เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 แผนการสร้างโรงเรียน (1)

บทที่ 8 แผนการสร้างโรงเรียน (1)

บทที่ 8 แผนการสร้างโรงเรียน (1)


เช้าวันรุ่งขึ้น เสี่ยวอู่ที่ยังอยู่ในความฝันคล้ายกับว่าจะได้ยินเสียงคนเรียกเขา

เสี่ยวอู่ยังนอนไม่ตื่น เขาพลิกตัวโดยสัญชาตญาณ ใช้ขาหนีบผ้าห่มที่อยู่ด้านข้าง เปลี่ยนทิศทางแล้วนอนหลับต่อ

จัวหย่วนนั่งอยู่ข้างเตียง มองเขาพลิกตัวพลางถามเสียงเบา “เมื่อคืนเสี่ยวอู่นอนตอนไหน?”

ผิงมาม่า [1] ที่รับผิดชอบดูแลการอยู่อาศัยของเสี่ยวอู่กล่าว “เมื่อคืนคุณชายห้าคุกเข่าอยู่ที่โถงพระจนถึงยามไฮ่ [2] เมื่อกลับมาถึงเรือนก็ล้างหน้าบ้วนปาก ใกล้ยามจื่อ [3] ถึงเข้านอน...”

ในน้ำเสียงของผิงมาม่าแฝงไปด้วยความรู้สึกสงสาร

เสี่ยวอู่ถูกผิงมาม่าเลี้ยงมาตั้งแต่เด็กจนโต

ตอนที่คุณชายห้าเกิด ฮูหยินเสียชีวิตเพราะคลอดยาก แม้แต่มารดาของตนคุณชายห้าก็ยังไม่เคยได้พบ คุณชายห้าเพิ่งเกิดได้ไม่นานบิดาก็สิ้นชีพระหว่างติดตามท่านปู่ไปออกรบที่ถงเชียงย่า บิดามารดาของคุณชายห้าล้วนสิ้นแล้ว

ในจวนอ๋อง เป็นท่านอ๋องที่คอยดูแลคุณชายห้ามาโดยตลอด

เมื่อวานที่ไปวัดผู่เจ้า ผิงมาม่าเองก็อยู่ในเหตุการณ์ วันครบรอบวันตายของฮูหยิน ท่านอ๋องอยากพาคุณชายห้าไปวัดผู่เจ้าเพื่อเคารพศพก่อนออกศึก แต่คุณชายห้ายังหาเวลาออกไปมีเรื่อง ทำร้ายคุณชายน้อยของขุนนางเจ้ากระทรวงจนจมูกเขียวหน้าบวม ต่อมาเมื่อเห็นท่านอ๋องคุณชายห้าก็พยายามหลบสุดฤทธิ์ ทั้งยังส่งเสียงฮึดฮัดไม่พอใจ

ท่านอ๋องให้คุณชายห้าขอโทษ คุณชายห้าก็ยังหาเหตุผลมากล่าวอ้างได้อีก

เพราะเห็นแก่ท่านอ๋อง เป็นธรรมดาที่ฝ่ายตรงข้ามจะไม่กล้าพูดอะไรมาก

ท่านอ๋องจึงหิ้วคุณชายห้าให้เดินไปข้างหน้า

ตามหลักแล้วคุณชายห้าควรจะยอมโอนอ่อน แต่คิดไม่ถึงว่าคุณชายห้ากลับแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ฝ่ายตรงข้าม เดิมทีฝ่ายตรงข้ามก็กลัวเขาอยู่แล้ว ในตอนนั้นก็ยิ่งถูกเขาทำให้ตกใจจนร้องไห้

สุดท้ายเพราะไร้ทางเลือก ท่านอ๋องจึงกล่าวคำขอโทษแทนคุณชายห้า หลังจากนั้นก็หิ้วเขาขึ้นรถม้า จนกลับถึงจวนอ๋องจึงลงโทษให้คุกเข่าที่โถงพระจนถึงยามไฮ่

ที่จริงแล้วท่านอ๋องเข้มงวดกับบรรดาคุณชายในจวน แต่คุณชายห้าอายุน้อย หากพูดจาดีๆ สักประโยคและยอมรับผิด ท่านอ๋องก็ให้อภัยแล้ว

คุณชายเจ็ดคุ้นชินเช่นนั้น

แต่คุณชายห้ามีนิสัยดื้อดึง ยอมคุกเข่า แต่ไม่ยอมรับผิด

แต่จากมุมมองของผิงมาม่า การลงโทษนี้ไม่นับว่าไม่ยุติธรรม จะคุกเข่าก็คุกเข่าไป ไม่แน่ว่าอาจทำให้สำนึกตนได้

ในตอนที่ผิงมาม่ามารับคุณชายห้า เขากล่าวอย่างไม่พอใจว่า “รู้จักแค่ลงโทษให้ข้าคุกเข่า!”

ผิงมาม่าถอนหายใจกล่าว “มิใช่เพราะคุณชายห้าก่อเรื่องก่อนหรือ ท่านอ๋องทำไปก็เพื่อคุณชายห้า...”

แต่ไหนแต่ไรมาผิงมาม่ามักจะเป็นฝ่ายไกล่เกลี่ยเสมอ

“เฮอะ! จุดประสงค์เขาไม่ใช่แบบนั้นเสียหน่อย! เพราะเขาไม่ชอบข้าต่างหาก!” เสี่ยวอู่ยังคงถือทิฐิ

ผิงมาม่าจนปัญญา

สุดท้ายหลังจากล้างหน้าบ้วนปากแล้ว คุณชายห้านอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงเป็นเวลานานถึงได้หลับไป ก่อนนอนก็มิวายส่งเสียงฮึดฮัด ผิงมาม่าฟังเสียงเขากระฟัดกระเฟียดกล่าวว่า ‘รอให้ข้าโตก่อน จะต้องจัดการเขาให้ได้!’

ผิงมาม่าส่ายศีรษะ

หากคุณชายห้ามีไหวพริบได้สักครึ่งหนึ่งของคุณชายเจ็ด ไม่รู้ว่าจะถูกลงโทษให้นั่งคุกเข่าน้อยลงแค่ไหน...

คำพูดเหล่านี้ เป็นธรรมดาที่ผิงมาม่าจะไม่กล่าวถึงเมื่ออยู่ต่อหน้าจัวหย่วน

จัวหย่วนหันหน้ากลับไปมองเสี่ยวอู่ที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงอย่างสบาย ยื่นมือจับขาของเขาวางกลับเข้าไปในผ้าห่ม นำผ้าห่มคลุมตัวเขาให้เรียบร้อย พลางกล่าวกับผิงมาม่าว่า “ให้เขาหลับต่ออีกสักพักเถอะ”

ผิงมาม่ารับคำ

จัวหย่วนหันไปมองเสี่ยวอู่อีกครั้งแล้วยันตัวลุกขึ้น “หลังจากตื่นแล้ว ให้เขาออกกำลังกายชดเชยยามเช้าหนึ่งชั่วยาม แล้วค่อยอนุญาตให้ทำเรื่องอื่นได้”

อีกมุมหนึ่ง ภายในใจของจัวเย่แอบบอกว่าแบบนี้ไม่ดีแน่

เป็นจริงดั่งที่คิด จัวหย่วนปรายตามองเขา “เจ้าเฝ้าเสี่ยวอู่ไว้ รอให้เขาออกกำลังเสร็จค่อยให้เขาออกมา”

จัวเย่รู้สึกอยากจะตายให้รู้แล้วรู้รอดไป

ต่อให้เขาไปชนกำแพงหนึ่งชั่วยาม เขาก็ไม่ยินยอมที่จะคอยเฝ้าเจ้าเด็กคนนี้!

มุมปากจัวเย่กระตุกขึ้น

จัวหย่วนจ้องเขา

จัวเย่เก็บสีหน้าทุกข์ทรมานใจ

หลังออกมาจากเรือนของเสี่ยวอู่ จัวหย่วนก็ไปที่เรือนเสี่ยวชี

เมื่อหลายวันก่อนจู่ๆ อากาศก็เย็นขึ้นมา ฮุยมาม่าที่ดูแลเสี่ยวชีมีปัญหาที่บ้านจึงขอลากลับบ้านไป ประจวบเหมาะกับก่อนหน้านี้โมโม่ที่ดูแลเด็กๆ ในจวนแอบใส่บางอย่างลงไปในเครื่องดื่มของเด็กๆ แล้วถูกเขาจับได้ เขาจึงไล่คนออกไป ฮุยมาม่ายังไม่กลับมา โมโม่คนใหม่ก็ถูกไล่ไป บรรดาสาวใช้ไม่ทันระวังจึงทำให้เสี่ยวชีเป็นหวัด

หมอมาตรวจอาการแล้ว เทียบยาก็เขียนแล้ว

หากกินยาก็คงดีกว่านี้หน่อย นี่กลับไม่กินยา ทั้งยังมีอาการไอ กินๆ หยุดๆ จนตอนนี้ยังคงไม่หายป่วย

จัวหย่วนสะบัดแขนเสื้อเก็บมือ หน้าผากเสี่ยวชียังร้อนอยู่ เพียงแต่ในเวลาชั่วครู่ที่เขานั่งอยู่ในห้อง เด็กคนนี้ก็ไอไปหลายครั้งแล้ว...

สายตาดูจริงจังมากกว่าตอนที่มองเสี่ยวอู่

เสี่ยวชีกลัวความขม ไม่ยอมกินยา ทุกครั้งต้องเป็นเขาที่ป้อนให้ หากเขาอยู่ในเมืองหลวงคงดี แต่เขาจะออกศึกแล้ว เรื่องหลังจากสองวันที่จะถึงนี้ เขากังวลว่าเสี่ยวชีจะไม่กินยาแล้วทำให้อาการป่วยกำเริบซ้ำ

เสี่ยวชีเป็นบุตรชายของพี่สาม ในตอนนั้นพี่สะใภ้สามคลอดก่อนกำหนด ไม่ง่ายกว่าจะรักษาชีวิตเสี่ยวชีได้ ดังนั้นร่างกายของเสี่ยวชีจึงอ่อนแอกว่าคนอื่น และเป็นเพราะมักเจ็บป่วยบ่อย จึงทำให้มีปฏิกิริยาไวต่อสิ่งรอบข้างและเงียบขรึมกว่าเด็กคนอื่น เป็นขั้วตรงกันข้าม ไม่ร่าเริงเท่าเสี่ยวอู่

ไม่ต้องพูดถึงต่อยตี เมื่อเทียบนิสัยกับเด็กคนอื่นในจวนถือได้ว่าขี้ขลาด

จัวหย่วนยื่นมือไปลูบหน้าผากของเสี่ยวชี เขาไม่ได้กังวลใจว่าหลังจากที่เขาไปจากจวนแล้ว เสี่ยวชีจะไม่เชื่อฟังเสิ่นเยว่ เขาเพียงกังวลใจว่าเสี่ยวชีจะไม่กินยา ทำให้อาการป่วยยืดเยื้อ...

อีกด้าน ฮุยมาม่าถอนหายใจกล่าว “เป็นความผิดของบ่าวเอง หากกลับจวนเร็วขึ้นหน่อย คุณชายเจ็ดคงไม่เป็นหวัด ตอนนี้กินยาทุกวัน กินจนไม่อยากอาหาร กินอะไรก็ไม่อร่อยจนทำให้ซูบผอม...”

ทุกคำทุกประโยคของฮุยมาม่าล้วนสลักลึกลงไปในใจของจัวหย่วน

เสี่ยวชียังอายุน้อยเกินไป หากอายุมากกว่านี้ เขาก็จะสามารถพาไปที่ค่ายทหารด้วยได้

จัวหย่วนปลอบใจ “เด็กเล็ก เจ็บป่วยถือเป็นเรื่องปกติ”

ฮุยมาม่าอดไม่ได้ที่จะเช็ดน้ำตา

จัวหย่วนหันไปกล่าวกับฮุยมาม่าอีกครั้ง “ข้าจะอยู่ที่จวนอีกสองสามวันแล้วค่อยไป อีกเดี๋ยวถ้าเสี่ยวชีตื่นค่อยให้คนไปบอกข้า ข้าจะมาอยู่เป็นเพื่อนเขาตอนกินยา”

ฮุยมาม่ารับคำ

---------------------

(1) ผิงมาม่า เป็นคำเรียกข้ารับใช้

(2) ยามไฮ่ คือ ช่วงเวลา 21.00 – 23.00 น.

(3) ยามจื่อ คือ ช่วงเวลา 23.00 – 1.00 น.

จบบทที่ บทที่ 8 แผนการสร้างโรงเรียน (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว