- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในวันสิ้นโลก เริ่มต้นจากการกำราบดาวมหาวิทยาลัยผู้เย่อหยิ่ง
- ตอนที่ 236 ถอดรหัสเสียงข้ามพิภพ!
ตอนที่ 236 ถอดรหัสเสียงข้ามพิภพ!
ตอนที่ 236 ถอดรหัสเสียงข้ามพิภพ!
ใต้กระโปรงรบ คือเรียวขายาวสวยที่ถูกหุ้มด้วยเกราะหนังรัดรูปสีดำ ดูมีพลังและกระชับสัดส่วน
ที่เท้าสวมรองเท้าบูตยาวสไตล์ห้วงลึกอย่างชัดเจน สนับเข่าโลหะเชื่อมต่อกับเกราะหนังที่ขาอย่างสมบูรณ์แบบ ปลายรองเท้าแหลมสะท้อนความเย็นเยียบของโลหะ
เนเธอร์ลีสสูดลมหายใจเข้าลึก สองมือยันที่วางแขนโซฟา แล้วค่อยๆ ยืนขึ้น
แม้ร่างกายจะยังโอนเอนนิดๆ เพราะความอ่อนแอ แต่วินาทีที่หล่อนยืนตัวตรง กลิ่นอายกดดันอันทรงพลังของผู้อยู่เหนือกว่าที่มีมาแต่กำเนิด ก็พุ่งสูงขึ้นทันที
ลู่หลีอันเห็นแบบนั้น ก็ถอยหลังไปสองก้าว เปิดพื้นที่ให้หล่อนแสดงฝีมือ
เจียงเจาอวี๋กับกู้จวินเหลียนเบิกตากว้าง จ้องมองฉากนี้
พวกเธอเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า แขกจากต่างมิติคนนี้จะก้าวข้ามกำแพงภาษาได้ยังไง
แสงสีขาวซีดจากไฟฉุกเฉินสาดส่องลงบนร่างของเนเธอร์ลีส ทอดเงายาวไปด้านหลัง
เนเธอร์ลีสค่อยๆ หลับตาลง คิ้วขมวดมุ่น เริ่มรีดเร้นพลังเวทและพลังจิตที่เพิ่งจะฟื้นฟูมาได้จิ๊ดเดียวและเปราะบางราวกับเส้นด้ายในร่างกาย
"ในนามแห่งข้า... ขอถอดรหัสเสียงข้ามพิภพ... เข้าถึงกฎเกณฑ์แห่งวิญญาณ..."
หล่อนท่องมนตร์โบราณอันลึกลับซับซ้อนในใจ
การฝืนร่ายเวท "รู้แจ้งภาษา" ซึ่งเป็นเวทระดับกฎเกณฑ์ สำหรับหล่อนที่วิญญาณบอบช้ำและพลังเวทเหือดแห้งในตอนนี้ มันก็ไม่ต่างอะไรกับการเอาเกลือสาดลงบนแผลที่ยังไม่หายดี
"วืด——"
อากาศรอบตัวสั่นสะเทือนเบาๆ จนแทบไม่รู้สึก
คลื่นพลังจิตที่แฝงไอเย็นยะเยือกแผ่กระจายออกจากหว่างคิ้วของหล่อน โดยมีหล่อนเป็นศูนย์กลาง
คลื่นพลังนั้นกวาดผ่านทุกคนในห้องทันที ราวกับมือที่มองไม่เห็น ล้วงเข้าไปถอดรหัสโครงสร้างตรรกะและกฎของคำศัพท์ภาษาในหัวของพวกเขา
วินาทีต่อมา ความเจ็บปวดแสนสาหัสก็ถาโถมเข้าใส่
ใบหน้าสวยหยาดเยิ้มของเนเธอร์ลีสซีดเผือด ร่างกายโซเซอย่างแรงจนทรงตัวไม่อยู่ ทิ้งตัวร่วงกลับลงไปนั่งแหมะบนโซฟาอย่างแรง
"ตุบ"
"แครก!"
เสียงเหมือนผ้าฉีกขาดดังก้อง สองมือที่สวมถุงมือเกราะโลหะแหลมคมของเนเธอร์ลีส จิกเกร็งเข้าที่พนักพิงโซฟาตามสัญชาตญาณเพราะความเจ็บปวด
ผิวหนังแท้ราคาแพงถูกปลายเล็บแหลมเจาะทะลุจนขาดวิ่น เผยให้เห็นฟองน้ำสีขาวอมเหลืองข้างในทันที
หล่อนหอบหายใจแฮกๆ หน้าอกอวบอิ่มกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง หน้าผากผุดเหงื่อเย็นเม็ดเล็กๆ
นั่งพักอยู่หลายวินาที หล่อนถึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้น
นัยน์ตาสีม่วงที่เคยหยิ่งผยอง ตอนนี้เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดง ดูน่าสมเพชนิดๆ แต่ก็ยังจ้องลู่หลีอันเขม็ง แววตาแฝงความดื้อรั้นไม่ยอมแพ้
เนเธอร์ลีสอ้าปาก ปลายลิ้นแตะเพดานปาก ลองเปล่งเสียงออกมาสองสามคำ
จากนั้น ก็ใช้น้ำเสียงที่ยังดูไม่ค่อยชิน แฝงสำเนียงแปร่งๆ นิดหน่อย แต่ออกเสียงชัดถ้อยชัดคำ เอื้อนเอ่ยประโยคหนึ่งออกมาช้าๆ:
"ทีนี้... พอใจหรือยัง?"
ภาษาจีนกลางชัดเป๊ะ!
นอกจากจังหวะเน้นคำที่ยังดูแข็งๆ กับน้ำเสียงเย็นชาแล้ว ก็แทบไม่ต่างอะไรจากที่มนุษย์พูดเลย
เจียงเจาอวี๋ที่อยู่ข้างๆ เอามือปิดปากร้องอุทาน "พระเจ้า! หล่อนพูดได้แล้วจริงๆ ด้วย! แถมพูดจีนกลางซะด้วย! มหัศจรรย์ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?!"
บนใบหน้าเรียบเฉยของกู้จวินเหลียนก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ สายตาจับจ้องอยู่ที่เนเธอร์ลีส
ทว่าเมื่อเผชิญกับความตกตะลึงของทุกคน เนเธอร์ลีสกลับไม่ได้มีท่าทีภูมิใจเลยสักนิด
หล่อนแค่ก้มหน้า ราวกับกำลังปรับตัวให้ชินกับการสั่นสะเทือนในช่องปากของรูปแบบภาษาใหม่นี้
พอได้ยินประโยคนั้น มุมปากลู่หลีอันก็ยกขึ้น พยักหน้าอย่างพอใจ "ไม่เลว เรียนรู้ได้ไวดีนี่"
คำพูดที่เหมือน "ชมสัตว์เลี้ยง" ประโยคนี้ ทำเอาเนเธอร์ลีสเงยหน้าขวับ กลับมาจ้องลู่หลีอันที่ยืนอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง
บนใบหน้าซีดเซียวแต่งดงามไร้ที่ตินั้น ตอนนี้เต็มไปด้วยความดื้อรั้นพยศ และความโกรธแค้นที่ถูกหยามเกียรติ
เนเธอร์ลีสจ้องเขาเขม็ง แววตาดุร้ายราวกับแม่สิงโตบาดเจ็บที่พร้อมจะขย้ำคอคนได้ทุกเมื่อ หล่อนกัดฟันกรอด พูดทีละคำ:
"ไอ้มนุษย์หน้าด้าน... แกจำเอาไว้ให้ดี!"
ทุกตัวอักษรเหมือนถูกเค้นออกมาจากไรฟัน แฝงจิตสังหารเข้มข้น
"...บัญชีแค้นนี้ ไม่ช้าก็เร็ว ข้าจะมาคิดกับแกให้สาสม! ข้าจะทำให้แกต้องชดใช้กับความโอหังในวันนี้!"
แม้เสียงของเนเธอร์ลีสจะแหบพร่าไปบ้างเพราะความอ่อนแอ แต่กลับเปี่ยมไปด้วยความเคียดแค้นจนชวนขนลุก
เมื่อบวกกับรูม่านตาเรียวสีม่วงที่แผ่รังสีอำมหิต หล่อนก็ดูเหมือนพร้อมจะกระโจนเข้าไปฉีกร่างลู่หลีอันเป็นชิ้นๆ ได้ทุกวินาที
ทว่า เมื่อเผชิญหน้ากับคำขู่ฆ่าโต้งๆ แบบนี้ ลู่หลีอันกลับแค่เลิกคิ้วขึ้นนิดๆ
บนใบหน้าเขาไม่เพียงไร้ซึ่งความหวาดกลัว แต่กลับแฝงความชิลแบบไม่ยี่หระด้วยซ้ำ
"เอาสิ"
ลู่หลีอันกอดอก ก้มมองเผ่าพันธุ์ห้วงลึกที่ต่อให้ร่วงไปกองกับโซฟา และต้องจิกพนักพิงจนขาดเพื่อรักษาสายใยศักดิ์ศรีเฮือกสุดท้ายเอาไว้ เขากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ฉันจะรอให้เธอมาคิดบัญชี แต่ก่อนหน้านั้น..."
เขายื่นนิ้วออกไป ชี้ไปที่กำไลรักษาบนข้อมือหล่อนที่ยังคงเปล่งแสงสีเขียวอ่อนๆ และส่งผ่านพลังชีวิตให้หล่อนอย่างต่อเนื่อง
"ฉันว่าเธอน่าจะต้องหัดเอาชีวิตรอดใน 'มิติชั้นต่ำ' นี่ยังไงให้ได้ก่อนนะ เพราะถ้าเกิดอดตายหรือทนพิษบาดแผลไม่ไหวขึ้นมา เธอจะเอาอะไรมาคิดบัญชีกับฉันล่ะ? ใช้วิญญาณมาทวงแค้นหรือไง?"
"แก!"
เนเธอร์ลีสถึงกับเถียงไม่ออก แก้มซีดๆ แดงก่ำขึ้นมาด้วยความอับอายและโกรธจัด
หล่อนก้มมองอุปกรณ์รักษาบนข้อมือ ถึงจะไม่อยากยอมรับ แต่ถ้าไม่ได้ไอ้ของชิ้นนี้คอยเร่งสมานแผลให้ ป่านนี้หล่อนคงไม่มีแรงแม้แต่จะพูดด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับการร่ายเวทแปลภาษา
ความรู้สึกอัปยศที่ถูกศัตรูช่วยชีวิต แถมยังต้องพึ่งพาเศษเสี้ยวความเมตตาของศัตรูเพื่อเอาชีวิตรอด ทำให้เนเธอร์ลีสรู้สึกอัดอั้นตันใจและเคียดแค้นสุดขีด ราวกับมีหินก้อนใหญ่ทับอกไว้
"หึ!"
สุดท้ายหล่อนก็ทำได้แค่เค้นเสียงขึ้นจมูกแรงๆ แล้วหันหน้าหนีขวับ ทิ้งเสี้ยวหน้าแข็งกระด้างไว้ให้ลู่หลีอัน วางมาดหยิ่งยโสแบบ "ไม่อยากจะเสวนาด้วยอีกแม้แต่คำเดียว"
ลู่หลีอันก็ไม่ได้ใส่ใจ ยักไหล่ แล้วหันหลังเดินไปรินน้ำที่โต๊ะกินข้าว
"เอาล่ะ ในเมื่อคุยกันรู้เรื่องแล้วก็ง่ายหน่อย อย่างน้อยก็ไม่ต้องห่วงว่าจะต้องหิ้วคนใบ้ไปด้วย"
"คนใบ้?!"
ลมหายใจของเนเธอร์ลีสสะดุดกึก แก้มที่เคยซีดเผือดแดงเถือกขึ้นมาอย่างผิดปกติเพราะความโกรธจัด ราวกับมีลูกไฟแผดเผาอยู่ข้างใน
หล่อนไม่เพียงเชี่ยวชาญภาษาห้วงลึกโบราณที่ซับซ้อนเข้าใจยาก แต่ยังรู้ภาษาโบราณอื่นๆ อีกตั้งเยอะแยะ
ทว่าจากปากของไอ้มนุษย์คนนี้ หล่อนกลับกลายเป็น... คนใบ้เนี่ยนะ?!
เนเธอร์ลีสไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมาอีกแม้แต่คำเดียว ทำเพียงระบายความโกรธทั้งหมดลงไปที่มือขวา
มือที่สวมถุงมือโลหะอยู่นั้น กำลังจิกแน่นลงบนพนักพิงโซฟาหนังที่น่าสงสาร
"แครก——!!"
พร้อมกับเสียงผ้าฉีกขาดที่ดังจนชวนเสียวฟัน โซฟาหนังแท้ที่เดิมทีก็สะบักสะบอมอยู่แล้ว ก็ส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างสิ้นหวังออกมาอีกครั้ง
ปลายเล็บโลหะแหลมคมจมลึกเข้าไปข้างในราวกับหั่นเต้าหู้
ลู่หลีอันยักไหล่ หันหลังเดินเข้าครัว ทิ้งแผ่นหลังชิลๆ ไว้ให้เนเธอร์ลีสดูต่างหน้า