขารับรู้ได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
บ้านสกุลเย่ก็แขวนผ้าขาว... ดูท่าคงไม่ใช่ไอ้ฉู่เฟิงตายแล้วล่ะ
ถ้าอย่างนั้น... ทำไมสองผัวเมียนั่นถึงยอมยกเรื่องดีๆ แบบนี้ให้เขาล่ะ? หรือว่า...
ลางสังหรณ์อันตรายบางอย่างแล่นวูบเข้ามาในหัวของฉู่เทียนทันที
"แกน่ะเหรอ... ฉู่เทียนที่เพิ่งออกจากคุก?" อยู่ๆ เสียงตวาดกร้าวก็ดังขึ้นจนเขาต้องหลุดจากภวังค์
ฉู่เทียนดึงสติกลับมา พลางพยักหน้า "ใช่... ผมเอง"
"หึ! ไอ้ขี้คุกอย่างแกเนี่ยนะ... มีหน้ามาเป็นลูกเขยบ้านสกุลเย่?"
"ไสหัวไปให้พ้น! สกุลเย่ไม่ต้อนรับแก"
เย่เจี้ยนกั๋วหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโมโห... คนที่เขาเล็งไว้แต่แรกคือฉู่เฟิง ใครจะไปคิดว่าไอ้แก่เผิงจั่นมันจะส่งตัวฉู่เทียนมาแทน!
ฉู่เทียนสีหน้าตึงขึ้นมาในเสี้ยววินาที
นับตั้งแต่เขาได้รับถ่ายทอดสุดยอดวิชาจากอาจารย์ทั้งห้า... เขาก็เคยสะเทือนขุนเขาคุนหลุนด้วยมือเปล่า เพียงกระบี่เดี่ยวก็ท่องไปทั่วหล้าอย่างไร้เทียมทาน
ในยุทธภพถึงกับมีคำเล่าลือกันว่า... 'กระบี่ที่เร็วที่สุดในปฐพี ก็คือกรรมสิทธิ์ของ ฉู่คุนหลุน ผู้นี้'
ถ้าเป็นเมื่อก่อน... มีใครกล้ามาขึ้นเสียงใส่เขาแบบนี้ล่ะก็ ไม่ต้องให้เขาลงมือเองด้วยซ้ำ พวกลูกน้องที่คอยประจบสอพลอก็คงพุ่งเข้าไปสั่งสอนให้เย่เจี้ยนกั๋วได้รู้ซึ้งแล้ว... ว่า 'ทำไมดอกไม้ถึงได้มีสีแดงสดนัก'
"เป็นอะไร... หูหนวกหรือไงถึงไม่ได้ยินที่ฉันพูด!"
"คนคุกอย่างแก ไม่มีสิทธิ์มาเป็นเขยบ้านนี้"
"รีบไสหัวไปซะ... ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจ!" เย่เจี้ยนกั๋วตวาดซ้ำเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังยืนนิ่ง
ต่อให้ลูกสาวเขาจะตายไปแล้ว แต่เธอก็ยังเป็นคนสกุลเย่... อีกอย่าง พิธีนี้จัดขึ้นเพื่อแก้เคล็ดดึงความมงคล
จะปล่อยให้ไอ้ขี้คุกมีคดีติดตัว เหยียบย่างเข้ามาในประตูบ้านเด็ดขาดไม่ได้!
แววตาของฉู่เทียนมืดครึ้มลงทันที
ทว่า... ยังไม่ทันที่เขาจะได้ขยับปาก หหวังฉิน แม่ของเย่ชิงซวงที่สัมผัสได้ถึงบรรยากาศมาคุ ก็รีบถลันเข้ามาไกล่เกลี่ยทันที
"พอแล้วๆ! คุณก็อย่าพูดจาให้มันระคายหูนักเลย... ตอนนี้อาเทียนเขาเป็นลูกเขยบ้านเราแล้วนะ"
"อาเทียนเอ๊ย... พ่อเขาก็ปากหมาแบบนี้แหละลูก แต่เนื้อแท้ไม่ได้เป็นคนเลวร้ายอะไร... หนูอย่าไปถือสาเขาเลยนะ"
"มานี่มา... นี่เงิน 10 ล้าน ถือเป็นค่าเปลี่ยนคำเรียกที่แม่ตั้งใจให้นะลูก"
หวังฉินคลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน พลางยัดบัตรธนาคารใส่มือของฉู่เทียน
ฉู่เทียนอึ้งไปสนิท ก่อนจะรีบยื่นบัตรใบนั้นคืนให้ "แม่ครับ... แบบนี้มันมากเกินไป ผมรับไว้ไม่ได้หรอกครับ"
"มากเกินไปอะไรกัน... คนกันเองทั้งนั้น ไม่ต้องมาเกรงใจแม่หรอก"
"อีกอย่าง... ถึงหนูจะแต่งเข้าบ้านเราก็เถอะ แต่อย่างที่โบราณเขาว่าไว้ 'ได้ลูกเขยหนึ่งคน ก็เหมือนได้ลูกชายครึ่งคน'"
"คนเป็นแม่... จะให้เงินลูกชายใช้บ้าง มันผิดตรงไหนล่ะหืม?"
หวังฉินตบหลังมือฉู่เทียนเบาๆ ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกถูกชะตา
เธอแอบไปสืบประวัติของฉู่เทียนมาแล้ว... ถึงจะเคยติดคุก แต่ก็เป็นการเข้าไปรับบาปแทนไอ้ฉู่เฟิง
ในมุมมองของเธอ... นี่คือการกระทำของลูกผู้ชายที่โคตรจะรักพวกพ้องและกตัญญู
ตรงกันข้ามกับไอ้ฉู่เฟิง... ตัวเองก่อเรื่องแท้ๆ แต่กลับโยนขี้ให้หนูไปติดคุกแทน สันดานแบบนี้มันก็แค่ไอ้ขี้ขลาดเห็นแก่ตัวที่ไม่มีความรับผิดชอบเท่านั้นแหละ!
ถ้าเทียบระหว่างอดีตที่ผ่านมากับชาติตระกูลแล้ว... หหวังฉินให้น้ำหนักกับ 'เนื้อแท้ของคน' มากกว่าเป็นไหนๆ
ทางด้านฉู่เทียน... พอได้ยินคำว่า 'ลูกชาย' หลุดออกจากปากอีกฝ่าย ความอบอุ่นสายหนึ่งก็ไหลเอ่อท่วมหัวใจทันที
เขาได้สัมผัสถึงคำว่า 'ความรักจากแม่' ก็จากผู้หญิงคนนี้นี่แหละ... มันเป็นความรู้สึกดีๆ ที่เขาไม่เคยได้รับจากที่ไหนมาก่อนเลยในชีวิต
"ขอบคุณครับ... แม่" ฉู่เทียนยอมเก็บบัตรใบนั้นลงกระเป๋า พลางฉีกยิ้มกว้างอย่างจริงใจ
"เด็กโง่เอ๊ย... จะมาเกรงใจอะไรกันนักหนา"
หวังฉินหัวเราะอย่างเอ็นดู โดยไม่สนเสียงค้านหัวชนฝาของสามี เธอจัดการจูงมือฉู่เทียนพาเดินขึ้นชั้นบนไปทันที
"เอาล่ะ... เรื่องอื่นค่อยคุยกันทีหลัง เดี๋ยวแม่พาหนูเข้าไปหาชิงซวงก่อนนะ"
เนื่องจากเป็นพิธีแต่งงานกับคนตาย... เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนร่างของเย่ชิงซวง ทางสกุลเย่จึงเลือกจัดงานแบบเรียบง่ายที่สุด
กะว่าแค่ให้ฉู่เทียนกับเย่ชิงซวงทำพิธีคำนับฟ้าดินด้วยกันเงียบๆ ก็ถือว่าเสร็จสิ้นพิธีแล้ว
"ชิงซวงนอนอยู่ข้างในนั้น... หนูเข้าไปดูน้องก่อนเถอะลูก"
พอเดินมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องของเย่ชิงซวง สีหน้าของหวังฉินก็แปรเปลี่ยนเป็นโศกเศร้าจับใจ... หลังจากเอ่ยปากฝากฝังเสร็จ เธอก็ยกมือขึ้นปาดน้ำตา แล้วเดินเลี่ยงลงไปชั้นล่างทันที
ฉู่เทียนเริ่มรู้สึกทะแม่งๆ ในใจ จึงรีบผลักประตูเข้าไป
หญิงสาวหน้าตาสะสวยในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์... กำลังนอนนิ่งสนิทอยู่บนเตียงโดยไม่ไหวติง
ถ้ามองแค่รูปโฉมภายนอก... หญิงสาวตรงหน้าสมกับตำแหน่งสาวงามอันดับหนึ่งแห่งเจียงเป่ยจริงๆ ต่อให้เธอนอนนิ่งเป็นรูปปั้น ก็ยังไม่อาจกลบรัศมีความสูงส่งและเยือกเย็นที่แผ่ออกมาได้ ราวกับเป็นนางฟ้าที่เพิ่งจุติลงมาจากวังจันทราก็ไม่ปาน
ทว่า... ทันทีที่ฉู่เทียนสัมผัสได้ว่าในร่างของเย่ชิงซวงไม่มี 'สัญญาณชีพ' หลงเหลืออยู่เลย หัวใจเขาก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที
ว่าแล้วเชียว... มิน่าล่ะ สองผัวเมียจอมงกนั่นถึงยอมประเคนของดีมาให้ ที่แท้ก็หลอกให้เขามาแต่งงานกับ 'ศพ' นี่เอง!
แต่สิ่งที่ทำให้ฉู่เทียนแทบจะบ้าตายที่สุดก็คือ... ในเมื่อเย่ชิงซวงผู้ครอบครอง 'กายาเซียนน้ำแข็งเร้นลับ' ดันมาตายโหงไปซะแล้ว แบบนี้จิ๊กซอว์เก้าสาวงามก็ขาดไปหนึ่งคนน่ะสิ! แล้วเขาจะไปผสานหยินหยางให้ครบเก้าเก้าคืนสู่หนึ่งเพื่อถอนพิษมังกรแค้นได้ยังไงกัน! ...แบบนี้เขาก็เตรียมตัวตายห่าตามไปด้วยเลยสิโว้ย!
"หืม?"
"เดี๋ยวก่อน... ไม่ใช่สิ!"
ฉับพลันนั้น... สายตาของฉู่เทียนก็กระตุกวาบ ราวกับจับสังเกตอะไรบางอย่างได้ เขาพุ่งตัวเข้าไปจับชายกระโปรงชุดเจ้าสาวของเย่ชิงซวง... แล้วออกแรง 'ฉีก' ขาดดังแควกทันที!