- หน้าแรก
- ผมก็แค่เซียนกระบี่สุดแกร่ง ที่รับจ้างทำงานจิปาถะไปวันๆ
- บทที่ 15 - นี่ก็เพื่อความปลอดภัยของกรมอาญา
บทที่ 15 - นี่ก็เพื่อความปลอดภัยของกรมอาญา
บทที่ 15 - นี่ก็เพื่อความปลอดภัยของกรมอาญา
บทที่ 15 - นี่ก็เพื่อความปลอดภัยของกรมอาญา
“ชื่อ”
“หวงหยาง”
“สถานะ”
“เจ้าของโรงน้ำชาเยว่เซ่อ”
“เจินเจินกับเฟยเฟยเป็นพนักงานประจำของโรงน้ำชาคุณใช่ไหม?”
“ใช่”
“ในจำนวนนั้น เจินเจินเป็นหุ่นยนต์กลไกบริการ ส่วนเฟยเฟยเป็นมนุษย์จริงๆ ถูกต้องไหม?”
“ใช่”
“มีหลักฐานบ่งชี้ว่า โรงน้ำชาของคุณมีการดำเนินธุรกิจซื้อขายบริการทางเพศโดยใช้มนุษย์เป็นหลัก?”
“ไม่มีการซื้อขายบริการอะไรทั้งนั้น พวกเธอเต็มใจต้อนรับแขกวีไอพีเองต่างหาก”
“คุณยอมรับแล้วใช่ไหมว่าพวกเธอคือหญิงบริการ?”
“...”
……
“ชื่อ”
“รหัสประจำตัวแกหมายเลขอะไร? ฉันเป็นเจ้านายของเจ้านายของเจ้านายแกนะเว้ย รีบไปเรียกสิงอวี้หลินมาเดี๋ยวนี้เลย!”
“ท่านอธิบดีสิงไปตกปลาครับ”
“คอยดูเถอะ กลับมาเมื่อไหร่ฉันจะสั่งปลดเขาแน่!”
“ชื่อ”
“เอลเดส”
“สถานะ”
“ท่านเจ้าเมืองผู้ทรงเกียรติแห่งดาวริมทะเลสาบ กรรมการกิตติมศักดิ์อาวุโสแห่งบริษัทไป๋เยี่ย และเป็นคนที่จ่ายเงินเดือนให้พวกแกไง!”
“คุณรู้จักเจินเจินไหม?”
“ไม่รู้จัก”
“คุณรู้ไหมว่าเธอเป็นหุ่นยนต์?”
“ไม่รู้ ฉันนึกว่าเป็นคนจริงๆ ซะอีก”
“ตอนที่มือปราบพังประตูเข้าไป พวกคุณยุติการมีเพศสัมพันธ์กันแล้ว และคุณก็บอกว่าไม่รู้จักอีกฝ่าย แสดงว่านี่คือการซื้อขายบริการทางเพศ ถูกต้องไหม?”
“ฉันขอเตือนแกนะ อย่ามาขุดหลุมพรางให้ฉัน และอย่ามาใส่ร้ายคนอื่นมั่วซั่ว! อะไรคือตอนที่พวกแกเข้าไปพวกเรายุติการมีเพศสัมพันธ์กันแล้ว? ท่านเจ้าเมืองอย่างฉันท่องยุทธภพมาตั้งหลายปี ต่อให้สภาพร่างกายจะย่ำแย่แค่ไหน ก็ไม่เคยมีประวัติเสร็จไวกว่าครึ่งชั่วโมงหรอกเว้ย!”
“...”
หน้าด้านไร้เทียมทาน เอลเดสพลิกกลับมาเป็นฝ่ายคุมเกมอย่างรวดเร็ว
“ตกลงใครเป็นคนสั่งให้พวกแกมาจับฉัน? หวงหยางงั้นเหรอ?”
ผู้สอบสวนรีบยุติการสอบสวนที่เป็นเพียงแค่พิธีการนี้ทันที
“ขอบคุณท่านเจ้าเมืองที่ให้ความร่วมมือครับ ทางเราได้รับเงินประกันตัวเรียบร้อยแล้ว ท่านสามารถกลับไปได้เลยครับ”
“หืม? เป้าหมายของพวกแกไม่ใช่ฉันหรอกเหรอ?”
เอลเดสชะงักไปครู่หนึ่ง จู่ๆ ก็รู้สึกผิดหวังขึ้นมานิดๆ หรือว่าจะไม่มีใครในบริษัทไป๋เยี่ยคิดจะโค่นล้มเขาเลย?
นี่เขาไม่มีค่าพอให้โดนโค่นล้มเลยหรือไง?
“เดี๋ยวนะ พวกแกตั้งใจจะจับเถ้าแก่หลี่งั้นเหรอ?”
เมื่อเห็นเอลเดสซักไซ้ไม่เลิก ผู้สอบสวนจึงจำใจต้องเผยความลับออกมา
“นี่เป็นมติของทางบริษัทครับ ต้องการให้คุณหลี่เหยาอยู่ที่กรมอาญาสักครึ่งเดือน เพื่อให้เขาพลาดคำไหว้วานจากดาวกู่เสิน ในเมื่อคุณหลี่เหยาเป็นเพื่อนคนสำคัญของท่านเจ้าเมือง นี่ก็ถือว่าเป็นการทำเพื่อความปลอดภัยของเขาเองนะครับ”
“ฮ่าๆ พวกนายไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลยสักนิด”
เอลเดสไม่ได้เป็นห่วงความปลอดภัยของหลี่เหยาเลย จู่ๆ เขาก็นึกถึงคำถามที่ตัวเองสนใจมากกว่าขึ้นมาได้
“จริงสิ ในเมื่อเป็นการใส่ร้าย พวกนายจับเขาได้คาหนังคาเขาเลยหรือเปล่า?”
“เปล่าครับ... พวกเขายังไม่ทันได้เริ่มเลย”
พอเอลเดสได้ยินก็ส่ายหน้าด้วยความเสียดาย
หมดกัน เรื่องตลกที่จะเอาไว้ล้อหลี่เหยาไปจนตาย อดซะแล้ว
น่าเสียดายจริงๆ!
ก่อนจากไป เอลเดสคิดทบทวนดูแล้ว ก็ยังคงให้คำแนะนำอย่างจริงจังว่า:
“ฝากไปบอกสิงอวี้หลินด้วยนะ ว่าให้จัดห้องเดี่ยวให้เถ้าแก่หลี่ เตรียม [นิตยสารภาพถ่ายหมู่ดาว] เล่มใหม่ล่าสุดให้พร้อม เสิร์ฟชาดำผสมบรั่นดี หรือไม่ก็กาแฟลาเต้แบบไม่ใส่น้ำตาล แล้วก็หามือปราบสาวสวยๆ สักสองสามคนไปนั่งเล่นหมากรุก เล่นไพ่สามคนสู้กลืนดาราเป็นเพื่อนเขา บางทีเวลาครึ่งเดือนอาจจะผ่านไปไวเหมือนโกหกก็ได้”
ในตอนท้าย เอลเดสก็เพิ่งนึกเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่าขึ้นมาได้
“อ้อ ตอนที่แจ้งข่าวให้เถ้าแก่เนี้ยหยินเยว่แห่งโรงเตี๊ยมคนคู่ทราบ ห้ามบอกเด็ดขาดนะว่าเขาโดนจับข้อหาซื้อบริการทางเพศ—ข้อสุดท้ายนี่สำคัญที่สุดเลยนะ”
ผู้สอบสวนทำหน้างุนงง
“ถึงคุณหลี่เหยาจะเป็นเพื่อนคนสำคัญของท่าน แต่ที่นี่คือกรมอาญานะครับ มีแต่นักโทษคดีอุกฉกรรจ์ถูกคุมขังอยู่ ทำแบบนั้นมันจะไม่ค่อยเหมาะสมหรือเปล่าครับ?”
เอลเดสจุดซิการ์ขึ้นสูบ ส่ายหน้าแล้วเดินจากไป
“นี่แหละคือการทำเพื่อความปลอดภัยของกรมอาญาต่างหาก”
……
“ชื่อ”
“หลี่เหยา”
“สถานะ”
“เจ้าของสำนักงานสารพัดรับจ้างแห่งดวงดาว”
“ทำไมคุณถึงไปอยู่ในห้องของหญิงบริการที่ชื่อเฟยเฟยได้?”
“ครั้งนี้ฉันถูกใส่ร้ายนะ มือปราบเหมิงเหมิง เธอต้องเชื่อฉันนะ”
“ฉันแซ่เหมิง ชื่อเหมิง ไม่ได้ชื่อเหมิงเหมิง—เรียกฉันว่ามือปราบเหมิงก็พอ!”
หลี่เหยาจิบกาแฟพลางอมยิ้ม
“โอเคครับ มือปราบเหมิง”
สำนักงานตำรวจเมืองดาวริมทะเลสาบ หรือที่รู้จักกันในชื่อกรมอาญาแห่งดาวริมทะเลสาบ เป็นหน่วยงานราชการที่รวบรวมทั้งงานสืบสวน ปราบปราม ตัดสินคดี และคุมขังนักโทษไว้ในที่เดียว
ในนามแล้วขึ้นตรงต่อจวนเจ้าเมือง แต่ในความเป็นจริงมีสถานะเทียบเท่าจวนเจ้าเมือง และขึ้นตรงต่อบริษัทไป๋เยี่ย
การมาเยือนกรมอาญาของหลี่เหยา ให้ความรู้สึกสบายใจเหมือนได้กลับบ้าน มือปราบที่นี่ก็น่ารักสุดๆ เสียอย่างเดียวคือพูดจาไม่ค่อยเข้าหูเท่าไหร่
มือปราบที่หลี่เหยาพูดถึง ก็คือคนที่ไปจับกุมเขาที่โรงน้ำชา และตอนนี้กำลังนั่งตีหน้าขรึมสอบสวนเขาอยู่ฝั่งตรงข้ามนั่นเอง——
เหมิงเหมิง
ตำรวจสาวดาวเด่นแห่งหน่วยรักษาความปลอดภัยดาวริมทะเลสาบ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าหน่วยสืบสวนในขณะที่ตำแหน่งหัวหน้ายังคงว่างอยู่ เธอเป็นหญิงสาวผมสั้นที่มีใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักราวกับเด็กน้อย และมีรูปร่างอวบอิ่มเล็กน้อย
ด้วยความที่เป็นคนเจ้าระเบียบ ตงฉิน และไม่รู้จักประนีประนอม จึงมักจะไปล่วงเกินคนอื่นเข้าบ่อยๆ ต่อให้จะมีความสามารถโดดเด่นแค่ไหน ก็เลยต้องเป็นได้แค่รองหัวหน้า ปล่อยให้ตำแหน่งหัวหน้าว่างไว้ก็ไม่ยอมเลื่อนขั้นให้เธอ
ยิ่งทำให้เธอรู้สึกจริงจังและเก็บกดมากขึ้นไปอีก
ใบหน้าเด็กน้อยแสนหวาน มักจะจ้องมองคุณด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความยุติธรรมอยู่เสมอ...
แบบนี้มันไม่ยิ่งน่ารักเข้าไปใหญ่หรือไง?
เรื่องราวระหว่างหลี่เหยาและมือปราบเหมิงเหมิง มีจุดเริ่มต้นมาจากรสนิยมทางเพศของเอลเดส
รสนิยมของเอลเดสนั้นไม่เหมือนชาวบ้าน เขามักจะชอบไปหาประสบการณ์แปลกใหม่ในซ่องไซเบอร์ ถึงแม้ว่าการใช้บริการหุ่นยนต์จะถูกกฎหมาย และในฐานะชายโสดก็ไม่ได้ผิดศีลธรรมอะไร
แต่ในเมื่อเขาเป็นถึงเจ้าเมือง แถมยังเป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลเอล กรีน พวกศัตรูทางการเมืองและนักข่าวปาปารัสซี่ที่จ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้เขา จึงมักจะคอยหาเรื่องแฉอยู่เสมอ
คนพวกนี้มักจะแอบจ้างหน้าม้าให้ไปแจ้งตำรวจ โดยอ้างว่าซ่องไซเบอร์มีการลักลอบค้าประเวณีมนุษย์จริงๆ เพื่อหลอกให้มือปราบมาบุกจับ หวังจะประจานรสนิยมทางเพศของเอลเดส และประณามที่เขาเป็นถึงเจ้าเมืองแต่กลับครองตัวเป็นโสด ไม่ยอมมีส่วนร่วมในการเพิ่มจำนวนประชากรให้ดาวริมทะเลสาบ
ด้วยเหตุนี้ ทุกครั้งที่เอลเดสเหมาซ่องไซเบอร์แล้วโดนนักข่าวกับชาวบ้านปิดล้อมจนสถานการณ์วิกฤต เขาก็มักจะจ้างให้หลี่เหยามาเป็นแพะรับบาปแทนอยู่เสมอ
ปกติแล้วหลี่เหยาจะไม่รับงานจากผู้ชาย ต่อให้รับงาน ก็สามารถพากันหลบหนีออกมาได้ ไม่เห็นต้องมาเป็นแพะรับบาปเลย แต่เอลเดสบอกว่ามือปราบที่มาจับกุม เป็นมือปราบสาวที่สวยที่สุดในหน่วยรักษาความปลอดภัยดาวริมทะเลสาบ...
และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของตำนานระหว่างมือปราบเหมิงเหมิงและผู้ใช้บริการหลี่เหยานั่นเอง
“อย่าคิดนะว่าโดนจับมาพร้อมกับท่านเจ้าเมืองแล้วจะได้นั่งดื่มกาแฟอ่านนิตยสารสบายๆ ตลอดไป รอฉันสรุปสำนวนคดีของนายเสร็จเมื่อไหร่ นายเตรียมตัวไปใช้แรงงานในคุกสักครึ่งปีได้เลย!”
“ถึงฉันจะอยากอยู่ใกล้ชิดกับเธอทุกเช้าค่ำก็เถอะ แต่ฉันเดาว่าเจ้านายของเธอคงไม่กล้าขังฉันไว้นานขนาดนั้นหรอก อาจจะสักยี่สิบวัน หรืออย่างมากก็เดือนนึง คงไม่เกินนี้หรอก”
“เลิกฝันกลางวันได้แล้ว!”
“งั้นเรามาพนันกันไหมล่ะ”
ก่อนจะเข้าซังเต หลี่เหยาก็พอจะเดาออกแล้วว่าตัวเองถูกใส่ร้าย
จักรวรรดิไม่สามารถหาข้ออ้างจับกุมเขาตรงๆ ได้ จึงยืมมือไป๋เยี่ยให้ตั้งข้อหาซื้อบริการทางเพศเพื่อขังเขาสักระยะ จะได้ขัดขวางไม่ให้ยอดฝีมืออย่างเขาไปโผล่ที่ดาวกู่เสิน ซึ่งจะทำให้ธุรกิจและชื่อเสียงของจักรวรรดิป่นปี้ได้
สมเหตุสมผล และมีตรรกะรองรับ
เรื่องนี้ดูผิวเผินเหมือนเอลเดสเป็นคนจัดการ แต่เอลเดสสนิทกับเขามาก ย่อมรู้ถึงความน่ากลัวและนิสัยของเขาดี
เอลเดสไม่มีความกล้าพอหรอก
ผู้อยู่เบื้องหลังตัวจริงน่าจะเป็นจักรวรรดิ โดยมีไป๋เยี่ยเป็นคนกลาง และคนลงมือก็น่าจะเป็นหวงหยาง
ดูท่า คงต้องหาเวลาไปคิดบัญชีกับไอ้แก่จอมเจ้าเล่ห์นั่นซะหน่อยแล้ว
แต่ก่อนหน้านั้น เขาขอสนุกกับการใช้ชีวิตในคุกสักหน่อยก็แล้วกัน
ถ้ามือปราบเหมิงเหมิงแวะมาสอบสวนเขาทุกวันล่ะก็ มันคงจะเพอร์เฟกต์สุดๆ ไปเลย!
ทันทีที่หลี่เหยาพูดจบ ลูกน้องของเหมิงเหมิงก็เคาะประตูเดินเข้ามาส่งเอกสารฉบับหนึ่งให้เธอ
เหมิงเหมิงสวมแว่นตาแล้วอ่านเอกสารอย่างละเอียด ปรากฏว่าเป็นคำสั่งสายตรงจากสาขาย่อยของบริษัทไป๋เยี่ยในเมืองหลวงเอลเกลด!
ข้อหาของหลี่เหยาถูกตัดสินให้เป็น พยายามซื้อบริการทางเพศ
จะถูกลงโทษกักขังเป็นเวลาสิบห้าวันตามกฎหมายรักษาความสงบเรียบร้อย และให้ขังเดี่ยวในห้องพักระดับวีไอพี
“ฉันว่านะ ต้องมีคนตัดสินคดีให้ฉันเรียบร้อยแล้วแน่ๆ เลย”
หลี่เหยาประคองถ้วยกาแฟดำ เอ่ยขึ้นอย่างสบายอารมณ์
เหมิงเหมิงไม่เข้าใจ... และยอมรับไม่ได้เด็ดขาด!
เธอกัดฟันกรอด ตีหน้าขรึมด้วยใบหน้าเด็กน้อยที่ยังมีแก้มยุ้ยๆ แววตาภายใต้กรอบแว่นสีดำจ้องเขม็งไปที่หลี่เหยา
เมื่อเห็นท่าทางหยิ่งยโสอวดดีของหลี่เหยา สัญชาตญาณก็บอกเธอว่า ต้องเป็นเอลเดสที่แอบใช้เส้นสายช่วยลดโทษให้เขาแน่ๆ
พยายามซื้อบริการทางเพศงั้นเหรอ? ล้อเล่นหรือเปล่า!
เธอเจอพวกคนซื้อบริการมานักต่อนักแล้ว คนอย่างหลี่เหยาเนี่ยแหละคือต้นตำรับของพวกบ้ากามหน้ามืดแถมยังเป็นพวกปืนไว
ตอนที่เธอได้รับแจ้งและบุกเข้าไปจับกุม การซื้อขายมันต้องเสร็จสมบูรณ์ไปแล้วแน่ๆ
ยอมไม่ได้!
ฉันต้องสืบเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด!
[จบแล้ว]