- หน้าแรก
- ผมสูญเสียทุกสิ่งให้สาวลวงโลก จึงย้อนเวลามาเป็นเศรษฐี
- บทที่ 21 - คานบนเอนเอียง คานล่างย่อมบิดเบี้ยว
บทที่ 21 - คานบนเอนเอียง คานล่างย่อมบิดเบี้ยว
บทที่ 21 - คานบนเอนเอียง คานล่างย่อมบิดเบี้ยว
บทที่ 21 - คานบนเอนเอียง คานล่างย่อมบิดเบี้ยว
【นับถอยหลังกลับสู่โลกเดิม: 90 วัน 10 ชั่วโมง 18 นาที】
【ค่าความประทับใจของซูเชียนเชียน: 38】
【พื้นที่มิติระบบ: 216 ลูกบาศก์เมตร】
สำหรับฉินล่างแล้ว วันนี้ก็เป็นอีกวันที่แสนจะวุ่นวาย
ช่วงเช้าเขายังคงไปที่ธนาคารเพื่อจัดการเรื่องอายัดเงินประกัน ทว่าเมื่อวานเขาได้นามบัตรของรองผู้จัดการสาขามา วันนี้เขาจึงโทรศัพท์ไปประสานงานไว้ล่วงหน้า ผลก็คือครั้งนี้แม้แต่ฉีหงเหว่ย ผู้จัดการสาขา ก็ยังลงมาต้อนรับเขาด้วยตัวเอง
ช่วงบ่ายก็ยังคงไปที่สำนักงานที่ดินเพื่อทำเรื่องตรวจสอบและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ พร้อมกับแวะไปเอาโฉนดบ้านตัวจริง 72 ฉบับของเมื่อวานกลับมาด้วย
พอตกเย็นก็กลับมาที่สำนักงานทนายความฮว่าอวิ๋น เพื่อเซ็นสัญญาซื้อขายบ้านต่อ
จู่ๆ ฉินล่างก็นึกถึงเย่เหล่ยขึ้นมาได้ จึงเอ่ยถามฟางหยวน
"มีคนขายที่แซ่เย่บ้างไหมครับ?"
"มีค่ะ" ฟางหยวนตอบด้วยความประหลาดใจ "เย่ต้าฟู่ มีบ้านเก่าๆ อยู่ 9 หลัง พื้นที่รวมประมาณ 820 กว่าตารางเมตร เป็นบ้านที่อยู่ติดๆ กันหมดเลยค่ะ..."
ความจริงแล้วฟางหยวนก็แอบสงสัยอยู่เหมือนกัน เพราะฉินล่างบอกเธอว่าให้หาคนขายที่มีบ้านตั้งแต่ 10 หลังขึ้นไป เธอเลยคิดว่าฉินล่างคงไม่สนใจบ้านเก่าๆ 9 หลังนี้ ก็เลยไม่ได้กะจะแนะนำแต่แรก
"ผมเอาหมดนั่นแหละ" ฉินล่างตัดสินใจทันที
ฟางหยวนอดสงสัยไม่ได้จึงถามไปว่า "ประธานฉินรู้จักคุณเย่ท่านนี้ด้วยเหรอคะ?"
ฉินล่างอธิบายสั้นๆ "พ่อของเพื่อนเก่าสมัยเรียนน่ะครับ ถือซะว่าช่วยอุดหนุนคนรู้จัก คุณไม่ต้องไปบอกเขานะ"
ฟางหยวนถึงกับร้องอ๋อ แน่นอนว่าเธอไม่มีทางเอาเรื่องนี้ไปบอกเย่ต้าฟู่หรอก ไม่งั้นเธอจะเอาผลงานไปอวดอ้างเพื่อขอเรียกค่านายหน้าเพิ่มจากเย่ต้าฟู่ได้ยังไงล่ะ
พอเย่ต้าฟู่ได้รับโทรศัพท์จากฟางหยวน เขาก็ถึงกับทิ้งวงไพ่นกกระจอก แล้วรีบหอบเอกสารบึ่งมาที่สำนักงานทนายความฮว่าอวิ๋นทันที
และบ้าน 9 หลังของเย่ต้าฟู่ ก็ถือเป็นการกว้านซื้อลอตสุดท้ายของฉินล่างในวันนี้ด้วย
ช่วยไม่ได้นี่นา ก็ตอนนี้เขาเงินหมดกระเป๋าแล้วจริงๆ
วันนี้ฉินล่างซื้อบ้านมือสองไปทั้งหมดแค่ 46 หลัง หมดเงินไปสิบแปดล้านสี่แสนหยวน
ที่ซื้อได้แค่นี้ เพราะเขาต้องกันเงินไว้จ่ายค่านายหน้าให้ฟางหยวนอีกสองล้านกว่าหยวนด้วย แต่ตอนนี้เขามีเงินสดติดตัวเหลืออยู่แค่ล้านหกแสนกว่าหยวนเท่านั้น
ฉินล่างเลยโอนเงินให้ฟางหยวนไปก่อนหนึ่งล้านหยวนเพื่อความสบายใจ ส่วนที่เหลือค่อยเคลียร์กันหลังจากได้โฉนดบ้านมาครบแล้ว
พอฉินล่างหยุดรับซื้อ บรรดาเจ้าของบ้านที่ต่อคิวรออยู่ด้านหลังก็พากันโอดครวญอย่างเสียดาย
อุตส่าห์เจอเศรษฐีหน้าโง่มาแจกเงินทั้งที ทำไมถึงเลิกซื้อไปดื้อๆ ซะงั้นล่ะ?
เมื่อแน่ใจแล้วว่าฉินล่างจะไม่ซื้อต่อแล้ว จางฮว่าอวิ๋นก็เริ่มลงมือบ้าง
เธอเลือกกว้านซื้อบ้านใหม่แกะกล่อง 12 หลังในโครงการจัดสรรแห่งใหม่ล่าสุดที่เหลืออยู่ โดยใช้เงินไป 6 ล้านหยวน ซึ่งนี่คือเงินเก็บทั้งหมดที่เธอมีแล้ว
"คุณจางก็มองเห็นลู่ทางสดใสของอสังหาฯ ในอำเภอปินเจียงเหมือนกันเหรอครับ?" ฉินล่างถามยิ้มๆ
"เปล่าหรอกค่ะ ฉันก็แค่ฝันเหมือนกัน ฝันว่ามีคนรวยจะพาฉันไปรวยด้วยน่ะค่ะ" จางฮว่าอวิ๋นดันแว่นตาขึ้น สีหน้าจริงจังและเคร่งขรึมสุดๆ
ฉินล่างแอบนับถือในความใจกล้าของเธอจริงๆ
ทั้งๆ ที่ไม่มีข้อมูลวงในอะไรเลยแท้ๆ แต่กลับกล้าเทหมดหน้าตักเพื่อซื้อตามเขา
เนื่องจากวันนี้ทำงานได้รวดเร็วมาก พอทุ่มกว่าๆ ฉินล่างก็กลับถึงบ้านแล้ว
แต่จู่ๆ เขาก็ได้รับสายจากจ้าวหลิน โทรมาถามว่าเขายังมีทองคำแท่งอยู่อีกไหม? ถ้ามีก็ให้เอาไปส่งได้เลย
ก่อนหน้านี้จ้าวหลินบอกว่าต้องใช้เวลา 3 วัน นึกไม่ถึงว่าแค่ผ่านไปวันเดียวก็จะโทรมาถามหาของเพิ่มซะแล้ว ดูทรงแล้วทอง 100 แท่งก่อนหน้านี้ จ้าวหลินคงระบายออกไปหมดเกลี้ยงแล้วล่ะสิ
ฉินล่างตกลงนัดเจอกับจ้าวหลินบ่ายวันพรุ่งนี้
กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่มาอีกก้อน ทำเอาฉินล่างอารมณ์ดีสุดๆ
ตรงโถงทางเดิน เขาก็บังเอิญเจอผู้หญิงห้อง 1605 ฝั่งตรงข้ามที่เพิ่งเดินลงไปทิ้งขยะกลับมาพอดี
ตึกที่ฉินล่างอยู่เป็นแบบชั้นละ 4 ห้อง มีหมายเลขห้อง 01, 02, 03 และ 05 สาเหตุที่ไม่มีห้อง 04 ก็เพราะมันฟังดูไม่เป็นมงคล เลยไม่มีใครอยากอยู่
ฉินล่างคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ตัดสินใจจะคุยเรื่องที่เด็กผู้หญิงขโมยอาหารเดลิเวอรีสักหน่อย
ความจริงเขาไม่ได้หวังจะให้เธอชดใช้ค่าเสียหายอะไรหรอก แค่อยากจะเตือนให้ดูแลลูกให้ดีกว่านี้ก็เท่านั้น
"สวัสดีครับ" ฉินล่างพยักหน้าทักทายอย่างสุภาพ "ผมมีเรื่องอยากจะบอกคุณหน่อยครับ เมื่อวานนี้อาหารเดลิเวอรีที่วางอยู่หน้าห้องผม ลูกสาวของคุณเป็นคนแอบหยิบไปครับ"
ตอนแรกผู้หญิงคนนั้นก็อึ้งไปนิดหนึ่ง แต่พอฟังฉินล่างพูดจบ เธอก็เท้าสะเอวแหวใส่ด้วยน้ำเสียงแหลมปรี๊ด
"แกพูดบ้าอะไรของแกฮะ ลูกสาวฉันออกจะเรียบร้อยน่ารัก จะไปขโมยอาหารเดลิเวอรีห่วยๆ ของแกได้ยังไง?"
ฉินล่างยังคงใจเย็น เขาเข้าใจดีว่าไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากฟังคนอื่นมาด่าลูกตัวเองหรอก
"มันไม่ได้หายแค่ครั้งเดียวนะครับ แล้วผมก็มีภาพจากกล้องวงจรปิดด้วย ถ้าคุณอยากดู ผมเปิดให้ดูได้นะ"
"จะดูหาพระแสงอะไรฮะ?!" พอได้ยินว่ามีกล้องวงจรปิด ผู้หญิงคนนั้นก็ยิ่งโวยวายหนัก ชี้หน้าด่าฉินล่างฉอดๆ
"แกเป็นผู้ชายอกสามศอกแท้ๆ จะมาเอาเรื่องเอาราวอะไรกับเด็กตัวแค่นี้? แค่อาหารเดลิเวอรีมื้อเดียวมันจะสักกี่บาทเชียว? จนตรอกถึงขั้นเป็นบ้าไปแล้วหรือไงฮะ?"
หล่อนแหกปากเสียงดังลั่น จนได้ยินกันไปทั้งชั้น
ประตูห้อง 1603 แง้มออก มีคนชะโงกหน้าออกมาดู
ตามด้วยประตูห้อง 1602 ก็เปิดออก สองตายายเดินออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น
"ทุกคนมาช่วยกันเป็นพยานทีค่ะ!" พอเห็นว่ามีคนออกมาดู ผู้หญิงคนนั้นก็ยิ่งได้ใจ ตบต้นขาร้องห่มร้องไห้ "ไอ้หน้าตัวเมียนี่มันรังแกแม่ม่ายลูกติดอย่างพวกเราค่ะ! แค่อาหารเดลิเวอรีกล่องเดียว ก็มาตามราวีไม่เลิก! แถมยังมาลวนลาม ทำตัวโรคจิตใส่ฉันอีกต่างหาก"
ปากก็โวยวายไป มือก็แกล้งดึงทึ้งเสื้อผ้าตัวเองไปด้วย
ฉินล่างยืนมองอยู่เงียบๆ รู้สึกพูดไม่ออก ฉันยืนห่างจากหล่อนตั้งขนาดนี้ ไปลวนลามหล่อนตอนไหนฟะ
เขาพยายามข่มอารมณ์ให้ใจเย็น แล้วหันไปอธิบายกับเพื่อนบ้านคนอื่นๆ
"ผมไม่ได้จะเรียกร้องค่าเสียหายหรอกครับ แค่คิดว่าการปล่อยให้เด็กมาหยิบของของคนอื่นแบบนี้มันไม่ดี ควรจะอบรมสั่งสอนกันหน่อย..."
"อบรม? แส่ไม่เข้าเรื่อง! แกมีสิทธิ์อะไรมาสั่งสอนฮะ?" หล่อนกรีดร้องขัดขึ้นมา
"แกนึกว่าตัวเองเป็นใคร? ลูกฉันกินของแกน่ะ ถือเป็นบุญของแกแค่ไหนแล้ว! แค่อาหารเดลิเวอรีเน่าๆ กล่องเดียว ถึงกับต้องมาเล่นใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ? มารังแกแม่ม่ายลูกติดอย่างพวกเราทำไมฮะ"
หล่อนแผดเสียงร้องไห้ฟูมฟาย น้ำมูกน้ำตาไหลพราก
ฉินล่างทำเพียงยืนกอดอกมองหล่อนเงียบๆ ด้วยสายตาเย็นชา
ตอนนั้นเอง ประตูห้อง 1605 ก็เปิดออก เด็กผู้หญิงที่เป็นคนขโมยอาหารเดลิเวอรีโผล่หน้าออกมาดูด้วยท่าทางหวาดกลัว
ผู้หญิงคนนั้นคว้าแขนลูกสาวดึงหลบไปข้างหลัง แล้วด่ากราดต่อ "เห็นไหม! แกทำให้เด็กตกใจกลัวไปหมดแล้วเนี่ย! ฉันจะบอกแกให้นะ ถ้าลูกฉันช็อกจนเป็นอะไรไปล่ะก็ ฉันเอาแกตายแน่!"
ป้าจ้าวที่อยู่ห้อง 1602 ดึงแขนฉินล่างมากระซิบ "พ่อหนุ่มฉินเอ๊ย อย่าไปถือสาเอาความหล่อนเลย เมื่อวันก่อนหล่อนเพิ่งจะด่ากราดกับน้องช่างทำเล็บชั้นล่างเป็นชั่วโมง เพราะเรื่องโยนของลงมาจากตึกนี่แหละ แต่สุดท้ายก็ไม่มีหลักฐานก็เลยเอาผิดไม่ได้ หล่อนก็สันดานแบบนี้แหละ พวกเราชินกันหมดแล้ว"
พอได้ยินแบบนั้น ฉินล่างก็สะดุ้งในใจ เขานึกย้อนไปถึงตอนก่อนที่จะทะลุมิติมา ที่เขาเกือบจะโดนผ้าอนามัยใช้แล้วหล่นใส่หัว
ถ้าดูจากทิศทางและชั้นที่หล่นลงมาล่ะก็ แปดในสิบส่วนก็คงเป็นฝีมือผู้หญิงคนนี้แหละ
【ติ๊ง! เปิดใช้งานภารกิจรอง: สั่งสอนหวังอวี้ฉยงให้หลาบจำ】
【รางวัลเมื่อทำภารกิจสำเร็จ: เลขาสาวสวยผู้ซื่อสัตย์】
【บทลงโทษเมื่อทำภารกิจล้มเหลว: ไม่มี】
ท่ามกลางสายตาของเพื่อนบ้านเก่าแก่ ฉินล่างไม่สะดวกจะลงไม้ลงมือกับยัยป้าปากหมาคนนี้เท่าไหร่นัก ภารกิจจากระบบที่เด้งขึ้นมาแบบปุบปับนี้ทำเอาฉินล่างอึ้งไปเลย เขาเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าผู้หญิงคนนี้ชื่อ หวังอวี้ฉยง
เมื่อเห็นฉินล่างยืนเงียบไม่ตอบโต้ หวังอวี้ฉยงก็ยิ่งได้ใจ ด่าทอหยาบคายรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ฉินล่างตวัดสายตาดุดันจ้องมองหล่อน
"นี่หล่อนแดกยาระบายเข้าไปหรือไงฮะ? ถึงได้พ่นขี้ออกมาจากปากไม่หยุดแบบนี้?"
พูดจบ เขาก็หันหลังกลับ เดินเข้าบ้าน แล้วกระแทกประตูใส่หน้า
แม้จะปิดประตูแล้ว แต่ฉินล่างก็ยังได้ยินเสียงหวังอวี้ฉยงด่าทอแช่งชักหักกระดูกอยู่หน้าห้อง
"ไอ้ชาติหมา! รังแกสองแม่ลูกอย่างเรา ขอให้มึงตายโหง!"
ฉินล่างเองก็หงุดหงิดจนแทบระเบิด อารมณ์ดีๆ พังทลายไม่มีชิ้นดี
จริงอย่างที่เขาว่ากัน น้ำลายมีไว้สำหรับนับเงิน ไม่ได้มีไว้สำหรับต่อล้อต่อเถียงกับพวกป้าสติแตก
คานบนเอนเอียง คานล่างย่อมบิดเบี้ยว มีแม่แบบนี้ เด็กมันแค่ขโมยอาหารเดลิเวอรี ก็ถือว่ามีมารยาทมากแล้ว
(จบแล้ว)