เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 แบ่งเขตกิจกรรม (2)

บทที่ 12 แบ่งเขตกิจกรรม (2)

บทที่ 12 แบ่งเขตกิจกรรม (2)


สุดท้ายก็มาถึงเรือนจือหลาน

เรือนจือหลานเป็นหนึ่งในสามสถานที่ที่อยู่ใกล้เรือนสุขนิรันดร์ โถงหลักกว้างขวางที่สุด สว่าง ทั้งอากาศยังถ่ายเทสะดวก วิธีการของเสิ่นเยว่ทำให้ทั้งห้องโถงทะลุถึงกันจนพื้นที่นี้ดูกว้างขึ้นอย่างชัดเจน

แม้ว่าฮั่วหมิงจะรู้สึกประหลาดใจ แต่คล้ายกับเพราะเคยได้เห็นได้ยินเรื่องเขตกิจกรรมกลางแจ้งมาแล้ว ภายในใจจึงเกิดความเชื่อใจเสิ่นเยว่อยู่หลายส่วน จึงไม่ได้เอ่ยปากขัดจังหวะเช่นก่อนหน้านี้ แล้วคอยรับฟังอย่างละเอียด

เพื่อทำให้ช่างฝีมือที่เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างเข้าใจ เสิ่นเยว่จึงอธิบายในรูปแบบที่ง่ายและละเอียดชัดเจน จะได้เข้าใจตรงกัน

อย่างเช่นการอธิบายกับอาจารย์เติ้งผู้รับผิดชอบเรือนจือหลาน ซึ่งก็คือการดัดแปลงเป็นห้องเรียนของโรงเรียนอนุบาล เสิ่นเยว่จะนั่งย่อลง ใช้ส่วนสูงของตนเองวัดระดับเพื่อยืนยันว่าความสูงของอุปกรณ์ภายในห้องเรียนเหมาะสมกับเด็กจำนวนมากหรือไม่

ของใช้ของตระกูลสูงศักดิ์ในเมืองหลวงจำนวนไม่น้อยมาจากฝีมือของอาจารย์เติ้ง

แต่คนที่เหมือนเช่นเสิ่นเยว่ สั่งทำโดยวัดระดับเพื่อเด็กโดยเฉพาะ ทั้งยังใช้ของใช้เก่าภายในเรือนทำ กลับเป็นคนแรกที่เขาได้พบ

ห้องเรียนไม่แตกต่างจากเขตกิจกรรมกลางแจ้ง

เสิ่นเยว่เปรียบเทียบในม้วนกระดาษ อธิบายให้อาจารย์เติ้งฟังทีละจุด ตั้งแต่เขตการสอน เขตสัมผัสทั้งห้า เขตกิจวัตรประจำวัน เขตภาษาและวัฒนธรรม เขตการอ่าน เขตตัวต่อ เขตงานประดิษฐ์ เขตดนตรี เป็นต้น รวมถึงขนาดที่คาดหวัง การใช้งาน จุดเด่นของแต่ละเขต และอุปกรณ์ภายในเรือนที่จำเป็นต่อเด็กในแต่ละเขต เป็นต้น

อาจารย์เติ้งเชี่ยวชาญอย่างยิ่ง ของใช้ที่เสิ่นเยว่ต้องการ นอกจากสั่งทำขนาดเท่าตัวเด็กแล้วก็ไม่มีความพิเศษนอกเหนือจากนี้เท่าไร อาจารย์เติ้งเองก็คิดหาวิธีแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว

ของใช้ที่จำเป็นภายในห้องเรียนล้วนต้องละเอียด ทว่าความยากมีไม่เท่าของใช้สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง

อาจารย์เติ้งประเมินดูแล้วใช้เวลาประมาณสองวัน...

