- หน้าแรก
- สอบติดชิงหวาทั้งที จะมีความรักไปทำไม
- บทที่ 9 คำพูดเหล่านี้ทำให้เหล่านักเรียนตกใจอย่างเห็นได้ชัด
บทที่ 9 คำพูดเหล่านี้ทำให้เหล่านักเรียนตกใจอย่างเห็นได้ชัด
บทที่ 9 คำพูดเหล่านี้ทำให้เหล่านักเรียนตกใจอย่างเห็นได้ชัด
บทที่ 9 คำพูดเหล่านี้ทำให้เหล่านักเรียนตกใจอย่างเห็นได้ชัด
แต่เธอกลับพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้เป็นอย่างมาก หลังจากเขียนชื่อตัวเองลงบนกระดานดำ เธอก็ตบมือเรียกความสนใจ
เอาล่ะ ทีนี้เรามาเริ่มจัดที่นั่งกันเถอะ
เธอหยิบกระดาษออกมาแผ่นหนึ่ง
"นี่คือใบสรุปผลคะแนน และการจัดที่นั่งจะเรียงตามลำดับคะแนน"
อันดับที่หนึ่ง ซางจื้อหยวน
เด็กคนนี้ค่อนข้างตัวสูง อินฟางจึงให้เขาเลือกที่นั่งตรงกลางในแถวที่สี่หรือห้าได้ตามใจชอบ ซางจื้อหยวนรู้ตัวดีว่าตัวเองสูงแค่ไหน จึงเลือกที่นั่งตรงกลางในแถวที่ห้า
อันดับที่สอง หลิวเจียเสวี่ย
หลิวเจียเสวี่ยมีความสูงตามมาตรฐานของเด็กผู้หญิง อินฟางจึงให้เธอเลือกที่นั่งในสี่แถวแรกได้ตามสบาย
...การจัดที่นั่งดำเนินต่อไปจนถึงอันดับที่สิบ เฉิงหมิงเจียว เมื่อถึงตาเธอ เธอก็ปรายตามองเสวี่ยเจียวที่ยังคงยืนอยู่รั้งท้ายด้วยสายตาท้าทาย
อี้เทียนอวี่เดินลากเท้าเข้ามาใกล้แล้วชนเข้ากับเธอ
แรงกระแทกกะทันหันทำให้เสวี่ยเจียวเซถลาจนเกือบจะล้มไปทับคนที่อยู่ข้างๆ เธอพยายามทรงตัวอย่างทุลักทุเล
"ขอโทษค่ะ!"
เธอเอ่ยขอโทษคนข้างๆ ก่อน จากนั้นก็หันไปถลึงตาใส่อี้เทียนอวี่ด้วยสีหน้าถมึงทึง
"นายทำบ้าอะไรเนี่ย?!"
อี้เทียนอวี่ลูบจมูกตัวเองป้อยๆ
"ฉันยังไม่ได้ออกแรงเลยนะ..."
เสวี่ยเจียวคร้านจะใส่ใจเขา
อี้เทียนอวี่ยังคงเซ้าซี้ถามต่อ
"นี่ เธอสอบได้อันดับที่เท่าไหร่เหรอ"
เสวี่ยเจียวยังคงเมินเฉย
อี้เทียนอวี่กลอกตาบนก่อนจะพึมพำออกมา
"หยิ่งอะไรนักหนา!"
การจัดที่นั่งดำเนินไปอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งเหลือนักเรียนเพียงสี่คนจากทั้งหมดห้าสิบหกคน
เห็นได้ชัดว่าทั้งสี่คนนี้ถูกยัดเข้ามาด้วยเส้นสาย
โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดมีนักเรียนที่ใช้เส้นสายเข้ามาไม่มากนัก สาเหตุหลักมาจากกฎที่ว่านักเรียนจะถูกไล่ออกทุกเทอมหากผลการเรียนไม่ถึงเกณฑ์ หลายคนที่คะแนนไม่ดีพอจึงไม่คิดจะเสียเวลาใช้เส้นสายให้ยุ่งยาก
แต่ก็มักจะมีพ่อแม่ที่คาดหวังให้ลูกชายกลายเป็นมังกร และลูกสาวกลายเป็นหงส์อยู่เสมอ...
ตอนนี้เหลือเพียงสองที่นั่งใกล้ถังขยะและอีกสองที่นั่งใกล้ประตูเท่านั้น ครั้งนี้อินฟางไม่ได้ให้พวกเขาเลือกที่นั่งกันเอง
"เอาล่ะ กู้เสวี่ยเจียว อี้เทียนอวี่ ไปนั่งตรงนั้น ฉีเหล่ย สีจวิ้นหยาง ไปนั่งตรงนู้น"
ท้ายที่สุด เมื่อเห็นว่าเสวี่ยเจียวเป็นเด็กผู้หญิง เธอจึงไม่ได้ให้ไปนั่งข้างถังขยะ
สีหน้าของเสวี่ยเจียวซีดเผือดลงเล็กน้อย เธอไม่ใช่คนตัวสูง และคนตัวสูงที่นั่งอยู่ข้างหน้าแถวสุดท้ายบังกระดานเสียจนมิด
ยิ่งไปกว่านั้น ในชาติก่อนเธอเคยเป็นศิษย์คนโปรดของครูมาโดยตลอด แต่ในชาตินี้เธอกลับกลายเป็นตัวตนที่ครูไม่อยากจะมองหน้าด้วยซ้ำ...
ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ เธอจึงอารมณ์ไม่ดีเอามากๆ เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย โดยไม่ได้สังเกตเห็นไหล่ที่สั่นเทิ้มอยู่ตลอดเวลาของเพื่อนร่วมโต๊ะที่อยู่ข้างๆ
"เอาล่ะ จัดที่นั่งชั่วคราวเรียบร้อยแล้ว และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาในอนาคต ลำดับต่อไป เรามาเลือกตั้งหัวหน้าห้องและตัวแทนฝ่ายต่างๆ กัน..."
เรื่องการเลือกตั้งไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเสวี่ยเจียว เธอเอาแต่ก้มหน้าด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวสุดๆ
ประสิทธิภาพการทำงานของอินฟางนั้นสูงมาก เธอไม่เพียงแต่จัดที่นั่งได้อย่างรวดเร็ว แต่ยังเลือกตัวแทนห้องเสร็จสรรพในเวลาอันสั้น
หัวหน้าห้องคือสีจวิ้นหยางที่เสนอตัวขึ้นมาเอง ตัวแทนฝ่ายวิชาการคือนักเรียนอันดับสองอย่างหลิวเจียเสวี่ย ตัวแทนฝ่ายศิลปกรรมคือเฉิงหมิงเจียวที่ได้รับการเสนอชื่อจากเพื่อนๆ และตัวแทนฝ่ายกีฬาคือเพื่อนร่วมโต๊ะของเธอ—อี้เทียนอวี่ ซึ่งได้รับการเสนอชื่อจากคนอื่นเช่นกัน
แทบจะทันทีที่อินฟางจัดการทุกอย่างเสร็จ ก็ถึงเวลาพักเที่ยงพอดี
"เอาล่ะ ตอนเที่ยงก็พักผ่อนกันให้เต็มที่ บ่ายสองโมงตรง ให้หัวหน้าห้องกับตัวแทนฝ่ายกีฬาพาเพื่อนผู้ชายไปช่วยกันขนหนังสือ แล้วเอามาแจกให้เพื่อนในห้องด้วย!"
"ครับผม!"
ตรงข้ามกับอารมณ์ที่ขุ่นมัวของเสวี่ยเจียว อี้เทียนอวี่ที่ดูจะอารมณ์ดีมาตั้งแต่เริ่มจัดที่นั่ง ตอบรับเสียงดังฟังชัดด้วยคำสั้นๆ
ทันทีที่อินฟางเดินออกไป บรรยากาศในห้องเรียนก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า—"
คล้อยหลังครูเพียงครู่เดียว อี้เทียนอวี่ก็หัวเราะร่วนจนฟุบลงไปกับโต๊ะ พลางชี้หน้าเสวี่ยเจียวด้วยความขบขัน
เสวี่ยเจียวขมวดคิ้วมุ่น
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ที่แท้เธอก็เป็นเด็กเรียนแย่เหมือนกันนี่เอง เฮ้ ฉันนึกว่าเธอจะเป็นพวกหัวกะทิซะอีกนะเนี่ย? อ่านหนังสือล่วงหน้าของม.5 ไปแล้วงั้นเหรอ? ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!! กะจะให้ฉันขำจนตายเลยใช่ไหมเนี่ย"
เด็กหนุ่มวัยนี้มักจะชอบโอ้อวดและมีความมั่นใจในตัวเองสูง แต่กลับไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ
เสวี่ยเจียวตวัดสายตามองค้อนเขาแล้วลุกขึ้นยืน
"เอ้า? โกรธเหรอ"
"เปล่า!"
เธอเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
อี้เทียนอวี่ขายาวจึงเดินตามมาติดๆ เขาไล่ตามเธอทันพลางก้มมองเธอ
"ถ้าไม่ได้โกรธ แล้วจะรีบเดินหนีทำไมล่ะ"
เสวี่ยเจียวชะงักเท้า ยืนให้มั่นคง แล้วสูดลมหายใจเข้าลึก
"อี้เทียนอวี่ เป็นเพราะว่า... ฉันจะไปกินข้าว!"
พูดจบ เธอก็ก้าวฉับๆ มุ่งหน้าไปทางโรงอาหารทันที
อี้เทียนอวี่หยุดชะงักและเม้มริมฝีปาก จากสนามบาสเกตบอลที่อยู่ไกลออกไป เสียงของเด็กผู้ชายตัวสูงหลายคนดังแว่วมา—
"ลูกพี่อวี่! ไปเล่นบาสกันไหม"
"ไปเดี๋ยวนี้แหละ!"
—คนอื่นอาจจะจำกู้เสวี่ยเจียวในลุคหน้าสดไม่ได้ แต่กู้ซืออวิ้นผู้เป็น "น้องสาว" ของเธอกลับจำได้ตั้งแต่แรกเห็น
ตอนที่เสวี่ยเจียวยกถาดอาหารไปนั่งที่โต๊ะด้านหน้า กู้ซืออวิ้นก็มองเห็นเธอพอดี
เธอไม่ชอบเลยที่เสวี่ยเจียวล้างหน้าจนสะอาดหมดจดแบบนี้ ใบหน้าอันงดงามนั้นมักจะทำให้เธอนึกถึงวัยเด็ก นึกถึงตอนที่แม่ได้แต่ดึงตัวเธอไปแอบดูครอบครัวพ่อแม่ลูกสามคนนั้นอยู่เงียบๆ
พ่อของเธอจะอุ้มเจ้าหญิงน้อยคนนี้พลางหัวเราะอย่างมีความสุข ในขณะที่เธอทำได้แค่มองดูอยู่ข้างหลังอย่างลับๆ
โชคดีที่ตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างตกเป็นของเธอแล้ว
พ่อก็เป็นของเธอ และตำแหน่งคุณหนูแห่งตระกูลกู้ก็เป็นของเธอเช่นกัน
"ซืออวิ้น เธอมองอะไรอยู่เหรอ"
เด็กสาวสองคนที่อยู่ข้างๆ เอ่ยถามขึ้น
กู้ซืออวิ้นส่งยิ้มอ่อนโยนให้ก่อนจะส่ายหน้า
"ไม่มีอะไรหรอก"
เธอวางตะเกียบลง หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วพิมพ์ข้อความส่งไป
สายตาที่เธอจ้องมองกู้เสวี่ยเจียวนั้นเย็นเยียบ มุมปากของเธอยกขึ้นเล็กน้อย
เธอไม่อยากเห็นหน้ากู้เสวี่ยเจียวเลย ตอนอยู่ม.4 ยังดีกว่านี้ตั้งเยอะ ยัยเด็กคนนี้เอาแต่แต่งหน้าเข้มๆ และไม่ค่อยจะโผล่มาโรงเรียนสักเท่าไหร่
อาหารในโรงอาหารของโรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดนั้นดูดีมีระดับกว่าอาหารในโรงอาหารของโรงเรียนเก่าเสวี่ยเจียวในชาติก่อนเป็นไหนๆ ตระกูลเฉิงไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินทอง เมื่อตอนเช้าเฉิงซั่วเพิ่งจะเติมเงินในบัตรอาหารให้เธอไปถึงหนึ่งหมื่นหยวน โดยบอกว่าเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับเทอมนี้