- หน้าแรก
- ผมก็แค่เซียนกระบี่สุดแกร่ง ที่รับจ้างทำงานจิปาถะไปวันๆ
- บทที่ 9 - คำไหว้วานครั้งใหม่
บทที่ 9 - คำไหว้วานครั้งใหม่
บทที่ 9 - คำไหว้วานครั้งใหม่
บทที่ 9 - คำไหว้วานครั้งใหม่
หยินเยว่หันหลังเดินกลับเข้าไปในห้องพักด้านหลังของโรงเตี๊ยม ใช้เส้นทางลับที่ไม่มีใครล่วงรู้ลงไปยังห้องใต้ดินเพื่อปรุงยาให้หลี่เหยา
หลี่เหยาไม่ได้ต้องการยาอะไรนั่นหรอก เขาแค่มาหาข้ออ้างแช่น้ำพุร้อนฟรีๆ ต่างหาก
และถ้าได้แช่ตัวร่วมกับหญิงงามแบบฟรีๆ ด้วยก็คงจะดีไม่น้อย
หากผู้หญิงคนนี้มีความใฝ่ฝันอันยิ่งใหญ่ระดับครอบครองจักรวาลด้วยล่ะก็ บางทีเขาอาจจะบรรลุภารกิจของระบบได้ในคราวเดียวเลยก็ได้
หลี่เหยาไม่รอให้เถ้าแก่เนี้ยกลับมา เขาหันหลังเดินตรงเข้าไปในป่าไผ่ม่วง
เดินลัดเลาะไปตามทางเดินแคบๆ ที่คดเคี้ยว แหวกม่านหมอกสีขาวและกิ่งไผ่ที่ระกะระกะใบหน้า ในที่สุดเขาก็เดินมาถึงริมบ่อน้ำพุร้อน
บ่อน้ำพุร้อนรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดราวหนึ่งจ้าง ถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกจางๆ โอบล้อมด้วยโขดหินรูปทรงประหลาดและกอไผ่ม่วงที่ขึ้นหนาแน่น
เบื้องหลังกอหญ้าและโขดหิน มีต้นหลีที่บานสะพรั่งไปด้วยดอกสีขาวกระจ่าง กลีบดอกที่ร่วงหล่นดูราวกับเกล็ดหิมะในฤดูใบไม้ผลิ
สำหรับเถ้าแก่เนี้ยหยินเยว่ ที่นี่คือสถานที่ส่วนตัวสุดๆ ทว่าวันนี้กลับเปิดให้ใช้บริการเป็นกรณีพิเศษ
หลี่เหยาถอดชุดฮั่นฝูประยุกต์สีเขียวหยกที่เข้ารูปออก วางพาดไว้บนแท่นหินริมสระ คว้าผ้าเช็ดตัวที่ทอจากเส้นใยไผ่มาพันกาย แล้วค่อยๆ หย่อนตัวลงไปในน้ำ
การออกแบบป่าไผ่นั้นยอดเยี่ยมมาก มันเปิดทางให้สายลมแผ่วเบาสามารถพัดผ่านสิ่งกีดขวางเข้ามาได้ ทำให้ผิวน้ำเกิดระลอกคลื่นเล็กๆ พัดพากลีบดอกหลีสีขาวบริสุทธิ์ให้ลอยพลิ้วไหวไปมา
ส่วนการออกแบบบ่อน้ำพุร้อนนั้นยิ่งล้ำเลิศกว่า
น้ำพุร้อนมีสีใสอมแดงราวกับทับทิม ส่งกลิ่นหอมของสมุนไพรอ่อนๆ
ตรงกลางสระที่มีหินลื่นปูรองรับ มีน้ำพุร้อนสายเล็กๆ พวยพุ่งขึ้นมา น้ำใสสะอาด อบอุ่น และลื่นละมุน ให้ความรู้สึกเย็นสบายสดชื่นราวกับหิมะละลาย ช่วยชำระล้างคราบไคลและสิ่งสกปรกบนร่างกาย
สิ่งสกปรกเหล่านั้นจะไหลไปตามร่องน้ำเล็กๆ บริเวณก้นสระริมตลิ่ง แล้วจมหายลงไปในผืนดินอันไร้ก้นบึ้ง
นี่คือบ่อน้ำพุร้อนที่มีน้ำไหลเวียนเปลี่ยนใหม่อยู่ตลอดเวลา
คนกับน้ำ น้ำกับหมอก หมอกกับดอกไม้ ดอกไม้กับแสงดาว... ทุกสิ่งผสมผสานหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์แบบ
หลี่เหยานอนแช่อยู่ในกระแสน้ำพุร้อนที่อุ่นสบาย รู้สึกราวกับถูกโอบกอดอยู่ในอ้อมอกของหญิงสาว เหมือนกำลังเดินเล่นอยู่บนก้อนเมฆ ล่องลอยดุจดั่งเซียน...
จนกระทั่งเด็กหญิงสองคนหอบถุงผ้าใส่สมุนไพร วิ่งแก้ผ้ากระโดดตูมลงมาในสระเสียงดังสนั่น
ทั้งสองฉีกถุงผ้าออก สาดสมุนไพรและดอกไม้แห้งลงไปในน้ำอย่างลวกๆ แล้วก็เริ่มว่ายน้ำท่าลูกหมาตกน้ำตีขาแช่กๆ
เด็กหญิงทั้งสองว่ายไปพลาง อ้าปากฮุบกลีบดอกหลีที่ลอยผ่านมาเข้าปากราวกับเล่นเกมเจ้างูจอมตะกละไปพลาง
พอเห็นหลี่เหยาหน้าดำคร่ำเครียด เด็กทั้งสองก็หรี่ตาลงอย่างมีเลศนัย พลางเบ้ปากพูดว่า:
“ทำไม ไม่ต้อนรับพวกเราเหรอ?”
“นายคาดหวังให้ใครเอายามาส่งให้ล่ะ?”
หลี่เหยาพยายามสงบสติอารมณ์ แล้วเปลี่ยนเรื่องคุย
“พวกเธอเกลียดการเรียนกระบี่งั้นเหรอ?”
“ใช่แล้ว”
“เกลียดมากๆ เลยล่ะ”
ชุนวาและชิวฉานตอบกลับแบบไม่รักษาน้ำใจ
“ทำไมล่ะ?”
“ก็เพราะกึ่งมนุษย์สัตว์ที่เรียนกระบี่ ดันแพ้ให้พวกจักรวรรดิลิงที่ใช้ปืนน่ะสิ”
“ตอนนี้เป็นยุคสิ้นมรรคแล้ว พวกเราต้องเรียนรู้วิชาของพวกลิง เพื่อเอาชนะพวกลิง!”
เรียนรู้วิชาของพวกลิง เพื่อเอาชนะพวกลิงงั้นเหรอ?
จู่ๆ หลี่เหยาก็แอบนึกเสียใจที่ดันสอดแทรกความรู้เรื่องประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเข้าไปตอนสอนวิชากระบี่ให้เด็กสองคนนี้
“ฉันนึกว่าพวกเธอเป็นกึ่งมนุษย์สัตว์ มีสายเลือดมนุษย์อยู่ครึ่งหนึ่ง ก็น่าจะวางตัวเป็นกลางซะอีก”
เด็กหญิงทั้งสองที่ลอยตัวอยู่บนผิวน้ำชะงักไป
“มีด้วยเหรอ?”
“ถึงจะมีก็เถอะ แต่จิตใจของพวกเรา เป็นจิตใจของสัตว์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์!”
หน้าเนื้อใจเสือที่แท้ทรู
หลี่เหยาได้ทีจึงถามกลับไปว่า:
“แล้วทำไมพวกเธอไม่ไปเข้าร่วมกับกองทัพปฏิวัติล่ะ? พวกเขาก็มีหน่วยรบพิเศษที่ใช้เครื่องจักรกลเหมือนกันนะ”
เด็กหญิงทั้งสองสะดุ้งโหยง
“ไปอยู่กองทัพปฏิวัติก็มีหวังตายสิ?”
“พวกเราต้องอยู่ที่นี่เพื่อปกป้องแม่นมต่างหาก!”
“ใช่ๆๆ ปกป้องแม่นม นายคิดว่าทำไมพวกเราถึงยอมเสียเงินทนเรียนวิชากระบี่น่าเบื่อๆ ของนาย ก็เพื่อรั้งตัวนายให้อยู่เป็นบอดี้การ์ดที่โรงเตี๊ยมไงล่ะ เจ้าทึ่ม!”
“ถ้านายไม่คอยปกป้อง พวกเราจะมีเวลาออกไปเที่ยวเล่นทุกวันได้ยังไงล่ะ!”
หลี่เหยาขมวดคิ้วมุ่น เกือบจะโดนเด็กแสบสองคนนี้ปั่นหัวเข้าให้แล้ว
ลูกผู้ชายอกสามศอกอย่างเขา จะมายอมตกเป็นเครื่องมือของเด็กสองคนนี้ได้ยังไง?
โชคดีที่เหล่าโม่บอกว่าเด็กสองคนนี้มีพรสวรรค์เรื่องเครื่องจักรกล อนาคตถ้าให้มาช่วยสร้างยานอวกาศ สร้างหุ่นกันดั้ม หรือจับมาทำภารกิจด้วยกัน ก็เท่ากับได้แรงงานมาใช้ฟรีๆ รีดเค้นมูลค่าส่วนเกินออกมาให้หมด
แนวคิดแบบทุนนิยมนี่มันมีเรื่องให้เรียนรู้ได้จริงๆ แฮะ!
“พวกเธออยากเรียนวิชาเครื่องจักรกลจริงๆ เหรอ?”
หลี่เหยาตะล่อมถามอย่างใจเย็น
เด็กหญิงทั้งสองตอบอย่างไม่ใส่ใจว่า:
“ก็งั้นๆ แหละ”
“ขอแค่สนุกกว่าเรียนกระบี่ก็พอแล้ว”
หลี่เหยาจึงเสนอว่า:
“ฉันช่วยพูดกล่อมเถ้าแก่เนี้ยให้พวกเธอเปลี่ยนไปเรียนวิชาเครื่องจักรกลได้นะ แต่มีข้อแม้ว่าพวกเธอต้องเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสำนักงานสารพัดรับจ้างแห่งดวงดาวของฉัน เรียนวิชาเครื่องจักรกลในฐานะพนักงานของสำนักงาน และถ้าจำเป็นก็ต้องออกไปทำภารกิจกับฉันด้วย”
“ออกไปข้างนอกเหรอ?”
“มีของอร่อยๆ กับของสนุกๆ ให้เล่นไหม?”
“มีสิ จะมีของอร่อยและของสนุกให้เล่นทุกวันเหมือนคืนนี้เลยล่ะ”
“จะถึงตายไหมอ่ะ?”
“ไม่มีทาง ฉันเทพจะตายไป ขนาดเหล่าโม่ยังยอมรับเลย ตาลุงนั่นไม่เคยพูดปดหรอก”
“มีเงินเดือนให้ไหม?”
“แน่นอน หลังจากที่บริษัทขยายกิจการแล้ว รับรองว่าจะเกิดผลลัพธ์แบบหนึ่งบวกหนึ่งบวกหนึ่งได้มากกว่าสาม รายได้จะพุ่งกระฉูด ในฐานะพนักงานระดับท็อปทรีของบริษัท อีกไม่นานพวกเธอจะได้อิสรภาพทางการเงินแน่ๆ”
ฟังความเห็นของท่านประหนึ่งเรียนหนังสือมาสิบปี เด็กหญิงทั้งสองทำหน้าเย็นชาใส่ พลางสวนกลับว่า:
“ไอ้นายทุนหน้าเลือดเอ๊ย นายคิดจริงๆ เหรอว่าพวกเราอายุแค่เจ็ดแปดขวบจะโดนหลอกง่ายๆ?”
หลี่เหยาเหลือบมองรูปร่างเล็กจิ๋ววัยเจ็ดแปดขวบของพวกเธอด้วยสายตาเย้ยหยัน ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือก๊อปปี้เกรดเอที่ลงอักขระเวทกันน้ำไว้ขึ้นมา
“ดูนี่สิ แค่งานเดียวฉันก็ได้เงินมาเท่านี้แล้ว”
ชุนวาและชิวฉานชะโงกหน้าเข้ามาดู ก่อนจะเริ่มนับนิ้วไล่ไปทีละตัวเลข เลขสามตามด้วยศูนย์หนึ่งตัว ศูนย์สองตัว ศูนย์สามตัว ศูนย์สี่ตัว...
“โอ้โห!”
“สามร้อยล้าน!”
ชุนวากับชิวฉานสบตากัน ก่อนจะพยักหน้าอย่างหนักแน่นและจริงจัง
“หลังจากที่พวกเราได้ไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้ว พวกเรามีมติเป็นเอกฉันท์ว่าจะสนับสนุนความฝันของนาย และจะนำพาพรสวรรค์ของพวกเรามุ่งหน้าสู่ทะเลดาวอันกว้างใหญ่”
สามร้อยล้าน?
หลี่เหยาทบทวนอยู่พักใหญ่ ถึงเพิ่งตระหนักได้ว่าเด็กหญิงสองคนนี้ไม่ได้แกล้งเล่นมุก... แต่อ่านเลขผิดจริงๆ
……
ขณะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของหลี่เหยาก็สั่นเตือน
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู พบว่ามีอีเมลฉบับใหม่ส่งเข้ามา
[ผมคือบารอนแฟร์มาต์ เจ้าเมืองคนใหม่ของดาวกู่เสิน (ดาวเซเรส) พื้นที่ใหม่บนดาวกู่เสินที่เราเพิ่งบุกเบิกได้ปลูกข้าวสาลีปราณวิญญาณไว้ถึงหนึ่งแสนหมู่ และกำลังจะเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวในอีกครึ่งเดือนข้างหน้า เนื่องจากเกรงว่าอาจจะถูกสลัดอวกาศหรือฝูงสัตว์อสูรบุกโจมตี จึงใคร่ขอเชิญคุณหลี่มาร่วมเป็นกองกำลังคุ้มกัน หากไม่รังเกียจ ทางเรายินดีจ่ายค่าตอบแทนให้คุณหลี่วันละหนึ่งแสนเหรียญปราณวิญญาณ — ปล. ที่ดาวกู่เสินมีอสูรสาวน่ารักๆ มาช่วยเกี่ยวข้าวเยอะมากเลยนะครับ]
หลี่เหยาวางโทรศัพท์ลง ขมวดคิ้วเล็กน้อย
ดาวกู่เสินที่กันดารแบบนั้น มันปลูกข้าวสาลีปราณวิญญาณได้จริงๆ เหรอ?
แต่ค่าตอบแทนก็ล่อใจไม่เบา ภารกิจก็ดูง่ายดาย แถมทิวทัศน์บนดาวกู่เสินก็ขึ้นชื่อเรื่องความยิ่งใหญ่อลังการ และที่สำคัญคือไม่เฉียดใกล้กับภารกิจพิชิตจักรวาลเลยสักนิด...
เอาล่ะ งานนี้ฉันรับ!
“มีอะไรเหรอ?”
ชุนวาและชิวฉานถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“มีงานใหม่เข้ามา พรุ่งนี้พวกเธอไปหาเหล่าโม่นะ บอกให้เขารีบสร้างยานของฉันให้เสร็จเร็วๆ”
สิ้นเสียง โทรศัพท์มือถือก๊อปปี้เกรดเอที่วางอยู่บนแท่นหินริมสระ ก็สั่นครืดๆ ขึ้นมาอีกครั้ง
หลี่เหยาได้รับอีเมลอีกฉบับแล้ว
[จบแล้ว]