- หน้าแรก
- ยอดนักล่าแห่งดาวเคราะห์หมื่นอสูร
- บทที่ 808 - จอมทำลายล้าง (ตอนต้น)
บทที่ 808 - จอมทำลายล้าง (ตอนต้น)
บทที่ 808 - จอมทำลายล้าง (ตอนต้น)
บทที่ 808 - จอมทำลายล้าง (ตอนต้น)
ตอนที่เป้าอู่พ่ายแพ้ พวกลูกน้องของเขารู้สึกอัดอั้นตันใจ อัปยศอดสู และยากที่จะยอมรับ ทว่าพอได้เห็นหมัดเทวะ หนิวไป่เซิ่งพ่ายแพ้ พวกลูกน้องของเป้าอู่กลับรู้สึกตื่นเต้นอย่างน่าประหลาด พวกเขาจัดตัวเองให้อยู่ฝั่งเดียวกับหลี่จวีซวีในทันที ส่วนหมัดเทวะ หนิวไป่เซิ่งก็กลายเป็นศัตรูไป การเปลี่ยนสถานะเช่นนี้ช่างเป็นธรรมชาติและรวดเร็วเสียจนแม้แต่ตัวพวกเขาเองก็ยังไม่ทันรู้ตัวเลย ว่าตัวเองกลายเป็นคนของหลี่จวีซวีไปตั้งแต่เมื่อไหร่
มุมปากของเป้าอู่กระตุกยิ้มขมขื่น วินาทีที่หมัดเทวะ หนิวไป่เซิ่งยอมแพ้ คุกหลวงก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว และจะไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก
"ราชันเด็กอยู่ที่ไหน?" หลี่จวีซวีไม่อาจเข้าใจความรู้สึกของลูกน้องของหนิวไป่เซิ่งได้ พลังระเบิดของหนิวไป่เซิ่งนั้นแข็งแกร่งมาก เขามีความเข้าใจลึกซึ้งเกี่ยวกับการใช้พละกำลัง สามารถรวมพลังทั้งหมดมาไว้ที่จุดเดียวแล้วระเบิดมันออกมา หลักการนี้หลายคนอาจจะเข้าใจ แต่คนที่จะทำแบบนั้นได้จริงๆ กลับมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย
เขายอมรับว่าหนิวไป่เซิ่งทำได้ดีมาก ในระดับพลังฝึกปรือที่เท่าเทียมกัน แทบจะไม่มีใครเป็นคู่มือของหนิวไป่เซิ่งได้เลย แต่บังเอิญว่า ตัวเขาได้ก้าวข้ามระดับนั้นไปแล้ว หนิวไป่เซิ่งถูกกำหนดมาให้เป็นบันไดของเขา เว้นเสียแต่ว่าหนิวไป่เซิ่งจะได้รับ "เคล็ดวิชาลมปราณ" ที่ทรงพลังเหมือนกับเขา พละกำลังทางร่างกายของหนิวไป่เซิ่งใกล้จะถึงขีดจำกัดแล้ว หากเขาต้องการยกระดับความสามารถขึ้นไปอีก ก็มีเพียงการฝึกฝนลมปราณเท่านั้น ส่วนการใช้ยาล่ะก็ เว้นเสียแต่ว่าจะมีการพัฒนายาที่มีประสิทธิภาพสูงกว่านี้ เส้นทางของเขาค่อนข้างแคบ ในทางกลับกัน เส้นทางในอนาคตของเป้าอู่นั้นกลับทอดยาวกว่ามาก
แม้ว่าหนิวไป่เซิ่งจะไม่ได้พนันเหมือนกับเป้าอู่ แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในขั้วอำนาจของหลี่จวีซวี หากเขาไม่เข้าร่วม จุดจบของเขาก็มีเพียงการตกเป็นเป้าหมายให้คนอื่นรังแก เขาเอาชนะหลี่จวีซวีไม่ได้ และเป้าอู่ก็คงไม่ยอมปล่อยเขาไปเช่นกัน
ระหว่างการเป็นศัตรูกับการเป็นพวกเดียวกัน ย่อมเป็นตัวเลือกที่ตัดสินใจได้ง่ายกว่า
ราชันเด็ก จ้านถงไม่ได้อยู่ที่ห้องวาดภาพ แต่กำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่ในห้องพัก เขาอยู่ห้องพักคนเดียว ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าห้องขังหมายเลขศูนย์ศูนย์เก้าถึงหนึ่งเท่าตัว ในห้องพักมีเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น โทรทัศน์ และขนมกองเป็นภูเขาเลากา บิสกิต ขนมรสหม่าล่า ไข่พะโล้ ปลาตัวเล็กอบแห้ง ถั่ว ลูกอม เยลลี่... แถมยังมีคนรับใช้คอยทำความสะอาดและทำหน้าที่ขนขนมมาให้โดยเฉพาะอีกด้วย คนที่ไม่รู้ คงคิดว่านี่คือคุณชายน้อยที่มาพักผ่อนหย่อนใจเสียมากกว่า ไม่ว่าจะมองยังไงก็ไม่เหมือนคนติดคุกเลยสักนิด
ตอนที่หลี่จวีซวีไปพบราชันเด็ก เขากำลังนอนอยู่บนโซฟาหนังวัวแท้สุดหรูหราขนาดใหญ่ พลางเคี้ยวมันฝรั่งทอดกรอบดังกร้วมๆ และดูการ์ตูนไปด้วย การ์ตูนที่ว่าคือเรื่อง "สารวัตรแมวดำ" สุดคลาสสิก กำลังฉายถึงฉากที่สารวัตรแมวดำยิงหูหนูขาดไปข้างหนึ่ง เจ้าหนูกลายเป็นหนูหูเดียวที่กำลังหนีตายไปขอความช่วยเหลือจากลุงของมัน
บนโต๊ะน้ำชาแบบล้อเลื่อนมีแฮมเบอร์เกอร์ชุดใหญ่สามชุดและพิซซ่าถาดใหญ่อีกสี่ถาด บนชั้นวางทางขวามือมีชานมแก้วยักษ์ขนาดห้าลิตร ในชานมใส่ไข่มุก บัวลอยเผือก และของอื่นๆ ที่ไม่รู้จักอีกเพียบ ดูน่ากินมาก ส่วนชั้นวางทางซ้ายมือคือช็อกโกแลตที่แกะห่อเรียบร้อยแล้ว หยิบกินได้เลย
ถ้าไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเอง คงยากที่จะจินตนาการได้ว่า คนผู้นี้คือราชันเด็ก จ้านถง บุคคลที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดและมีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในคุกหลวง ชายผู้นี้เปรียบเสมือนการผสมผสานระหว่างเจ้าหัวโตและจินกัง รูปร่างอ้วนท้วนอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ท่อนแขนของเขาใหญ่เท่ากับเอวของผู้ใหญ่จริงๆ ไขมันเป็นชั้นๆ ซ้อนทับกัน ต้นขาก็เหมือนห่วงยางที่ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ ศีรษะกลมดิ๊ก ทั้งตัวของเขาจมลึกลงไปในโซฟา
โซฟาตัวนั้นใหญ่มาก ราชันเด็ก จ้านถงนั่งอยู่ตรงกลาง ก็เบียดจนเต็มโซฟาพอดี แม้จะมีที่ว่างเหลือทางซ้ายและขวาเล็กน้อย แต่ก็ไม่มีใครสามารถนั่งได้ น้ำหนักของเขาต้องเกินสามร้อยกิโลกรัมอย่างแน่นอน
"โซฟาคุณภาพดีจริงๆ แฮะ!" นี่คือความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของหลี่จวีซวีตอนที่เห็นราชันเด็ก จ้านถง
ผิวของราชันเด็ก จ้านถงขาวมาก ขาวจั๊วะน่าเจี๊ยะ บนศีรษะมีผมสีดำดกดำ หากมองจากบางมุม ก็เหมือนหนอนแมลงวันตัวอ้วนๆ ตัวหนึ่ง
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า ราชันเด็ก จ้านถงก็หันขวับกลับมา เสียงเคี้ยวอาหารในปากหยุดชะงัก ดวงตาที่ดูไม่เหมือนมนุษย์จ้องเขม็งไปที่หลี่จวีซวี เมื่อความเย็นชาในดวงตาแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยว ความรู้สึกอันตรายก็ก่อตัวขึ้นในใจของหลี่จวีซวี เขาออกหมัดด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ วินาทีที่พละกำลังพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด ก็เข้าปะทะกับกำปั้นขนาดมหึมาพอดี
เป็นกำปั้นที่ทั้งขาวและนุ่มนิ่มของราชันเด็ก จ้านถง มันใหญ่กว่ากำปั้นของหลี่จวีซวีถึงหนึ่งเท่าตัวเลยทีเดียว ทั้งทีกำปั้นของหลี่จวีซวีก็ถือว่าใหญ่มากแล้ว หากราชันเด็ก จ้านถงแบมือออก ก็คงจะสามารถนำมาใช้แทนพัดใบปาล์มได้เลยล่ะ
ทั้งๆ ที่ร่างกายจมอยู่ในโซฟาแท้ๆ แต่วินาทีต่อมากลับลุกขึ้นยืนและพุ่งมาอยู่ตรงหน้าได้ ถ้าคนอื่นมีความเร็วขนาดนี้ แม้จะน่าตกใจ แต่ก็พอจะรับได้ ทว่าสำหรับชายอ้วนที่มีน้ำหนักกว่าสามร้อยกิโลกรัม การที่มีความเร็วขนาดนี้ มันช่างเป็นเรื่องที่น่าตื่นตะลึงจริงๆ
วูบ—
หลี่จวีซวีรู้สึกราวกับว่าตัวเองถูกรถบรรทุกที่กำลังวิ่งมาด้วยความเร็วสูงชนเข้าอย่างจัง ร่างกายถอยหลังไปครึ่งก้าวอย่างไม่อาจควบคุมได้ ราชันเด็ก จ้านถงเองก็ถอยหลังไปครึ่งก้าวเช่นกัน พลังลมปราณที่แผ่ซ่านออกมากวาดผ่านทั่วทั้งห้อง โซฟาแหลกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในชั่วพริบตา ขนม แฮมเบอร์เกอร์ พิซซ่า... ปลิวว่อนเต็มห้อง
จู่ๆ ข้าวของทั้งหมดก็รวมตัวกันกลายเป็นมังกรคลั่ง พุ่งเข้าเกาะติดกับกำปั้นอันอวบอ้วนขาวผ่อง แล้วกระแทกเข้าใส่ หมัดเทวะ หนิวไป่เซิ่ง และเป้าอู่ที่ยืนอยู่หน้าประตูสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ทั้งสองถอยหลังไปพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ทว่ากลับไม่กล้าหลับตา ยังคงจ้องเขม็งไปที่หลี่จวีซวี
ภายในร่างกายของหลี่จวีซวีพลันมีเสียงคำรามดุจสายน้ำเชี่ยวกราก ร่างกายของเขาสูงใหญ่ขึ้นในพริบตา แผ่นหลังค้อมลงเล็กน้อย ทันใดนั้น ร่างทั้งร่างของเขาก็เปรียบเสมือนพยัคฆ์ร้ายที่ตื่นจากการหลับใหล กลิ่นอายอันยากจะพรรณนาระเบิดออกมาดั่งภูเขาไฟระเบิด พลังลมปราณพุ่งทะยานขึ้นไปกระแทกเพดาน ก่อนจะคำรามก้องแผ่ซ่านไปทั่วทุกทิศทาง
หมัดเทวะ หนิวไป่เซิ่งและเป้าอู่ไม่ได้เห็นหลี่จวีซวีออกหมัดเลย มันเร็วเกินไป หูของพวกเขาได้ยินเพียงเสียงอื้ออึง หลังจากนั้นก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกเลย หูหนวกไปชั่วขณะ
ทั้งสองคนถอยหลังไปอีกครั้ง เมื่อมองผ่านประตูเข้าไป ก็เห็นสภาพห้องของราชันเด็ก จ้านถงที่พังยับเยินอย่างชัดเจน ราวกับโดนพายุทอร์นาโดถล่ม ทุกสิ่งทุกอย่างแหลกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ชั้นวางที่เชื่อมด้วยเหล็กผสมบิดเบี้ยวจนแทบจำไม่ได้
ร่างอันใหญ่โตของราชันเด็ก จ้านถงแนบชิดติดกับผนังกระจกนิรภัย บนใบหน้าของเขาไม่มีความหวาดกลัว ไม่มีความเจ็บปวด มีเพียงความโกรธเกรี้ยว ดวงตาแดงก่ำ เมื่อสบตากกับเขา หมัดเทวะ หนิวไป่เซิ่งและเป้าอู่ก็พลันรู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง ราวกับถูกสัตว์ร้ายจ้องมองอยู่
"ฉันจะฆ่าแก!" ราชันเด็ก จ้านถงเปล่งเสียงอ้อแอ้ ฟังไม่รู้เรื่อง เหมือนเด็กอายุสองหรือสามขวบพูด
หลี่จวีซวียังไม่ทันหายจากอาการชาที่ท่อนแขน กำปั้นของราชันเด็ก จ้านถงก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ในสายตา เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ พลังภายในอันแข็งแกร่งจากจุดตันเถียนไหลเวียนไปทั่วท่อนแขน ก่อนจะปล่อยหมัดออกไปราวกับสายฟ้าแลบ มิติว่างเปล่าบิดเบี้ยว
ปัง—
เสียงปะทะดังสนั่นดุจเสียงฟ้าร้อง ทั่วทั้งห้องส่งเสียงอื้ออึง
โดยไม่มีเวลาให้ได้พักหายใจ ราชันเด็ก จ้านถงและหลี่จวีซวีก็ออกหมัดพร้อมกัน ในชั่วพริบตา ทั้งสองก็แลกหมัดกันถึงสิบสองหมัด หลี่จวีซวีถอยร่นไปจนถึงประตู ส่วนแผ่นหลังของราชันเด็ก จ้านถงกระแทกเข้ากับกระจกนิรภัย ทั่วทั้งห้องสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ใบหน้าของราชันเด็ก จ้านถงบิดเบี้ยว ดวงตาแดงก่ำราวกับโคมไฟสีแดงเล็กๆ สองดวง เขาปล่อยหมัดทะลวงอากาศออกไป หลี่จวีซวีหน้าถอดสี ไม่รอช้า รีบปล่อยหมัดตอบโต้กลับไปเช่นกัน
มีเปลวไฟปะทุขึ้นมาตามผิวกายของเขา กำปั้นถูกห่อหุ้มด้วยแสงเรืองรองบางๆ พลังทั้งสองสายปะทะกันตรงหน้าประตู
ตูม—
คุกหลวงสั่นสะเทือนไปครึ่งหนึ่ง บนกระจกนิรภัยปรากฏรอยแตกร้าวเป็นใยแมงมุมหนาแน่น มันร้าวแล้ว! เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์นี้ เหล่านักโทษที่ตามมาดูเรื่องสนุกต่างก็เบิกตาโพลงจนแทบจะถลนออกมาจากเบ้า
สองคนนี้ยังเป็นคนอยู่หรือเปล่าเนี่ย? ถึงกับทำให้กระจกนิรภัยแตกร้าวได้ ต้องรู้ก่อนนะ ว่าต่อให้ใช้ปืนกลเหลยถิงแปดสิบแปดยิงกราดใส่ ก็ไม่อาจทำลายกระจกนิรภัยได้ เป้าอู่และหมัดเทวะ หนิวไป่เซิ่งสบตากัน ต่างก็มองเห็นความหวาดผวาในดวงตาของอีกฝ่าย โชคดีที่ไม่ได้สู้กับหลี่จวีซวีแบบเอาเป็นเอาตาย
(จบแล้ว)