- หน้าแรก
- จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ผู้เป็นอมตะ
- บทที่ 30 - ยอดฝีมือแห่งสำนักชิงอู่
บทที่ 30 - ยอดฝีมือแห่งสำนักชิงอู่
บทที่ 30 - ยอดฝีมือแห่งสำนักชิงอู่
บทที่ 30 - ยอดฝีมือแห่งสำนักชิงอู่
"ทว่ายามนี้จูเลี่ยสิ้นใจตายแล้ว ตระกูลหลิ่วของพวกเราก็ไม่ต้องมีสิ่งใดให้ต้องกังวลอีกต่อไป ต้องรีบนำเรื่องนี้ไปแจ้งให้ผู้นำตระกูลทราบโดยเร็ว"
ผู้อาวุโสที่อยู่ข้างๆ มองดูศพของจูเลี่ย ในแววตาเปล่งประกายเจิดจ้าพลางกล่าว
"ถูกต้อง จีหลิงสังหารจูเลี่ยในครั้งนี้ นับว่าช่วยพวกเราได้มากทีเดียว พวกเราแบ่งคนออกไปสองคนให้รีบนำข่าวนี้กลับเมืองหลินเฉิงเพื่อแจ้งให้ผู้นำตระกูลทราบ"
อีกสามคนที่เหลือไม่ขัดข้อง หลังจากหารือกันสั้นๆ สองคนในนั้นก็มุ่งหน้ากลับไปยังเมืองหลินเฉิง
"จัดการที่นี่สักหน่อยเถอะ พวกเราต้องรีบไปหาจีหลิงทันที"
"ผู้อาวุโส พวกเราต้องมาตามหาฆาตกรที่สังหารนายน้อยในเทือกเขาอันกว้างใหญ่นี้ นี่มันต่างอันใดกับการงมเข็มในมหาสมุทร"
ชายหนุ่มผู้หนึ่งถือพัดโบกไปมาเบื้องหน้าราวกับกำลังไล่แมลงวัน
"กุยเยี่ยย่อมมีแผนการของเขา ที่นี่คือจุดนัดพบที่เขาบอกไว้ เขาย่อมต้องมาหาพวกเราเป็นแน่"
ชายชรากระดกสุราอึกใหญ่แล้วแสยะยิ้ม กวาดสายตามองสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบ
คนทั้งหกนี้สวมชุดคลุมยาวสีเขียว พวกเขาคือคนที่สำนักชิงอู่ส่งมานั่นเอง
ศิษย์คนอื่นๆ พยักหน้ารับ เมื่อไม่มีสิ่งใดทำจึงพากันนั่งขัดสมาธิลงกับพื้น
"ลูเหยียน เจ้าเองก็รีบพักผ่อนเสียหน่อยเถิด ไม่แน่ว่าหลังจากนี้อาจจะมีการต่อสู้ฟาดฟันเกิดขึ้นก็ได้"
"ฮี่ฮี่ มีท่านผู้อาวุโสอยู่ทั้งคน ข้าจะมีสิ่งใดให้ต้องกลัวเล่า"
ลูเหยียนกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มระรื่น
เมื่อเห็นท่าทีเช่นนี้ของลูเหยียน ชายชราก็ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
"ระดับพลังของเจ้าอยู่ถึงขอบเขตก่อนกำเนิดขั้นสูงสุดแล้วใช่หรือไม่ การออกมาในครั้งนี้ก็จงฝึกฝนให้ดี หากกลับไปน่าจะมีโอกาสทะลวงเข้าสู่ขอบเขตระดับหลอมรวมได้"
ชายชราพิจารณาระดับพลังของลูเหยียน แล้วแย้มยิ้มกล่าวอย่างราบเรียบ
"โธ่ ระดับพลังพรรค์นี้ ข้าคิดอยากจะทะลวงเมื่อใดก็ได้ ไม่เห็นจะมีอันใดสลักสำคัญเลย"
ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่แยแสเลยแม้แต่น้อย กระโดดขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่แล้วทอดสายตามองไปไกล
ครู่ต่อมา ลูเหยียนก็เอ่ยปากบอก "ผู้อาวุโสอู๋ มีคนกำลังมุ่งหน้ามาทางเรา"
เมื่อได้ยินคำพูดของลูเหยียน ใบหน้าของผู้อาวุโสอู๋ก็ฉายแววระแวดระวัง ทะยานขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่เพื่อมองไปไกล
เงาร่างในชุดคลุมสีทมิฬสายหนึ่ง พุ่งตรงมาทางนี้ด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
"น่าจะเป็นกุยเยี่ยมาแล้ว"
ไม่ถึงห้าลมหายใจ คนชุดดำก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าทุกคน
"ผู้อาวุโสอู๋ ครั้งนี้มีท่านลงมือ ฆาตกรนั่นคงหนีไม่พ้นเป็นแน่ กี๊ซ" เสียงแหบพร่าดังขึ้น
เมื่อผู้อาวุโสอู๋ได้ยินดังนั้น ก็พยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม
"กุยเยี่ย ไม่พบกันหลายสิบวัน กลิ่นอายบนตัวท่านดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นอีกหลายส่วนเลยนะ"
"ฮ่าๆ บังเอิญพบเจอวาสนาเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นแหละ"
เมื่อผู้อาวุโสอู๋เห็นว่ากุยเยี่ยไม่ต้องการลงรายละเอียด ก็ไม่ซักไซ้ไล่เลียงต่อ ทว่าเอ่ยถามถึงเรื่องของจีหลิงโดยตรง
"กุยเยี่ย ท่านมีวิธีตามหาฆาตกรนั่นหรือไม่ หากจะค้นหาอย่างเลื่อนลอยในเทือกเขาเช่นนี้ คงจะมีความลำบากอยู่บ้างนะ"
"กี๊ซ ครั้งก่อนข้าเคยปะทะกับมัน จดจำกลิ่นอายของมันไว้แล้ว รอให้ข้าใช้วิชาลับ การจะหาตัวมันก็คงไม่ใช่เรื่องยากเย็นนัก"
กุยเยี่ยเพิ่งจะกล่าวจบ ร่างก็กระโดดเบาๆ ขึ้นไปบนยอดไม้ใหญ่ แหงนหน้ามองท้องฟ้าที่ไร้เมฆหมอก
ปากพึมพำท่องคาถา หมอกดำในมือวูบวาบ จากนั้นก็ชี้ไปยังอีกาหลายตัวที่กำลังหาอาหารอยู่บนท้องฟ้า
หมอกดำทอดตัวเป็นเงายาว มุดเข้าสู่ร่างของอีกา อีกาเหล่านี้ดิ้นรนตกลงสู่พื้นดิน ผ่านไปไม่กี่อึดใจก็บินโฉบเข้าหากุยเยี่ยอีกครั้ง
"ไปเถอะ ไปหาตัวมันมา"
ในดวงตาของอีกาเหล่านี้มีประกายสีเลือดวาบผ่าน บินวนรอบกุยเยี่ยหนึ่งรอบ ก่อนจะกระจายตัวบินออกไปสี่ทิศทางอย่างรวดเร็ว
ยามนี้จีหลิงกำลังปิดด่านฟื้นฟูอยู่ในถ้ำแห่งเดิม หลังจากที่เขาใช้วิชายันต์อัสนีกัมปนาท เขาก็รีดเค้นพลังวิญญาณในร่างอีกครั้งเพื่อเร่งหลบหนีมายังที่แห่งนี้
ทว่าผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม จีหลิงก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่ง กำลังพุ่งตรงเข้ามาในถ้ำอย่างรวดเร็ว
"แย่แล้ว น่าจะเป็นคนตระกูลเฉาตามมาทันแล้ว"
เขารีบมุ่งหน้าเข้าไปในส่วนลึกของถ้ำอย่างรวดเร็ว ถ้ำแห่งนี้เขาเคยสำรวจมาบ้างแล้วก่อนหน้านี้ ก้นถ้ำมีแม่น้ำใต้ดินสายหนึ่ง พอดีให้เขาใช้หลบหนีไปยังสถานที่อื่น
"ไอ้เด็กเหลือขอ ข้ารู้ว่าเจ้าอยู่ในถ้ำ รีบออกมาตายซะดีๆ"
เฉาเหมิงเพิ่งจะมาถึงปากถ้ำก็กล่าวเสียงเย็น ทว่ากลับไม่มีผู้ใดตอบรับ
พลังวิญญาณของเขาแผ่ซ่านเข้าไปตรวจสอบในถ้ำ ทว่ากลับสัมผัสได้ว่ากลิ่นอายของจีหลิงนั้นอ่อนจางลงเรื่อยๆ
"ไม่ดีแน่ ในถ้ำอาจจะมีทางออกอื่น"
เขาร้อนใจรีบพุ่งเข้าไปในถ้ำอย่างรวดเร็ว ทว่าบังเอิญไปสัมผัสกลไกที่จีหลิงวางไว้ ยันต์อัสนีถล่มสามแผ่นที่ซ่อนอยู่ข้างปากถ้ำระเบิดออกในพริบตา
พลังแห่งทัณฑ์สายฟ้าฉีกทึ้งหินภูเขาหน้าปากถ้ำจนแหลกละเอียด เมื่อไร้สิ่งค้ำจุน ปากถ้ำก็พังทลายลงมาในทันที
แสงแห่งพลังวิญญาณธาตุไฟสว่างวาบบนร่างของเฉาเหมิง ต้านทานพลังทัณฑ์สายฟ้าพร้อมกับพุ่งทะยานเข้าไปด้านใน ทว่าเพิ่งจะเข้าไปได้เพียงหลายสิบเมตร
ก็พบว่ามีเศษหินที่พังทลายลงมาขวางทางไว้อีก เมื่อเห็นดังนี้เฉาเหมิงก็หัวเราะหยัน
"ฮ่าๆ ลูกไม้ตื้นๆ เจ้าคิดหรือว่าหินพวกนี้จะขัดขวางข้าได้"
ทันทีที่เอ่ยจบ คมมีดเพลิงอันบ้าคลั่งก็พุ่งออกจากมือ บดขยี้ก้อนหินเหล่านั้นจนแหลกเป็นผุยผง
ตอนที่เขากำลังเตรียมจะเดินหน้าต่อ พลังแห่งทัณฑ์สายฟ้าสองสายทั้งด้านหน้าและด้านหลังก็สว่างวาบ กลิ่นอายอันบ้าคลั่งโอบล้อมเฉาเหมิงเอาไว้โดยตรง
"เหตุใดจึงมียันต์อัสนีระดับสี่อีกแล้ว มันไปเอายันต์อาคมเหล่านี้มาจากที่ใดกัน"
เฉาเหมิงรู้สึกอึดอัดใจเป็นที่สุด
พลังทั้งสองสายล้วนเป็นพลังแห่งทัณฑ์สายฟ้า ทว่ากลิ่นอายที่อยู่เบื้องหน้ากลับบ้าคลั่งกว่าด้านหลังของเขามากนัก เขาจึงทำได้เพียงล่าถอยกลับไปยังทางออกของถ้ำ
ตูม ตูม
เสียงระเบิดทึบๆ สองเสียงดังขึ้น เสียงหนึ่งดังสนั่น อีกเสียงหนึ่งแผ่วเบากว่า มุมปากของจีหลิงยกขึ้นขณะกระโดดลงไปในแม่น้ำใต้ดิน พลังอันบ้าคลั่งสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งถ้ำ
เมื่อพวกของเฉาฟางมาถึงปากถ้ำ ก็เห็นเฉาเหมิงพุ่งกระโจนออกมาจากถ้ำในสภาพมอมแมมฝุ่นเขรอะ
"พี่ใหญ่ ไอ้เด็กนั่นถูกท่านสังหารแล้วใช่หรือไม่"
เฉาฟางมองเฉาเหมิงที่มีสภาพทุลักทุเล เอ่ยด้วยความประหลาดใจ
"ไม่ ปล่อยให้มันหนีไปได้ พวกเจ้าแยกย้ายกันค้นหาดูว่าแถวนี้มีแม่น้ำใต้ดินหรือสิ่งอื่นใดคล้ายกันหรือไม่"
เฉาเหมิงหน้าดำคร่ำเครียด ในแววตาฉายรังสีอำมหิตอันน่าสะพรึงกลัว
ห่างจากปากถ้ำออกไปสิบลี้ จีหลิงพุ่งพรวดออกมาจากแม่น้ำใต้ดิน แหงนหน้ามองแสงแดดจ้า จีหลิงนำโอสถฟื้นฟูที่ค้นมาได้โยนเข้าปาก
"ดูท่าการจะหวังพึ่งยันต์อัสนีกัมปนาทเพื่อสังหารเฉาเหมิง คงจะไม่ค่อยเป็นจริงเท่าใดนัก"
พลังและความเร็วของยอดฝีมือระดับหลอมรวมนั้นเหนือกว่าผู้ฝึกตนขอบเขตก่อนกำเนิดหลายเท่า จีหลิงต่อกรกับเฉาเหมิงในระยะสั้นๆ ได้ไร้ปัญหา ทว่าหากยืดเยื้อความเสียเปรียบจะยิ่งทวีคูณ และสุดท้ายก็คงถูกสังหารไป ชาติก่อนในฐานะจักรพรรดิอัสนี เขาย่อมคุ้นเคยกับช่องว่างระหว่างระดับต่างๆ เป็นอย่างดี
ร่างวูบไหวมายังป่าทึบแห่งหนึ่ง จีหลิงขุดโพรงขนาดใหญ่บนต้นไม้ใหญ่ เตรียมจะมุดเข้าไปนั่งสมาธิฟื้นฟู ทว่ากลับรู้สึกราวกับมีใครจ้องมองอยู่เบื้องหลัง
กา กา
เสียงร้องแหบพร่าฟังสยดสยองของอีกาดังขึ้น จีหลิงเห็นอีกาตัวหนึ่งเกาะอยู่บนกิ่งไม้ กำลังไซ้ขนและจ้องมองมาที่ตน
พริบตาที่จีหลิงเห็นอีกาตัวนี้ เขาก็รู้ได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่นกธรรมดา
สะบัดมือไปยังอีกา สายฟ้าสายหนึ่งพุ่งวาบออกไป ฟาดเข้าใส่ร่างของอีกาอย่างจัง สายฟ้าอันบ้าคลั่งฉีกร่างของมันจนแหลกสลายในพริบตา
"มีสิ่งผิดปกติ ดูท่าคงจะอยู่ที่นี่ต่อไม่ได้แล้ว"
"กุยเยี่ย ท่านหาตัวฆาตกรนั่นพบแล้วหรือ"
ลูเหยียนมองดูร่างในชุดคลุมสีดำที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ในถ้ำ ปากก็เอาแต่บ่นพึมพำไม่หยุด
เดิมทีที่เขาตามออกมา ก็เพียงเพราะอยากจะออกมาเที่ยวเล่นสักหน่อย ทว่าสถานการณ์ในยามนี้กลับทำให้เขารู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก