เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 เคล็ดลับการกินยา (1)

บทที่ 13 เคล็ดลับการกินยา (1)

บทที่ 13 เคล็ดลับการกินยา (1)


“คุณชายเจ็ดไม่สบายมาโดยตลอด อาการทรงๆ ทรุดๆ มาก็ครึ่งเดือนกว่าแล้ว ก่อนหน้านี้ข้ามีธุระครอบครัวจึงกลับบ้านเก่าหลายวัน ทั้งโมโม่ในจวนก็เพิ่งไปจากจวน สาวใช้ในเรือนก็ไม่มีความละเอียด ทำให้คุณชายเจ็ดเป็นหวัด นี่ก็กินยาบ้างขาดการกินยาบ้างมาสักพักแล้ว ขณะที่ป่วยก็ดีบ้างทรุดบ้าง หมอหลวงบอกว่าอาการป่วยนี้หากกินยาไม่นานก็จะดีขึ้น...น่าสงสารที่คุณชายเจ็ดของเราอายุน้อย ร่างกายอ่อนแอตั้งแต่เด็ก กินยามากเข้าก็ทำร้ายกระเพาะ ทุกวันกลัวแต่ว่าเขาจะเจ็บป่วย ตั้งแต่ป่วยไม่ว่ายาใดก็กลืนไม่ลง...เช่นคุณชายห้า เป็นหวัดเพียงสองสามวันก็หาย แต่คุณชายเจ็ดของเราใช้เวลาครึ่งเดือนกว่า...นอกเสียจากว่าท่านอ๋องจะโอ๋หรือดุ หากให้คนอื่นๆ ป้อนคุณชายเจ็ดจะไม่ยอมกินแม้แต่คำเดียว จึงได้ป่วยอยู่เช่นนี้ ไร้ซึ่งหนทางแล้วจริงๆ...”

เมื่อถึงเรือนซือจู๋ ฮุยมาม่าที่เพิ่งเจอเสิ่นเยว่ก็ร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหลแล้ว

ฟังจากที่ชุนอวี่พูด ในครัวเล็กอุ่นยาสามครั้งก็ยังป้อนไม่ได้ อารมณ์ของฮุยมาม่าจึงเตลิดเล็กน้อย...

จัวหย่วนไม่อยู่ เถาตงโจวมาที่เรือนซือจู๋พร้อมเสิ่นเยว่

ฮุยมาม่าพูดจบก็ยื่นมือไปเช็ดน้ำตาอีกครั้ง ผู้ดูแลจวนเถาขัดจังหวะ “อย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้เลย ให้แม่นางเสิ่นดูคุณชายเจ็ดสักหน่อย”

ฮุยมาม่าชะงักไป แล้วจึงหลบเพื่อให้นางเดิน

เสิ่นเยว่กลับไม่เดิน

เถาตงโจวและฮุยมาม่าต่างหันไปมองนางด้วยความลังเล

ก่อนหน้าขณะที่ฮุยมาม่ากำลังพูด เสิ่นเยว่ก็คอยตั้งใจฟังอย่างละเอียด

ฮุยมาม่าเป็นผู้ปกครองของเสี่ยวชี ปกติแล้วน่าจะเป็นผู้ปกครองประเภทอารมณ์อ่อนไหวมากเกินไป

ส่วนมากอารมณ์ของผู้ปกครองประเภทนี้จะขึ้นอยู่กับการกระทำทุกอย่างของเด็ก เห็นได้ชัดมากที่สุดคือในตอนที่เด็กไม่สบายหรือเจออุปสรรค ตัวผู้ปกครองเองจะรู้สึกเหมือนว่าฟ้าถล่ม...

เด็กที่ถูกผู้ปกครองประเภทนี้ดูแล ส่วนมากนิสัยจะอ่อนไหวมากกว่าเด็กคนอื่น

อารมณ์ของผู้ปกครองไม่เพียงได้รับผลกระทบจากเด็ก ในทางกลับกัน จะเกิดผลกระทบทำให้เด็กซึมซับได้อย่างง่ายดาย...

