- หน้าแรก
- ผมสูญเสียทุกสิ่งให้สาวลวงโลก จึงย้อนเวลามาเป็นเศรษฐี
- บทที่ 22 - อาหารทะเลเดลิเวอรีมื้อละแสนสอง
บทที่ 22 - อาหารทะเลเดลิเวอรีมื้อละแสนสอง
บทที่ 22 - อาหารทะเลเดลิเวอรีมื้อละแสนสอง
บทที่ 22 - อาหารทะเลเดลิเวอรีมื้อละแสนสอง
'ระบบ ไอ้ยัยเลขาสาวสวยผู้ซื่อสัตย์ที่ว่ามันคืออะไร? นี่แกเสกคนเป็นๆ ออกมาได้ด้วยเหรอ?' ฉินล่างถามระบบในใจระหว่างที่กำลังอาบน้ำ
"ระบบไม่สามารถเสกคนที่มีชีวิตขึ้นมาได้จากความว่างเปล่าหรอกค่ะ" ระบบตอบอย่างจริงจัง "แต่สามารถทำให้สาวสวยที่เหมาะสมที่สุดที่จะเป็นเลขาของคุณ จงรักภักดีต่อคุณอย่างหมดหัวใจได้ค่ะ อาจจะเป็นคนที่โฮสต์รู้จักอยู่แล้ว หรือคนที่กำลังจะได้รู้จักในเร็วๆ นี้ก็ได้น้า~"
'คงไม่ใช่หวังอวี้ฉยงหรอกนะ? ต่อให้ยกให้ฟรีฉันก็ไม่เอาหรอกเว้ย!' ฉินล่างรีบดักคอ
"โฮสต์วางใจได้เลยค่ะ รับรองว่าไม่ใช่ยัยป้านั่นแน่นอน~ โปรดเชื่อมั่นในรสนิยมของระบบสิคะ" ระบบรีบปฏิเสธทันควัน
'แล้วถ้าฉันทะลุมิติกลับไปล่ะ ฉันจะพาหล่อนข้ามมิติกลับไปหาฉันในอีกหนึ่งปีข้างหน้าได้ไหม?' ฉินล่างซักต่อ
"ตอนนี้โฮสต์ยังไม่สามารถพามนุษย์ข้ามมิติได้ค่ะ" ระบบอธิบาย "แต่หลังจากผ่านไปหนึ่งปี หล่อนก็ยังคงซื่อสัตย์ต่อคุณไม่เปลี่ยนแปลงแน่นอนค่ะ"
……
ในขณะเดียวกัน ที่ห้อง 1605
หวังอวี้ฉยงกำลังเสี้ยมสอนลูกสาวอยู่
"เยว่เยว่ จำไว้นะลูก วันหลังถ้าเห็นอาหารเดลิเวอรีวางอยู่หน้าห้องไอ้เวรนั่น ก็หยิบมากินได้เลยลูก ไม่ต้องกลัว! แม่จะเป็นคนคอยคุ้มครองหนูเอง!"
เด็กผู้หญิงถามเสียงสั่น "แต่ว่าแม่คะ ถ้าคุณลุงคนนั้นจับได้ล่ะคะ?"
"จะไปกลัวอะไรเล่า หนูก็แค่เด็กนี่นา" หวังอวี้ฉยงพูดอย่างไม่ยี่หระ "ก็แค่อาหารเดลิเวอรีกระจอกๆ กล่องเดียว มันจะทำอะไรได้? หนูไม่เห็นเหรอว่าวันนี้มันก็เพิ่งจะโดนแม่ด่าจนต้องหนีหางจุกตูดกลับเข้าบ้านไปน่ะ?"
ทางฝั่งฉินล่างเพิ่งจะเดินออกมาจากห้องน้ำ โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เป็นสายจากอู๋ตี๋
"ฉินล่าง! ทำไมช่วงนี้คุณถึงไม่โทรหาฉันเลยล่ะ?" เสียงของอู๋ตี๋ดังมาจากปลายสาย แฝงไปด้วยความน้อยอกน้อยใจ
"โธ่ ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ" ฉินล่างยิ้มแก้ตัว "ช่วงนี้ผมยุ่งๆ เรื่องซื้อบ้านน่ะครับ ธุระมันรัดตัวจริงๆ"
ความจริงแล้วฉินล่างแทบจะลืมอู๋ตี๋ไปสนิทแล้วด้วยซ้ำ ก็แค่ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนระหว่างไปเที่ยว หล่อนก็ไม่ใช่แม่ชีถือศีลบริสุทธิ์อะไร แล้วเขาก็ไม่ใช่หลวงจีนถือศีลพรหมจรรย์ด้วย
พอกลับมาปักกิ่ง ธุระมันก็เยอะจริงๆ นั่นแหละ
"ซื้อบ้านเหรอคะ?" อู๋ตี๋ถามด้วยความสงสัย "คุณซื้อบ้านอีกแล้วเหรอ? ซื้อที่ไหนคะเนี่ย?"
"แถวๆ ปินเจียงน่ะครับ" ฉินล่างตอบแบบอ้อมแอ้ม "ผมลงทุนนิดหน่อย ถ้าคุณมาปักกิ่ง เดี๋ยวผมพาไปดู"
หลังจากวางสาย ฉินล่างมองดูโฉนดบ้านทั้ง 72 ฉบับที่กองเป็นภูเขาขนาดย่อมๆ อยู่บนเตียง จู่ๆ เขาก็นึกครึ้มอกครึ้มใจขึ้นมา
เขาจัดมุมกล้อง ปรับแสง แล้วก็เซลฟีตัวเองซะหนึ่งรูป โดยมีฉากหลังเป็นโฉนดบ้านสีแดงเถือกปูเต็มเตียง
พอดูรูปที่ถ่ายออกมา อืม... เพอร์เฟกต์มาก
แต่พอคิดดูอีกที เขาก็ไม่อยากจะทำตัวเด่นเกินไปนัก งั้นเอาลงวีแชทโมเมนต์แค่รูปเดียวพอ ไม่ต้องพิมพ์แคปชันอะไรแล้วกัน
หลังจากโพสต์รูปลงวีแชทไปได้ไม่นาน โทรศัพท์จากหลี่ซวงเหอก็โทรเข้ามา
"เชี่ย! พี่ล่าง พี่ใช้แอปฯ อะไรแต่งรูปวะเนี่ย เนียนเว่อร์!"
หลี่ซวงเหอโวยวายเสียงดังมาตามสาย
"คราวก่อนก็เพิ่งจะโชว์รูปห้องเพรสซิเดนเชียลสวีตกับบ่อน้ำพุร้อนไปหยกๆ คราวนี้ล่อถ่ายรูปนอนบนกองโฉนดบ้านเลยเว้ย แนะนำแอปฯ ให้เพื่อนหน่อยดิ เดี๋ยวฉันจะได้ลองเอาไปแต่งรูปเล่นบ้าง"
ฉินล่างหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก "นี่ฉันจะรวยจริงๆ ไม่ได้เลยหรือไงวะ? ถ้านายอยากถ่ายรูปล่ะก็ มาถ่ายที่บ้านฉันนี่มา"
"พอเถอะน่า เราสองคนก็รู้ไส้รู้พุงกันดีอยู่แล้ว" หลี่ซวงเหอไม่เชื่อแม้แต่คำเดียว "ถึงพี่จะรวยกว่าฉันนิดหน่อย แต่เตียงกากๆ ของพี่น่ะ มันจะไปวางโฉนดบ้านได้เยอะขนาดนั้นได้ไงวะ?"
ฉินล่างส่ายหัวอย่างจนปัญญา ขี้เกียจจะเถียงด้วย เลยเปลี่ยนเรื่องคุย
"เอ้อ ว่าแต่นายอยากซื้อบ้านไม่ใช่เหรอ? ลองไปดูแถวอำเภอปินเจียงสิ บ้านที่นั่นถูกนะ นายซื้อเงินสดได้สบายๆ เลย"
"ปินเจียงเหรอ? ที่กันดารแบบนั้นน่ะนะ..." หลี่ซวงเหอทำเสียงดูถูก "ช่างมันเถอะพี่ล่าง ฉันยังอยากซื้อบ้านในปักกิ่งเพื่อแต่งงานอยู่นะเว้ย"
ฉินล่างส่ายหน้า ในเมื่อพูดไปหลี่ซวงเหอก็ไม่เชื่อ เขาเลยต้องปล่อยเลยตามเลย
แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก โอกาสที่จะพาเพื่อนรักรวยไปด้วยกันในอนาคตยังมีอีกเพียบ ตอนนี้เขามีเงินแล้ว คงไม่ยอมทนดูเพื่อนตัวเองกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประทังชีวิตหรอก
วันรุ่งขึ้น
ตารางงานก็ยังคงแน่นเอี้ยดเหมือนเดิม
ทั้งไปทำเรื่องอายัดเงินประกันที่ธนาคาร โอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน และวิ่งเต้นจัดการเอกสารต่างๆ ฉินล่างรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังทำงานประจำอยู่เลย จังหวะชีวิตในช่วงสองสามวันนี้มันวนลูปเดิมเป๊ะๆ
จนกระทั่งถึงช่วงเที่ยง ฉินล่างก็ไปที่ร้านฮาร์ดแวร์ของจ้าวหลินอีกครั้ง
คราวนี้เขาเข็นกระเป๋าเดินทางสีเงินใบเขื่องมาด้วย
ก็ช่วยไม่ได้นี่นา ขืนแบกทองคำแท่ง 200 กิโลกรัมใส่กระเป๋าเป้ มีหวังได้เป็นข่าวหน้าหนึ่งแน่ๆ แถมสายสะพายกระเป๋าเป้ก็ไม่รู้จะรับน้ำหนักไหวหรือเปล่าด้วย
วันนี้จ้าวหลินดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ พอเห็นฉินล่างก็รีบเดินยิ้มร่าเข้ามาต้อนรับทันที
ดูท่าทางทองคำ 100 แท่งลอตก่อน คงทำกำไรให้เขาเป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว
พอผ่านการซื้อขายกันมาถึงสองครั้ง ความเชื่อใจระหว่างกันก็เพิ่มขึ้นเยอะ
ฉินล่างไม่พูดพร่ำทำเพลง เปิดกระเป๋าเดินทางออก ข้างในมีทองคำแท่ง 200 แท่งเรียงซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบ
ถึงแม้จ้าวหลินจะเตรียมใจมาบ้างแล้วว่ากระเป๋าใบนี้ต้องมีทองอยู่เต็มแน่ๆ แต่พอเห็นจำนวนทองจริงๆ เขาก็ยังอดตะลึงไม่ได้อยู่ดี
"น้องฉินนี่ซ่อนคมเก่งจริงๆ นะเนี่ย!" จ้าวหลินเอ่ยปากชม ก่อนจะรีบสั่งให้ช่างทองเข้ามาตรวจสอบทันที ช่างทองก็เป็นสองคนเดิมนั่นแหละ
"หึๆ ผมก็แค่ลูกน้องรับจ้างวิ่งเต้นน่ะครับ" ฉินล่างหัวเราะร่วน ไม่ได้บอกว่าของพวกนี้เป็นของตัวเอง
ไม่นานเงินเก้าสิบหกล้านหยวนก็โอนเข้าบัญชีเรียบร้อย
จ้าวหลินอดไม่ได้ที่จะถามฉินล่าง "น้องฉินครับ ทองคำพวกนี้... ยังมีอีกไหมครับ?"
"ทำไมเหรอครับ? เถ้าแก่จ้าวรับซื้อไหวด้วยเหรอ?" ฉินล่างแอบแปลกใจนิดๆ
ตามที่เขาประเมินไว้ 200 แท่งน่าจะเต็มกลืนสำหรับจ้าวหลินแล้วด้วยซ้ำ เขาถึงขั้นเตรียมใจไว้แล้วว่าถ้าจ้าวหลินรับซื้อไม่ไหว ก็จะเอาส่วนที่เหลือกลับไปขายวันหลัง
"บอกตามตรงเลยนะครับ" จ้าวหลินยิ้มกริ่ม "เมื่อวานผมเพิ่งเปิดช่องทางระบายของใหม่ได้น่ะครับ ตอนนี้ผมสามารถกู้เงินจากนายทุนมาหมุนได้ชั่วคราว คุณมีอีกเท่าไหร่ ผมน่าจะรับซื้อได้หมดเลยครับ"
ฉินล่างพยักหน้ารับ "ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวช่วงค่ำๆ ผมแวะมาอีกรอบแล้วกันครับ"
หลังจากออกมาจากร้านฮาร์ดแวร์ ฉินล่างไม่ได้มุ่งหน้ากลับบ้าน แต่เรียกแท็กซี่ไปที่ภัตตาคารอาหารทะเลที่หรูหราที่สุดในละแวกนั้นแทน
"อิงไห่เก๋อ"
ภัตตาคารแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลส่งตรงจากญี่ปุ่น และเชฟระดับมิชลินสตาร์
ในฐานะที่เป็นคนจีนแท้ๆ ฉินล่างไม่ได้พิศวาสอะไรกับอาหารญี่ปุ่นนักหรอก
ที่เขาถ่อมาถึงที่นี่ ก็มีเหตุผลอยู่ข้อเดียว
นั่นก็คือ ร้านนี้มันแพงหูฉี่!
