เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 807 - เป้าอู่ยอมแพ้

บทที่ 807 - เป้าอู่ยอมแพ้

บทที่ 807 - เป้าอู่ยอมแพ้


บทที่ 807 - เป้าอู่ยอมแพ้

สนามบาสเกตบอลในร่ม ไม่มีอัฒจันทร์ ด้านข้างเป็นเพียงลานโล่ง นักโทษที่อยากดูการแข่งขันบาสเกตบอล ถ้าไม่ยืนดูก็ต้องนั่งกับพื้น นักโทษร้อยละเก้าสิบเก้าไม่ชอบเล่นบาสเกตบอล แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น ในคุกหลวงไม่มีกิจกรรมสันทนาการอย่างอื่นเลยจริงๆ จะปล่อยให้เบื่อตายก็กะไรอยู่ บาสเกตบอลก็ถือว่ายังพอรับได้

แวดวงชีวิตแต่เดิมของเป้าอู่ อย่าว่าแต่เล่นบาสเกตบอลเลย กีฬาอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับของทรงกลมเขาไม่เคยเล่นมาก่อนเลยสักอย่าง แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคที่จะทำให้เขาสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วและกลายเป็นยอดฝีมือบาสเกตบอล

ด้วยฝีมือที่เก่งกาจและสมรรถภาพทางร่างกายที่ดีเยี่ยม การเรียนรู้กีฬาประเภทต่างๆ จึงแทบจะไม่มีความยากลำบากเลย ลูกบาสเกตบอลราวกับเด็กที่เชื่อฟังคำสั่ง เมื่ออยู่ในมือของเขา ไม่มีท่าไหนที่เขาทำไม่ได้ การหลอกล่อคู่ต่อสู้จนล้มลุกคลุกคลานถือเป็นเรื่องปกติ อัตราความแม่นยำในการชู้ตสามแต้มสูงปรี๊ดถึงร้อยละเก้าสิบห้า เขาแทบจะไม่ชู้ตทำคะแนนแบบปกติ แต่เกือบทั้งหมดจะเป็นการดังก์ แม้จะเป็นการดังก์อย่างรุนแรง แต่ก็มักจะลงห่วงแบบไร้ที่ติ นี่คือบทเรียนที่แลกมาด้วยการต้องเปลี่ยนแป้นบาสเกตบอลไปไม่รู้ตั้งกี่อัน

ด้วยพละกำลังที่มากเกินไป หากดังก์อย่างรุนแรง แป้นบาสเกตบอลก็มักจะพังได้ง่ายๆ ทางคุกหลวงเปลี่ยนให้หนึ่งหรือสองครั้งก็ไม่เป็นไรหรอก แต่วันหนึ่งต้องเปลี่ยนเป็นสิบๆ อัน ทางคุกก็เริ่มมีปัญหากวนใจเหมือนกัน แม้ว่าของพวกนี้จะราคาไม่แพง แต่ถ้าต้องจัดซื้อในปริมาณมากๆ ผู้บริหารก็คงไม่สบอารมณ์แน่ สำหรับผู้บริหารแล้ว เงินที่เข้ามา ต่อให้มากแค่ไหนก็ยังรู้สึกว่าน้อยไป แต่เงินที่จ่ายออกไป ต่อให้น้อยแค่ไหนก็ยังรู้สึกว่ามากเกินไปอยู่ดี

เป้าอู่ไม่มีทางเลือก จึงสั่งการลงไปว่า หากจะดังก์ ลูกต้องลงห่วงแบบไม่โดนแป้น มือห้ามแตะแป้นบาสเกตบอลเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะถือว่าไม่ได้คะแนน หากมีใครตักเตือนแล้วไม่ฟัง ก็จะต้องถูกลงโทษ ภายใต้คำสั่งอันเด็ดขาดของเขา เหล่านักโทษก็เริ่มสร้างนิสัยที่ดีขึ้นมาได้

รับลูกกลางอากาศ หมุนตัวกลางอากาศ เปลี่ยนลูกจากมือซ้ายเป็นมือขวา กระโดดข้ามหัวคนอื่นมาถึงหน้าแป้นบาสเกตบอล ลอยตัวข้ามอากาศเกือบสี่เมตร ดังก์ด้วยสองมือ ลูกลงห่วงแบบไร้ที่ติ

เสียงโห่ร้องยินดีดังเกรียวกราวจากรอบข้าง เมื่อเป้าอู่ลงสู่พื้น เขารู้สึกถึงความสะใจอย่างเต็มเปี่ยม แม้จะเทียบไม่ได้กับความสำเร็จจากการต่อสู้ แต่ก็ถือว่าน่าพึงพอใจมากแล้ว ก็แหม นี่มันติดคุกอยู่นี่นา

เป้าอู่กำลังดื่มด่ำกับความพึงพอใจจากการออกกำลังกาย เขาตั้งใจว่าจะเล่นอีกสักควอเตอร์แล้วค่อยเปลี่ยนให้คนอื่นลงเล่นบ้าง หลี่จวีซวีก็ปรากฏตัวขึ้น

"เป้าอู่ ต่อไปนี้สนามบาสเกตบอลเป็นของฉัน นายมีปัญหาอะไรไหม?"

สนามบาสเกตบอลเงียบกริบจนแทบจะได้ยินเสียงเข็มตก เหล่านักโทษต่างเบิกตาโพลงจ้องมองหลี่จวีซวีด้วยความตกตะลึง ในคุกหลวง คนที่กล้าพูดจาแบบนี้กับเป้าอู่ ยังไม่เคยมีใครรอดชีวิตมาได้เลยสักคน

เมื่อมองเห็นชัดเจนว่าเป็นหลี่จวีซวี พวกเขาก็นึกถึงหวงเอ้อขึ้นมาทันที สายตาของนักโทษหลายคนเปลี่ยนไป นักโทษบางส่วนที่ไม่ได้เป็นลูกน้องของเป้าอู่ จู่ๆ ก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา

นักโทษส่วนใหญ่ล้วนมีจิตใจที่กระสับกระส่าย ปากก็พร่ำบอกว่ารักสงบ ไม่อยากมีเรื่อง แต่ความจริงคือไม่อยากถูกอัดต่างหาก พอเห็นคนอื่นสู้กัน ก็ยังรู้สึกตื่นเต้นอยู่ดี โดยเฉพาะการต่อสู้ที่ท้าทายอำนาจลูกพี่แบบนี้ พวกเขาคาดหวังเป็นอย่างมาก

ในระหว่างที่ระเบียบแบบแผนเก่าถูกทำลายและระเบียบแบบแผนใหม่กำลังถูกสร้างขึ้น พวกเขาอาจจะมีโอกาสพลิกสถานการณ์และได้รับผลประโยชน์จากมัน

"ไอ้หนู แกเบื่อชีวิตแล้วใช่ไหม? ชื่อของพี่ห้าเป็นสิ่งที่แกจะเรียกได้ง่ายๆ เหรอ?" เป้าอู่ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก จางถง ผู้ใช้หมัดไว ซึ่งเป็นหนึ่งในคนสนิทของเขาก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าหลี่จวีซวี สีหน้าดุดัน

หลี่จวีซวีใช้เพียงเท้าเดียว เตะจางถงที่สูงถึงสองเมตรกระเด็นดุจลูกปืนใหญ่ กระแทกเข้ากลางฝูงชน เสียงร้องโหยหวนดังระงม เหล่านักโทษรอบข้างเผยสีหน้าตื่นตระหนก จางถงมีชื่อเสียงเรื่องหมัดที่ว่องไว ออกหมัดรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ แต่กลับไม่สามารถหลบหลีกลูกเตะที่ดูแสนจะธรรมดาของหลี่จวีซวีได้ เหล่านักโทษไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น มีเพียงยอดฝีมือไม่กี่คนเท่านั้นที่พอมองออก

เท้าของหลี่จวีซวีว่องไวมาก เร็วถึงขีดสุดจนทำให้คนมองเห็นเป็นภาพลวงตาว่ามันช้า ไม่ใช่ว่าจางถงไม่อยากจะหลบ แต่เขาหลบไม่พ้น ความเร็วที่เขาภาคภูมิใจ เมื่ออยู่ต่อหน้าหลี่จวีซวี กลับไม่มีค่าให้พูดถึงเลยแม้แต่น้อย

พ่ายแพ้ในกระบวนท่าเดียว ลุกไม่ขึ้นอีกเลย ซี่โครงหักไปอย่างน้อยหกซี่

คนสนิทอีกสี่คนของเป้าอู่พุ่งทะยานออกมาจากฝูงชน แต่ก็ถูกเป้าอู่ตวาดห้ามไว้ทันที

"ถอยไป!"

เป้าอู่โยนผ้าขนหนูสีขาวที่ใช้ซับเหงื่อให้ลูกน้อง แล้วเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าหลี่จวีซวี เขารู้ดีว่าต่อให้คนสนิททั้งสี่คนร่วมมือกัน ก็ไม่ใช่คู่มือของหลี่จวีซวี มีเพียงเขาเท่านั้นที่จะสามารถสกัดกั้นมังกรข้ามถิ่นอย่างหลี่จวีซวีได้

"มาพนันกันหน่อยไหมล่ะ?" เป้าอู่พินิจพิเคราะห์หลี่จวีซวีอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง นอกจากจะไม่โกรธแล้ว เขากลับแสดงสีหน้าพึงพอใจออกมา

"พนันอะไรล่ะ?" หลี่จวีซวีก็กำลังประเมินเป้าอู่เช่นกัน รูปร่างของเป้าอู่พอๆ กับเขา แต่กล้ามเนื้อกลับดูใหญ่กว่าถึงหนึ่งเท่าตัว ความสูงของเขาให้ความรู้สึกว่าสูงโปร่ง ส่วนเป้าอู่จะดูล่ำสัน ความยาวและความหนาของแขนขาของเขาล้วนสมส่วนพอดี นี่ไม่ใช่สิ่งที่มีมาแต่กำเนิดแน่นอน แต่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก

รูปร่างเช่นนี้ จะสามารถดึงเอาความเร็วและพละกำลังออกมาได้อย่างเต็มที่เมื่อต้องต่อสู้ ราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีต ทุกสัดส่วนล้วนเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้

สาเหตุที่เป้าอู่ตัดผมทรงสกินเฮด ก็เพราะกลัวว่าผมยาวจะบังสายตา ท่ายืนของเขาดูผ่อนคลาย แต่ก็สามารถระเบิดพลังทำร้ายคนได้ทุกเมื่อ โดยไม่จำเป็นต้องสะสมพลังไว้ล่วงหน้า หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ เขาได้บีบอัดเวลาในการสะสมพลังให้สั้นลงในระดับที่คนปกติไม่อาจเทียบได้เลย

รูปร่างของเขาเทียบไม่ได้กับจินกัง แต่พลังระเบิดของเขาอยู่เหนือกว่าจินกังอย่างแน่นอน นี่คือการประเมินของหลี่จวีซวี

"ถ้านายแพ้ นายต้องมาเป็นลูกน้องของฉัน อยู่ใต้บังคับบัญชาฉันคนเดียว" เป้าอู่กล่าว

"แล้วถ้านายแพ้ล่ะ?" หลี่จวีซวีถามกลับ

เป้าอู่แหงนหน้าหัวเราะร่วน เมื่อหัวเราะจบ สายตาก็เปี่ยมไปด้วยความหยิ่งผยอง "ยังไม่เคยมีใครกล้าบอกว่าจะเอาชนะฉันได้ ในคุกหลวงแห่งนี้ ฉันยังไม่เคยเจอใครที่ทำให้ฉันพ่ายแพ้ได้เลยสักคน"

"ในเมื่อเป็นการพนัน ก็ต้องตกลงกติกาแพ้ชนะให้ชัดเจน ไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องมีของพนัน" หลี่จวีซวีเอ่ยอย่างสงบ

"ถ้าฉันแพ้ นายสั่งอะไร ฉันจะทำตามทุกอย่าง" เป้าอู่มีความมั่นใจอย่างเปี่ยมล้น

"พูดจริงเหรอ?" หลี่จวีซวีมองเขา

"ในคุกหลวงมีใครบ้างที่ไม่รู้ ว่าคนอย่างเป้าอู่พูดคำไหนคำนั้น ไม่เคยผิดคำพูด" เป้าอู่กล่าวด้วยความเย่อหยิ่ง

"ถ้านายแพ้ ฉันสั่งให้นายไปตาย นายก็จะไปตายงั้นเหรอ?" หลี่จวีซวีถาม

"ขอแค่นายมีความสามารถพอ คนอย่างเป้าอู่ก็จะยอมทำตาม" เป้าอู่หรี่ตาลง เขาไม่ชอบน้ำเสียงที่หลี่จวีซวีพูดในตอนนี้เลย

"พร้อมหรือยัง?" หลี่จวีซวีใช้น้ำเสียงจริงจัง

"ไร้สา-" คำว่า 'ไร้สาระ' ยังไม่ทันจะหลุดออกจากปากเป้าอู่ โลกของเขาก็เปลี่ยนไป ราวกับว่าตัวเขาถูกกระชากหลุดออกมาจากสนามบาสเกตบอล แล้วมาโผล่อยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยดาบ ปราณดาบยาวกว่าสองร้อยเมตรฟาดฟันลงมาด้วยอานุภาพที่สามารถผ่าโลกออกเป็นสองซีกได้ เป้าอู่พยายามจะหลบหลีก แต่กลับพบว่าตัวเองขยับตัวไม่ได้ เขารวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มี ชกหมัดเข้าใส่ปราณดาบ ทว่าพลังหมัดยังไม่ทันได้สัมผัสกับคมดาบ ก็แตกสลายไปเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเสียก่อน

เป้าอู่รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงมดตัวน้อยที่อยู่ใต้ขุนเขาไท่ซาน ในใจเกิดความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงอย่างรุนแรง เมื่อปราณดาบฟาดฟันลงมา กลิ่นอายแห่งความตายก็พัดโหมกระหน่ำไปทุกซอกทุกมุม วินาทีนี้ เป้าอู่รู้ตัวดีว่าเขาจบสิ้นแล้ว ไม่ว่าเขาจะพยายามมากแค่ไหน ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงจุดจบในท้ายที่สุดได้ ด้วยความสิ้นหวัง เขาจึงหลับตาลง

ไม่กี่วินาทีต่อมา เป้าอู่ก็พลันได้สติ เขาเบิกตาขึ้น หลี่จวีซวียังคงยืนอยู่ที่เดิม ไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน มองเขาด้วยความสงบ ส่วนตัวเขาก็ยังคงอยู่ในสนามบาสเกตบอล ไม่เคยจากไปไหน ปราณดาบนั่นราวกับเป็นเพียงภาพลวงตา

"ฉันแพ้แล้ว!" หลังจากเงียบไปครู่ใหญ่ เป้าอู่ก็ก้มหน้ายอมแพ้ ยอมจำนนด้วยความเต็มใจ

ภายในโรงยิมบาสเกตบอล เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังเซ็งแซ่

พวกเขาไม่เข้าใจ ทั้งที่หลี่จวีซวียังไม่ได้ทำอะไรเลย เป้าอู่ก็ยังไม่ได้รับบาดเจ็บ ทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้เริ่มลงมือด้วยซ้ำ แล้วทำไมเป้าอู่ถึงยอมแพ้ล่ะ เป้าอู่กำลังพูดจาเหลวไหลอยู่หรือเปล่า? มีเพียงนักโทษยอดฝีมือไม่กี่คนและคนสนิทของเป้าอู่สองสามคนที่พอจะดูออกเลือนราง แต่ก็ไม่สามารถยืนยันได้

"ต่อไปนี้จงมาเป็นลูกน้องฉัน!" หลี่จวีซวีเผยสีหน้าพึงพอใจ คนที่กล้าแพ้ ย่อมดีกว่าพวกที่ดื้อด้านไม่ยอมรับความจริง แม้ว่าเขาจะไม่ได้รังเกียจหากเป้าอู่จะพลิกลิ้นก็ตามที

"ครับ!" ท่าทีของเป้าอู่นอบน้อม แต่พวกลูกน้องของเขากลับรับไม่ได้ รู้สึกเหมือนฟ้าถล่มทลายลงมาตรงหน้า

"พาฉันไปหาหนิวไป่เซิ่ง!" เป้าหมายของหลี่จวีซวีไม่ใช่แค่เป้าอู่ แต่คือสามผู้ยิ่งใหญ่ที่เหลืออยู่ต่างหาก

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 807 - เป้าอู่ยอมแพ้

คัดลอกลิงก์แล้ว