ก่อนหน้านี้เสิ่นเยว่เจอผู้ปกครองเช่นนี้มาไม่น้อย อย่างเช่น ผู้สูงวัยเลี้ยงเด็ก เกิดจากเด็กที่ไม่มีพ่อแม่หรือพ่อแม่ไม่ได้อาศัยอยู่ด้วย จึงเป็นผู้สูงวัยรับผิดชอบดูแล หรือครอบครัวไม่สมบูรณ์ หรือพ่อแม่ที่กว่าจะมีลูกได้ ดังนั้นจึงเอาใส่ใจมากเกินไปและเป็นกังวลได้ง่าย...

อารมณ์เช่นนี้เหมือนดาบสองคม

เป็นการดูแลการเจริญเติบโตของเด็กโดยที่อารมณ์ของตนเองกลายเป็นสิ่งที่ขัดขวางการเจริญเติบโตของเด็ก

สาเหตุเหล่านี้ นอกจากจะเกิดจากสภาพแวดล้อมแล้ว ส่วนหนึ่งยังเกิดจากนิสัยส่วนตัว สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องให้ผู้ปกครองเอาชนะตัวเองให้ได้

ตัวอย่างเช่นฮุยมาม่าในตอนนี้

ฮุยมาม่าเป็นแม่นมของมารดาเสี่ยวชี พ่อแม่ของเสี่ยวชีล้วนจากไปแล้ว ฮุยมาม่ารู้สึกว่าหากดูแลเสี่ยวชีได้ไม่ดีก็จะเป็นการทำผิดต่อฮูหยินที่จากโลกนี้ไปแล้ว เสี่ยวชีเป็นเด็กที่คลอดก่อนกำหนด ร่างกายไม่สมบูรณ์มาแต่กำเนิด ดังนั้นเพียงไม่สบาย ความรู้สึกกังวลของฮุยมาม่าก็จะถาโถมเข้ามา ทำให้นางรู้สึกกังวลมากกว่าคนอื่น

อย่างเช่นเมื่อครู่ที่ฮุยมาม่าคอยเปรียบเทียบเสี่ยวอู่กับเสี่ยวชีตลอดเวลา

พูดว่าพื้นฐานเสี่ยวอู่ดี ร่างกายเสี่ยวชีอ่อนแอ ดังนั้นเสี่ยวชีมักเจ็บป่วย หากเจ็บป่วยก็หายได้ยาก

คำพูดเหล่านี้ ผู้ดูแลจวนเถาฟังแล้วไม่มีปฏิกิริยาแตกต่างจากเดิม เป็นการยืนยันว่ามักจะได้ยินอยู่เสมอ

นิสัยของเสี่ยวชีเดิมทีก็ไวต่อความรู้สึกอยู่แล้ว ฮุยมาม่ายังคุ้นชินกับการที่พูดต่อหน้าคนอื่นถึงเรื่องที่เสี่ยวชีร่างกายอ่อนแอตั้งแต่เด็กซ้ำไปซ้ำมา ทั้งยังร้องไห้ไม่หยุด เช่นนั้นเมื่อเสี่ยวชีไม่สบายจึงรู้สึกประหม่าโดยอัตโนมัติและจะคอยลอบสังเกตปฏิกิริยาของฮุยมาม่า ส่วนฮุยมาม่าก็มักร้องไห้คร่ำครวญ เสี่ยวชีจึงยิ่งรู้สึกว่าตนเองไม่เหมือนกับเด็กคนอื่น...เป็นเด็กขี้โรค...

อารมณ์เช่นนี้จึงทำให้เสี่ยวชีรู้สึกต่ำต้อย

อารมณ์เช่นนี้อาจทำให้เสี่ยวชีปฏิเสธการกินยาโดยสัญชาตญาณ

แท้จริงแล้ววิทยาศาสตร์สมัยใหม่ โรคหวัดไม่มียาที่รักษาได้หายทันใจ ยาโรคหวัดล้วนเป็นยาที่ช่วยลดอาการ หลักสำคัญคือต้องอาศัยภูมิคุ้มกันของคนในการรักษา

สำหรับเด็กแล้ว อาการหวัดของเสี่ยวอู่ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว มีความเป็นไปได้มากที่จะติดเชื้อจากแบคทีเรีย

ฟังจากการอธิบายของชุนอวี่และฮุยมาม่า อาการหวัดของเสี่ยวชีเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ทั้งยังมีไข้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า มีความเป็นไปได้อย่างมากที่จะเป็นพิษไข้และติดเชื้อแบคทีเรียสองอย่างรวมกัน

