เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 แผนการสร้างโรงเรียน (2)

บทที่ 8 แผนการสร้างโรงเรียน (2)

บทที่ 8 แผนการสร้างโรงเรียน (2)


ท้ายที่สุด จัวหย่วนจึงมาหาเถาเถา

ปี้ลั่วกำลังสวมเสื้อผ้าให้เถาเถา จัวหย่วนเดินมาถึงหน้าบันไดชั้นสองก็ได้ยินเสียงเถาเถาถามปี้ลั่วจากที่ไกลๆ “ปี้ลั่ว อาเยว่มาหรือยัง?”

จัวหย่วนชะงักฝีเท้า

ด้านหลัง ปี้ลั่วตอบรับ “ยังเจ้าค่ะ”

เถาเถากำลังจะร้องไห้อีกครั้ง “แต่ข้าต้องการอาเยว่...แงๆๆ...”

ปี้ลั่วรีบร้อนโอ๋ “หากแม่นางเสิ่นจะมาก็ต้องถามความเห็นจากผู้ดูแลจวนเถาก่อน คุณหนูเก้าสวมเสื้อผ้าให้เสร็จก่อน แล้วบ่าวจะไปหาผู้ดูแลจวนเถาเป็นเพื่อนท่านดีหรือไม่?”

“จริงหรือ?” เถาเถาคล้ายกับว่าจะไม่ร้องไห้แล้ว

จัวหย่วนนึกถึงสิ่งที่เสิ่นเยว่เคยพูดไว้——เถาเถาอายุน้อย ความรู้สึกต้องการพึ่งพาผู้อื่นย่อมมีมากกว่าคนรอบข้าง ตอนที่นางไม่ได้สิ่งที่ต้องการ จึงคุ้นชินกับการใช้วิธีร้องไห้ดึงดูดความสนใจและความสงสารจากผู้อื่น แต่หากพูดคุยกับนางด้วยความใส่ใจ อยู่เป็นเพื่อนนางให้มากสักหน่อย เถาเถาย่อมยินดีที่จะสร้างความเชื่อใจกับผู้อื่น ความรู้สึกปลอดภัยของนางก็จะยิ่งมีมากขึ้น...

เถาเถาเชื่อใจเสิ่นเยว่ ดังนั้นจึงไม่เคยร้องไห้โวยวายต่อหน้าเสิ่นเยว่ และเพราะเชื่อมั่นในตัวนาง จึงรู้สึกว่าปลอดภัยเมื่ออยู่ต่อหน้านาง...

จัวหย่วนนึกถึงเสี่ยวอู่และเสี่ยวชี

เมื่อเสิ่นเยว่มาแล้ว เสี่ยวอู่และเสี่ยวชีจะเป็นเหมือนกันหรือไม่?

เหมือนเขากำลังเหม่อลอย กระทั่งมีเสี่ยวซือเดินมาข้างหน้า “ท่านอ๋อง ผู้ดูแลจวนเถามาหาท่าน บอกว่าแม่นางเสิ่นมาแล้ว...”

เสิ่นเยว่?

เขาประหลาดใจ เมื่อครู่เขาเพิ่งนึกถึงนาง นางก็มาที่จวนอ๋องแล้ว...

เพียงแต่เวลานี้ยังเช้ามากนัก วันนี้ตระกูลเหลียงจะย้ายไปจากเมืองหลวง เหตุใดนางจึงไม่อยู่เป็นเพื่อนคนในครอบครัวให้มาก แต่กลับมาจวนอ๋องในเวลานี้?

จัวหย่วนนึกถึงดวงตาที่สดใสคู่นั้นท่ามกลางฝนตกหนักเมื่อวาน จู่ๆ ก็รู้สึกตกตะลึงอยู่ภายในใจ

“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้” จัวหย่วนรับคำ

เสี่ยวซือสาวเท้าเดินไปอย่างรวดเร็ว

……

ในตอนที่จัวหย่วนเดินมาถึงโถงข้าง ก็ได้ยินเสิ่นเยว่พูดกับผู้ดูแลจวนเถา “ขอบคุณผู้ดูแลจวนเถาที่เป็นห่วง ข้าบอกลาคนในครอบครัวแล้วเจ้าค่ะ พวกเขาเดินทางออกจากเมืองหลวงเร็วจึงได้ไปส่งที่ประตูเมืองแล้ว ตอนนี้กลัวเพียงเด็กๆ ในจวนจะตื่นเร็วจึงเดินทางมาก่อน ดูว่าสามารถช่วยอะไรได้หรือไม่...”

น้ำเสียงของนางอบอุ่นและน่าฟัง ราวกับฝนปรอยและสายลมในวสันตฤดูซึมซาบเข้าสู่หัวใจ

ในตอนที่จัวหย่วนเดินเข้าไป ทั้งสองหยุดสนทนาแล้วทำความเคารพต่อเขา

เมื่อวานเสิ่นเยว่เคยแสดงความเคารพต่อเขาแล้ว เพียงแต่ในเวลานั้นนางก้มหน้าตลอดเวลา ดูไม่ค่อยกล้าเงยหน้าขึ้นมาเท่าไร

ตอนนี้กลับสามารถมองมาที่เขาพร้อมลุงเถาได้

เขาแสร้งไม่รับรู้

สิ่งที่ควรถามเมื่อครู่ลุงเถาก็ถามไปหมดแล้ว นางเองก็ตอบไปแล้ว จัวหย่วนจึงไม่ได้ถามอะไรมากอีก เพียงจัดแจงเสื้อผ้าแล้วนั่งลงบนเก้าอี้หลักในโถงข้าง ปรายตามองนาง ถามด้วยท่าทางสงบ “เด็กๆ ในจวนอ๋อง แม่นางเสิ่นเตรียมจะดูแลอย่างไร?”

มะรืนนี้เขาจะไปจากเมืองหลวงแล้ว ควรจะถามให้ชัดเจนจึงจะสามารถวางใจได้

เสิ่นเยว่ยอบตัวลง กล่าวกับจัวหย่วน “มีเด็กอยู่ในจวนจำนวนมาก หากแยกกันดูแลอาจจะดูแลได้ไม่ทั่วถึง ข้าอยากใช้วิธีการเดียวกับที่เคยใช้ในจวนเจ้าเมืองจิ้นโจว คือเลือกสถานที่กว้างขวางและสว่างในจวน สร้างโรงเรียนอนุบาลจวนอ๋อง...”

โรงเรียนอนุบาลจวนอ๋อง?

จัวหย่วนขมวดคิ้วเล็กน้อย

เสิ่นเยว่รู้ว่าในใจเขากำลังสงสัย “ท่านอ๋องเชิญดู”

เสิ่นเยว่พูดจบ เถาตงโจวก้าวมาข้างหน้า นำม้วนกระดาษแผนการคร่าวๆ ที่เสิ่นเยว่เคยให้เขาดูก่อนหน้านี้ยื่นไปตรงหน้าจัวหย่วน จัวหย่วนเปิดด้วยความลังเล

เขาจำตัวหนังสือนางได้

เมื่อวานในตอนที่นางเขียนหนังสือสัญญา เขายืนอยู่ข้างนาง

ม้วนกระดาษถูกเปิดออกจากด้านขวาไปซ้าย สิ่งแรกที่ผ่านเข้ามาในสายตาก็คือ ‘อนุบาลจวนอ๋อง’ สามคำนี้

จัวหย่วนมองมันแวบหนึ่ง ด้านบนยังมีรอยหมึกที่ยังไม่แห้งดี

เขาเข้าใจ แต่ยังคงมองไม่ออก

วันนี้ตระกูลเหลียงจะเดินทางไปจากเมืองหลวง เมื่อคืนจะต้องล่ำลากับคนในครอบครัวจนดึกดื่นอย่างแน่นอน บางทีภาพวาดนี้อาจทำให้ไม่ได้นอนทั้งคืน วันนี้ตอนเช้าก็วาดต่อจนเสร็จ หมึกที่อยู่ด้านบนจึงยังไม่ทันแห้ง

จัวหย่วนไม่แสดงออกว่าเห็นด้วยหรือโต้แย้ง เขากางม้วนกระดาษออก

เสิ่นเยว่จึงพูดต่อ “สร้างโรงเรียนอนุบาลขึ้นในจวนอ๋อง ความปรารถนามีสามประการ เมื่อครู่บอกว่าในจวนอ๋องมีเด็กจำนวนมาก หากแยกกันดูแลอาจจะดูได้ไม่ทั่วถึง หากดูแลรวมกัน ในทางตรงกันข้ามจะดียิ่งกว่า นี่คือประการแรก”

จัวหย่วนมองนาง

เป็นความจริงที่ว่าโมโม่คนก่อนดูแลได้ไม่ทั่วถึง

เสิ่นเยว่กล่าวอีกครั้ง “ประการที่สอง ให้เด็กๆ อยู่รวมกันจะยิ่งทำให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย สร้างกฎเกณฑ์และการสื่อสารได้ง่ายยิ่งขึ้น เด็กที่มีระเบียบจะเป็นผู้นำและคอยเตือนเด็กที่อ่อนในเรื่องความมีระเบียบ และเมื่อเด็กที่อ่อนในเรื่องความมีระเบียบอยู่ในสังคม หากอยากเป็นส่วนหนึ่งในนั้นย่อมต้องปรับตัวให้เข้ากับกฎเกณฑ์และความเป็นระเบียบ อย่างเช่น ในตอนที่ตนเองทำงานจะไม่ถูกรบกวน เมื่อใช้อุปกรณ์และของเล่นเสร็จจะต้องเก็บกลับที่เดิม เมื่ออยู่ในที่สาธารณะจะส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่นไม่ได้ และต้องเรียนรู้ที่จะเคารพเด็กคนอื่น...”

ก่อนหน้าจัวหย่วนเพียงดูไปพลาง ฟังไปพลาง แต่เมื่อฟังถึงตรงนี้ สายตาของเขาก็ไม่เคลื่อนไหว ก่อนจะเงยหน้ามองนาง

ดวงตาเสิ่นเยว่ใสแจ๋ว “ประการสุดท้าย การมีปฏิสัมพันธ์ของเด็กเมื่ออยู่ในที่ส่วนตัวและที่สาธารณะ นิสัยและจุดเด่นที่แสดงออกจะไม่เหมือนกัน ทำเช่นนี้จะมีส่วนช่วยในการสังเกตเพื่อรวบรวมนิสัยและการแสดงออกที่แตกต่างกันของพวกเขาได้ เพื่อเป็นแนวทางและเป็นการโน้มน้าวที่ดีกว่า สามารถทำให้พวกเขาได้ใกล้ชิดกับสิ่งที่พวกเขามีความสนใจในชีวิตประจำวันมากขึ้น ดังนั้น...ข้าจึงอยากสร้างโรงเรียนอนุบาลเช่นนี้ในจวนอ๋อง...”

นางหยุดพูดกะทันหัน เขานิ่งชะงักไปโดยไม่ทันรู้ตัว แล้วพูดอย่างอ้ำๆ อึ้งๆ “อืม...”

หลังจากนั้นก็แสร้งก้มหน้าดูแผนภาพในม้วนกระดาษ

นั่นคือ...เห็นด้วยแล้วหรือ?

เสิ่นเยว่คาดเดาไม่ออก ทำได้เพียงมองไปยังผู้ดูแลจวนเถาด้วยสายตาขอความช่วยเหลือ

เห็นเถาตงโจวยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ลึกลงไปในใจของเสิ่นเยว่จึงมีความมั่นใจมากขึ้น เห็นสายตาของจัวหย่วนหยุดอยู่ที่แผนภาพบนกระดาษ เสิ่นเยว่จึงอธิบาย “ส่วนหลักของโรงเรียนอนุบาลจะเป็นห้องเรียนที่กว้าง นี่เป็นขอบเขตพื้นฐานของโรงเรียนอนุบาล จำเป็นต้องกว้างและสว่างสักหน่อย ภายในห้องเรียนจะแบ่งเป็นพื้นที่การสอน พื้นที่สัมผัสทั้งห้า พื้นที่กิจวัตรประจำวัน พื้นที่ภาษาและวัฒนธรรม พื้นที่การอ่าน พื้นที่สร้างสรรค์ และพื้นที่งานฝีมือ ทุกเขตพื้นที่ล้วนมีประโยชน์ของตนเอง ภายในห้องเรียนจะไม่มีฉากกำบังสูง เมื่อมองไปแล้วจะได้สะดวกต่อการสังเกตดูเด็กๆ เพื่อความปลอดภัย ทั้งยังสามารถสื่อสารกันได้สะดวก...”

จัวหย่วนวางม้วนกระดาษลง ถูกคำพูดของนางดึงดูดความสนใจไปจนหมดกระทั่งลืมขยับตัว

ขณะที่เสิ่นเยว่พูดถึงสิ่งเหล่านี้ ความมุ่งมั่นและจริงจังที่แสดงออกมาล้วนเป็นความชอบและหลงใหลอย่างแท้จริง...ดังนั้นนางจึงมีความอดทนและกระตือรือร้นต่อเด็กๆ...

ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าเสิ่นเยว่ในรูปแบบนี้ช่างพิเศษ...

เสิ่นเยว่เองก็มองมาทางเขา กล่าวด้วยความจริงจัง “เด็กๆ จะคุ้นชินกับพื้นที่ที่แตกต่างกันไป ได้ทำการบ้านที่แตกต่างกัน ฝึกสร้างกฎเกณฑ์และความเป็นระเบียบ ข้าเองก็จะช่วยพวกเขาให้ทำงานของตนเองให้สำเร็จ ดังนั้นเวลาในหนึ่งวันของโรงเรียนอนุบาลจะแบ่งเป็นหลายชั่วโมง...”

จบบทที่ บทที่ 8 แผนการสร้างโรงเรียน (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว