เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 เรื่องแค่นี้ไม่คณามือหนูน้อยตัวนี้หรอก

บทที่ 4 เรื่องแค่นี้ไม่คณามือหนูน้อยตัวนี้หรอก

บทที่ 4 เรื่องแค่นี้ไม่คณามือหนูน้อยตัวนี้หรอก


เย่เฟิงมาถึงด้านนอกของบ้านไร่หลังแรก โดยอาศัยพุ่มไม้และซอกมุมกำแพงเป็นที่กำบัง

ทว่าทันทีที่มาถึงด้านนอกของบ้านไร่หลังแรก เย่เฟิงก็เหลือบไปเห็นเจ้าหมาเหลืองตัวเบ้อเริ่ม

ในขณะเดียวกัน เจ้าหมาเหลืองก็สังเกตเห็นเย่เฟิงเช่นกัน

ทันใดนั้น สายตาของทั้งสองก็ประสานกัน

หนีสิรออะไร!

เย่เฟิงหันหลังกลับแล้ววิ่งหนีสุดชีวิตโดยไม่รั้งรอ

โฮ่ง!

เจ้าหมาเหลืองเห่าลั่นและพุ่งตรงเข้ามาหาเย่เฟิงทันที

แม้เจ้าหมาเหลืองจะวิ่งเร็วมาก แต่ก็ยังมีระยะห่างระหว่างมันกับเย่เฟิงอยู่บ้าง

ประกอบกับรูของเย่เฟิงอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้นัก เขาจึงมุดเข้าไปข้างในได้อย่างรวดเร็ว

โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง!

ด้วยการตามกลิ่นของเย่เฟิง เจ้าหมาเหลืองจึงหาปากรูของเขาพบอย่างแม่นยำ

ทว่าปากรูนั้นเล็กเกินไป เจ้าหมาเหลืองจึงมุดเข้าไปไม่ได้เลย

โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง!

เจ้าหมาเหลืองเห่าขู่ด้วยความเกรี้ยวกราดอยู่ที่ปากรูอีกครั้ง

ท่าทางของมันราวกับกำลังพูดว่า ออกมาเดี๋ยวนี้นะ!

เย่เฟิงอดไม่ได้ที่จะกลอกตาบน

ใครออกไปก็โง่แล้ว!

เย่เฟิงเมินเฉยต่อเจ้าหมาเหลือง และซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบๆ ภายในรู

ถึงอย่างไรในรูก็ยังมีอาหาร มาดูกันสิว่าใครจะทนได้นานกว่ากัน

ต่อให้เจ้าหมาเหลืองตัวนี้จะมีความอดทนมากแค่ไหน สุดท้ายมันก็ต้องกลับไปเมื่อเจ้าของเรียกให้ไปกินข้าวอยู่ดี

และก็เป็นไปตามคาด หลังจากรออยู่นานเกือบ 1 ชั่วโมง เย่เฟิงก็ได้ยินเสียงชาวนาเรียก

เมื่อได้ยินเสียงเรียกของชาวนา เจ้าหมาเหลืองก็ผละออกจากปากรูของเย่เฟิงไปโดยไม่ลังเล

เย่เฟิงมองดูเจ้าหมาเหลืองที่เดินจากไป ดวงตาเล็กจ้อยของเขากลอกกลิ้งไปมา

แม้ว่าเจ้าหมาเหลืองจะไปแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ออกจากรูในทันที

ใครจะไปรู้ล่ะว่าเจ้าหมาเหลืองตัวนี้จะยอมอดข้าวชั่วคราวเพื่อมารอดักจับเขาหรือเปล่า

การที่ชาวนาเลี้ยงหมาไว้เป็นเรื่องปกติ ตอนที่เขาเป็นมนุษย์อาศัยอยู่ในเมือง เขาหลงลืมจุดนี้ไปสนิท และนั่นเกือบทำให้เขาต้องด่วนจากไปตั้งแต่วันแรกเสียแล้ว

ถ้าต้องมาตายตั้งแต่วันแรก มันคงเป็นการขาดทุนย่อยยับ

อย่างไรก็ตาม เย่เฟิงไม่ได้กังวลใจแต่อย่างใด

พอตกดึก เจ้าหมาเหลืองตัวนี้ก็น่าจะถูกขังไว้ในบ้าน

เมื่อถึงเวลานั้นก็จะเป็นจังหวะให้เขาลงมือ

ในชนบทไม่ได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อความบันเทิงมากมายเหมือนในเมือง ดังนั้นจึงไม่ค่อยมีแสงไฟมากนัก

เมื่อดวงอาทิตย์ตกดิน ท้องฟ้าก็มืดลงอย่างรวดเร็ว

เพียงแค่เวลา 2 ทุ่ม ภายนอกก็มืดสนิทแล้ว

หลังจากฟ้ามืดลง สรรพสิ่งต่างๆ ก็ดูพร่ามัวไปมากสำหรับเย่เฟิง

แม้ว่าหนูจะมีสายตามองเห็นในที่มืดได้ดีระดับหนึ่ง แต่มันก็ไม่ได้ทรงประสิทธิภาพเท่ากับแมว

แต่ทว่า การมีสายตามองเห็นในที่มืดได้บ้างก็เพียงพอแล้วสำหรับเย่เฟิง

ถึงอย่างไร โครงสร้างถนนหนทางในชนบทก็เรียบง่าย เขาเพียงแค่ต้องแยกแยะและมองเห็นตำแหน่งคร่าวๆ ให้ได้ก็พอ

เย่เฟิงค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้บ้านของชาวนาอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ถูกเจ้าหมาเหลืองจู่โจมอีก

ตอนเวลา 2 ทุ่ม ครอบครัวชาวนายังไม่เข้านอน

เย่เฟิงเดินเตร็ดเตร่สำรวจรอบนอกตัวบ้านก่อน และพบว่าไม่มีอะไรที่พอจะกินได้มากนัก

แน่นอนว่ามันไม่ได้แปลว่าไม่มีอะไรเลยเสียทีเดียว ยังพอมีเศษข้าวที่เจ้าหมาเหลืองกินเหลือทิ้งไว้อยู่บ้าง แต่มันก็ไม่พอยาไส้ด้วยซ้ำ

ส่วนพวกเศษอาหารเหลือทิ้งของชาวนา ต่อให้มี พวกเขาก็เอาไปใช้เลี้ยงไก่เลี้ยงเป็ดจนหมด

ดูเหมือนฉันคงต้องเข้าไปดูในบ้านเสียแล้ว

เย่เฟิงมองดูบ้านของชาวนา แม้ว่ามันจะดูดีพอใช้ได้ มีประตูเหล็กและโครงสร้างเป็นอิฐแดง...

...แต่มันก็ไม่สามารถหยุดยั้งหนูน้อยแสนฉลาดอย่างเขาได้หรอก

เย่เฟิงกวาดสายตามองไปรอบๆ และสังเกตเห็นท่อระบายน้ำ

โครงสร้างบ้านในชนบทถูกสร้างขึ้นอย่างเรียบง่าย เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วมขังอยู่ภายใน ท่อระบายน้ำในห้องครัวจึงมักจะต่อตรงออกสู่ภายนอก มันทั้งสะดวกและรวดเร็ว โดยน้ำจะไหลซึมลงสู่พื้นดินโดยไม่ก่อให้เกิดการอุดตันใดๆ

สิ่งนี้เปิดช่องทางให้เย่เฟิงสามารถมุดเข้าไปข้างในได้

เมื่อเข้ามาในบ้านของชาวนาผ่านทางท่อระบายน้ำในห้องครัว เย่เฟิงก็เดินสำรวจไปรอบๆ และพบว่าไม่มีอาหารวางทิ้งไว้ข้างนอกเลย

ในครัวมีตู้เย็นขนาดเล็กตั้งอยู่ อาหารที่เหลือคงถูกนำไปเก็บไว้ในนั้นหมดแล้ว

เฮ้อ เดี๋ยวนี้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ชนบทเองก็ยังมีตู้เย็นใช้ ชีวิตของพวกหนูอย่างเราช่างยากลำบากขึ้นทุกวัน!

เย่เฟิงลอบถอนหายใจออกมา

สิ่งที่กวาดล้างหัวขโมยไม่ใช่ตำรวจหรอก แต่เป็นระบบการชำระเงินออนไลน์ต่างหาก!

เทคโนโลยีเปลี่ยนชีวิตจริงๆ!

ทว่า แม้ปัญหาชวนปวดหัวนี้อาจทำให้หนูทั่วไปต้องยอมจำนน แต่มันไม่อาจขัดขวางหนูแสนฉลาดอย่างเขาได้

เมื่อกวาดสายตามองไปทั่วห้อง เขาก็เห็นเนื้อตากแห้งแขวนอยู่บนเส้นลวดในบ้านของชาวนา

หนูธรรมดาอาจจะเข้าไปไม่ถึงเนื้อตากแห้งที่แขวนอยู่บนเส้นลวด แต่นั่นไม่นับรวมหนูแสนฉลาดอย่างเขา

แต่ทว่า กลับมีปัญหาอีกอย่างตามมา

ถ้าเขาขโมยเนื้อตากแห้งไป ชาวนาจะต้องรู้ตัวอย่างแน่นอน และถึงตอนนั้นการจะกลับมาขโมยเป็นครั้งที่ 2 คงเป็นเรื่องยาก

เย่เฟิงกวาดสายตามองไปรอบๆ อีกครั้ง และพบถังข้าวสาร

การขโมยข้าวสารคือตัวเลือกที่ดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย ข้าวสารหายไปสักนิดหน่อยคงยากที่จะสังเกตเห็น

อย่างไรก็ตาม มีสิ่งของวางทับอยู่บนถังข้าวสาร และยังถูกปิดทับด้วยแผ่นไม้ การที่เย่เฟิงจะขยับของพวกนั้นคงเป็นเรื่องยากลำบาก

ต่อให้เขาหาวิธีขยับมันได้ แต่ด้วยสถานการณ์ของเขาในตอนนี้ การจะวางทุกอย่างกลับคืนไว้ที่เดิมคงยากเอาการ

เฮ้อ นี่ฉันทำได้แค่กินหนเดียวแล้วจบกันอย่างนั้นหรือ

เย่เฟิงถอนหายใจ

ประตูที่กั้นระหว่างห้องครัวกับห้องนั่งเล่นถูกล็อคเอาไว้

เมื่อมองลอดผ่านช่องว่าง เขาก็เห็นเจ้าหมาเหลืองถูกขังอยู่ภายในห้องนั่งเล่น

ในขณะเดียวกัน ชาวนาก็กำลังดูโทรทัศน์อยู่

เขาจะรอจนกว่าพวกนั้นจะหลับ แล้วค่อยขโมยสิ่งที่พอจะเอาไปได้

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เย่เฟิงก็แอบย่องออกจากบ้านไปอย่างเงียบๆ

ถึงอย่างไร ตอนนี้เพิ่งจะ 2 ทุ่ม เจ้าของบ้านยังไม่เข้านอน

ถ้าเขาเริ่มลงมือขโมยเนื้อตากแห้งตอนนี้ เขาอาจถูกจับได้คาหนังคาเขาหากเจ้าของบ้านเดินเข้ามาตรวจดูในครัว

ห้องครัวนั้นไม่ได้ใหญ่โตนัก

หากเจ้าของบ้านอุดท่อระบายน้ำทันที เขาอาจจะต้องจบชีวิตลงตรงนั้นเลยก็ได้

เมื่อออกจากบ้านหลังนี้ เย่เฟิงก็ตั้งใจจะไปสำรวจดูบ้านหลังอื่นๆ ต่อ

ทว่า หลังจากเดินวนรอบบ้านอยู่นาน เขากลับไม่เห็นวี่แววของบ้านไร่หลังอื่นเลย

ดูเหมือนว่าชาวนาแถวนี้จะไม่ได้ปลูกบ้านอยู่ติดกันนัก

สถานการณ์เช่นนี้ก็มีให้เห็นอยู่ทั่วไปในชนบท

มีบางกรณีที่บ้านแต่ละหลังตั้งอยู่ห่างกัน 1 หรือ 2 กิโลเมตรเลยทีเดียว

ระยะทาง 1 หรือ 2 กิโลเมตรอาจจะดูไม่ไกลนักสำหรับคน

แต่สำหรับหนูแล้ว มันไกลเกินไปมาก!

แม้ว่าเขาอาจจะวิ่งไปไกลขนาดนั้นได้ แต่มันก็อันตรายเกินไป

ในตอนกลางวันแสกๆ แมวและหมาคือศัตรูตามธรรมชาติของหนู และเย่เฟิงก็ไม่มีทางสู้พวกมันได้เลย

ส่วนในตอนกลางคืน เขาก็ไม่อาจชะล่าใจเรื่องหมาแมวจรจัดในชนบทได้!

แม้แต่งูก็สามารถล่าหนูได้

เฮ้อ ฉันคงต้องขโมยกินจากบ้านหลังนี้ไปก่อน ไว้มีโอกาสค่อยเปลี่ยนเป้าหมายก็แล้วกัน

เย่เฟิงไม่อยากเสี่ยงอันตรายมากจนเกินไป

เขาสามารถขโมยอาหารจากบ้านไร่หลังแรกได้ตั้งมากมาย

อาหารจำนวนนี้ก็เพียงพอให้เขาประทังชีวิตไปได้อีกระยะหนึ่งแล้ว

แค่รอดชีวิตไปได้ในแต่ละวันก็เพียงพอที่จะได้รับแต้มพรสวรรค์ 1 แต้มแล้ว

ไม่มีความจำเป็นต้องเสี่ยงอันตรายเลย เว้นเสียแต่ว่าเขาจะถูกต้อนให้จนมุมจริงๆ

ถ้าเกิดเขามาตายกลางทางแล้วไม่ได้รับแม้กระทั่งแต้มพรสวรรค์ที่ควรจะได้ มันคงเป็นเรื่องตลกสิ้นดี

เมื่อคิดได้เช่นนี้ เย่เฟิงจึงแอบซุ่มหมอบคอยอยู่ตรงมุมกำแพงอย่างเงียบๆ เพื่อรอให้เจ้าของบ้านเข้านอน

ผู้คนในชนบททำงานไร่ทำนาและมักจะเข้านอนเร็วกว่าคนในเมืองมาก

ก่อนเวลา 4 ทุ่ม ทุกคนในบ้านของชาวนาก็หลับสนิทกันหมดแล้ว

จบบทที่ บทที่ 4 เรื่องแค่นี้ไม่คณามือหนูน้อยตัวนี้หรอก

คัดลอกลิงก์แล้ว