"สวัสดีค่ะคุณผู้ชาย มากันกี่ท่านคะ?" พนักงานเสิร์ฟในชุดกิโมโนต้อนรับอย่างนอบน้อม
"ผมมาคนเดียวครับ อยากจะสั่งอาหารกลับบ้านสักหน่อย" ฉินล่างบอกจุดประสงค์ตรงๆ
จากนั้น ตามคำแนะนำของพนักงานเสิร์ฟ ฉินล่างก็จัดแจงสั่งเมนูเดลิเวอรีที่หรูหราฟู่ฟ่าที่สุดในร้าน
ซุปเพื่อสุขภาพสูตรจักรพรรดิ, ปลาจวดเหลืองนึ่งซีอิ๊ว, สเต๊กเนื้อวากิวออสเตรเลียทอดเห็ดทรัฟเฟิลดำ, ข้าวอบมันปูและไข่กุ้ง
รวมมูลค่าทั้งหมดทะลุ 120,000 หยวนไปเลย
ตามที่ผู้จัดการร้านอธิบาย ซุปถ้วยนั้นใส่เป๋าฮื้อแห้งหัวคู่กับปลิงทะเลญี่ปุ่นคันโต เนื้อวากิวออสเตรเลียก็ระดับ M12 ขึ้นไป เห็ดทรัฟเฟิลดำก็ส่งตรงมาจากเปริกอร์ ประเทศฝรั่งเศส
เอาเป็นว่าฉินล่างฟังศัพท์เทคนิคอาหารหรูหราพวกนี้ไม่ค่อยเข้าใจหรอก เขาแค่จิ้มสั่งเมนูที่แพงที่สุดก็เท่านั้น
สั่งอาหารเสร็จ ฉินล่างก็กำชับผู้จัดการร้านเป็นพิเศษ "ตอนไปส่ง รบกวนช่วยส่งแบบเงียบๆ หน่อยนะครับ วางไว้หน้าประตูห้องผมได้เลย ถ่ายรูปหรืออัดคลิปตอนส่งไว้เป็นหลักฐานด้วย แต่ไม่ต้องเคาะประตู แล้วก็ไม่ต้องทำให้เพื่อนบ้านแตกตื่นนะ อ้อ แล้วก็อย่าใส่ใบเสร็จราคาอาหารไว้ในถุงล่ะ"
ตอนแรกฉินล่างนึกว่าผู้จัดการร้านจะต้องตกใจ หรือไม่ก็ถามเหตุผลซะอีก
ที่ไหนได้ ผู้จัดการร้านกลับตีหน้านิ่ง พยักหน้ารับคำรัวๆ "รับทราบครับๆ ลูกค้าหลายท่านก็รีเควสแบบนี้เหมือนกันครับ"
ฉินล่างแอบทึ่งในใจ ไม่เบาเลยแฮะสมกับเป็นผู้จัดการภัตตาคารหรู ผ่านโลกมาเยอะจริงๆ นี่หรือว่าช่วงนี้จะมีคนทะลุมิติมาเยอะเหรอ?
เห็นได้ชัดว่าผู้จัดการร้านคนนี้คงเคยเจอ "ออร์เดอร์พิเศษ" แบบนี้มาไม่น้อย ที่นี่คือปักกิ่งนะ คนที่อยากจะเอาใจเจ้านายก็มักจะสั่งอาหารแบบนี้แหละ เพียงแต่คอนโดที่เอาไปส่งมันอาจจะดูธรรมดาไปหน่อยก็แค่นั้นเอง
ฉินล่างรูดบัตรจ่ายเงินเต็มจำนวน ทิ้งที่อยู่และเบอร์ติดต่อไว้ให้เรียบร้อย
เมื่อมองดูยอดเงินในใบเสร็จ มุมปากของฉินล่างก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
ก็แค่กล่องอาหารเดลิเวอรีกากๆ ไม่ใช่เหรอ? ไม่ใช่ว่าลูกมากินอาหารฉัน ถือเป็นบุญของฉันหรอกเหรอ?
ถ้าเป็นอาหารราคาแค่สามสิบห้าสิบหยวน มันก็คงไม่คุ้มที่จะเอาเรื่องหรอก แต่อาหารราคาตั้ง 120,000 หยวนเนี่ย มันก็น่าจะพอให้ตำรวจรับแจ้งความได้แล้วมั้ง? ยังไงเขาก็มีทนายความส่วนตัวอยู่แล้วนี่นา
ระหว่างที่ฉินล่างกำลังจะกลับไปหาจ้าวหลินเพื่อขายทองคำลอตต่อไป จู่ๆ เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้น
【ติ๊ง! ค่าความประทับใจของซูเชียนเชียน -20】
【ค่าความประทับใจปัจจุบัน: 18】
ฉินล่างถึงกับยืนอึ้งไปเลย
เชี่ยเอ๊ย ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ ทำไมค่าความประทับใจถึงลดลงได้วะ?
(จบแล้ว)