ระหว่างนั้นไม่ทันระวังหรือไม่ได้รักษาที่ต้นตอ จึงมีความเป็นไปได้ที่จะมีอาการตัวร้อนเป็นๆ หายๆ

ภูมิคุ้มกันที่เด็กได้รับจากแม่จะคงอยู่จนอายุประมาณสามขวบ ดังนั้นช่วงอายุสามถึงสี่ขวบนี้จะเป็นช่วงที่กระบวนการในร่างกายกำลังสร้างภูมิคุ้มกันเอง จึงเป็นหวัดและเป็นไข้ได้ง่ายที่สุด

เสี่ยวอู่สร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายขั้นต้นเรียบร้อยแล้ว

แต่เสี่ยวชีเพิ่งสามขวบ ยังไม่ถึงสี่ขวบ เป็นช่วงที่เจ็บป่วยได้ง่ายที่สุด

เพียงแต่สาเหตุทุกอย่างเหล่านี้ อาจถูกมองว่าเป็นเพราะร่างกายเสี่ยวชีอ่อนแอ...

ส่วนหมอหลวงก็ระมัดระวังมาตั้งแต่ไหนแต่ไร หากยากระทบต่อกระเพาะหรือกระเพาะเสี่ยวชีไม่ดี หมอหลวงจะไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน ตอนนี้ยังสามารถให้เสี่ยวชีกินยาได้ จึงไม่ใช่ปัญหาของการกินยาจนทำให้ไม่อยากอาหาร

เมื่อเห็นผู้ดูแลจวนเถาและฮุยมาม่าหันมามองด้วยสายตาที่สงสัยว่าเหตุใดนางจึงหยุดเดิน เสิ่นเยว่จึงสูดลมหายใจเข้าลึก เดินไปข้างหน้า กล่าวต่อฮุยมาม่าเสียงอ่อนโยน “ฮุยมาม่า เมื่อครู่ข้าเห็นท่านคอยเช็ดน้ำตาตลอดเวลา น่าจะเป็นเพราะกังวลเรื่องเสี่ยวชีมาก เป็นท่านที่ดูแลเสี่ยวชีมาโดยตลอด แม้ว่าเขายังเด็ก แต่กลับสามารถสังเกตอารมณ์ของท่านได้ เขาไม่กินยา เป็นธรรมดาที่ภายในใจเขาจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ข้ากลัวว่าหากเขาเห็นท่านร้องไห้ จากเดิมทีไม่ยินยอมกินยาอยู่แล้วก็จะยิ่งร้องไห้งอแงตาม มิสู้ให้ชุนอวี่พาข้ากับผู้ดูแลจวนเถาไปเยี่ยม ส่วนท่านก็พักผ่อนก่อนสักครู่?”

ฮุยมาม่าชะงักไป

ผู้ดูแลจวนเถาลูบเครา ทอดถอนใจกล่าว “ข้าเองก็กำลังคิดเช่นนี้”

การที่ฮุยมาม่ามักจะร้องไห้ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดวันสองวัน เมื่อครู่เสิ่นเยว่พูดอย่างอ้อมค้อม ฮุยมาม่าอาจจะไม่รู้สึก แต่ผู้ดูแลจวนเถาฟังออกถึงเหตุผล อารมณ์ของฮุยมาม่าจะส่งผลกระทบต่อเสี่ยวชี อีกทั้งดูจากสองวันมานี้ วิธีการที่แม่นางเสิ่นดูแลเด็กแตกต่างจากโมโม่ก่อนหน้านี้และหัวหน้าแม่บ้านจากแต่ละที่มาก ฮุยมาม่ายังเป็นกังวลในตัวเสี่ยวชีมาก อีกประเดี๋ยวหากมีความเห็นต่าง เกรงว่าฮุยมาม่าจะรับไม่ได้และอาจจะร้องไห้ตรงนั้นทันที...

ดังนั้นผู้ดูแลจวนเถาจึงเห็นด้วย

ฮุยมาม่ามีสีหน้านิ่ง

จบบทที่ บทที่ 13 เคล็ดลับการกินยา (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว