- หน้าแรก
- ยอดนักล่าแห่งดาวเคราะห์หมื่นอสูร
- บทที่ 801 - สี่ขั้วอำนาจใหญ่
บทที่ 801 - สี่ขั้วอำนาจใหญ่
บทที่ 801 - สี่ขั้วอำนาจใหญ่
บทที่ 801 - สี่ขั้วอำนาจใหญ่
"ต่อไปนี้จงมาเป็นลูกน้องฉัน!" ภายใต้สายตาที่จับจ้องของทุกคน หลี่จวีซวีเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าหวงเอ้อ แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้นักโทษทุกคนไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต
"ฝันไปเถอะ!" ความเจ็บปวดของหวงเอ้อทวีความรุนแรงขึ้นอย่างฉับพลัน มันไม่ใช่ความตกตะลึง แต่เป็นความโกรธแค้น เป็นความโกรธแค้นจากการถูกหยามเกียรติ
"รินเหล้ามงคลไม่ดื่ม รนหาที่ดื่มเหล้าสั่งสอน!" หลี่จวีซวีคว้าแขนของเขาไว้ด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ออกแรงดึง ดัน และบิด เสียงกระดูกเคลื่อนหลุดดังกรอบแกรบ แขนซ้ายของหวงเอ้อถูกบิดจนกลายเป็นเกลียว ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตอบโต้ แขนขวาก็ถูกบิดเป็นเกลียวไปอีกข้าง ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงทำให้เขาแทบสลบ เม็ดเหงื่อขนาดเท่าเมล็ดถั่วผุดพรายเต็มหน้าผาก
โลหะผสมมังกรครามทำให้กระดูกของหวงเอ้อแข็งแกร่งไร้เทียมทาน เมื่อถูกหัก ความเจ็บปวดจะรุนแรงกว่าปกติหลายเท่า การที่หวงเอ้อสามารถกลั้นเสียงร้องเอาไว้ได้ ไม่ได้หมายความว่าความเจ็บปวดนั้นจะทุเลาลง
เขาพยายามจะตอบโต้ แต่เมื่อเห็นแววตาอันเย็นชาของหลี่จวีซวี ความรู้สึกไม่ปลอดภัยก็ก่อตัวขึ้นในใจ ทำให้เขาต้องข่มกลั้นเอาไว้
ทั่วทั้งห้องสมุดตกอยู่ในความเงียบกริบ นี่เป็นครั้งแรกที่หวงเอ้อถูกคนหักแขน ที่แท้โลหะผสมมังกรครามก็สามารถถูกหักได้เช่นกัน ภายในใจของเหล่านักโทษต่างบังเกิดคลื่นลมพายุโหมกระหน่ำ
ลูกน้องของหวงเอ้อรู้สึกราวกับฟ้าถล่มทลาย พวกเขาเคยแต่รังแกคนอื่น นี่เป็นครั้งแรกที่ถูกคนอื่นลูบคมถึงถิ่น เมื่อหลี่จวีซวีเห็นท่าทีไม่ยอมจำนนของหวงเอ้อ สายตาก็เลื่อนลงไปมองที่ขาทั้งสองข้างของเขา เหล่าลูกน้องของหวงเอ้อต่างกำหมัดแน่น ในใจเกิดลางสังหรณ์อันเลวร้ายขึ้นมา
โชคดีที่ในเวลานั้น ผู้คุมเรือนจำได้ส่งเสียงขึ้นมาทันท่วงที
"ห้ามต่อสู้กัน พวกแกกำลังทำอะไร? อยู่นิ่งๆ ไม่อย่างนั้นจะจับขังเดี่ยว กลับไปที่ห้องขังของตัวเองให้หมด เวลาพักผ่อนสิ้นสุดลงแล้ว"
นิ้วของผู้คุมเรือนจำทั้งสองนายแตะอยู่ที่ไกปืน พร้อมชักปืนออกมายิงได้ทุกเมื่อ สายตาของพวกเขาจ้องเขม็งไปที่หลี่จวีซวี หลี่จวีซวีค่อยๆ ชักเท้ากลับ หันหลังเดินไปที่ชั้นหนังสือ แล้วนำ "คัมภีร์จวงจื่อ บทอิสระจร" กลับไปวางไว้ที่ตำแหน่งเดิม
เหล่านักโทษมีสีหน้าเหม่อลอย ก่อนจะเพิ่งตระหนักได้ว่า ตั้งแต่ต้นจนจบ หลี่จวีซวีรับมือศัตรูด้วยมือเพียงข้างเดียว นี่... นี่ยังเป็นคนอยู่อีกหรือ? ชายหนุ่มที่อายุน้อยเกินไปผู้นี้มีที่มาอย่างไรกันแน่? ช่างน่ากลัวเสียนี่กระไร!
เพียงมือเดียว ก็สามารถล้มสี่ยอดขุนพลใต้สังกัดของหวงเอ้อลงได้ ทั้งยังซ้อมหวงเอ้อจนแทบร้องลั่นออกมา ช่างยากจะจินตนาการจริงๆ ต่อให้เห็นด้วยตาตัวเอง ก็ยังรู้สึกว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อ
เป้าอู่แจกจ่ายเงินเดิมพันที่เสียไปให้กับนักโทษที่ลงพนันอย่างเงียบๆ แล้วพาคนกลับไปยังห้องขังของตัวเอง เขาไม่ได้วางมาดเหมือนอย่างเคย ซึ่งนับเป็นเรื่องหาได้ยาก เพราะปกติแล้วเขาไม่ใช่คนที่พูดด้วยง่ายขนาดนี้ หากยังไม่หมดเวลา เขาจะไม่มีทางกลับห้องขังเด็ดขาด นักโทษคนอื่นๆ ก็ทยอยกลับห้องขังเช่นกัน บรรยากาศอันน่าขนลุกทำให้ห้องหมากรุกและห้องวาดภาพที่อยู่ไกลออกไปรู้สึกงุนงง เมื่อพากันสอบถาม จึงได้รู้ว่ามีเด็กใหม่ยอดฝีมือเข้ามาในคุกหลวง และได้หักแขนทั้งสองข้างของหวงเอ้อจนหักสะบั้น
"ให้ตายเถอะ เรื่องจริงหรือหลอกวะ หวงเอ้อฉีดโลหะผสมมังกรครามเชียวนะเว้ย ได้ชื่อว่าเป็นโลหะที่แข็งที่สุดในโลก จะหักได้ยังไง? แล้วหวงเอ้อมันโง่ขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงไม่หลบ?"
"หลอกเด็กชัวร์ๆ หวงเอ้อเป็นใครกัน เด็กใหม่แบบไหนถึงมีค่าพอให้เขาต้องลงมือเอง? แล้วสี่ยอดขุนพลใต้สังกัดของเขาเอาไว้กินข้าวเปล่าหรือไง? คนอื่นฉันไม่รู้นะ แต่พละกำลังและการป้องกันของจินกัง มีกี่คนกันเชียวที่จะเจาะเข้า?"
"บางที อาจจะเป็นเรื่องจริงก็ได้นะ เวลาพักผ่อนก็ถูกยกเลิกก่อนกำหนด ทั้งที่ยังไม่หมดเวลาเลย ถ้าไม่มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น คงไม่ลดเวลาหรอก ชักจะน่าสนุกขึ้นมาแล้วสิ หวงเอ้อพ่ายแพ้ สมดุลของคุกหลวงก็ถูกทำลายลงแล้ว สำหรับบางคน... โอกาสมาถึงแล้วล่ะ หึๆ"
...
เมื่อกลับมาถึงห้องขัง หลี่จวีซวีก็พบว่าบรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด หากก่อนเวลาพักผ่อนเจ้าหัวโล้นยังคิดจะแก้แค้นอยู่ล่ะก็ ตอนนี้ความคิดนั้นได้มลายหายไปจนหมดสิ้นแล้ว สายตาที่เขามองหลี่จวีซวีเต็มไปด้วยความยำเกรง ตอนช่วงพักผ่อน เขาคอยจ้องมองหลี่จวีซวีอยู่ห่างๆ ตลอดเวลา เมื่อหลี่จวีซวีเข้าไปในห้องสมุด เขาก็ตามเข้าไปด้วย เขายังมัวแต่คิดหาวิธีดึงดูดความสนใจของฝั่งหวงเอ้อให้มาสนใจหลี่จวีซวี เพื่อยืมมือหวงเอ้อมาสั่งสอนหลี่จวีซวี นึกไม่ถึงว่าลูกน้องของหวงเอ้อจะเป็นฝ่ายเห็นหลี่จวีซวีก่อน ทำให้เขาประหยัดแรงไปได้เยอะ
เขายืนอยู่ตรงมุมห้องเตรียมจะดูงิ้วโรงโต และผลลัพธ์ก็คือได้ดูงิ้วโรงโตจริงๆ แต่กลับไม่ใช่งิ้วในแบบที่เขาคิดไว้ หลังจากงิ้วฉากนี้จบลง นอกจากความหวาดผวาแล้ว เขาก็ไม่เหลือความรู้สึกอื่นใดอีก
ถือว่าหลี่จวีซวียังปรานีเขาอยู่มาก ไม่อย่างนั้น ป่านนี้เขาก็คงลุกไม่ขึ้นแล้ว ดูจุดจบของจินกังเป็นตัวอย่างก็แล้วกัน
เตียงเป็นเตียงเหล็กผสม ด้านล่างเชื่อมติดกับพื้น ด้านบนเชื่อมต่อกับกระจกนิรภัย มั่นคงดั่งขุนเขา ไม่อาจสั่นคลอน แผ่นกระดานเตียงและโครงเตียงหลอมรวมเป็นชิ้นเดียวกัน ไม่สามารถแยกออกจากกันได้
บนเตียงนอกจากผ้าห่มผืนบางๆ หนึ่งผืนแล้ว ก็ไม่มีอะไรอย่างอื่นอีก แม้แต่หมอนก็ไม่มี เตียงแปดหลัง คนแปดคน เมื่อกลับมาถึงห้องขังต่างก็แยกย้ายกันนั่งหรือนอนบนเตียงของตัวเอง ไม่มีใครพูดจา บรรยากาศภายในห้องขังเงียบสงบและกดดัน
ทั้งหมดนี้ล้วนมีสาเหตุมาจากหลี่จวีซวี
"พี่ชายมีชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไรหรือ?" หลัวเฟยอิงผู้มีผมสีขาวโพลนเอ่ยปากขึ้น ทำลายความเงียบ สีหน้าของคนอื่นๆ ในห้องขังยังคงเรียบเฉย ทว่าหูกลับผึ่งขึ้นมาทันที
"เย่เซียว!" หลี่จวีซวีละสายตาจากเพดาน เลื่อนมามองที่ใบหน้าของหลัวเฟยอิง ผมสีขาวโพลนของเขาสะดุดตามาก สะดุดตายิ่งกว่าไอ้ผมเหลืองเสียอีก
"ฉันชื่อหลัวเฟยอิง หรือมีคนเรียกฉันว่าไอ้ผมขาว" หลัวเฟยอิงแนะนำตัว
"อยู่ที่นี่มานานแค่ไหนแล้ว?" หลี่จวีซวีถาม
"นับถึงเมื่อวานก็ครบสิบเอ็ดปีพอดี" หลัวเฟยอิงเผยรอยยิ้มขมขื่นออกมาเล็กน้อย
"อยากให้ฉันจัดงานวันเกิดฉลองให้สักหน่อยไหม?" หลี่จวีซวีเอ่ย หลัวเฟยอิงถึงกับหุบยิ้มแทบไม่ทัน
"ฉันชื่อเจี่ยหานถู ยินดีที่ได้รู้จัก ต่อไปก็ถือเป็นพี่น้องห้องขังเดียวกันแล้ว มาทำความรู้จักกันไว้ จะได้คอยดูแลกัน" ก่อนที่หลี่จวีซวีจะมา ชายหนุ่มหน้าตาอ่อนโยนที่อายุน้อยที่สุดได้เอ่ยปากขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"ขั้วอำนาจในคุกหลวงแบ่งกันยังไง?" หลี่จวีซวีถาม
"หวงเอ้อ คนที่สู้กับนายในห้องสมุด เป้าอู่ คนที่เปิดโต๊ะพนันอยู่ข้างๆ ตอนที่นายสู้กับหวงเอ้อ นายเคยเห็นแล้ว หมัดเทวะ หนิวไป่เซิ่ง แล้วก็อีกคนคือ ราชันเด็ก จ้านถง สี่คนนี้คือผู้มีอิทธิพลมากที่สุดในคุกหลวง คนส่วนใหญ่ก็เป็นลูกน้องพวกเขาทั้งนั้น" เจี่ยหานถูตอบ
"ใครแข็งแกร่งที่สุด?" หลี่จวีซวีถาม
"ในร่างกายของหวงเอ้อฉีดโลหะผสมมังกรครามเข้าไป กระดูกแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า แทบจะไม่เคยได้รับบาดเจ็บเลย เป้าอู่ไม่รู้ว่าเคยได้รับของวิเศษอะไรมา พลังภายในถึงได้กล้าแข็งนัก หมัดเทวะ หนิวไป่เซิ่งมีเพลงหมัดไร้เทียมทาน เคยยืนห่างออกไปสิบเมตร แล้วซัดจนกระดูกทั่วร่างของนักโทษคนหนึ่งแตกละเอียด ราชันเด็ก จ้านถงมีพรสวรรค์เหนือมนุษย์ พละกำลังมหาศาลจนไม่อาจประเมินได้ ทั้งสี่คนไม่เคยประลองกัน จึงไม่สามารถระบุได้ว่าใครเก่งกว่าใคร แต่ทุกคนต่างก็มองว่า ราชันเด็ก จ้านถงนั้นแข็งแกร่งที่สุด พลังการต่อสู้ของเขาไม่มีขีดจำกัด" เจี่ยหานถูอธิบาย
"ไม่มีขีดจำกัดหมายความว่ายังไง?" หลี่จวีซวีเผยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย
"เขาไม่สามารถควบคุมพลังของตัวเองได้ดีนัก บางครั้งก็รีดเร้นออกมาไม่ได้ บางครั้งก็แสดงพลังออกมาเกินขีดจำกัด สาเหตุที่เขาต้องโทษจำคุกในคุกหลวง ก็เพราะเขาใช้มือเปล่าทำลายยานอวกาศจนระเบิด ผู้โดยสารกว่าพันชีวิตต้องสังเวยชีวิต ในจำนวนนั้นมีเจ้าหน้าที่รัฐและนักธุรกิจยักษ์ใหญ่รวมอยู่ด้วย" เจี่ยหานถูตอบ
หลี่จวีซวีเลิกคิ้วขึ้น ผลงานนี้ช่างน่าสะพรึงกลัวนัก เขาประเมินพลังการต่อสู้ของตัวเองดู หากต้องสู้ด้วยมือเปล่า ในสถานการณ์ที่ยังไม่ได้เรียนรู้วิชาหัตถ์พระเจ้า และไม่เข้าใจโครงสร้างของยานอวกาศ การจะทำลายยานอวกาศจนระเบิดนั้น เกรงว่าเขาคงทำไม่ได้
คุกหลวงแห่งนี้ช่างซ่อนมังกรพยัคฆ์หมอบไว้จริงๆ
"นอกจากนี้ ยังมีอีกสองสามคนที่ต้องระวัง หนึ่งคือจิตรกร หร่วนไป๋ สองคือราชันหมากรุก เฉินผิง และอีกคนคือไอ้บอด" เจี่ยหานถูอธิบาย
"เด็กใหม่ที่เข้ามาในคุกหลวง ทางที่ดีที่สุดคือการเข้าร่วมกับขั้วอำนาจใดขั้วอำนาจหนึ่ง จะได้อยู่อย่างสงบสุข ไม่ถูกรังแก" หลัวเฟยอิงกล่าว
"ขั้วอำนาจพวกนั้นก็ไม่ใช่ว่าใครจะเข้าได้ง่ายๆ ใช่ไหมล่ะ?" หลี่จวีซวีมองหลัวเฟยอิง
"มีอำนาจ มีเงิน มีฝีมือ มีข้อใดข้อหนึ่งในสามข้อนี้ก็เข้าได้แล้ว" หลัวเฟยอิงตอบ
"พวกนายเข้าร่วมกับขั้วอำนาจไหนล่ะ?" หลี่จวีซวีถามด้วยความอยากรู้
(จบแล้ว)