- หน้าแรก
- ไม่ไหวจะรวย กลับบ้านปีใหม่เปย์หนักจนได้แยกตะกูล
- บทที่ 601 - จ่ายเงินอุดหนุนแปดพันหยวนแลกกับการเรียนรู้ศาสตร์โบราณ
บทที่ 601 - จ่ายเงินอุดหนุนแปดพันหยวนแลกกับการเรียนรู้ศาสตร์โบราณ
บทที่ 601 - จ่ายเงินอุดหนุนแปดพันหยวนแลกกับการเรียนรู้ศาสตร์โบราณ
"ไอ้เด็กพวกนี้... ต่อไปมันจะไม่เดินกร่างเป็นนักเลงกันแล้วจริงๆ เหรอวะเนี่ย?" หลี่เฉียงกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ ชี้มือออกไปที่ถนนใหญ่พลางทำหน้าเหมือนเห็นผีกลางวันแสกๆ
"จะเป็นนักเลงไปหาพระแสงอะไรล่ะ" เจียงเฉินเอนกายพิงพนักเก้าอี้ มุมปากยกยิ้มเย็นเยียบ
เขายกถ้วยชาร้อนบนโต๊ะขึ้นจิบเบาๆ
"ถ้านายจ่ายเงินเดือนให้พวกมันแค่สามพันหยวน พวกมันก็คงเอาแต่ขลุกตัวอยู่ตามร้านเน็ตเพื่อนั่งปั่นแรงก์เกมไปวันๆ นั่นแหละ"
"แต่พอนายเอาโฉนดที่ดินราคาตีเป็นเงินสิบล้านหยวนไปฟาดลงกลางกบาลพวกมัน ไอ้เด็กพวกนี้มันพร้อมจะเดินไปดึงสายแลนออก แล้วเคี้ยวแป้นพิมพ์กลืนลงท้องไปเองโดยที่นายไม่ต้องสั่งเลยด้วยซ้ำ!"
เจียงเฉินชี้มือออกไปนอกประตูบ้าน
"ตอนนี้หมู่บ้านเจียงของเรามันยากจนจนเหลือแต่เงินแล้ว"
"ฉันก็เลยต้องใช้วิธีที่เรียบง่ายและตรงไปตรงมาที่สุด... ใช้เงินสดๆ นี่แหละไปทุบเอาสัญชาตญาณความกระหายใคร่รู้ในสายเลือดของพวกมันออกมาให้หมด!"
หลี่เฉียงฟังแล้วรู้สึกฮึกเหิมจนเลือดในกายเดือดพล่าน กำหมัดแน่นอย่างลืมตัว
"พี่เฉินพูดถูกที่สุดเลยพี่! ขนาดไอ้หัวดื้ออย่างไอ้หนุ่มผมทองมันยังยอมไปซื้อตำราเรียนเชื่อมโลหะมาอ่านเลย ต่อไปใครหน้าไหนมันจะกล้ามาตราหน้าว่าหมู่บ้านเจียงเรามีแต่พวกบ้านนอกไร้การศึกษาอีก!"
...
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น
แสงแดดส่องผ่านเข้ามาในห้องนั่งเล่นอันกว้างขวางของคฤหาสน์หรู
ระบบทำความร้อนใต้พื้นทำงานอย่างนุ่มนวลอบอุ่น
เจียงเฉินในชุดลำลองสวมสบาย นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ราคานับล้านบาทอย่างผ่อนคลาย
ในมือของเขาถือใบแจ้งยอดค่าใช้จ่ายจากบัตรดำที่ผูกติดกับระบบไว้
พอมองดูตัวเลขศูนย์ที่ยาวเหยียดเป็นพรืดจนตาลายบนนั้น
เจียงเฉินก็โยนแท็บเล็ตในมือลงบนโต๊ะกระจกเบาๆ
ตอนนี้ธุรกิจทุกภาคส่วนกำลังทำกำไรมหาศาลราวกับห่านที่คอยออกไข่เป็นทองคำ
ผักสดพรีเมียมจากซูเปอร์ฟาร์มเอไอมีออร์เดอร์สั่งซื้อเข้ามาจนผลิตไม่ทันขายในแต่ละวัน
เตียงผู้ป่วยระดับวีไอพีของโรงพยาบาลฉางเซิงก็มีบรรดามหาเศรษฐีเข้าคิวจองยาวล่วงหน้าไปถึงสองปี
ส่วนระบบขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิก็ผูกขาดเส้นทางกระจายสินค้าสดของทั้งมณฑลไว้แต่เพียงผู้เดียว
เงินมันไหลมาเทมาจนใช้ยังไงก็ไม่มีวันหมดจริงๆ
ในขณะที่เจียงเฉินกำลังครุ่นคิดหาวิธีละลายทรัพย์ก้อนโตนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอยู่นั้นเอง
ประตูหน้าลานบ้านก็ถูกผลักเปิดออก
เจียงไป่ชวนในวัยแปดสิบปีสวมชุดหม่ากว้าตัวสะอาดสะอ้าน เอามือไพล่หลังเดินทอดน่องเข้ามาข้างในอย่างเชื่องช้า
ท่วงท่าการเดินของชายชรายังคงมั่นคงและสง่างาม
แต่ทว่าบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลาในวันนี้ กลับฉายชัดถึงความกลุ้มใจอย่างปิดไม่มิด
"อาเฉิน... อยู่บ้านไม่ได้ออกไปไหนหรอกเหรอ"
เจียงไป่ชวนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาเดี่ยวฝั่งตรงข้ามกับชายหนุ่ม
เจียงเฉินลงมือรินชาต้าหงเผาเกรดพรีเมียมส่งให้ชายชราด้วยตัวเอง
"ลุงไป่ชวนครับ ทำไมตื่นเช้ามาถึงเอาแต่ถอนหายใจเฮือกๆ แบบนี้ล่ะครับ? ใครมันไปทำเรื่องขัดใจให้ลุงโกรธเข้าอีกแล้ว" เจียงเฉินถามยิ้มๆ
เจียงไป่ชวนรับถ้วยชาไป แต่ไม่มีอารมณ์จะจิบเลยสักนิด
"อาเฉินเอ๊ย... ตอนนี้หมู่บ้านเรามันไม่ขาดเหลืออะไรอีกแล้วจริงๆ ทุกครัวเรือนต่างมีกินมีใช้ อิ่มหมีพีมัน ถึงขั้นมีรถเก๋งขับกันทุกบ้าน"
"แต่ในใจของคนแก่คนนี้... ช่วงสองสามวันที่ผ่านมามันรู้สึกไม่ค่อยจะสู้ดีเลยน่ะสิ"
เจียงไป่ชวนกระแทกถ้วยชาลงบนโต๊ะอย่างแรง
"เมื่อกี้ตอนที่ฉันเดินผ่านหน้าบ้านของเฉินต้าซาน..."
"วิชาช่างไม้เข้าลิ้นเข้าเดือยโบราณที่ไม่ต้องใช้ตะปูเลยสักตัวของมัน... กำลังจะสูญหายไปแล้ว!"
เจียงไป่ชวนทุบต้นขาตัวเองป้อยๆ ด้วยความเจ็บปวดใจ
"ไอ้ต้าซานมันตั้งใจจะถ่ายทอดวิชาให้พวกลูกหลานวัยรุ่นในหมู่บ้าน ปรากฏว่าเด็กพวกนั้นมันบ่นว่าเหนื่อย แล้วพากันแห่ไปสมัครเป็นพนักงานคุมไลน์ผลิตเอไอของหลี่เฉียงกันหมด!"
"แล้วก็ยังมีวิชาปักลายกระดุมเสื้อของน้าเฉี่ยวอวิ๋น... รวมไปถึงสูตรน้ำพะโล้โบราณที่ตกทอดมาสามชั่วคนของเหอต้าจุ่ยอีก!"
ยิ่งพูดยิ่งโมโหจนหนวดกระดิก
"ตอนนี้พวกวัยรุ่นมันคิดแต่จะเข้าโรงงานไปหาเงินรางวัลก้อนโต... คิดแต่จะคว้าโบนัสคฤหาสน์สิบล้านหยวนกันอย่างเดียว"
"พวกงานฝีมือโบราณของคนรุ่นเก่าเลยไม่มีเด็กคนไหนยอมมานั่งหลังขดหลังแข็งเรียนเลย... รออีกไม่กี่ปีพอพวกลุงๆ ป้าๆ แก่ตายกันไปหมด วิชาพวกนี้มันก็สูญหายไปกับผืนดินน่ะสิ แบบนี้มันจะไปใช้ได้ยังไง!"
พอได้ฟังร่ายยาวจนจบ รอยยิ้มบนใบหน้าของเจียงเฉินก็ค่อยๆ จางหายไป
เขานั่งตัวตรงขึ้นทันที
คำพูดของเจียงไป่ชวนมันแทงใจดำเข้าอย่างจัง และช่วยเปิดแผลของปัญหาใหญ่ที่ซุกซ่อนอยู่ใต้พรม
หมู่บ้านเจียงในตอนนี้ร่ำรวยมหาศาลก็จริง สาธารณูปโภคและสิ่งก่อสร้างต่างๆ ก็ยืนหนึ่งในมณฑล
แต่ในสายตาของคนนอก หมู่บ้านนี้มันก็เป็นได้แค่ 'หมู่บ้านเศรษฐีใหม่' ที่เพิ่งจะรวยเพราะถูกหวยเท่านั้น
หมู่บ้านที่ขาดรากเหง้าและมรดกทางวัฒนธรรม ต่อให้มีเงินล้นฟ้ามันก็เป็นได้แค่เปลือกกลวงๆ
โบราณว่าไว้... 'ปากท้องอิ่มหมีพีมันจึงจะรู้จักมารยาทและวัฒนธรรม!'
เจียงเฉินตบต้นขาตัวเองฉาดใหญ่
เขาลุกพรวดขึ้นยืนจากโซฟาทันที
"ลุงไป่ชวนพูดถูกที่สุดเลยครับ!"
"ต่อให้เรามีเงินล้นฟ้าแค่ไหน แต่ถ้าขาดรากเหง้าทางวัฒนธรรม... พวกเรามันก็เป็นได้แค่พวกเศรษฐีใหม่ไร้สกุลเท่านั้น!"
เจียงเฉินประกาศกร้าวอย่างทรงพลัง
"มรดกทางภูมิปัญญาที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ให้พวกนี้... อย่าว่าแต่ในระดับมณฑลเลย ต่อให้ส่งเข้าประกวดในเวทีโลก มันก็คือมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้อันทรงคุณค่าทั้งนั้น!"
"เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเองครับ วันนี้ผมจะจัดการเคลียร์รอยรั่วนี้ให้จบสิ้นไปเลย!"
เจียงไป่ชวนถึงกับยืนงง
"อาเฉิน... แล้วแกจะจัดการยังไงล่ะ? งานพวกนี้มันทั้งเลอะเทอะ ทั้งเหนื่อย แถมยังไม่ได้เงินอีก แกจะไปเอามีดจ่อคอบังคับให้ไอ้เด็กพวกนั้นมานั่งเรียนหรือไง"
เจียงเฉินไม่ตอบ เขาล้วงมือถือออกมา
กดต่อสายตรงเข้าห้องกระจายเสียงของหมู่บ้านทันที
"ต้าโก่ว! เปิดไซเรนเรียกประชุมด่วน! ให้ชาวบ้านทุกคนมารวมตัวกันที่ลานหน้าศาลบรรพชนภายในครึ่งชั่วโมงนี้!"
...
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
บนลานหินเขียวหน้าศาลบรรพชนเนืองแน่นไปด้วยผู้คนนับพันชีวิต
ประสิทธิภาพในการระดมพลของหมู่บ้านเจียงในตอนนี้มันเข้าขั้นน่าสะพรึงกลัวทีเดียว
ชาวบ้านหลายพันชีวิตถึงขั้นยังไม่ทันได้ล้างชามข้าวเช้า ก็พากันวางมือแล้ววิ่งมารวมตัวกันจนครบ
แม้กระทั่งคุณป้าจากหมู่บ้านจ้าวเจียหลิ่งข้างๆ ที่แค่ตั้งใจจะเดินผ่านมาขอยืมซีอิ๊ว ก็ยังพลอยติดร่างแหวิ่งตามมาดูลาดเลาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เจียงเฉินสวมเสื้อโค้ตขนแพะสีดำทับไว้ด้านนอก
เขาก้าวฉับๆ ขึ้นไปยืนบนแท่นปราศรัย
เสียงพูดคุยจอแจข้างล่างเงียบกริบลงราวกับนัดกันไว้ในทันที
เจียงเฉินรับไมโครโฟนมา กวาดสายตามองไปทั่วลานกว้าง
"ทุกคนฟังทางนี้ให้ดี!"
"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หมู่บ้านเจียงของเราจะจัดตั้ง 'ศูนย์ฝึกอบรมและสืบทอดงานฝีมือโบราณประจำตระกูล' ขึ้นมาให้เรียนฟรี!"
มวลเสียงของเจียงเฉินถูกขับผ่านชุดลำโพงกำลังขับสูงนับร้อยตัว ดังก้องสะท้านสะเทือนไปทั่วทั้งหุบเขา
ชาวบ้านข้างล่างยืนงงเป็นไก่ตาแตก
หลิวชุ่ยเฟินที่เบียดอยู่แถวหน้าสุด ตะโกนถามขึ้นมาเสียงหลง "อาเฉิน! อะไรคือศูนย์ฝึกอบรมสืบทอดงานฝีมือล่ะจ๊ะ? จะให้ไปหัดเรียนทำอาหาร หรือให้ไปหัดขับรถแม็คโครล่ะ?"
เจียงเฉินแค่นเสียงขึ้นจมูก
"ให้ไปเรียนศาสตร์ลับโบราณของหมู่บ้านเราที่ใกล้จะสูญหายไปแล้วต่างหาก!"
"วิชาช่างไม้เข้าลิ้นเข้าเดือยของลุงเฉินต้าซาน!"
"วิชาปักลายกระดุมเสื้อของน้าเจียงเฉี่ยวอวิ๋น!"
"แล้วก็สูตรน้ำพะโล้ลับของลุงเหอต้าจุ่ยด้วย!"
พอประกาศออกไป ทั่วทั้งลานกว้างก็ตกอยู่ในความเงียบงันอย่างประหลาด
หวังต้าโก่วลูบหัวโล้นๆ ของตัวเองไปมา
เขาเดินแหวกฝูงชนออกมาข้างหน้าด้วยสีหน้าไม่เข้าใจอย่างแรง
"พี่เฉิน... แล้วพี่จะเปิดสอนไอ้พวกนี้ไปทำไมอะพี่?"
หวังต้าโก่วตะเบ็งเสียงถามขึ้นมากลางวงต่อหน้าชาวบ้านทุกคนอย่างตรงไปตรงมา
"ยุคสมัยนี้มันจะมีวัยรุ่นที่ไหนยอมมานั่งหลังขดหลังแข็งสานตะกร้าไม้ไผ่ หรือมานั่งเย็บพื้นรองเท้าผ้าใบกันอีกอะพี่? ทำไปแล้วมันจะได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา!"
"สู้ให้พวกมันไปเดินกดปุ่มคุมงานในซูเปอร์ฟาร์มเอไอ หรือไม่ก็ไปขับรถโฟล์คลิฟต์ในศูนย์กระจายสินค้าโลจิสติกส์ไม่ดีกว่าเหรอพี่"
"ออกไปทำงานพวกนั้นมันยังได้เงินดีกว่ามานั่งทำเรื่องพวกนี้ตั้งเยอะไม่ใช่เหรอ"
คำพูดของหวังต้าโก่วนั้นแทงใจดำและสะท้อนความเป็นจริงที่สุด
และมันก็คือเสียงสะท้อนจากก้นบึ้งหัวใจของวัยรุ่นทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นด้วย
ใครมันจะบ้าสละเวลาหาเงินรางวัลก้อนโต เพื่อมานั่งขลุกอยู่กับคนแก่หัดเรียนวิชาโบราณที่ทั้งเหนื่อยและไม่ได้เงินกันล่ะ?
เด็กหนุ่มหลายคนที่ตั้งใจจะเข้าเมืองไปสอบใบประกอบวิชาชีพต่างพากันพยักหน้าเห็นด้วยอย่างแรง
เจียงเฉินมองดูสีหน้าท่าทางจริงจังของหวังต้าโก่ว
เขาไม่เพียงแต่จะไม่โกรธ แต่กลับกำไมโครโฟนแน่นแล้วหัวเราะลั่นออกมา
มันเป็นเสียงหัวเราะที่ดังกึกก้องและทรงพลังอย่างยิ่ง
"ใครบอกว่ามันไม่ได้เงิน?"
เจียงเฉินออกแรงดึงขาตั้งไมโครโฟนให้สูงขึ้นมาอีกหน่อย
"ฉันรู้ดีว่าในหัวของพวกนายกำลังดีดลูกคิดคำนวณความคุ้มค่ากันอยู่ยังไง!"
เจียงเฉินสะบัดมือออกไปข้างหน้าอย่างทรงอำนาจ
"กฎเกณฑ์ของกลุ่มธุรกิจเจียงเรา... ก็คือการใช้ผลตอบแทนที่บ้าคลั่งที่สุด ไปขับเคลื่อนภารกิจที่สูงส่งที่สุด!"
"ขอเพียงแค่พวกนายยอมมาลงเรียนศาสตร์โบราณเหล่านี้!"
"ฉันไม่เพียงแต่จะไม่เก็บค่าเล่าเรียนแม้แต่แดงเดียว..."
"แต่ในทุกๆ เดือน... ฉัน เจียงเฉิน จะเป็นคนควักกระเป๋าจ่าย 'เงินอุดหนุนเพื่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม' ให้กับพวกนายคนละแปดพันหยวนฟรีๆ อีกต่างหาก!"
ประโยคนี้ฟาดลงมากลางวง
ราวกับมีหัวรบนิวเคลียร์พุ่งมาถล่มลงกลางลานกว้าง
หลังจากผ่านพ้นความเงียบงันไปชั่วอึดใจ เสียงฮือฮาก็ดังระเบิดขึ้นมาจนแทบจะพังทลายหลังคาศาลบรรพชนลงมา
"อะไรนะ?!"
หลิวชุ่ยเฟินเบิกตาโตจนลูกตาแทบจะถลนออกมานอกเบ้า ขาอ่อนเปลี้ยจนเกือบจะล้มทั้งยืน
"แค่มานั่งหัดสานตะกร้าไม้ไผ่โง่ๆ... ก็ได้เงินเดือนตั้งแปดพันหยวนเลยเนี่ยนะ?!" (ประมาณ 40,000 บาท)
เจียงสือโถวถอดเสื้อยืนแหกปากร้องลั่นอยู่กลางวง
"โอ๊ยยยยยคุณพระช่วย! นี่มันไม่ใช่แค่ลาภลอยแล้ว แต่มันคือก้อนทองคำหล่นลงมากระแทกเข้าปากเต็มๆ เลยเว้ย!"
"แบบนี้มันได้เงินเยอะกว่าเข้าไปยืนขันนอตในโรงงานอีกไม่ใช่เหรอวะ!"
ไอ้หนุ่มผมทองสองสามคนที่เมื่อวานยังแหกปากบอกว่าจะไปสมัครงานที่โรงงานอยู่เลย
ตอนนี้พากันชูมือขึ้นสุดแขน
ชูจนข้อต่อหัวไหล่แทบจะหลุดออกมานอกเบ้า
ไอ้หนุ่มผมทองพยายามเบียดแทรกฝูงชนพุ่งพรวดออกมาข้างหน้า
"พี่เฉิน! ผมสมัครครับ! พรุ่งนี้ผมจะไปยื่นใบลาออกจากโรงงานเดี๋ยวนี้เลย!"
"ผมไม่เป็นแล้วช่างเชื่อม! ผมจะไปหัดตีเหล็กกับเรียนช่างไม้กับลุงต้าซาน!"
"ใครหน้าไหนมันกล้ามาแย่งโควตากับกู กูฟันแม่งจริงๆ ด้วย!"
เอ้อร์โก่วที่ยืนอยู่ข้างๆ ยกเท้าขึ้นถีบเข้าที่หน้าแข้งของไอ้หนุ่มผมทองอย่างแรง
"ไสหัวไปไกลๆ เลยมึง! กูจะเรียนวิชาปักลายกระดุมของน้าเฉี่ยวอวิ๋นเว้ย! กูเป็นผู้ชายอกสามศอกแต่มือกูประณีตที่สุดในโลกแล้ว!"
กลุ่มวัยรุ่นหนุ่มสาวบนลานกว้างพากันบ้าคลั่งไปหมด
นี่มันใช่การมานั่งหลังขดหลังแข็งเรียนวิชาที่ไหนกันล่ะ
นี่มันคือการได้คว้าชามข้าวทองคำที่มั่นคงและรายได้ดีกว่าการไปสอบเป็นข้าราชการประจำซะอีก!
บรรดาช่างฝีมือรุ่นเก่าที่ยืนอยู่แถวหน้า พอได้ยินพวกลูกหลานที่เมื่อก่อนเคยทำท่าทางดูถูกเหยียดหยามวิชาของตน พากันแย่งชิงโควตากันแทบตายเพื่อจะมาขอเรียนวิชาด้วย...
แต่ละคนก็ตื่นตันใจจนเนื้อตัวสั่นเทาไปหมด
เจียงเฉี่ยวอวิ๋นในวัยสามสิบแปดปี...
ผู้หญิงขี้อายที่ปกติพูดกับใครแค่สามประโยคหน้าก็จะแดงก่ำไปหมด
ตอนนี้ขอบตาของเธอแดงก่ำ
เธอเดินแยกตัวออกมาจากกลุ่มคน หยดน้ำตาเม็ดใสอุ่นๆ ร่วงพรูลงมาอาบแก้ม
"อาเฉิน..."
เจียงเฉี่ยวอวิ๋นยกมือขึ้นปาดน้ำตา น้ำเสียงสั่นสะท้าน
"รากเหง้าของตระกูลเจียงเรา... วิชาความรู้ซอมซ่อที่ไม่มีใครเห็นค่าพวกนี้... ในที่สุดมันก็ได้รับการรักษาไว้ได้แล้วจริงๆ..."
แม้กระทั่งชายวัยกลางคนผู้เงียบขรึมอย่างเฉินต้าซานเองก็ยังต้องหันหลังกลับไป
ใช้หลังมือสากๆ ที่เต็มไปด้วยรอยด้านปาดน้ำตาออกจากหางตาอย่างเงียบเชียบ
เจียงเฉินก้าวฉับๆ ลงมาจากแท่นปราศรัย
เขาเดินตรงเข้าไปหาเจียงไป่ชวนที่มีผมขาวโพลนเต็มหัว
"ลุงไป่ชวนครับ เรื่องนี้อนุมัติเรียบร้อยแล้ว ห้ามปล่อยให้ล่าช้าเด็ดขาด"
เจียงเฉินสั่งการอย่างเฉียบขาดและรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ
"ลุงช่วยเกณฑ์คนไปเคลียร์พื้นที่ลานบ้านที่กว้างขวางที่สุดตรงท้ายหมู่บ้านฝั่งตะวันออกให้ว่างลงสามหลังเดี๋ยวนี้เลยครับ!"
"คืนนี้ต้องเกลี่ยสถานที่ให้พร้อมใช้งานทันที!"
เจียงเฉินชี้มือออกไปทางทิศตะวันออก
"พรุ่งนี้เช้า... ต้องขึ้นป้ายเปิดทำการสอนได้ทันทีครับ!"
เจียงไป่ชวนตื่นตันใจจนหนวดกระดิกพั่บๆ
ชายชรากำไม้เท้าเนื้อแข็งในมือแน่น กระแทกลงบนพื้นหินเขียวเสียงดังป้าบใหญ่
"วางใจได้เลยอาเฉิน!"
"ต่อให้คืนนี้คนแก่คนนี้จะต้องอดหลับอดนอน... ฉันก็จะเนรมิตโรงเรียนสายอาชีพนี้ขึ้นมาให้แกจงได้!"