เสิ่นเยว่คาดเดาภายในใจ อย่างหนึ่งใช้เวลาสามวัน อีกอย่างใช้เวลาสองวัน คำนวณดูแล้วใช้เวลามากสุดสามวัน เหลือเวลาให้นางทำอุปกรณ์การสอนไม่มาก ได้เจอกับเถาเถาเมื่อวานแล้ว เสี่ยวอู่ก็ได้เจอวันนี้แล้ว พรุ่งนี้ยังต้องหาเวลาไปพบเสี่ยวชี เช่นนั้นเวลาที่เหลือ หากมากหน่อยก็คงเหลือเพียงวันมะรืนนี้และวันถัดไปรวมเป็นสองวัน...

ทว่าอ๋องผิงหย่วนก็ดี ผู้ดูแลจวนเถาก็ดี ล้วนมีความคาดหวังต่อโรงเรียนอนุบาลนี้ไม่น้อย ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นภายในห้องเรียนหรือการเปลี่ยนแปลงภายนอกล้วนสามารถเสร็จสิ้นได้ภายในสามวัน เช่นนั้นต่อให้เวลาจะกระชั้นชิด นางก็ไม่สามารถเป็นตัวถ่วงได้

เดิมเถาตงโจวและฮั่วหมิงกำลังพูดคุยกันอยู่ ชมเชยว่าเสิ่นเยว่เป็นคนมีไหวพริบ มีการเตรียมการที่ดี พูดได้ไม่กี่ประโยคก็เห็นเสิ่นเยว่ปลีกตัวกลับมา เพียงมองก็รู้ว่าเจอปัญหา ทั้งสองจึงหยุดการสนทนา

เสิ่นเยว่ยอบตัวไปทางผู้ดูแลจวนเถา แล้วถามอย่างจริงจัง “ผู้ดูแลจวนเถา ช่วงเช้าที่พูดถึงเรื่องผู้ช่วย จะสามารถพบได้เมื่อไรเจ้าคะ?”

เถาตงโจวยิ้มอย่างขออภัยในความบกพร่องของตน “แรกเริ่มข้าคิดว่าเรื่องภายในจวนจัดการได้ง่าย สามารถเรียกมาได้ตลอดเวลา แต่การดัดแปลงเรือนจะต้องใช้เวลาและลงแรง ดังนั้นจึงเชิญคนมาดูที่นี่ก่อน แม่นางเสิ่นสามารถรอถึงพรุ่งนี้เช้าได้หรือไม่?”

พรุ่งนี้เช้าเป็นเวลาเหมาะสม

นางมีเวลาหนึ่งคืนในการทำสิ่งที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์การสอนให้เรียบร้อย วันรุ่งขึ้นรอเมื่อคนมาถึงแล้ว ก็จะได้ทำพร้อมกัน

เสิ่นเยว่กล่าว “ได้เจ้าค่ะ การก่อสร้างโรงเรียนอนุบาล นอกจากอุปกรณ์ในห้องเรียนกับนอกห้องเรียนแล้ว การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมโดยรอบยังต้องมีการเตรียมสถานที่ที่สำคัญอีกหนึ่งแห่ง เมื่อเด็กๆ อยู่ภายในโรงเรียนอนุบาล ทุกวันจะมีกิจกรรมอิสระช่วงเวลาหนึ่ง ความรู้และการสำรวจมากมายล้วนเริ่มต้นจากอุปกรณ์การสอน เวลาพรุ่งนี้ค่อนข้างจะกระชั้นชิด ช่วงเช้านอกจากจะให้ผู้ดูแลจวนเถาช่วยหาผู้ช่วยมาแล้ว อาจจะต้องเตรียมคนที่หัวไวมือคล่องสักสองคนมาร่วมช่วยด้วย”

เถาตงโจวรับปาก

……

เมื่อประสานงานกับทางช่างฝีมือเสร็จก็เป็นเวลาก่อนพลบค่ำแล้ว

การดัดแปลงโรงเรียนอนุบาลจึงเริ่มขึ้น ฮั่วหมิงทำงาน ไปไหนไม่ได้

เถาตงโจวส่งเสิ่นเยว่กลับจากจวนด้วยตนเอง ทั้งยังกล่าวถึง “วันนี้ทั้งวันคุณหนูเก้าถามหาแค่แม่นางเสิ่น ข้าส่งคนไปบอกแล้วว่าวันนี้แม่นางเสิ่นยังไม่มา พรุ่งนี้จึงจะมา”

เสิ่นเยว่นึกขึ้นได้ว่าเคยรับปากกับเถาเถา หากวันนี้ไปเยี่ยมนางได้ก็จะไป คิดไม่ถึงว่าเรื่องแผนการสร้างโรงเรียนอนุบาลจะพูดคุยกันจนถึงเวลานี้ ทั้งยังจัดการเรื่องไปไม่น้อย นางรู้สึกกระหายน้ำเล็กน้อย แต่ตอนนี้ยังพอมีเวลาไปเยี่ยมเถาเถา

เสิ่นเยว่กำลังจะเอ่ยปาก เถาตงโจวกลับยื่นกระเป๋าเงินมาให้

เสิ่นเยว่รับมาด้วยความลังเล “นี่คือ...”

เถาตงโจวแย้มรอยยิ้ม “นี่คือเงินเดือนที่จ่ายก่อนครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งต้นเดือนหน้าจะให้ห้องบัญชีชำระให้แม่นางเสิ่นโดยตรง”

คิ้วเรียวงามของเสิ่นเยว่ขมวดเล็กน้อย “เยอะไปหน่อยหรือไม่?”

เพียงวัดน้ำหนักนี้ดู เกรงว่าคงจะไม่ใช่จำนวนที่ผู้ดูแลจวนเถาเคยพูดกับนางก่อนหน้านี้

เถาตงโจวหัวเราะพลางกล่าว “เป็นความประสงค์ของท่านอ๋อง ท่านอ๋องบอกว่า แม้แม่นางเสิ่นอายุไม่มาก แต่น่าเชื่อถือมากกว่าโมโม่ที่เคยมา ให้ข้าจัดการตามเหมาะสม ดังนั้นแม่นางเสิ่นไม่จำเป็นต้องถือสา ในเมืองหลวงย่อมมีเหตุผลที่ต้องใช้เงิน”

ประโยคเดียวของเถาตงโจวเตือนสตินาง

เสิ่นเยว่ยอบตัวทำความเคารพ “ขอบคุณผู้ดูแลจวนเถามาก”

เถาตงโจวประคองนางขึ้น “หากแม่นางเสิ่นจะขอบคุณ ควรขอบคุณท่านอ๋องมากกว่า”

เถาตงโจวเพิ่งพูดจบ ก็เห็นสาวใช้วิ่งเหยาะๆ มายังทางนี้

เขาจำได้ เป็นสาวใช้ของเรือนเสี่ยวชีมีนามว่าชุนอวี่ “ผู้ดูแลจวนเถา คุณชายเจ็ดตื่นก่อนเวลา งอแงไม่ยอมกินยา ยืนยันจะรอท่านอ๋องมาป้อนถึงจะยอมกิน ยาเย็นชืดสองรอบแล้ว อุ่นรอบที่สามแล้วเจ้าค่ะ ท่านอ๋องไม่อยู่ในจวน ฮุยมาม่าร้อนใจไม่รู้จะทำเช่นไร แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานได้ยินท่านอ๋องพูดถึงคุณชายห้าและคุณหนูเก้าว่าชื่นชอบแม่นางเสิ่นมาก ฮุยมาม่าจึงให้ข้ามาถามว่าแม่นางเสิ่นสามารถไปช่วยป้อนยาสักครั้งได้หรือไม่?”

จบบทที่ บทที่ 12 แบ่งเขตกิจกรรม (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว