เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 - กวัดแกว่งกระบี่ท่องโลกโลกีย์นั้นบ้าคลั่งนัก หากมีสุราก็ก้าวขึ้นฟ้าดินได้อย่างง่ายดาย!

บทที่ 13 - กวัดแกว่งกระบี่ท่องโลกโลกีย์นั้นบ้าคลั่งนัก หากมีสุราก็ก้าวขึ้นฟ้าดินได้อย่างง่ายดาย!

บทที่ 13 - กวัดแกว่งกระบี่ท่องโลกโลกีย์นั้นบ้าคลั่งนัก หากมีสุราก็ก้าวขึ้นฟ้าดินได้อย่างง่ายดาย!


บทที่ 13 - กวัดแกว่งกระบี่ท่องโลกโลกีย์นั้นบ้าคลั่งนัก หากมีสุราก็ก้าวขึ้นฟ้าดินได้อย่างง่ายดาย!

ใต้ทะเลตงไห่!

วังมังกรอันยิ่งใหญ่และสง่างาม ตั้งตระหง่านอยู่ใต้ทะเลลึกหมื่นจั้ง

ในตอนนี้ เมื่อได้ยินคำพูดของทงเทียน อ๋าวกวงก็ถึงกับอ้าปากค้าง ใบหน้ากระตุกไม่หยุด

"เมาเหล้าแล้วละเมอเนี่ยนะ?!"

"หึ ต่อให้นักบุญจะหยิ่งผยองเหนือจักรวาล ก็ไม่อาจเห็นเผ่ามังกรอย่างพวกเราเป็นคนโง่งมแล้วเอามาล้อเล่นได้นะ!"

"หากเป็นเพียงแค่ศิษย์ธรรมดาคนหนึ่ง จะไปมีเจตจำนงกระบี่ที่น่าสะพรึงกลัวและไร้เทียมทานปานนั้นได้อย่างไร?"

อ๋าวกวงสบถกับตัวเองด้วยความโกรธแค้นและไม่พอใจ

อย่างไรก็ตาม พูดยังไม่ทันขาดคำ

ตู้ม!

ในโลกภายนอก จู่ๆ ก็มีเจตจำนงกระบี่อันน่าสะพรึงกลัว ที่สามารถฉีกกระชากท้องฟ้า และคว่ำทะเลตงไห่ได้ พุ่งเข้ามาอีกระลอก

ชั่วขณะนั้น ภายในเผ่ามังกรก็มีเสียงร้องอุทานดังระงม

แม้แต่วังมังกรที่อ๋าวกวงพำนักอยู่ ก็ยังสั่นสะเทือนไม่หยุด ราวกับว่าจะพังทลายและจมดิ่งลงไปเสียให้ได้

"มาอีกแล้วรึ?!"

อ๋าวกวงโกรธจัด ทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว

"ข้าอยากจะรู้จริงๆ ว่าคราวนี้ ท่านนักบุญทงเทียนจะอธิบายว่ายังไงอีก?"

พูดจบ อ๋าวกวงก็กระโดดพุ่งพรวด กลายร่างเป็นมังกรเทพห้าเล็บ กวนให้เกิดคลื่นยักษ์อันไร้ขอบเขต ปรากฏตัวขึ้นเหนือทะเลตงไห่ในพริบตา หวังจะได้เห็นภาพภายในนิกายเจี๋ยกับตาตัวเอง

แม้เผ่ามังกรจะถูกสะกดไว้ในสี่มหาสมุทร แต่ก็แค่ไม่สามารถออกไปจากเขตแดนของสี่มหาสมุทรได้เท่านั้น

การโผล่พ้นผิวน้ำ ก็ยังสามารถทำได้อยู่

และไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ทงเทียนก็ได้ปลดพลังป้องกันของเกาะจินอ๋าวออกไปอย่างใจกว้าง

ทำให้อ๋าวกวง และบรรดายอดฝีมือภายนอก สามารถมองเห็นกระบี่อันน่าสะท้านโลกของกู้ฉางชิงนี้ได้

ชั่วขณะนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างบนเกาะจินอ๋าว ก็ปรากฏชัดเจนต่อหน้าอ๋าวกวง

เมื่อเพ่งตามอง เขากก็ถึงกับยืนนิ่งอึ้งไปเลย

เห็นเพียงภาพตรงหน้า มีเพียงเด็กหนุ่มที่ดูสง่างามดุจหยกสลัก ใบหน้าเต็มไปด้วยอาการเมามาย แต่อายุอานามดูแล้วไม่น่าจะเกินยี่สิบปี

"นี่มัน...... ไม่ใช่ฝีมือของท่านนักบุญทงเทียนจริงๆ งั้นหรือ?"

"ในสำนักของนักบุญ เด็กรุ่นใหม่ล้วนแข็งแกร่งจนเกินจริงขนาดนี้เลยหรือนี่?"

เมื่อได้เห็นกับตาตัวเอง ก็ทำให้อ๋าวกวงต้องจำใจเชื่อ

ภายในใจของเขารู้สึกสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ยากที่จะสงบลงได้

ในฐานะผู้นำเผ่ามังกรแห่งทะเลตงไห่ อ๋าวกวงเองก็มีสายตาที่เฉียบแหลม

เขาสามารถมองออกว่า กู้ฉางชิงบำเพ็ญเพียรมาได้เพียงไม่กี่พันปีเท่านั้น

ในโลกหงฮวง นี่ก็เป็นเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น

แต่การที่จะสามารถฝึกฝนจนมีพลังแข็งแกร่งถึงขั้นสั่นสะเทือนทะเลตงไห่ได้ ภายในระยะเวลาอันสั้นเพียงเท่านี้

พรสวรรค์เช่นนี้ หากจะใช้คำว่า "อัจฉริยะ" เพียงสองคำ ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เพียงพอที่จะบรรยายได้แล้ว

"ช่างเป็นอัจฉริยะตัวประหลาดจริงๆ!"

อ๋าวกวงแอบทอดถอนใจ

ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ เขาพินิจพิจารณากู้ฉางชิงอย่างละเอียด

แต่ในหัวกลับไม่มีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับกู้ฉางชิงเลยแม้แต่น้อย

หรือว่าจะเป็นศิษย์สืบทอดที่ท่านนักบุญทงเทียนเพิ่งรับเข้ามาใหม่?

หากเขารู้ว่ากู้ฉางชิงเป็นเพียงแค่ศิษย์สายนอก อ๋าวกวงคงต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงมากกว่านี้แน่

ระหว่างที่อ๋าวกวงกำลังครุ่นคิดอยู่ในใจ

จู่ๆ กู้ฉางชิงที่กำลังทำตาปรือจากความเมา ก็ดูเหมือนจะได้ยินเสียงพึมพำอันแผ่วเบาของอ๋าวกวงเข้า

จากนั้น เขากก็สังเกตเห็นมังกรเทพห้าเล็บที่ลอยอยู่กลางท้องฟ้า

ดวงตาทั้งสองข้างจับจ้องไปที่อ๋าวกวง กระบี่ในมือของกู้ฉางชิง ก็ส่งเสียงดังกังวานก้อง สะท้านทะลุชั้นฟ้า ราวกับจะเจาะเหล็กทะลวงหิน

ในวินาทีนี้ อ๋าวกวงมีสีหน้าเคร่งขรึม

เมื่อเผชิญหน้ากับกู้ฉางชิง แม้แต่เขากก็ยังมีความรู้สึกใจเต้นระรัวด้วยความกลัว

ทั้งสองสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง

สุดท้าย ก็เป็นอ๋าวกวงที่ยอมถอยให้ก่อน

"ไอ้เด็กนี่มันตัวประหลาดชัดๆ!"

"ข้าถึงกับมองภูมิหลังของเขาไม่ออกเลยหรือนี่!"

