- หน้าแรก
- ระบบเศรษฐีสั่งลุย บัญชีนี้มีเงินเติมไม่อั้น
- บทที่ 18 - จะไม่ให้โอกาสเธออีกแล้ว
บทที่ 18 - จะไม่ให้โอกาสเธออีกแล้ว
บทที่ 18 - จะไม่ให้โอกาสเธออีกแล้ว
บทที่ 18 - จะไม่ให้โอกาสเธออีกแล้ว
เมื่อคืนโจวอวี้ส่งรูปเซ็กซี่ไปให้เจียงเป่ยเฉิงเพื่อเอาใจแต่เขาไม่สนใจ พอตกเช้าก็เลยงัดเอาไพ่ความสงสารมาใช้โดยการไปเยี่ยมย่าของเขาแทน
ลูกไม้ของโจวอวี้มีเยอะแยะไปหมด
แต่ครั้งนี้เธอคำนวณพลาดไปหน่อย นอกเหนือจากเรื่องที่เจียงเป่ยเฉิงหมดความรู้สึกกับเธอไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว การที่โจวอวี้คิดจะไปประจบเอาใจหวังอิงผู้เป็นย่าของเจียงเป่ยเฉิงก็เหมือนกับการเอาไข่ไปกระทบหิน
หวังอิงเป็นหญิงวัยชราหัวโบราณที่ยึดมั่นในความถูกต้อง สิ่งที่เธอเกลียดที่สุดก็คือผู้หญิงจอมมารยาที่ชอบใช้เล่ห์เหลี่ยม
ย้อนกลับไปตอนที่หลี่อวิ๋นกับเจียงเทาหย่าขาดจากกัน เจียงเทาคิดจะยกย่องเลขาสาวขึ้นมาเป็นภรรยาออกหน้าออกตา ถึงขั้นพามาเปิดตัวกับหวังอิงที่บ้าน
หวังอิงไม่เคยปั้นหน้ายิ้มหรือทำดีกับเลขาสาวคนนั้นเลยแม้แต่น้อย
ก็เพราะความสัมพันธ์ระหว่างแม่ผัวลูกสะใภ้ที่เข้ากันไม่ได้นี่แหละ เลขาสาวเลยไปเป่าหูเจียงเทา ทำให้โครงการสร้างฟาร์มของตระกูลเจียงบนพื้นที่หลายสิบหมู่ต้องล้มพับไป
คนรุ่นเจียงเทามักจะมีความผูกพันกับบ้านเกิดเมืองนอนอย่างลึกซึ้ง พอออกไปสร้างเนื้อสร้างตัวจนร่ำรวย ก็มักจะเลือกกลับมาสร้างคฤหาสน์หรือไร่นาหรูหราที่บ้านเกิด
ตอนนั้นอุตส่าห์ไปเซ็นสัญญาขอซื้อที่ดินจากทางคณะกรรมการหมู่บ้านมาเรียบร้อยแล้ว เตรียมจะจ้างบริษัทสถาปนิกมาออกแบบ แต่สุดท้ายก็ต้องมาล่มไม่เป็นท่าเพราะคำยุแยงของเลขาสาว
จนถึงตอนนี้ที่ดินผืนนั้นในบ้านเกิดก็ยังถูกทิ้งร้าง มีเพียงบ้านตึกสามชั้นหลังเล็กๆ ที่หวังอิงอาศัยอยู่เท่านั้น
จากตัวเมืองขับรถไปบ้านเกิดระยะทางประมาณยี่สิบกว่ากิโลเมตร ถือว่าไม่ไกลมาก เจียงเป่ยเฉิงตั้งใจไว้ว่าถ้าระบบเลเวลอัปเมื่อไหร่ เขาจะเอาเงินมาเนรมิตฟาร์มในบ้านเกิดให้เป็นรูปเป็นร่างเสียที
แล้วค่อยไปซื้อบ้านในตัวเมืองอีกสักหลัง เบื่อแสงสีในเมืองเมื่อไหร่ก็กลับมาสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ฟาร์ม ใช้ชีวิตเรียบง่ายสไตล์ชาวไร่เป็นเพื่อนคุณย่าสักสองสามวัน
เมื่อคุณย่าโทรมาเร่งให้เขารีบกลับไปจัดการเรื่องโจวอวี้ เจียงเป่ยเฉิงก็ไม่รอช้า
ถึงเวลาที่เขาต้องแสดงจุดยืนที่ชัดเจนกับโจวอวี้เสียที
พอขี่มอเตอร์ไซค์มาถึงบ้านเกิด เขาก็เห็นหวังอิงกำลังเอนหลังหลับตาพริ้มอยู่บนเก้าอี้โยก มือก็พัดวีเกลี่ยลมเย็นๆ ให้ตัวเอง
ส่วนโจวอวี้ก็นั่งอยู่ข้างๆ กำลังลูบคลำแมวลายสลิดตัวโปรดของคุณย่าอย่างเอาใจ
ทันทีที่เห็นเจียงเป่ยเฉิง โจวอวี้ก็ดีดตัวลุกขึ้นยืน ส่งยิ้มหวานหยดย้อยเดินเข้าไปต้อนรับ
วันนี้เธอจัดเต็มด้วยชุดกระโปรงสั้นเปิดไหล่สีม่วง แมตช์กับรองเท้าส้นสูงสีม่วงเข้าชุดกัน ส่วนท่อนล่างก็สวมถุงน่องสายเดี่ยวสีดำสุดเซ็กซี่
การแต่งตัวของเธอมันฟ้องให้เห็นถึงเจตนาแอบแฝงอย่างชัดเจน
สีม่วงคือสีโปรดของเจียงเป่ยเฉิง ส่วนถุงน่องสายเดี่ยวก็เป็นชุดกระชากใจที่เจียงเป่ยเฉิงโปรดปรานมากที่สุด
เธอต้องการจะสื่อให้เจียงเป่ยเฉิงรู้ว่า เธอเต็มใจอย่างยิ่งที่จะกลับมาสู่อ้อมอกของเขา และยอมให้เขาปู้ยี่ปู้ยำตามใจชอบเหมือนเมื่อก่อน
"คุณย่าครับ" เจียงเป่ยเฉิงเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงคุ้นเคย
หวังอิงลุกขึ้นจากเก้าอี้ "พวกแกลงเคลียร์กันเอาเองเถอะ"
พูดจบก็หมุนตัวเดินเข้าบ้านไป
ก็ชุดที่โจวอวี้ใส่อยู่เนี่ย ในสายตาของหญิงชราหัวโบราณอย่างหวังอิง มันจะไปสร้างความประทับใจอะไรได้ล่ะ
มิน่าล่ะเมื่อกี้หวังอิงถึงได้เอาแต่หลับตา คงเป็นเพราะทนดูสภาพการแต่งตัวอันอุจาดตาของโจวอวี้ไม่ได้นั่นเอง
"ฉันนึกว่าคุณจะไม่ยอมมาเจอหน้าฉันซะแล้ว" โจวอวี้พูดเสียงออดอ้อน "ฉันรู้ตัวว่าทำผิดไปแล้วค่ะประธานเจียงน้อย"
เจียงเป่ยเฉิงเดินไปเอนตัวลงนอนบนเก้าอี้โยกแทน โจวอวี้รีบย่อตัวลงนั่งยองๆ ข้างๆ คอยบีบนวดขาให้เขาอย่างเอาใจ
เธอแกล้งขยับตัวไปมาเบาๆ เพื่อให้หน้าอกหน้าใจกระเพื่อมไหวเรียกร้องความสนใจจากเจียงเป่ยเฉิง
"ข้อเสียที่แก้ไม่หายของเธอ ก็คือการหลงตัวเองและคิดว่าตัวเองสำคัญที่สุดนี่แหละ" เจียงเป่ยเฉิงพูดเสียงเรียบ
"ประธานเจียงน้อยสั่งสอนถูกแล้วค่ะ ฉันสัญญาว่าต่อไปนี้จะปรับปรุงตัว จะเลิกนิสัยแย่ๆ ที่ประธานเจียงน้อยไม่ชอบให้หมดเลย ประธานเจียงน้อยให้โอกาสฉันอีกสักครั้งเถอะนะคะ" โจวอวี้อ้อนวอน
เจียงเป่ยเฉิงส่ายหน้าช้าๆ "ตอนนี้ฉันกำลังศึกษาดูใจกับหลี่ซิงอิ้งเพื่อนรักของเธออยู่ เธอรับได้เหรอ"
"ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่คะ" โจวอวี้รีบตอบ "ถ้าฉันกับยัยนั่นเข้ากันไม่ได้ เดี๋ยวฉันย้ายออกไปอยู่คนเดียวก็ได้"
"ประธานเจียงน้อยจะควงยัยนั่นฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ ขอแค่แบ่งเวลามาหาฉันบ้างก็พอ"
นี่มันประกาศตัวขอเป็นเมียน้อยชัดๆ
โจวอวี้ก็ยังคงเป็นโจวอวี้คนเดิม ผู้หญิงที่ไม่อยากจะทนลำบากดิ้นรนในชีวิตเลยแม้แต่น้อย
เรื่องศีลธรรมจรรยา บรรทัดฐานสังคมอะไรพวกนั้น ช่างหัวมันประไร ขอแค่มีผู้ชายกระเป๋าหนักคอยเปย์ให้ตรงเวลาก็พอ เธอพร้อมจะเป็นผู้หญิงที่ไร้ยางอายที่สุดในโลกได้เสมอ
เจียงเป่ยเฉิงไม่คิดจะมอบความหวังลมๆ แล้งๆ ให้โจวอวี้อีกต่อไป "โจวอวี้ วันที่เราเลิกกัน เราจบกันด้วยดีนะ"
"วันนี้ฉันก็จะช่วยรักษาหน้าเธอไว้อีกสักครั้ง เลิกระรานและมาสร้างความรำคาญให้คุณย่าของฉันได้แล้ว"
พอได้ยินคำพูดตัดรอนแบบนั้น โจวอวี้ก็เบะปาก น้ำตาพรั่งพรูออกมาทันที
เธอโผเข้ากอดขาเจียงเป่ยเฉิงแน่น "ประธานเจียงน้อย ฉันก็แค่พลั้งเผลอทำผิดพลาดเหมือนที่ผู้หญิงทั่วไปเขาเป็นกัน คุณจะด่าจะตีฉันยังไงก็ได้ แต่ขอร้องล่ะ อย่าไล่ฉันไปเลยนะคะ"
เจียงเป่ยเฉิงแค่นหัวเราะ "ตอนที่เธอไปนั่งกินข้าวกับเจิงไห่เฟิงที่ร้านหลี่จี้ เธอไม่ได้คิดแบบนี้หรอกมั้ง"
"ฉันรู้ตัวว่าผิดไปแล้วค่ะประธานเจียงน้อย..."
เจียงเป่ยเฉิงเกลียดฉากฟูมฟายบีบน้ำตาแบบนี้ที่สุด อุตส่าห์ช่วยรักษาหน้าให้แล้วแต่กลับไม่ยอมรับ ดันมาทำตัวน่ารำคาญแบบนี้อีก
เจียงเป่ยเฉิงพูดโพล่งออกไปตรงๆ "สำหรับฉันแล้ว ตอนนี้เธอไม่มีคุณค่าทางอารมณ์อะไรหลงเหลืออยู่อีกเลย ร่างกายแบบของเธอจะไปหาจากผู้หญิงคนไหนก็ได้ ฉันพูดชัดเจนขนาดนี้ เธอเข้าใจหรือยัง"
โจวอวี้ถึงกับจุก เธอนึกย้อนไปถึงคำพูดดูถูกเหยียดหยามที่เธอเคยพูดใส่เจียงเป่ยเฉิงในวันนั้น มันคงจะสร้างบาดแผลในใจให้เขาไม่น้อยเลยทีเดียว
สิ่งที่ผู้ชายเกลียดที่สุดก็คือการถูกผู้หญิงมองว่าตัวเองเป็นคนไร้ค่า
ผู้ชายที่มีทิฐิสูงๆ ย่อมรู้สึกว่ามันเป็นการหยามเกียรติอย่างรุนแรง
โจวอวี้ที่ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาจนเครื่องสำอางเลอะเทอะ จ้องมองเจียงเป่ยเฉิง นึกทบทวนคำพูดอันแสนเย็นชาของเขา
ในที่สุดเธอก็ตระหนักได้ว่า เธอได้สูญเสียเศรษฐีกระเป๋าหนักคนนี้ไปอย่างถาวรแล้ว
เธอยันตัวลุกขึ้น ปาดน้ำตาที่ขอบตา สูดจ้ำมูกฟุดฟิด แล้วเดินกระแทกส้นสูงจากไปอย่างรวดเร็ว
"เอาของที่เธอหอบมากลับไปด้วยสิ" เจียงเป่ยเฉิงตะโกนไล่หลัง
"จะให้เอาหลับไปทำไม ของที่เอามาให้ผู้หลักผู้ใหญ่ถึงบ้านแล้ว ไม่มีธรรมเนียมให้ขนกลับหรอกนะ"
หวังอิงคุณย่าของเขาเดินออกมาจากในบ้านและพูดขึ้น
เจียงเป่ยเฉิงหันไปหัวเราะ "คุณย่า แอบฟังพวกเราคุยกันอยู่ใช่มั้ยเนี่ย"
หวังอิงเดินเข้าไปตีแขนเจียงเป่ยเฉิงเบาๆ "หลบไปเลย"
เจียงเป่ยเฉิงยอมลุกให้คุณย่านั่งแต่โดยดี
"แกผลาญเงินไปกับนังเด็กนั่นตั้งเท่าไหร่ มันซื้อของมาเยี่ยมฉันแค่นี้ ถือว่าสมควรแล้ว"
"ใช่เลยครับย่า ได้ทุนคืนมานิดหน่อยก็ยังดี" เจียงเป่ยเฉิงหัวเราะร่วน
"วันนี้แกจัดการปัญหาได้เด็ดขาดและเฉียบขาดมาก ทำได้ดีกว่าพ่อแกตั้งเยอะ" หวังอิงเอ่ยชม "เวลาจะเลือกผู้หญิงมาเป็นคู่ชีวิต ต้องหาคนที่มีจิตใจดีงามเหมือนแม่แกนู่น มีดีแค่หน้าอกหน้าใจใหญ่โตมันจะไปมีประโยชน์อะไร"
"แกจะเอาแต่นอนกกกอดมันไปตลอดชีวิตเลยหรือไง"
เจียงเป่ยเฉิงขำก๊ากกับคำพูดของคุณย่า แกก็เป็นคนตรงไปตรงมาแบบนี้แหละ มีอะไรก็พูดออกมาตรงๆ ไม่เคยอ้อมค้อม
ถึงจะฟังดูหยาบกระด้างไปบ้าง แต่มันก็คือเรื่องจริง
"คุณย่าครับ ผู้หญิงดีๆ เพียบพร้อมแบบแม่น่ะ ไม่ได้หากันได้ง่ายๆ หรอกนะครับ" เจียงเป่ยเฉิงตอบ
"ช่างเถอะๆ" หวังอิงโบกมือปัด "เรื่องความรักของพวกคนหนุ่มสาว ฉันขี้เกียจจะเข้าไปก้าวก่าย แต่แกจำใส่หัวไว้เลยนะ ห้ามพาพวกผู้หญิงเต้นกินรำกินพวกนั้นมาเหยียบที่นี่เด็ดขาด ฉันรำคาญ"
"รับทราบครับผม คุณนายหวังที่รัก" เจียงเป่ยเฉิงพูดติดตลก
"ปีนเกลียวใหญ่แล้วนะ" หวังอิงค้อนขวับให้เจียงเป่ยเฉิง แต่ใบหน้ากลับเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะถามด้วยความเป็นห่วง "แล้วเรื่องงานเป็นยังไงบ้าง หาได้หรือยัง"
"คุณย่าครับ พ่อทิ้งเงินไว้ให้ผมก้อนหนึ่ง ผมกะว่าจะเอาไปลงทุนทำธุรกิจของตัวเองครับ"
"พ่อแกก็ยังมีสามัญสำนึกอยู่บ้างนะ" พอพูดถึงเจียงเทา น้ำเสียงของหวังอิงก็สั่นเครือ ขอบตาเริ่มแดงก่ำ
เจียงเป่ยเฉิงเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้ แต่เธอก็ปัดมือเขาออก "ฉันอายุปูนนี้แล้ว ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก็เยอะแยะ"
"แกไม่ต้องมาเป็นห่วงฉันหรอก พ่อแม่แกก็ไม่อยู่แล้ว ฉันต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อรอดูแกแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาให้ได้"
"ขืนแกแต่งงานแล้วไม่มีญาติผู้ใหญ่ฝั่งเราไปร่วมงานเลยสักคน ฉันคงตายไปมองหน้าปู่แกไม่ติดแน่"
รอยยิ้มแห่งความสุขปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเจียงเป่ยเฉิง
[รอยยิ้ม +1]
[จำนวนรอยยิ้ม: 4/10]
หญิงชราปากร้ายคนนี้ จู่ๆ ก็มาทำซึ้งใส่ เล่นเอาเขาเกือบจะร้องไห้ตามเลยทีเดียว
หญิงชราพยายามปรับอารมณ์ให้เป็นปกติ แล้วพูดให้กำลังใจเจียงเป่ยเฉิง "เป็นวัยรุ่นก็ต้องกล้าคิดกล้าทำ ถ้าเจ๊งขึ้นมาก็ไม่ต้องกลัว ย่ายังมีแรงเลี้ยงแกไหว"
เจียงเป่ยเฉิงพูดติดตลก "คุณย่าครับ เงินบำนาญเดือนละไม่กี่ตังค์ของย่า ไม่พอยาไส้ผมหรอกครับ"
"เงินที่พ่อแม่แกส่งมาให้ทุกปี ฉันเก็บหอมรอมริบไว้หมดเลยนะ ตอนนี้มีตั้งหลายร้อย..."
พูดไปได้ครึ่งประโยคก็หยุดชะงัก
"มีเท่าไหร่ครับย่า" เจียงเป่ยเฉิงเซ้าซี้ถาม
"รอให้แกแต่งงานเมื่อไหร่เดี๋ยวก็รู้เองแหละ" หวังอิงทำเป็นเล่นตัว ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เธอผุดลุกขึ้นยืนแล้วบอกว่า "ฉันไปทำกับข้าวละ วันนี้แกอยู่กินข้าวกลางวันที่นี่แหละ เมื่อวันก่อนสวี่หรูเพิ่งจะเอาเหล้าหวงจิ่วมาให้ แกต้องอยู่ดื่มเป็นเพื่อนฉันด้วยนะ"
[จบแล้ว]