- หน้าแรก
- จากเช็กอินสู่มหาเศรษฐีระดับโลก
- บทที่ 403 ไสหัวไป!
บทที่ 403 ไสหัวไป!
บทที่ 403 ไสหัวไป!
บทที่ 403 ไสหัวไป!
เมื่อคิดถึงน้องสาวของตน หวงฉีก็รู้สึกทั้งหวาดกลัวและนึกเสียใจในภายหลัง ทว่าเขาก็ยังคงพยักหน้าอย่างรุนแรงด้วยความหวาดผวาว่าคนพวกนี้จะทำร้ายเธอ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาไม่รู้เลยก็คือ ต่อให้ไตถูกตัดออกไปจริงๆ มันก็หักลบหนี้ได้เพียงหนึ่งแสนหยวนเท่านั้น และยังเหลือเงินอีกสี่แสนหยวนที่เขาต้องชดใช้
พวกปล่อยเงินกู้นอกระบบเหล่านี้ไม่ใช่คนจิตใจดีงาม เมื่อพวกมันมั่นใจแล้วว่าหวงฉีไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ พวกมันย่อมจะหันกลับมาหมายตาน้องสาวของเขาอีกครั้งอย่างแน่นอน
มันเป็นเรื่องที่โหดร้าย ทว่าคือความจริงอันแสนสิ้นดี
"เอาล่ะ พวกเราไปกันได้แล้ว"
สีหน้าของหลิวห่าวรันอ่อนลง และน้ำเสียงก็ดูเบาลงเล็กน้อย
หวงฉีถูกคนอื่นๆ คุมตัวให้เดินตามไปอย่างไม่เต็มใจ
แต่ก่อนที่พวกเขาจะถึงประตู ทันใดนั้นก็มีใครบางคนพุ่งพรวดเข้ามา
"เดี๋ยวก่อน! เงินที่เขาติดค้างไว้ ฉันจะจ่ายให้เอง!"
หวุดหวิดไปนิดเดียว!
เฉินอวิ๋นรู้สึกตื่นตระหนกอยู่ลึกๆ เมื่อประเมินจากสถานการณ์แล้ว หากเขามาสายกว่านี้แม้เพียงก้าวเดียว เขา ก็ไม่รู้เลยว่าหวงฉีจะถูกพาตัวไปที่ไหน
ถึงเวลานั้น หวงฉีคงไม่ต่างอะไรจากปลาบนเขียงที่ปล่อยให้พวกมันเชือดเฉือนได้ตามใจชอบ!
"เฉินอวิ๋น?"
หวงฉีรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่แล้วก็เอ่ยขึ้นว่า "เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับนาย นายรีบออกไปเร็วเข้า"
เขาไม่สามารถลากเฉินอวิ๋นเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้ได้
"ฉันบอกแล้วไงว่าจะช่วยนาย!"
เฉินอวิ๋นเอ่ยกับเขา จากนั้นเมื่อหันไปเห็นหลิวห่าวรันที่มีสภาพกระเซอะกระเซิงและยังมีเลือดไหลออกจากจมูก เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ "นี่นายต่อยเขาเหรอ?"
เขามองไปยังกลุ่มชายฉกรรจ์ที่อยู่รอบๆ แล้วมองกลับมาที่หวงฉี พลางอดไม่ได้ที่จะมองอีกฝ่ายด้วยความเลื่อมใสศรัทธาขึ้นมาใหม่ การที่สามารถลงมือสู้กลับได้ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ โดยไม่เกี่ยงเรื่องฝีมือการต่อสู้ แค่ความกล้าหาญเพียงอย่างเดียวก็ทำให้เฉินอวิ๋นประหลาดใจมากแล้ว
หลิวห่าวรันรู้สึกหงุดหงิดที่ถูกมองข้าม และเมื่อเห็นว่าเฉินอวิ๋นบังอาจพูดเปิดโปงบาดแผลของตน เขาก็แค่นเสียงหัวเราะอย่างเย็นชา "เฉินอวิ๋น เมื่อกี้นายบอกว่าอยากจะใช้หนี้แทนมันใช่ไหม?"
หากเฉินอวิ๋นอยากจะจ่ายเงินแทนเพื่อนของตนจริงๆ นั่นก็ย่อมได้ "มันเป็นหนี้พวกเราอยู่ห้าล้าน ถ้าต้องการจะใช้หนี้แทนมัน ก็เอาเงินออกมาตอนนี้เลย แล้วฉันจะปล่อยมันไปทันที"
ไม่ว่าจะทางไหนเขาก็ยังคงได้เงินอยู่ดี แต่เมื่อนึกถึงน้องสาวที่บริสุทธิ์และงดงามของหวงฉี เขาจึงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยปากเรียกเงินห้าล้านทันที
หวงฉีตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก
นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ไหนตอนแรกบอกว่าเป็นเงินหนึ่งแสนไม่ใช่หรือ?
ห้าล้าน? ต่อให้เขาขายไตทั้งสองข้าง ก็ยังไม่มีปัญญาจ่ายคืนได้หมดเลย!
เขาดิ้นรนขัดขืนอย่างบ้าคลั่ง แต่กลับถูกชกเข้าทันทีจนเกือบจะหมดสติ
"อะไรกัน? ไหนว่าจะจ่ายเงินไง? อย่ามาพูดจาเหลวไหลไร้สาระกับฉัน ฉันอยากจะดูนักว่าไอ้ขี้แพ้อย่างนายจะมีปัญญาเอาเงินห้าล้านมาจ่ายแทนมันในวันนี้ได้ยังไง!"
น้ำเสียงของหลิวห่าวรันเต็มไปด้วยความเย็นชาและยั่วยวนกวนโทโซ่ แทบจะเรียกร้องให้เฉินอวิ๋นตบหน้าตนเอง "ถ้าไม่มีเงิน ก็ไสหัวไปซะ!"
เขาไม่เชื่อว่าเฉินอวิ๋นจะมีความสามารถในการจ่ายเงินจำนวนนี้ได้จริงๆ นับประสาอะไรกับความกล้าที่จะมาเล่นบทฮีโร่
"ใครบอกว่าฉันไม่มีเงิน? เอาเลขบัญชีการ์ดของนายมาสิ แล้วฉันจะโอนให้ตอนนี้เลย!"
เฉินอวิ๋นมีเงินอยู่ในมือจึงไม่มีความตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย และเอ่ยออกมาด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
"หึ ถ้าเป็นนายที่จ่ายล่ะก็ มันไม่ใช่แค่ห้าล้านแล้ว ฉันต้องการสิบล้าน!" เป็ดที่กำลังจะเข้าปากจะปล่อยให้บินหนีไปต่อหน้าต่อตาได้อย่างไร หิวห่าวรันย่อมไม่มีทางยอม เพียงไม่กี่คำเขาก็เพิ่มราคาขึ้นเป็นสองเท่าจากเดิมที่เคยบวกเพิ่มไปแล้วถึงสิบเท่า
สิบล้านเลยงั้นหรือ?!
สีหน้าของเฉินอวิ๋นเปลี่ยนเป็นย่ำแย่ เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังจงใจหาเรื่องกันชัดๆ
เงินสิบล้านนั้นเป็นจำนวนที่มากมายมหาศาล แต่เพื่อความปลอดภัยของหวงฉี...
ในขณะที่เขาเกือบจะตอบตกลง ทันใดนั้นหวงฉีก็สะบัดหลุดจากการเกาะกุมและกระชากผ้าที่อุดปากหมกไว้ออก "ฉันตกลงที่จะรับหนี้แทนหวังหลิงแค่หนึ่งแสนหยวนเท่านั้น! ทำไมตอนนี้มันถึงกลายเป็นห้าแสนไปได้? แล้วตอนนี้ยังมากลายเป็นห้าล้าน สิบล้าน พวกแกคิดจะทำอะไรกันแน่?!"
ก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าฉันต้องการตัวน้องสาวสุดสวยเลิศเลอของนายนั่นแหละ
ถึงแม้ว่าในใจจะคิดเช่นนั้น แต่หลิวห่าวรันก็ไม่สามารถพูดออกมาดังๆ ได้ "เงินหนึ่งแสนน่ะมันสะสางจบไปตั้งแต่ช่วงปีใหม่ปีที่แล้วแล้ว แต่ในวันเที่ยวของเทศกาลตรุษจีน หวังหลิงถือสัญญาของนายแล้วมาหยิบยืมเงินจากฉันไปอีกสองแสน และหลังจากนั้นก็ยืมเพิ่มอีกสามแสนที่โรงแรมเจียงฮ่าว นายจะบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องโกหกงั้นเหรอ?"
เขาส่งสัญญาณให้เล็กน้อย คนที่อยู่ด้านหลังก็หยิบแท็บเล็ตออกมาทันที พร้อมกับเปิดรูปถ่ายสัญญาที่เขาพูดถึงให้ดู
ดวงตาของหวงฉีเบิกกว้าง เมื่อเขาเห็นตำแหน่งที่มีชื่อของตนเองปรากฏอยู่ เขาก็ถึงกับสมองว่างเปล่าพูดอะไรไม่ออก
มันเป็นไปได้อย่างไร?
แต่แล้ว ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาก็แผดเสียงร้องคำรามอย่างบ้าคลั่ง "ฉันไม่ได้ยืมเงินนี่! ทำไมต้องมานับว่าเป็นหนี้ของฉันด้วย?!"
"หึ ตราบใดที่มีสัญญา ฉันไม่สนใจหรอกว่าใครเป็นคนยืม เอกสารฉบับนี้มีผลผูกพันตามกฎหมาย! และในสัญญาก็ระบุไว้อย่างชัดเจนว่านายต้องทำงานที่โรงแรมเป็นเวลาห้าปีเพื่อชดใช้หนี้ หากต้องการชำระคืนก่อนกำหนด นายจะต้องจ่ายค่าปรับ ซึ่งเมื่อรวมเงินต้นและดอกเบี้ยแล้วจะกลายเป็นเงินห้าล้าน!"
คำพูดของหลิวห่าวรันทำให้เฉินอวิ๋นแทบจะระเบิดโทสะออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว ถ้าพวกแกหาเงินเก่งขนาดนี้ ทำไมไม่ไปปล้นธนาคารเลยล่ะ?!
ทว่าเขาทำเช่นนั้นไม่ได้ จึงได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันแล้วเอ่ยถามออกไป "แล้วทำไมตอนนี้ถึงต้องการสิบล้าน?"
เขามีเงิน และเขาก็เต็มใจที่จะจ่ายมันเพื่อพี่น้องของตน แต่เขาไม่เต็มใจที่จะต้องจ่ายมันไปอย่างไม่ยุติธรรมเช่นนี้!
หลิวห่าวรันแค่นเสียงอย่างเย็นชาและไม่ได้เอ่ยคำใด ทว่าชายสวมแว่นตาที่อยู่ด้านหลังได้หยิบแท็บเล็ตมาจากชายฉกรรจ์ พลางชี้นิ้วไปยังข้อกำหนดข้อหนึ่งแล้วเอ่ยว่า "การชำระหนี้โดยบุคคลที่สาม จะต้องจ่ายเงินเป็นจำนวนสองเท่า"
ตัวอักษรแถวนี้มีขนาดเล็กกระจ้อยร่อยเป็นอย่างยิ่ง หากชายสวมแว่นตาไม่ได้ทำการขยายภาพดู เขากคงจะคิดว่ามันเป็นเพียงเครื่องหมายวรรคตอนไม่กี่ตัวเท่านั้น!
การที่สามารถทำให้ข้อความนับสิบคำมีขนาดเท่ากับเครื่องหมายวรรคตอนได้นั้น เห็นได้ชัดว่าพวกมันจงใจที่จะโกงคนมาตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว
หากข้อกำหนดที่เอารัดเอาเปรียบเช่นนี้ปรากฏอยู่บนสัญญาด้วยขนาดตัวอักษรตามปกติ ต่อให้เป็นหวังหลิงก็ไม่มีวันที่จะยอมตกลงอย่างแน่นอน นี่มันไม่ต่างอะไรจากการฆ่ากันทางอ้อมชัดๆ...
"จะบอกให้ทราบนะ ตอนนั้นพวกเราได้อธิบายข้อกำหนดนี้ให้หวังหลิง พ่อหนุ่มคนนั้นฟังอย่างชัดเจนแล้ว เพราะฉะนั้นอย่ามาปรักปรำว่าพวกเราเป็นพวกต้มตุ๋น"
ชายสวมแว่นตาขยับแว่นของตนเล็กน้อย แต่ไม่ได้เอ่ยถึงเลยว่าหวังหลิงมีอาการคลุ้มคลั่งขาดสติขนาดไหนในยามที่เล่นพนันเสียเงิน
การที่ทำงานในสายอาชีพนี้ พวกมันย่อมคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับวิธีการที่ดำเนินงานอยู่ภายใต้ช่องโหว่ของกฎระเบียบ
"แต่วันนั้นเขาบอกชัดๆ ว่ามันเป็นสัญญางานพิเศษสอนหนังสือ..."
หวงฉีพึมพำออกมา ราวกับว่าร่างกายสูญเสียเรี่ยวแรงไปจนหมดสิ้น
ในวันส่งท้ายปีเก่าของปีที่แล้ว หวังหลิงได้นำของขวัญบางส่วนมาหาเขาที่บ้านเป็นกรณีพิเศษ พร้อมกับนำสัญญาฉบับหนึ่งออกมา โดยอ้างว่าเป็นสัญญางานพิเศษทำไปเรียนไปสำหรับการสอนหนังสือ ในเวลานั้นเขา รีบร้อนที่จะไปรับประทานอาหารค่ำวันส่งท้ายปีเก่ากับน้องสาว จึงได้ลงนามเซ็นชื่อลงไปโดยไม่ได้ตรวจทานดูให้ดีเลย
แม้ว่าจะไม่มีงานพิเศษใดๆ เลยหลังจากผ่านพ้นปีใหม่มา และเขาก็เคยเอ่ยถามหวังหลิงด้วยความสับสนงุนงง แต่อีกฝ่ายก็พูดปัดๆ ไป จนทำให้เขาคิดว่างานนั้นคงจะล่มไปแล้ว
ทว่าผลลัพธ์ที่ออกมา ใครจะไปคาดคิดว่าหวังหลิงที่เป็นทั้งเพื่อนและเพื่อนร่วมชั้นเรียนจะจิตใจคอโหดเหี้ยมอำมหิตถึงขั้นนำลายเซ็นของเขาไปใช้ยืมเงินถึงห้าแสนหยวน!!
นี่มันเป็นการบีบบังคับให้คนต้องไปตายชัดๆ!
ไอ้คนสารเลวไร้ยางอายอกตัญญูคนนั้น มันไม่รู้หรืออย่างไรว่าเงินหนี้สินหนึ่งแสนหยวนก่อนหน้านี้ หวงฉีต้องตรากตรำชดใช้แทนใครกัน?!
"พวกแกสามารถปล่อยเงินกู้ได้โดยที่เจ้าตัวไม่ต้องมาปรากฏตัวงั้นเหรอ?"
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคำถามคั้นความของเฉินอวิ๋น ชายสวมแว่นตาก็เริ่มหมดความอดทน "สัญญาก็วางอยู่ตรงนี้ และเขาก็เป็นคนเซ็นมันเอง เพราะฉะนั้นไม่ต้องมาพูดพล่ามเรื่องอื่นอีกต่อไปแล้ว ไม่จ่ายเงิน ก็เอาไตออกมาข้างหนึ่ง!"
"เหอะ ฉันเกรงว่าไตข้างเดียวคงไม่พอจ่ายหนี้ห้าล้านนี่หรอกมั้ง!"
เฉินอวิ๋นเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา ในขณะที่หลิวห่าวรันซึ่งอยู่ด้านข้างอ้าปากหาวหวอด "เฉินอวิ๋น นายนี่ก็ฉลาดไม่เบาเหมือนกันนี่ อย่าหาว่าฉันไม่ให้โอกาสนายก็แล้วกัน ควักเงินสิบล้านนี่ออกมา แล้วนายก็พามันออกไปได้เลย แต่ถ้าไม่มีปัญญาจ่าย ก็ไสหัวไปซะ!"