อ๋าวกวงยิ่งรู้สึกหวาดหวั่น

ลองคิดดูสิ ขนาดท่านนักบุญทงเทียน ยังไม่สามารถตรวจสอบเบื้องหลังของกู้ฉางชิงได้เลย นับประสาอะไรกับอ๋าวกวง

ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง อ๋าวกวงก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เขาหันหลังกลับทันที

ร่างอันใหญ่โตพุ่งดิ่งลงไป และหายวับไปในทะเลตงไห่เพียงชั่วพริบตาเดียว

นี่ก็ถือเป็นการกระทำที่ฉลาดมากของอ๋าวกวง

ท้ายที่สุดแล้ว ก็เป็นอย่างที่ทงเทียนพูด กู้ฉางชิงนั้นอยู่ในสภาพคนเมาหนักแล้วก็ละเมอเดินไปเดินมา

ในสภาพแบบนั้น เขาจะทำอะไรลงไปก็ได้ทั้งนั้น

ขืนไอ้เด็กนั่นเมาๆ มึนงง แล้วฟันกระบี่ใส่อ๋าวกวง แม้ฝ่ายหลังจะไม่ถึงกับตกตาย แต่ก็คงเจ็บหนักไม่น้อยแน่

และจนกระทั่งกลับมาถึงวังมังกร ความรู้สึกไม่สบายใจในใจของอ๋าวกวง ถึงค่อยๆ จางหายไป

"ไอ้เด็กนี่...... ไม่ธรรมดาจริงๆ!"

อ๋าวกวงถอนหายใจยาว สายตาที่มองไปยังนิกายเจี๋ย หรือพูดให้ถูกคือสายตาที่มองไปยังกู้ฉางชิงนั้น ยิ่งแฝงไปด้วยความรู้สึกเคร่งขรึมอย่างหาที่เปรียบไม่ได้

และในเวลานี้ ภายในนิกายเจี๋ย ก็เกิดความฮือฮาและสั่นสะเทือนกันไปทั่ว

ตัวเป่าและคนอื่นๆ มองดูอ๋าวกวงที่พุ่งเข้ามาอย่างเกรี้ยวกราด แล้วก็กลับไปเงียบๆ ด้วยความงุนงง

ผ่านไปครู่หนึ่ง เมื่อได้สติกลับมา ก็มีแต่ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

"ซี๊ด...... ราชามังกรตงไห่อ๋าวกวง ถูกกลิ่นอายของศิษย์น้องเล็กฉางชิงข่มขวัญจนหนีไปงั้นหรือ?"

"ดูเหมือนว่า จะเป็นอย่างนั้นจริงๆ!"

"ขนาดอ๋าวกวง ก็ยังกลัวเจตจำนงกระบี่ของศิษย์น้องเล็กฉางชิงงั้นหรือ?"

"สวรรค์ ศิษย์น้องเล็กช่างสง่างามอะไรเช่นนี้ มันทำให้คนหลงใหลได้ง่ายๆ เลยนะเนี่ย!"

"ขนาดศิษย์พี่กงหมิง ก็ดูเหมือนจะเทียบกับเขาไม่ได้แล้วนะ"

ทุกคนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

ปี้เซียวถึงกับมีประกายดาววิบวับในดวงตา นางมองร่างของกู้ฉางชิงด้วยความเลื่อมใส

เมื่อได้ยินดังนั้น จ้าวกงหมิงก็ถึงกับกรอกตาบน

คำพูดของน้องสาวตัวเองนี่ ช่างแทงใจดำเสียจริง

แต่จ้าวกงหมิงก็มีสีหน้าเคร่งขรึมเช่นกัน

ก่อนหน้านี้ แม้ทุกคนจะรู้ว่ากู้ฉางชิงมีความผิดปกติบางอย่าง

แต่ท่าทีของอ๋าวกวงในวันนี้ ทำให้ความตกตะลึงในใจของทุกคนพุ่งสูงขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย

ราชามังกรก็ยังถูกทำให้กลัวจนหนีไปได้ กู้ฉางชิงในตอนนี้ จึงทำให้ศิษย์สืบทอดทั้งแปดคนรู้สึกว่าเขาลึกล้ำเกินจะหยั่งถึง

อย่างไรก็ตาม หลังจากทำให้โอ๋ากวงตกใจจนหนีไปแล้ว กู้ฉางชิงก็ดูเหมือนฤทธิ์เหล้าจะกำเริบ หรือไม่ก็หมดแรง

ร่างของเขาเซถลาไปข้างหนึ่ง เจตจำนงกระบี่อันพวยพุ่งรอบตัว ก็พลันแตกสลาย และดับสูญไปในความว่างเปล่า

ถึงตอนนี้ ปรากฏการณ์ประหลาดบนท้องฟ้า ถึงค่อยๆ จางหายไป

กู้ฉางชิงไม่ได้สนใจปฏิกิริยาของทุกคน เขาหิ้วไหเหล้า แล้วก็เดินกลับไปที่ถ้ำพำนักของตัวเองอย่างสบายอารมณ์

ราวกับว่าการ "ละเมอเดิน" ในครั้งนี้ เป็นเพียงแค่การแสดงให้เห็นถึงวิชากระบี่อันยอดเยี่ยมที่เขาบรรลุได้ในความฝันชั่วคราวเท่านั้น

บรรดาศิษย์นิกายเจี๋ยก็แอบถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก

เมื่อเผชิญหน้ากับกู้ฉางชิงที่ยืนหยัดกวัดแกว่งกระบี่อยู่บนท้องฟ้า พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกถึงแรงกดดันอย่างเต็มเปี่ยม

แต่ถัดจากนั้น ก็มีคนร้องอุทานขึ้นมา

"นั่นคืออะไร?"

ทุกคนหันไปมองตามเสียง ก็เห็นเพียงร่างเงากระบี่ขนาดใหญ่ ปรากฏขึ้นในที่ที่กู้ฉางชิงเคยยืนอยู่เมื่อครู่นี้

ม่านตาของตัวเป่าหดแคบลง รู้สึกหวาดกลัว และในทันทีก็ตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่าง

"ตราประทับแห่งวิถีกระบี่!"

"นี่คือตราประทับแห่งวิถีกระบี่ที่ศิษย์น้องฉางชิงทิ้งเอาไว้ ภายในแฝงไปด้วยความหมายอันลึกล้ำของวิถีกระบี่อย่างหาที่สุดไม่ได้!"

"พวกเรารีบทำความเข้าใจมันเร็วเข้า นี่มันเป็นโอกาสทองเลยนะ!"

คำพูดของตัวเป่า ทำให้ทุกคนได้สติกลับมา

หากสามารถรู้แจ้งถึงความลึกล้ำของตราประทับแห่งวิถีกระบี่นี้ได้ บางทีอาจจะฝึกยอดวิชากระบี่อันสั่นสะเทือนฟ้าดินแบบที่กู้ฉางชิงใช้เมื่อครู่นี้ได้ก็ได้

ทุกคนไม่รอช้า รีบรวบรวมสมาธิ ทำจิตใจให้สงบ และใช้สัมผัสเทวะจมดิ่งลงไปในตราประทับแห่งวิถีกระบี่ทันที

กล่าวถึงกู้ฉางชิง!

หลังจากกลับมาที่ถ้ำพำนัก เขาก็ดูเหมือนจะไม่สนใจสิ่งใดๆ ที่เกิดขึ้นภายนอกเลย

แต่เมื่อได้ยินที่ตัวเป่าสั่งให้บรรดาศิษย์ทำความเข้าใจมหาเต๋า กู้ฉางชิงกลับเผยรอยยิ้มอย่างรู้กัน

จากนั้น เขาก็หลุบตาลงมองพิจารณาตัวเอง

"หึหึ ทะลวงถึงระดับไท่อี้กิมเซียนขั้นปลายแล้วงั้นหรือ?!"

"อย่างที่เขาว่ากัน กวัดแกว่งกระบี่ท่องโลกโลกีย์นั้นบ้าคลั่งนัก หากมีสุราก็ก้าวขึ้นฟ้าดินได้อย่างง่ายดาย!"

"ดูเหมือนว่า ข้าจะต้องไปหาวัตถุดิบระดับสุดยอดมาบ้างแล้ว ถึงจะสามารถหมักสุราชั้นยอดกว่านี้ได้......"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 13 - กวัดแกว่งกระบี่ท่องโลกโลกีย์นั้นบ้าคลั่งนัก หากมีสุราก็ก้าวขึ้นฟ้าดินได้อย่างง่ายดาย!

คัดลอกลิงก์แล้ว