- หน้าแรก
- ตำนานคนค้าปืน
- บทที่ 4 - ถังทองใบแรก 210,000 เหรียญทอง
บทที่ 4 - ถังทองใบแรก 210,000 เหรียญทอง
บทที่ 4 - ถังทองใบแรก 210,000 เหรียญทอง
บทที่ 4 - ถังทองใบแรก 210,000 เหรียญทอง
"นายจะไปถ้ำโครงกระดูกเหรอ?"
"ในนั้นมันมีแต่มอนสเตอร์โครงกระดูกเลเวลเจ็ดเลเวลแปดทั้งนั้นเลยนะ"
"พวกเราก็ตั้งใจจะไปที่นั่นเหมือนกัน แต่พี่ชาย นายไปที่นั่นมันร่อนหาที่ตายชัดๆ เลยนะ?"
หลินเฟิงไม่พูดพร่ำทำเพลง
เขาหยิบเกราะหนังหมูป่าออกมาจากกระเป๋าทันที
【เกราะหนังหมูป่า】
【ตำแหน่ง: เสื้อ】
【ความต้องการเลเวล: เลเวล 6】
【ระดับ: สีขาว】
【พลังป้องกัน +25 แต้ม】
【คะแนนอุปกรณ์: 102 คะแนน】
เมื่อเห็นเกราะหนัง ทั้งสองคนก็สบตากัน
"ตกลง ฉันจะไปส่งพี่ชายที่ถ้ำโครงกระดูกเอง!"
หลินเฟิงดีใจมาก
เกราะหนังชิ้นนี้ก็ไม่ใช่ของวิเศษอะไร ในช่วงต้นเกม น่าจะขายได้แค่ไม่กี่สิบเหรียญทองเท่านั้น
แต่การใช้เงินไม่กี่สิบเหรียญทองแลกกับการมีคนพาไปส่งถึงถ้ำโครงกระดูก ถือว่าคุ้มค่ามาก
【ติ๊ง ผู้เล่นฉันชอบกินคากิเชิญคุณเข้าร่วมปาร์ตี้ ต้องการยอมรับหรือไม่】
"ยอมรับ!"
เมื่อมีสองพี่น้องคากิกับไส้ใหญ่อยู่ด้วย มอนสเตอร์ระหว่างทางจึงไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
มอนสเตอร์แถวนี้ก็ยังอยู่ในเขตหมู่บ้านมือใหม่ มันไม่ได้แข็งแกร่งอะไรมากมาย ผู้เล่นเลเวลเท่ากันก็สามารถโซโล่เดี่ยวได้สบาย
แถมยังมีซอมบี้ร้อยปีคอยช่วยอยู่อีกแรง
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง
ทั้งสามคนก็เดินทางมาถึงถ้ำโครงกระดูกได้อย่างราบรื่น
เลเวลของทั้งสามคนก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน
สองพี่น้องเลเวลพุ่งไปถึงเลเวล 7 แล้ว ส่วนหลินเฟิงเองก็ขึ้นมาถึงเลเวล 5 ได้อย่างราบรื่น
แม้จะไม่มีภารกิจหลัก แต่ก็สามารถอัปเลเวลได้เร็วขนาดนี้ เกราะหนังชิ้นนั้นถือว่าให้ไปคุ้มค่าจริงๆ
ที่หน้าทางเข้าถ้ำโครงกระดูก มี NPC ที่แต่งตัวเหมือนทหารยืนอยู่
ตรงหน้า NPC มีผู้เล่นเบียดเสียดกันอยู่เต็มไปหมด
หากคำนวณจากเวลา ภารกิจของผู้เล่นก็น่าจะดำเนินมาถึงจุดนี้กันพอดี
กลุ่มผู้เล่นพากันล้อมกรอบด่าทอ NPC
"ประสาทหรือเปล่าเนี่ย พวกเราอุตส่าห์ใช้เวลาตั้งสองชั่วโมงกว่า ทำภารกิจไล่ยาวมาจากหมู่บ้านมือใหม่จนถึงที่นี่ แล้วตอนนี้นายกลับไล่พวกเรากลับไปที่หมู่บ้านมือใหม่อีกเนี่ยนะ?"
"บ้าเอ๊ย เกมนี้มันเกมปีศาจชัดๆ! ทำไมไม่บอกแต่แรกว่าขนหมูกับขนกระต่ายมันมีประโยชน์ฟะ!!"
"โมโหโว้ย ต้องกลับไปตีหมูกับกระต่ายอีกงั้นเหรอ? วิ่งไปวิ่งมาแบบนี้ เสียเวลาไปอย่างน้อยก็สองชั่วโมงกว่า แล้วเลเวลที่พวกเรานำคนอื่นมามันจะมีประโยชน์อะไรวะ??"
"บ้าเอ๊ย ฉันไม่ยอมหรอก ปล่อยให้พวกเราเข้าไปในถ้ำโครงกระดูกเถอะ! ฉันจะตีโครงกระดูกสักสองสามตัวแล้วค่อยออกมา!"
ภารกิจหลักของพวกเขาดำเนินมาถึงถ้ำโครงกระดูกแล้ว แต่กลับไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป
NPC ที่เฝ้าอยู่หน้าประตูสวมชุดเกราะทองคำถือหอกเงิน ยืนขวางทางทุกคนเอาไว้
แต่ปากกลับพูดจาอย่างสุภาพนอบน้อม "ขออภัยด้วย หากไม่มีเครื่องรางคุ้มภัย ข้าไม่อาจอนุญาตให้พวกท่านเข้าไปได้ โปรดนำขนกระต่ายและขนหมูมาให้ข้า แล้วข้าจะสร้างเครื่องรางคุ้มภัยให้แก่พวกท่าน!"
หลินเฟิงมองดูกลุ่มคนจำนวนมาก แววตาเป็นประกาย "มาทันเวลาพอดีเลย!"
การเล่นเกมแล้วอยากหาเงิน สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องชิงลงมือก่อน
เกมเพิ่งเปิด ไม่มีใครรู้ข้อมูลนี้เลย แต่เขารู้
ตอนนี้ทุกคนรู้กันหมดแล้ว คาดว่าราคาขนกระต่ายกับขนหมูในหมู่บ้านมือใหม่จะต้องพุ่งสูงขึ้นอย่างแน่นอน
พ่อค้าพวกนั้นคงจะกว้านซื้อขนกระต่ายกับขนหมูแล้วรีบวิ่งมาที่นี่แน่ พอพวกพ่อค้ามาถึง ราคาขนกระต่ายกับขนหมูก็จะตกลง
ลองคำนวณเวลาดู
หลินเฟิงมีเวลาขายของอย่างน้อยก็หนึ่งชั่วโมง
"เอ๊ะ พวกนายดูสิ นั่นมันตัวอะไรน่ะ?"
"เวรเอ๊ย ซอมบี้เหรอ?? บอสหรือเปล่า?"
"มันเป็นสัตว์เลี้ยงของไอ้หมอนั่นนี่!?"
ซอมบี้ร้อยปี ในช่วงมือใหม่แบบนี้ ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็ดูเท่บาดใจไปเสียหมด
ท่ามกลางสายตาประหลาดใจของทุกคน
หลินเฟิงที่มีซอมบี้กระโดดตามหลังมา ก็เดินเข้าไปกลางวงล้อมของผู้คน พร้อมกับยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า "ขายขนกระต่ายกับขนหมู ชิ้นละ 50 เหรียญทอง มีจำนวนจำกัด มาก่อนได้ก่อนนะ"
พูดจบ เขาก็ตั้งแผงลอยขึ้นมาดื้อๆ กลางฝูงชนเลย
"อะไรนะ? แพงขนาดนี้เลยเหรอ??"
"50 เหรียญทอง ก็เท่ากับ 5 หยวน ขนกระต่าย 1 ชิ้น ขนหมู 1 ชิ้น ก็เท่ากับ 100 เหรียญทอง 10 หยวน... ทำไมนายไม่ไปปล้นเขาล่ะวะ!!"
หลินเฟิงยิ้ม "ฉันว่าแบบนี้มันได้เงินเร็วกว่าปล้นอีกนะ!"
"โอ้โห ยอมรับออกมาหน้าด้านๆ เลยเว้ย!"
"ชิ พวกกระจอกเอ๊ย ฉันเหมาเอง!"
"ใช่แล้ว ขืนวิ่งกลับไปกลับมาตั้งสองชั่วโมง เรื่องเงินน่ะเรื่องเล็ก แต่เรื่องเวลานี่สิ ขืนช้ากว่านี้ ฉันต้องหลุดจากกลุ่มผู้นำแน่ๆ!"
หลินเฟิงประเมินเอาไว้แล้วว่า คนที่สามารถมาถึงที่นี่ได้ ล้วนเป็นผู้เล่นระดับท็อปของหมู่บ้านมือใหม่ทั้งนั้น
ระหว่างทำภารกิจมา แต่ละคนก็มีเงินติดตัวกันคนละหนึ่งถึงสองร้อยเหรียญทองอยู่แล้ว
เงินหนึ่งร้อยเหรียญทองถึงแม้จะแพง แต่ก็คุ้มค่า
【ติ๊ง ขายขนกระต่าย 1 ชิ้น!】
【ติ๊ง ขายขนหมู 1 ชิ้น!】
ข้อความแจ้งเตือนจากระบบเด้งขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
เมื่อเห็นว่ามีคนซื้อแล้ว คนอื่นๆ ก็พากันแห่เข้ามาซื้อตาม
กลัวว่าถ้าซื้อช้าไป พอเข้าไปในถ้ำโครงกระดูกแล้วจะหาโครงกระดูกตีไม่ทัน เพราะข้างในคงมีแต่คนเต็มไปหมด ความได้เปรียบเรื่องเลเวลของพวกเขาก็จะหายไป
ถึงจะต้องหมดเนื้อหมดตัวก็ต้องยอมซื้อ
หลินเฟิงมองดูยอดเงินในกระเป๋าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยความตื่นเต้นดีใจ
ผ่านไปเพียงแค่หนึ่งชั่วโมงเท่านั้น
ใช่แล้ว แค่หนึ่งชั่วโมง ขนกระต่าย 2,120 ชิ้น กับขนหมู 2,120 ชิ้น ก็ถูกขายออกไปจนหมดเกลี้ยง
ในกระเป๋าของหลินเฟิงไม่เหลืออะไรเลย
นอกจากเงิน
"สองหมื่นหยวน ฮ่าๆ!!"
หลินเฟิงแอบตื่นเต้นอยู่ในใจ เพียงแค่สองชั่วโมงสั้นๆ เขาก็เปลี่ยนเงินทุน 800 หยวน ให้กลายเป็นสองหมื่นหยวนได้แล้ว
สองพี่น้องคากิก็ยังไม่ได้จากไปไหน พวกเขามองหลินเฟิงด้วยความตกตะลึง "พี่ชาย กำไรของนายมันจะมหาศาลเกินไปแล้วนะ!!"
"เอ่อ ขอโทษทีนะ ไม่ได้เก็บไว้ให้พวกนายเลย!"
"ไม่เป็นไรๆ ไม่ต้องเกรงใจหรอก! แค่นี้พวกเราก็ถือว่าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว!"
"ขอบคุณพวกนายมากนะที่มาส่งถึงที่นี่ ฉันลืมให้เจ้านี่กับพวกนายไปเลย!"
พูดจบ เขาก็กดแลกเปลี่ยนเกราะหนังหมูป่าให้กับอีกฝ่าย
"ฮ่าๆ ขอบใจมากนะ ถ้ามีวาสนาเราคงได้พบกันอีก!"
【ติ๊ง ผู้เล่นฉันชอบกินคากิขอเพิ่มคุณเป็นเพื่อน ต้องการยอมรับหรือไม่!】
【ติ๊ง ผู้เล่นฉันชอบไส้ใหญ่หมูขอเพิ่มคุณเป็นเพื่อน ต้องการยอมรับหรือไม่!】
หลังจากกดยอมรับแล้ว
จู่ๆ ทั้งสองคนก็ถามด้วยความสงสัยว่า "น้องชางเทียนจื่อ ฉันขอถามอะไรหน่อยสิ ทำไมนายถึงไม่ยอมลงมือสู้เองเลยล่ะ?"
"ใช่ๆ ฉันเห็นนายเป็นอาชีพซ่อนเร้นนี่นา? ตลอดทางนายให้สัตว์เลี้ยงเป็นคนจัดการหมดเลย ส่วนตัวเองกลับไม่ยอมขยับเลยเนี่ยนะ?"
แน่นอนว่าหลินเฟิงไม่มีทางบอกความจริงของตัวเองให้คนที่เพิ่งรู้จักกันฟังหรอก เขายิ้มแล้วตอบว่า "ฉันชอบขี้เก๊กน่ะ การไม่ลงมือสู้เองมันทำให้ฉันดูเหมือนเป็นยอดฝีมือดี"
เขาแค่คิดไม่ถึงว่า คำพูดส่งเดชของเขา จะกลายมาเป็นฉายาประจำตัวของเขาในอนาคต
"ซี๊ดด มีเหตุผลแฮะ.."
หลังจากร่ำลากันแล้ว ทั้งสองคนก็แยกย้ายไปทำภารกิจของตัวเอง
หลินเฟิงไม่ได้ถูกเงินสองหมื่นหยวนทำให้หน้ามืดตามัว
เป้าหมายของเขาคือการหาเงินค่าผ่าตัดของแม่ให้ได้ภายในหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งตอนนี้ยังห่างไกลนัก
เขาตั้งแผงลอยที่หน้าถ้ำโครงกระดูกต่อทันที
บนป้ายสีทองคำมีข้อความปรากฏขึ้นว่า: "รับซื้อกระดูกไร้ค่า!"
"รับซื้อรองเท้า+ความเร็วเคลื่อนที่, เครื่องประดับ+ฟื้นฟูพลังชีวิต!"
"รับซื้อของจิปาถะ ขอแค่เอาของมาให้ดู จ่ายเงินสดทันที!"
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ผู้เล่นกลุ่มแรกๆ ที่เข้าไปทำภารกิจในถ้ำโครงกระดูก ก็ทยอยพากันออกมาแล้ว
แผงลอยของหลินเฟิงเตะตามากเกินไป ต่อให้ไม่อยากมองก็ต้องเห็นอยู่ดี
"เอ๊ะ พี่ชาย นายรับซื้อของพวกนี้ไปทำอะไรเนี่ย?"
"กระดูกไร้ค่า มันมีประโยชน์ด้วยเหรอ? ฉันเก็บไว้สักชิ้นดีกว่า!"
พวกเขาพิจารณากระดูกไร้ค่าในมือซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เหมือนกับขนกระต่ายและขนหมูนั่นแหละ คำอธิบายที่เขียนไว้บนนั้นชัดเจนมาก
【กระดูกไร้ค่า: กระดูกของโครงกระดูกที่ไม่มีประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น ดรอปจากถ้ำโครงกระดูก】
【มูลค่า: 15 เหรียญทอง】
ถ้าเอาไปขายให้ร้านค้าก็จะได้แค่ 15 เหรียญทองเท่านั้น
แต่ราคารับซื้อของหลินเฟิง กลับสูงถึง 50 เหรียญทอง
หลินเฟิงยิ้มแล้วตอบว่า "ฉันก็แค่รับซื้อเล่นๆ น่ะ พวกนายจะเก็บไว้เผื่อฉุกเฉินสักชิ้นก็ได้นะ! ส่วนที่เหลือถ้าไม่เอาแล้วก็เอามาขายให้ฉันสิ!"
"พี่ชายนี่เป็นคนซื่อสัตย์จริงๆ แฮะ ตกลง ฉันขายให้ 2 ชิ้นละกัน ถือซะว่าเอาเงินที่เสียไปเมื่อกี้คืนมา!"
เมื่อกี้ตอนที่พวกเขาจะเข้าไปในถ้ำโครงกระดูก ต้องเสียเงินไป 100 เหรียญทอง
ตอนนี้พอออกมาปุ๊บก็ได้เงินคืนปั๊บ เรื่องดีๆ แบบนี้ใครจะอดใจไหว
หลินเฟิงแอบหัวเราะอยู่ในใจ คนซื่อสัตย์เหรอ?? นายเคยเห็นพ่อค้าหน้าเลือดซื่อสัตย์ด้วยหรือไง?
หลังจากนี้เขาไม่ได้ต้องการแค่กระดูกชิ้นเดียวหรอกนะ
แต่ถึงกระนั้น ก็มีหลายคนที่ระมัดระวังตัว และไม่ยอมขายให้หลินเฟิง
รับซื้ออยู่ครึ่งชั่วโมง หลินเฟิงก็รับซื้อมาได้ประมาณ 1,500 ชิ้น ใช้เงินไป 75,000 เหรียญทอง
และยังรับซื้อขวดยาเพิ่มเลือดขนาดกลาง กับขวดยามานามาได้อีกหลายร้อยขวด
แถมยังรับซื้ออุปกรณ์มาได้อีกหลายสิบชิ้นด้วย
ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นอุปกรณ์ที่บวกความเร็วในการเคลื่อนที่และฟื้นฟูพลังชีวิตทั้งสิ้น
เบ็ดเสร็จแล้วใช้เงินไปทั้งหมด 100,000 เหรียญทอง
ในขณะเดียวกัน
ที่หน้าถ้ำโครงกระดูกก็มีพ่อค้าเดินทางมาถึงหลายคน
พวกเขาล้วนเป็นพ่อค้าที่รับซื้อขนหมูและขนกระต่ายจากหมู่บ้านมือใหม่เพื่อเอามาขายที่นี่
เมื่อมีพ่อค้ามาแย่งกันขายหลายสิบคน กำไรมันก็แทบจะไม่เหลือแล้ว
พากันตัดราคาลงมาเรื่อยๆ
ขนเส้นหนึ่งขายได้แค่ 5 เหรียญทองเท่านั้น ได้กำไรแค่ค่าเหนื่อยเพียงเล็กน้อย
สิ่งที่ทำให้หลินเฟิงรู้สึกลำบากใจก็คือ พอพวกพ่อค้าเห็นว่าเขากำลังรับซื้อกระดูกไร้ค่า พวกนั้นก็เริ่มแห่รับซื้อตามเขาบ้างแล้ว
"ดูเหมือนว่าจะถึงเวลาแล้วสินะ!"
การทำธุรกิจก็คือการแข่งกับเวลา หากคนอื่นรู้กันหมดแล้ว ของชิ้นนั้นก็จะไม่ได้กำไรอีกต่อไป
แม้จะยังรับซื้อไม่เต็มจำนวน แต่หลินเฟิงก็ตัดสินใจเก็บแผงลอยเตรียมจะจากไป
แต่ในตอนนั้นเอง จู่ๆ ก็มีเด็กสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ ว่า "เถ้าแก่ ของชิ้นนี้คุณรับซื้อไหมคะ?"
เห็นเธอยื่นหนังสือปกสีฟ้ามาให้หนึ่งเล่ม
บนปกหนังสือเขียนไว้ว่า: 《ลับมีด》
ม่านตาของหลินเฟิงหดเกร็ง "ทักษะติดตัวลับมีด!!"
(จบแล้ว)