- หน้าแรก
- ผมสูญเสียทุกสิ่งให้สาวลวงโลก จึงย้อนเวลามาเป็นเศรษฐี
- บทที่ 44 - บทสัมภาษณ์พ่นน้ำลายโม้แหลก
บทที่ 44 - บทสัมภาษณ์พ่นน้ำลายโม้แหลก
บทที่ 44 - บทสัมภาษณ์พ่นน้ำลายโม้แหลก
บทที่ 44 - บทสัมภาษณ์พ่นน้ำลายโม้แหลก
ฉินล่างมองเบอร์แปลกจากปินเจียงที่โชว์บนหน้าจอ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกดรับสาย
แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือ ปลายสายอ้างว่าเป็นโปรดิวเซอร์รายการ "ปินเจียงเฟิงอวิ๋น" ของสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นเมืองปินเจียง
รายการ "ปินเจียงเฟิงอวิ๋น" พูดง่ายๆ ก็คือรายการที่นำเสนอเรื่องราวสัพเพเหระและวิถีชีวิตของชาวบ้านในท้องถิ่นนั่นแหละ
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ฉินล่างกลายเป็นคนดังแห่งปินเจียง เป็นหัวข้อสนทนาที่ถูกพูดถึงกันทั่วบ้านทั่วเมือง
ลูกเศรษฐีหน้าโง่ที่จู่ๆ ก็มากว้านซื้อบ้านมือสองขนานใหญ่
ถึงแม้ในสายตาของฉินล่างมันจะไม่ได้สลักสำคัญอะไร แต่สำหรับเมืองเล็กๆ แบบนี้ มันคือประเด็นร้อนแรงเลยทีเดียว
ตามปกติแล้ว ฉินล่างย่อมไม่อยากทำตัวเด่นดัง การรวยเงียบๆ ถือว่าตอบโจทย์เขาที่สุด แต่กว้านซื้อเอิกเกริกขนาดนี้ จะให้ปิดข่าวก็คงยาก โดยเฉพาะอีกหนึ่งสัปดาห์ให้หลัง คงจะยิ่งทำให้คนสงสัยหนักเข้าไปอีก
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ตัดสินใจว่ายอมรับการสัมภาษณ์แบบเปิดเผยไปเลยดีกว่า อย่างน้อยก็พอจะควบคุมทิศทางข่าวได้บ้าง
ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ทีมงานสัมภาษณ์จาก "ปินเจียงเฟิงอวิ๋น" 3 คน ก็เดินทางมาถึงโครงการซิ่งฝูหว่าน
ถือว่าทำงานได้รวดเร็วมาก
ก็แน่ล่ะ ปินเจียงเป็นแค่เมืองเล็กๆ จะเดินทางไปไหนก็สะดวกทั้งนั้น
สถานที่สัมภาษณ์ก็จัดขึ้นใน "ห้องทำงานประธานกรรมการ" ที่ฉินล่างไม่เคยมาเหยียบเลยสักครั้ง
เมื่อพิธีกรสาวสวย ไต้หย่า เดินเข้ามาในห้องทำงาน ฉินล่างก็อดไม่ได้ที่จะตาโต
หล่อนมาในชุดสูททำงานสีเทาอ่อน ชายกระโปรงสั้นเหนือเข่ากำลังดี ดูคล่องแคล่วกระฉับกระเฉงแต่ก็ไม่ทิ้งความสง่างาม
ผมสีดำขลับถูกรวบเกล้าขึ้นสูง เผยให้เห็นลำคอขาวระหง
สิ่งที่ดึงดูดใจที่สุดเห็นจะเป็นดวงตาคู่สวยที่เปล่งประกาย ใช่แล้ว เป็นดวงตาที่สามารถสื่ออารมณ์ความรู้สึกได้
ฉินล่างรู้จักหล่อน
เพราะในปีหน้า หล่อนจะได้ย้ายไปเป็นพิธีกรตัวท็อปของสถานีโทรทัศน์ตี้ตู
ฉินล่างเคยดูรายการของหล่อนมาก่อน
ความจริงแล้ว ในขณะที่ฉินล่างกำลังประเมินไต้หย่าอยู่ ไต้หย่าเองก็กำลังประเมินฉินล่างเช่นกัน
เพราะเขาดูเด็กกว่าที่จินตนาการไว้มาก หน้าตาก็หล่อเหลาเอาการ ติดก็ตรงที่แต่งตัวสบายๆ จนเกินไป ดูไม่เหมือนนักธุรกิจระดับหัวกะทิเลยสักนิด
"ประธานฉินคะ?" เมื่อเห็นฉินล่างจ้องมองหล่อนจนตาค้าง ไต้หย่าก็เอ่ยเรียกด้วยรอยยิ้มบางๆ
หล่อนค่อนข้างมั่นใจในรูปร่างหน้าตาของตัวเอง และชินกับสายตาชื่นชมของพวกผู้ชายแล้ว แต่ไอ้คนที่กล้าจ้องมองเรือนร่างของหล่อนอย่าง "โจ่งแจ้ง" แม้กระทั่งตอนที่กล้องเริ่มบันทึกภาพแล้วแบบฉินล่างเนี่ย หาได้ยากจริงๆ
"อ้อ ขอโทษทีครับ!" ฉินล่างได้สติ รีบแก้ตัวน้ำขุ่นๆ หน้าตาย "พอดีเมื่อกี้ผมนึกถึงการแข่งขันฟุตบอลเมื่อคืนน่ะครับ ก็เลยเหม่อไปหน่อย"
ไต้หย่าย่อมไม่เชื่อคำแก้ตัวน้ำขุ่นๆ แบบนี้แน่ แต่ด้วยสปิริตความเป็นมืออาชีพ หล่อนก็ยังคงรักษารอยยิ้มที่เหมาะสมไว้ได้
การสัมภาษณ์เริ่มต้นขึ้น และฉินล่างก็เปิดโหมด "พูดจาเหลวไหลเป็นหน้าตาย" ทันที
"ประธานฉินคะ ช่วยเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับงานประจำวันของคุณให้ฟังหน่อยได้ไหมคะ?" ไต้หย่าเปิดด้วยคำถามทั่วไป
"ปกติผมยุ่งมากครับ" ฉินล่างทำหน้าขรึม "ผมเป็นคนอารมณ์ร้อน กลางดึกมักจะโทรไปด่าลูกน้องในทีมบ่อยๆ"
"โอ้? ประธานฉินพอจะบอกเหตุผลได้ไหมคะ?" ไต้หย่าเริ่มสนใจ สัญชาตญาณนักข่าวบอกหล่อนว่านี่อาจจะเป็นประเด็นเด็ด
"ก็พวกมันลงดันเจี้ยนนักซ์รามัสทีไร ก็พากันตายยกตี้ตั้ง 3 รอบ ทำเอาผมโมโหจนนอนไม่หลับเลยล่ะครับ" ฉินล่างทำหน้าจริงจังสุดๆ
"..."
"ประธานฉินนี่อารมณ์ขันจังเลยนะคะ ถ้างั้น... ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมคะว่า คุณได้เงินก้อนแรกมายังไง?" หางตาของไต้หย่ากระตุกยิกๆ หล่อนพยายามฝืนยิ้มเอาไว้
"เรื่องนี้เหรอครับ... คงต้องบอกว่าเป็นเงินกงสีมั้งครับ" ฉินล่างแกล้งทำหน้าเหมือนกำลังรำลึกความหลัง "ตอนเด็กๆ ผมท่องค่าพายได้ตั้ง 1,000 กว่าตำแหน่ง คุณตาผมดีใจมาก ก็เลยให้สมุดสะสมแสตมป์มาเป็นรางวัล ในนั้นมีแสตมป์หายากอยู่เพียบเลยครับ พอผมเอาไปขาย ก็เลยมีเงินทุนก้อนแรกครับ"
"ว้าว ประธานฉินความจำดีเลิศขนาดนั้นเลยเหรอคะ? ตอนนี้ยังจำได้อยู่ไหมคะ?" ไต้หย่าช่วยชง เพื่อดึงเข้าประเด็น
"แน่นอนครับ 3.14……………"
ฉินล่างพูดรัวเป็นปืนกล ท่องไปได้ตั้ง 70 กว่าตำแหน่งถึงจะยอมหยุด
ตากล้องหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะแอบเปิดเสิร์ชหาข้อมูลในโทรศัพท์มือถือ ก่อนจะกระซิบเตือนเสียงเบา "ประธานฉินครับ เหมือนคุณจะท่องผิดตั้งแต่ตำแหน่งที่ 15 แล้วนะครับ..."
ฉินล่างตีหน้าตาย "ก็ผมจำของผมมาแบบนี้นี่ ถูกหรือผิดมันเกี่ยวอะไรกับผมด้วยล่ะ?"
ไต้หย่าแทบจะกลั้นขำไว้ไม่อยู่ หล่อนอุตส่าห์เตรียมใจมาสัมภาษณ์นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่เคร่งขรึมจริงจัง นึกไม่ถึงเลยว่าจะมาเจอคนบ้าบอแบบนี้
พ่นน้ำลายโม้แหลกเป็นหน้าตาย แต่กลับพูดจาฉะฉานมั่นใจซะงั้น
แต่ถ้าเทปนี้ได้ออกอากาศไปล่ะก็ เรตติ้งต้องกระฉูดแน่ๆ พวกผู้บริหารสถานีต้องพอใจชัวร์
หล่อนพยายามกลั้นขำ แล้วถามต่อ "แล้วหลังจากนั้นล่ะคะ? แค่ขายแสตมป์คงไม่พอให้คุณมากว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์ได้เยอะขนาดนี้หรอกมั้งคะ?"
"ก็คุณตาผมอีกนั่นแหละครับ" ฉินล่างยกให้ "คุณตา" เป็นเครื่องมือสารพัดประโยชน์ไปซะแล้ว "คุณตามาบอกผมว่า บาเยิร์นมิวนิก จะแพ้ ผมก็เลยเชื่อท่าน ไปแทงบอลคู่พลิกล็อก ผลปรากฏว่าได้เงินมาตั้งหลายสิบล้านเลยครับ"
แน่นอนว่าไต้หย่าไม่เชื่อแม้แต่คำเดียว แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพ หล่อนก็ฝืนทนสัมภาษณ์ต่อไปจนจบ
ไม่เป็นไรหรอก ถึงยังไงก็ค่อยไปพึ่งทีมตัดต่อเอาทีหลังได้
"แล้วการที่คุณมากว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์ในปินเจียงครั้งนี้ ก็เป็นคำแนะนำของคุณตาด้วยหรือเปล่าคะ? ทำไมท่านถึงได้มองเห็นศักยภาพการเติบโตของปินเจียงล่ะคะ?"
ฉินล่างลูบคาง แสร้งทำสีหน้าจริงจัง "เป็นคำแนะนำของคุณตาจริงๆ ครับ... ส่วนเรื่องเหตุผลน่ะเหรอ... ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน เอาเป็นว่า คืนนี้ถ้าผมฝันถึงท่าน ผมจะลองถามท่านดูแล้วพรุ่งนี้จะให้คำตอบคุณดีไหมครับ?"
"พรืด!~" คราวนี้แม้แต่ตากล้องหนุ่มยังหลุดขำก๊ากออกมา จนกล้องสั่นไปหมด
ไต้หย่าถูกปั่นหัวจนโมโหจนต้องหัวเราะออกมา บรรยากาศการสัมภาษณ์ที่เป็นทางการถูกฉินล่างป่วนจนเละเทะไปหมด
"ฟังจากที่ประธานฉินพูดมา คุณคิดว่าการมาลงทุนที่ปินเจียง เป็นการตัดสินใจที่วู่วามไปไหมคะ?" คำถามนี้ของไต้หย่าถือว่าแทงใจดำพอสมควร
ฉินล่างส่ายหน้าเบาๆ
"ถึงมันจะดูเหมือนเป็นการตัดสินใจที่วู่วามก็เถอะ... แต่ความจริงแล้ว... ผมตบต้นขาฉาดตัดสินใจเอาดื้อๆ เลยล่ะครับ!~"
ตากล้อง: "..."
ไต้หย่า: "???"
ไต้หย่าไม่รู้หรอกว่าฉินล่างตบต้นขาฉาดตัดสินใจเอาดื้อๆ จริงหรือเปล่า แต่หล่อนรู้ดีว่า ตอนนี้สายตาของฉินล่างกำลังจ้องเขม็งมาที่ต้นขาของหล่อนอย่างโจ่งแจ้ง
หล่อนถึงกับต้องหุบขาเข้าหากันโดยสัญชาตญาณ นี่กล้องยังเดินอยู่นะยะ
การสัมภาษณ์จบลงด้วยบรรยากาศที่ทั้งแปลกประหลาดและเฮฮาสุดๆ
ไต้หย่าเก็บไมโครโฟน ยิ้มเจื่อนๆ ให้ฉินล่าง "ประธานฉินคะ คุณเป็นแขกรับเชิญที่แปลกที่สุดเท่าที่ฉันเคยสัมภาษณ์มาเลยค่ะ"
ฉินล่างหัวเราะหึๆ "ไม่แน่ว่าในอนาคต ตอนที่คุณย้ายไปทำงานที่ปักกิ่ง เราอาจจะได้ร่วมงานกันในรายการที่แปลกกว่านี้ก็ได้นะครับ"
ไต้หย่าชะงักไปนิดนึง ความจริงเรื่องที่มีคนทาบทามหล่อนไปทำงานที่สถานีโทรทัศน์ตี้ตูก็เป็นเรื่องจริง
แล้วฉินล่างไปรู้เรื่องนี้มาจากไหนกัน?
หล่อนจ้องมองฉินล่างอย่างพินิจพิเคราะห์ แม้ผู้ชายคนนี้จะโม้แหลกเป็นคุ้งเป็นแคว แต่มันก็น่าสนใจกว่าพวกนักธุรกิจที่เอาแต่พูดตามสคริปต์เป็นไหนๆ ยิ่งไปกว่านั้น ภายใต้ท่าทีทีเล่นทีจริงของเขา ดูเหมือนจะมีความลับซ่อนอยู่ไม่น้อยเลย
"ประธานฉินคะ พวกเราอยากจะขอถ่ายภาพบรรยากาศในโครงการสักหน่อย ไม่ทราบว่าจะสะดวกไหมคะ?" ไต้หย่าถามขึ้น
"ตามสบายเลยครับ ถ่ายได้เต็มที่!" ฉินล่างโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
ไต้หย่าจึงพาทีมงานเดินตระเวนถ่ายภาพรอบๆ โครงการ
ยิ่งถ่ายก็ยิ่งตื่นตาตื่นใจ ป้อม รปภ. ว่างเปล่า ขยะเกลื่อนกลาด สวนหย่อมเต็มไปด้วยวัชพืช
ตากล้องรีบเก็บภาพความโกลาหลเหล่านี้ไว้ได้อย่างรวดเร็ว ภาพพวกนี้แหละคือวัตถุดิบชั้นดีสำหรับทำข่าวเลย
ฉินล่างยืนอยู่ริมหน้าต่างห้องทำงาน มองลงมายังทีมงานสถานีโทรทัศน์ที่กำลังถ่ายทำอยู่เบื้องล่าง มุมปากยกยิ้มบางๆ
ทีนี้ก็เข้าทางเลย อันซูอิ่งไม่ต้องเหนื่อยไปหาหลักฐานเอาผิดแล้ว แค่เอาเทปรายการไปออกอากาศก็จบเรื่อง
(จบแล้ว)