เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 51 - ดังระเบิดในชั่วข้ามคืน

บทที่ 51 - ดังระเบิดในชั่วข้ามคืน

บทที่ 51 - ดังระเบิดในชั่วข้ามคืน


บทที่ 51 - ดังระเบิดในชั่วข้ามคืน

"สวรรค์! ข้าตาฝาดไปหรือเปล่า?"

"วัตถุดิบวิญญาณเยอะขนาดนี้ ไม่หมื่นก็ต้องเจ็ดแปดพันชิ้นแล้วมั้ง? ไอ้หนูนี่ทำได้ยังไงกัน?"

"เวรเอ๊ย ล้อกันเล่นใช่ไหมเนี่ย?! ยอดเขาเทียนหัว... แพ้แล้วรึ?!"

...

มีศิษย์ตาดีสังเกตเห็นภาพนี้เข้า ก็รีบร้องตะโกนขึ้นมาด้วยความตกตะลึงทันที

วินาทีต่อมา สายตาของทุกคนในลานต่างก็จับจ้องไปที่ซูสือเอ้อร์

เมื่อเห็นวัตถุดิบวิญญาณที่กองพะเนินเป็นภูเขาเลากา ทุกคนต่างก็กลั้นหายใจ สูบสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก

ผู้รับผิดชอบจากยอดเขาต่างๆ ก็ตกตะลึงกับภาพที่เห็นเช่นกัน แต่ละคนเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง

เจ้ายอดเขาเทียนหัว ฟู่ปั๋วเหริน และเจ้ายอดเขาหลัวฝู ลู่หมิงสือ ก็หันไปมองซูสือเอ้อร์ด้วยเช่นกัน ใบหน้าของทั้งสองเต็มไปด้วยความตกตะลึง

เพียงแต่ว่า เมื่อเห็นวัตถุดิบวิญญาณที่อยู่ตรงหน้าซูสือเอ้อร์ชัดเจน ลู่หมิงสือก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น

ในวินาทีนี้ เขารู้สึกเหมือนมีลาภก้อนโตหล่นทับเลยทีเดียว

ชั่วขณะหนึ่ง เขาฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี หัวเราะร่วนอย่างไม่ปิดบังความดีใจ

เขาหันไปมองซูสือเอ้อร์ ตอนนี้ไม่ว่าจะมองยังไง ก็รู้สึกว่าชายหนุ่มตรงหน้าช่างน่ามองไปเสียหมด

เขายิ้มจนตาหยี สีหน้าเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนเป็นกันเองขึ้นมาทันที

ทว่าฟู่ปั๋วเหรินกลับมีความรู้สึกที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้าง เผยให้เห็นความกระอักกระอ่วนอย่างชัดเจน

ไม่อยากจะเชื่อเลย การเดิมพันที่มั่นใจว่าชนะแน่ๆ กลับถูกพลิกกระดานเอาดื้อๆ แบบนี้เนี่ยนะ?

เย่เหลียงชวนยืนอยู่ในกลุ่มคน เขาจ้องมองกองวัตถุดิบวิญญาณเหล่านั้นเขม็ง วินาทีต่อมา รูม่านตาของเขาก็หดวูบ ร่างกายสั่นสะท้านอย่างรุนแรง

ความตกตะลึง ความประหลาดใจ... อารมณ์ความรู้สึกต่างๆ นานาพรั่งพรูเข้ามาในจิตใจอย่างฉับพลัน

จากนั้น เขาก็รีบสาวเท้าเข้าไปกระซิบข้างหูฟู่ปั๋วเหริน "ท่านอาจารย์ สวนสมุนไพรวิญญาณ วัตถุดิบวิญญาณที่ไอ้หนูนี่เอาออกมา เกือบทั้งหมดคือสมุนไพรวิญญาณ เป็นเขา... เขาเป็นคนปล้นสวนสมุนไพรวิญญาณไป!"

"ผลจูอั่วต้องอยู่กับเขากับแน่!"

เย่เหลียงชวนกำหมัดแน่น กัดฟันกรอด แววตาเต็มไปด้วยความแค้นเคือง

ฟู่ปั๋วเหรินพยักหน้าเล็กน้อย ไม่ต้องให้เย่เหลียงชวนบอก เขาก็ตระหนักได้แล้ว

ใบหน้าที่เดิมทีแดงก่ำ บัดนี้เปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ สายตาดุดันราวกับคมดาบพุ่งตรงไปยังซูสือเอ้อร์

"ว่าไงล่ะไอ้เฒ่าเจ้าเล่ห์ แพ้แล้วพาล คิดจะหาเรื่องเด็กงั้นรึ?" ลู่หมิงสือรีบเอาตัวบังซูสือเอ้อร์ไว้ แล้วตะโกนหัวเราะร่วนใส่ฟู่ปั๋วเหริน

ซูสือเอ้อร์กู้หน้าให้เขาได้มากขนาดนี้ ตอนนี้เขายิ่งมองก็ยิ่งถูกใจ

ต่อหน้าคนตั้งมากมาย เขาไม่มีทางยอมให้ฟู่ปั๋วเหรินมาหาเรื่องซูสือเอ้อร์ได้เด็ดขาด

ไม่อย่างนั้น เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

"หาเรื่องรึ?! ศิษย์พี่ การจัดการของท่านนี่มันยอดเยี่ยมจริงๆ ทำเอาข้าหูตาสว่างเลยล่ะ แต่ว่า ผลจูอั่วพวกนั้นล่ะ? จะไม่เอาออกมาให้พวกเราเปิดหูเปิดตาหน่อยรึ?" ฟู่ปั๋วเหรินเบ้ปาก เอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์

คิดไม่ถึงจริงๆ ว่ายอดเขาหลัวฝูจะเป็นพวกชุบมือเปิบ

ตอนนี้ ภายในใจเขากำลังเดือดดาลเป็นอย่างมาก

ต้องรู้ไว้ว่า สมุนไพรวิญญาณอื่นๆ ในสวนสมุนไพรวิญญาณนั้นไม่สำคัญเท่าไหร่ แต่ผลจูอั่วที่อยู่บนต้นจูอั่วนั้นล้ำค่าเป็นอย่างยิ่ง

หากสามารถหลอมรวมได้สักหนึ่งถึงสองผล บวกกับหยกเหมันต์ร้อยปี เขาก็มีความมั่นใจถึงสามส่วนที่จะบรรลุจินตานที่แข็งแกร่งที่สุดได้

"จัดการอะไร ผลจูอั่วอะไร ไอ้เฒ่าเจ้าเล่ห์ เจ้าพูดเรื่องอะไรของเจ้า?" ลู่หมิงสือมองฟู่ปั๋วเหรินด้วยสีหน้างุนงง

"ท่านไม่รู้รึ? ดูเหมือนว่าศิษย์ของท่านจะอมพะนำอยู่นะ!" ฟู่ปั๋วเหรินกวาดสายตามองลู่หมิงสือ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทีโกหก ก็อดที่จะหรี่ตาลงไม่ได้

"อมพะนำ? ล้อกันเล่นหรือไง บนตัวเขาไม่มีกลิ่นอายพลังวิญญาณของอาวุธเวทประเภทมิติเลยสักนิด จะเอาอะไรไปซ่อนได้?" ลู่หมิงสือกลอกตา สวนกลับอย่างไม่เกรงใจ

ตอนนี้เขาหวงซูสือเอ้อร์ดั่งไข่ในหิน

"งั้นก็ต้องถามศิษย์ของท่านแล้วล่ะ! ไอ้หนู เจ้ากล้าพูดไหมว่าวัตถุดิบวิญญาณพวกนี้ไม่ได้มาจากสวนสมุนไพรวิญญาณ? ต้นจูอั่วกับผลจูอั่วในสวนสมุนไพรวิญญาณไม่ได้อยู่กับเจ้างั้นรึ?"

ฟู่ปั๋วเหรินจ้องเขม็ง หันไปมองซูสือเอ้อร์อีกครั้ง

สวนสมุนไพรวิญญาณ? ผลจูอั่ว?

ลู่หมิงสือเลิกคิ้วขึ้น ในหัวพลันนึกถึงข่าวลือที่เพิ่งได้ยินมา

ให้ตายสิ นี่ไอ้หนูคนนี้ไปชิงตัดหน้ายอดเขาเทียนหัวมารึ? เขาทำได้ยังไง?

เขาก็สงสัยมาตั้งแต่แรกแล้วว่าซูสือเอ้อร์หาวัตถุดิบวิญญาณมาได้มากมายขนาดนี้ได้อย่างไร

ในเมื่อฟู่ปั๋วเหรินพูดแบบนี้ เขาก็รู้ดีว่าชัยชนะตกเป็นของเขาแล้ว ความอยากรู้อยากเห็นจึงพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที

เขากลอกตาไปมา เดินยิ้มๆ เข้าไปตบบ่าซูสือเอ้อร์

"ซูสือเอ้อร์ เจ้าไม่ต้องกลัว เรื่องมันเป็นยังไงก็เล่ามาตามความจริง ข้าอยู่นี่แล้ว ไม่มีใครกล้าทำอะไรเจ้าหรอก!"

ซูสือเอ้อร์?!

สิ้นเสียงถามของลู่หมิงสือ

ในกลุ่มคนของยอดเขาเทียนอิน เสิ่นเมี่ยวอินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย หรี่ตามองซูสือเอ้อร์แวบหนึ่ง

ที่แท้... เขาก็ชื่อซูสือเอ้อร์สินะ?

ในเวลาเดียวกัน ที่ด้านหน้ากลุ่มคนยอดเขาเทียนซู ผู้อาวุโสใหญ่ที่กำลังลูบเคราและรอดูเรื่องสนุกๆ อยู่ ร่างกายก็สั่นสะท้าน ประกายความโหดเหี้ยมอำมหิตฉายวาบผ่านดวงตาอย่างรวดเร็ว

เมื่อได้ยินลู่หมิงสือเรียกชื่อตน ซูสือเอ้อร์ที่กำลังตื่นตระหนกอยู่แล้วก็ยิ่งใจหายวาบ

เขาไม่มีทางลืมเด็ดขาด ว่าชายชุดดำคนนั้นก็อยู่ในสำนักอวิ๋นเกอ แถมยังรู้ชื่อของเขาด้วย

ถ้าถูกหมอนั่นจับได้ เขาคงจบเห่แน่

เขาหรี่ตาลง กวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว โดยเน้นไปที่ผู้รับผิดชอบจากยอดเขาต่างๆ เมื่อเห็นว่านอกจากฟู่ปั๋วเหรินแล้ว คนอื่นๆ ก็ไม่ได้มีสีหน้าเปลี่ยนไปแต่อย่างใด เขาก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก

เมื่อลองคิดดู เขาก็รู้ตัวดีว่าวันนี้ถ้าไม่อธิบายให้กระจ่าง ก็คงผ่านไปไม่ได้ง่ายๆ

โชคดีที่เขาคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว และได้เตรียมการไว้บ้าง จึงรีบตอบไปว่า "ท่านเจ้ายอดเขา ของพวกนี้มาจากสวนสมุนไพรวิญญาณจริงๆ ขอรับ แต่เรื่องผลจูอั่วอะไรนั่น ศิษย์ไม่รู้เรื่องเลยจริงๆ!"

"ศิษย์บังเอิญเก็บป้ายผ่านทางของสวนสมุนไพรวิญญาณได้ ก็เลยเข้าไปเก็บสมุนไพรพวกนี้มา เก็บไปได้ครึ่งทาง ก็เจอกับสัตว์อสูรงูยักษ์ตัวหนึ่ง ศิษย์จึงรีบหนีออกมาขอรับ..."

ซูสือเอ้อร์ใจเต้นตึกตัก รีบเล่าเรื่องราวของเด็กหนุ่มที่โชคดีเก็บของวิเศษได้โดยบังเอิญ

เรื่องเล่าของเขามีทั้งความจริงและเรื่องแต่งปะปนกันไป เขาปกปิดความพยายามของตัวเองทั้งหมด และโยนความดีความชอบไปให้ความโชคดีล้วนๆ

เมื่อเขาเล่าจบ ลู่หมิงสือก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ก็เอนเอียงไปทางเชื่อมากกว่า

ยังไงเสีย ด้วยระดับพลังของซูสือเอ้อร์ การอธิบายแบบนี้ก็ดูสมเหตุสมผลที่สุดแล้ว

ลู่หมิงสือพยักหน้า มองซูสือเอ้อร์อีกครั้งด้วยสีหน้าพูดไม่ออก

ไอ้หนูคนนี้จะดวงดีเกินไปแล้วกระมัง! คนอื่นตรากตรำแทบตายกว่าจะได้วัตถุดิบวิญญาณมา แต่เขาแค่เก็บป้ายผ่านทางได้ ก็ได้ของมามากมายขนาดนี้เชียว?

ไม่ได้มีแค่ลู่หมิงสือคนเดียวที่คิดแบบนี้

หลายคนในลานกว้างต่างจ้องมองซูสือเอ้อร์ด้วยความอิจฉาตาร้อน

ความโชคดีแบบนี้ ใครบ้างล่ะจะไม่อยากมี

ส่วนหานอวี่กลับเบ้ปากอย่างดูแคลน เชิดหน้าขึ้นด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง

ในสายตาเขา ซูสือเอ้อร์ก็เป็นแค่คนขี้ขลาดตาขาวที่พึ่งพาความโชคดีจนมาถึงจุดนี้ได้

คนแบบนี้ ไม่มีทางไปได้ไกลหรอก

ซูสือเอ้อร์ก้มหน้าก้มตา ทำตัวเป็นคนซื่อๆ ธรรมดาๆ เขาไม่อยากจะเผยความโดดเด่นมากจนเกินไปนัก

เมื่อเข้าใจเรื่องราวแล้ว ลู่หมิงสือก็หันไปมองฟู่ปั๋วเหรินอีกครั้ง พร้อมกับยิ้มแป้น "ศิษย์น้อง เจ้าก็ได้ยินแล้วนี่! ว่าไงล่ะ ยังต้องให้ข้าเอาวัตถุดิบวิญญาณพวกนี้มานับอีกไหม?"

"เฮ้อ เตือนแล้วไม่ฟัง อย่าเพิ่งได้ใจ อย่าเพิ่งได้ใจ เป็นไงล่ะ หน้าแตกไหมล่ะ!"

"เจ้าจะมอบกระบี่อสนีม่วงให้ข้าตอนนี้เลย หรือจะทำเหมือนคราวก่อน คิดจะเบี้ยวอีกล่ะ?"

ลู่หมิงสือยิ้มแย้มแจ่มใส พูดไปส่ายหน้าไป ท่าทางชูคออย่างผู้ชนะเต็มประดา

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 51 - ดังระเบิดในชั่วข้ามคืน

คัดลอกลิงก์แล้ว