- หน้าแรก
- ตำนานคนค้าปืน
- บทที่ 44 - ตำนานของชางเทียนจื่อ บุรุษผู้ไร้ผู้ต่อต้าน
บทที่ 44 - ตำนานของชางเทียนจื่อ บุรุษผู้ไร้ผู้ต่อต้าน
บทที่ 44 - ตำนานของชางเทียนจื่อ บุรุษผู้ไร้ผู้ต่อต้าน
บทที่ 44 - ตำนานของชางเทียนจื่อ บุรุษผู้ไร้ผู้ต่อต้าน
ตอนนี้เลเวลของผู้เล่นส่วนใหญ่จะเฉลี่ยอยู่ที่ 16
อาชีพนักสู้คืออาชีพที่ถึกทนที่สุด นักสู้สายแท็งก์ในเลเวลนี้ จะมีพลังชีวิตอยู่ราวๆ 2,000 แต้ม
ส่วนหมอกับนักฆ่า ถือเป็นอาชีพที่เปราะบางที่สุด
หมอคนนี้ดูจากสภาพแล้ว อุปกรณ์น่าจะอยู่ในระดับธรรมดาๆ มีพลังชีวิตรวมแค่ 1,300 แต้มเท่านั้น จึงโดนซอมบี้พันปีไล่ต้อนซะจนวิ่งหนีหางจุกตูดเหมือนหมาโดนน้ำร้อนลวก
หลินเฟิงเหยียดยิ้มเยาะ "หึ พวกนายไม่ได้อัดคลิปอยู่เหรอ? งั้นก็อัดฉากนี้แหละ ไปให้คนอื่นเขาดู!"
"ชางเทียนจื่อ อย่ามาปากดีไปหน่อยเลย แกตายแน่!"
"ไม่มีสัตว์เลี้ยงคอยคุ้มกัน แกก็แค่ขยะตัวนึงเท่านั้นแหละ!"
ผู้เล่นอีก 5 คนในปาร์ตี้ ต่างก็พุ่งเป้าโจมตีมาที่หลินเฟิงอย่างพร้อมเพรียง
ทั้งยันต์เวทสีเหลืองของนักพรต ลูกธนูของนักล่า และคมดาบของนักดาบ ล้วนถาโถมเข้าใส่หลินเฟิงอย่างบ้าคลั่ง
แต่หลินเฟิงกลับไม่คิดจะหลบหลีกแม้แต่น้อย เขากระดกยารักษาลงคอ แล้วยืนรับการโจมตีทั้งหมดอย่างท้าทาย
(-129)
(-110)
(-140)
เมื่อการโจมตีของพวกมันปะทะเข้ากับร่างของหลินเฟิง ดาเมจที่ทำได้กลับมีแค่ร้อยนิดๆ เท่านั้น
พอมองดูหลอดเลือดของหลินเฟิง ก็พบว่าเขามีพลังชีวิตสูงถึง 2,529 แต้ม
โดนรุมสกรัมไปหนึ่งชุด พลังชีวิตของหลินเฟิงลดไปแค่เศษหนึ่งส่วนสี่ หรือประมาณ 600 แต้มเท่านั้น
"หา? หมอนี่มันเล่นอาชีพอะไรกันแน่เนี่ย?"
"เป็นนักสู้หรือเปล่า?"
หลินเฟิงยืนนิ่งอย่างใจเย็น กดใช้ยารักษาไปสองขวด ขวดแรกเป็นยาฟื้นฟูพลังชีวิตแบบต่อเนื่อง ส่วนอีกขวดเป็นยาฟื้นฟูพลังชีวิตแบบทันที
หลอดเลือดของเขาเด้งกลับมาเต็มเปี่ยมในพริบตา
อุปกรณ์ทุกชิ้นที่เขาสวมใส่ ล้วนเป็นอุปกรณ์สายป้องกันทั้งสิ้น แถมยังเป็นอุปกรณ์ระดับสูงอีกต่างหาก ทำให้เขามีความถึกทนยิ่งกว่าอาชีพนักสู้สายแท็งก์เสียอีก
ในขณะเดียวกัน หมอฝ่ายตรงข้ามก็ไม่อาจทนรับการโจมตีจากซอมบี้พันปีได้ไหว สุดท้ายก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหว สิ้นใจตายคาที่ด้วยกรงเล็บของซอมบี้พันปี
ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า เพิ่งจะเปิดฉากปะทะกันได้ไม่ทันไร ปาร์ตี้ของกิลด์ตำหนักสวรรค์กับชิงอวิ๋นก็ต้องมาเสียกำลังคนไปซะแล้ว
พวกไทยมุงที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง
"บ้าไปแล้ว... ชางเทียนจื่อยังไม่ได้ขยับตัวโจมตีเลยสักนิด แค่ใช้สัตว์เลี้ยงตัวเดียวก็เก็บคิลไปได้แล้วเนี่ยนะ?"
"ยอดฝีมือ! นี่แหละยอดฝีมือของแท้!!"
"เขาจงใจออมมือให้พวกนั้นต่างหากล่ะ! นี่สิถึงจะเรียกว่ายอดฝีมือของจริง!"
เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว พวกเขาคงไม่รู้หรอกว่า หลินเฟิงไม่ได้อยากจะออมมือ แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าเขาไม่สามารถโจมตีใครได้ด้วยตัวเองต่างหาก
หลินเฟิงยืนเอามือไพล่หลัง ปล่อยให้คมดาบคมหอกฟาดฟันใส่ร่างอย่างไม่สะทกสะท้าน ใบหน้าของเขาเรียบเฉยไร้อารมณ์ "นักล่า!"
สิ้นเสียงคำสั่งสั้นๆ
ซอมบี้พันปีก็หันขวับไปวิ่งไล่กวดนักล่าทันที
"นักดาบ!"
จากนั้นก็ถึงคิวของนักดาบ
ผู้เล่นของกิลด์ตำหนักสวรรค์กับชิงอวิ๋นทั้ง 6 คน ทยอยล้มตายลงไปทีละคนๆ
ในขณะที่หลอดเลือดของหลินเฟิงยังคงมีเหลือเฟือ
พวกไทยมุงต่างก็กลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก เบิกตากว้างด้วยความทึ่ง
"สง่างาม ช่างสง่างามเหลือเกิน!"
"ทั้งที่เล่นเกมเหมือนกัน ทำไมหมอนี่ถึงได้เก่งกาจขนาดนี้วะ?"
"เชี่ย นี่มันสกิลประกาศิตชัดๆ! โคตรเท่เลยอะ! ใครหน้าไหนมันกล้าบอกว่าชางเทียนจื่อเป็นแค่พ่อค้าแผงลอยกระจอกๆ วะ?"
แข็งแกร่ง แข็งแกร่งเกินไปแล้ว
ศัตรูคนสุดท้ายที่เหลือรอดอยู่คือนักสู้ เขาหมดกำลังใจที่จะสู้ต่อ จึงหันหลังวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงไปในทันที
โอ้โห ใช้เวลาปะทะกันแค่ 3 นาทีเท่านั้น
6 รุม 1 หนีรอดไปได้ 1 คน ตายไป 5 คน
พวกไทยมุงต่างก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก
"พวก... พวกนายอัดคลิปไว้หรือเปล่า?"
"แม่ร่วง โคตรเท่เลยว่ะ ฉันอัดไว้หมดแล้ว"
ไม่นานนัก ในเว็บบอร์ดก็มีกระทู้ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด
ต้องบอกก่อนว่า การตั้งกระทู้ในเว็บบอร์ดเกม 'เทียนเซี่ย' หากกระทู้ไหนได้รับความนิยมหรือมีคนคอมเมนต์เยอะ ก็จะได้รับรางวัลเป็นเหรียญทองด้วยนะ
พวกไทยมุงต่างก็ตื่นเต้นดีใจ รีบอัปโหลดคลิปลงเว็บบอร์ดกันอย่างบ้าคลั่ง
【คดีฆาตกรรมหมู่ที่ชั้น 3 เจดีย์ปราบมาร ชางเทียนจื่อ 1 รุม 6】
【ชางเทียนจื่อ: 6 คนงั้นเหรอ? กระจอกว่ะ ฉันไม่ต้องออกแรงด้วยซ้ำ】
【ขอยกให้ชางเทียนจื่อ เป็นยอดฝีมือที่สง่างามที่สุดในเกมนี้เลย】
【วิเคราะห์เจาะลึก: ในเกมนี้ จะมีใครหน้าไหนสามารถบังคับให้ชางเทียนจื่อลงมือโจมตีได้บ้าง?】
【ชางเทียนจื่อ ผู้ซ่อนเร้นความแข็งแกร่ง ใช้เพียงแค่สัตว์เลี้ยงในการต่อสู้ นี่คือการโอ้อวด หรือ ความเสื่อมทรามทางศีลธรรม? มาร่วมแสดงความคิดเห็นกันได้เลย】
เอาล่ะสิ
พวกกิลด์ตำหนักสวรรค์กับชิงอวิ๋น แทนที่จะทำให้กิลด์ราชวงศ์ต้าซางเสียหน้า
กลับกลายเป็นว่าไปช่วยปั่นกระแสความโด่งดังให้หลินเฟิงซะงั้น
ตอนนี้ทุกคนต่างก็พากันเดาไปต่างๆ นานา ว่าตกลงหลินเฟิงเล่นอาชีพอะไรกันแน่ และถ้าเขาลงมือโจมตีด้วยตัวเอง มันจะโหดเหี้ยมสักแค่ไหน
แม้แต่ตัวหลินเฟิงเองก็ยังไม่คาดคิดเลย
ว่าปริศนานี้ จะกลายเป็นเรื่องที่ผู้เล่นเกม 'เทียนเซี่ย' ถกเถียงกันไปอีกยาวนาน
……
【ลูกพี่ โคตรเจ๋งเลยครับ แม่ร่วง 1 รุม 6 เลยเหรอเนี่ย】
【ลูกพี่ สง่างามสุดๆ ไปเลยครับ】
【ลูกพี่ ตกลงลูกพี่เล่นอาชีพอะไรกันแน่ครับ?】
หลินเฟิงย่อมไม่เปิดเผยความลับนี้อยู่แล้ว
แม้ว่าจุดประสงค์หลักของเขาคือการหาเงิน แต่โลกของเกม 'เทียนเซี่ย' ก็เปรียบเสมือนโลกยุทธจักร และโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร
ในยุคสมัยที่ปลาใหญ่กินปลาเล็กแบบนี้ การจะปกป้องความมั่งคั่งของตัวเองได้ ก็ต้องมีความแข็งแกร่งที่คู่ควร
ในเมื่อพวกนั้นเข้าใจผิดไปแล้ว ก็ปล่อยให้เข้าใจผิดต่อไปเถอะ
ชางเทียนจื่อ: 【พวกนายตั้งใจเก็บเลเวลไปเถอะ ถ้ามีใครมาก่อกวนอีก ก็ตะโกนบอกในช่องแชตกิลด์ได้เลย】
หลังจากสั่งการเสร็จ
หลินเฟิงก็ใช้เวลาว่างแวะเข้าไปอ่านกระทู้ในเว็บบอร์ด
หัวข้อที่พวกไทยมุงพูดถึงกันมากที่สุด ก็หนีไม่พ้นเรื่องอาชีพของเขา สัตว์เลี้ยงของเขา
แล้วก็เรื่องความบาดหมางระหว่างกิลด์ราชวงศ์ต้าซาง ตำหนักสวรรค์ และชิงอวิ๋น
หลินเฟิงรู้สึกหนักใจไม่น้อย
เขารู้ดีว่าพวกนั้นไม่มีทางยอมจบเรื่องแค่นี้แน่ และการแก้แค้นครั้งต่อไปจะต้องรุนแรงกว่าเดิม
ถ้าโชคร้าย สมาชิกกิลด์ราชวงศ์ต้าซางอาจจะพากันลาออกกันหมดก็ได้
"จะมามัวนั่งรอความตายไม่ได้แล้ว!"
แต่อีกฝ่ายมีถึงสองกิลด์ แถมยังมีทุนหนาจากตระกูลซ่างกวนหนุนหลังอยู่อีก
ตอนนี้เขายังคิดหาทางออกดีๆ ไม่ได้ ทำได้แค่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรมไปก่อน
หลินเฟิงไม่ได้เดินหนีไปไหน เขากลับมาตั้งแผงลอยที่ชั้น 3 ตามเดิม แล้วปล่อยให้ซอมบี้พันปีไล่ฟาร์มมอนสเตอร์ต่อไป
หลังจากผ่านเหตุการณ์เมื่อครู่นี้
พวกไทยมุงก็ผันตัวมาเป็นนักข่าว รุมล้อมสัมภาษณ์หลินเฟิงกันอย่างคึกคัก
"ชางเทียนจื่อ ตกลงนายเล่นอาชีพอะไรกันแน่?"
"อุปกรณ์ของนายต้องเทพมากแน่ๆ ที่นายปกปิดความแข็งแกร่งไว้แบบนี้ มีจุดประสงค์อะไรกันแน่?"
"สุดหล่อ รับแอดเพื่อนหน่อยสิคะ ตัวฉันขาวมากเลยนะ"
"เถ้าแก่ อุปกรณ์ชิ้นนี้ลดราคาหน่อยได้ไหมครับ?"
"ผมอยากเข้ากิลด์ครับ ลองพิจารณาคุณสมบัติผมหน่อยสิครับ?"
หลินเฟิงพูดคุยกับทุกคนด้วยความเป็นมิตร ลูกค้าคือพระเจ้านี่นา
ไม่นานเขาก็จัดการล่ามอนสเตอร์จนครบ 100 ตัว ค่าประสบการณ์ก็พุ่งขึ้นมาถึง 40% แล้ว
เขาเก็บแผงลอย แล้วเดินมุ่งหน้าไปที่ทางออก
โบกมือลาพวกไทยมุง "พี่น้องทุกคน ภารกิจผมเสร็จแล้ว ขอตัวก่อนนะครับ!"
"โอเคครับลูกพี่ชาง ไว้เจอกันใหม่นะครับ!"
ความจริงแล้ว หลินเฟิงควรจะไปส่งภารกิจได้แล้ว
แต่ในจังหวะนั้นเอง จู่ๆ ก็มีเสียงคำรามดังกึกก้องไปทั่วทั้งเจดีย์ปราบมาร
"เสียงอะไรน่ะ?"
"เหมือนเสียงบอสนะ!"
"บอสเกิดเหรอ? เร็วเข้า รีบไปหาบอสกัน!"
เจดีย์ปราบมารมีขนาดกว้างใหญ่มาก แต่ละชั้นก็จะมีบอสประจำชั้นอยู่ เพียงแต่เงื่อนไขในการเกิดของบอสนั้นค่อนข้างซับซ้อน
หลินเฟิงชะงักฝีเท้า แล้วตัดสินใจเข้าร่วมวงค้นหาบอสกับเขาด้วย แต่หลังจากเสียงคำรามนั้น เจดีย์ก็กลับเข้าสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง
ทุกคนต่างช่วยกันค้นหาจนทั่ว
หาจนทั่วชั้น 3 แล้วก็ยังไม่เจอ
หลินเฟิงเหลือบไปมองทางขึ้นชั้น 4
แล้วตัดสินใจเดินขึ้นไปทันที
ผู้เล่นที่ชั้น 4 มีจำนวนน้อยกว่ามาก
มอนสเตอร์ชั้นนี้เลเวลประมาณ 20
การฟาร์มมอนสเตอร์ที่นี่ค่อนข้างลำบาก มีผู้เล่นเพียงไม่กี่กลุ่มเท่านั้นที่สามารถมาฟาร์มที่นี่ได้
มอนสเตอร์เดินเพ่นพ่านอยู่เต็มไปหมด
ที่มุมลึกสุดของชั้น มีมอนสเตอร์อออยู่กันหนาแน่น และมีปีศาจสาวร่างยักษ์ยืนตระหง่านอยู่บนดอกบัวท่ามกลางดงมอนสเตอร์
【หัวหน้าปีศาจสาวดอกบัว】
【บอส】
บอสจริงๆ ด้วย
มีผู้เล่นอยู่สองสามปาร์ตี้ที่ชั้น 4 กำลังช่วยกันเคลียร์มอนสเตอร์รอบนอก เป้าหมายของพวกเขาคงหนีไม่พ้นหัวหน้าปีศาจสาวดอกบัวตัวนี้แน่ๆ
(จบแล้ว)