- หน้าแรก
- ผมสูญเสียทุกสิ่งให้สาวลวงโลก จึงย้อนเวลามาเป็นเศรษฐี
- บทที่ 8 - ให้เธอจ่ายดอกเบี้ยสักหน่อยเถอะ
บทที่ 8 - ให้เธอจ่ายดอกเบี้ยสักหน่อยเถอะ
บทที่ 8 - ให้เธอจ่ายดอกเบี้ยสักหน่อยเถอะ
บทที่ 8 - ให้เธอจ่ายดอกเบี้ยสักหน่อยเถอะ
……
ฉินล่างหลับตารออยู่นานสองนาน
ไม่มีอาการโลกหมุนติ้วอย่างที่คิดไว้ หรือมีอาการหน้ามืดวิงเวียนใดๆ เกิดขึ้นเลย
แม้แต่อุณหภูมิและความชื้นก็ไม่เปลี่ยนไปสักนิด
เขาค่อยๆ หรี่ตาขึ้นข้างหนึ่งอย่างเงียบๆ ก็พบว่ารอบตัวทุกอย่างยังคงเป็นปกติ ยังคงอยู่ในร้านไหตี่เลา ยังคงมีเสียงจอแจ กลิ่นหอมของหม้อไฟยังคงลอยอบอวล และในจานก็ยังมีกุ้งที่เขากินค้างไว้ครึ่งตัววางอยู่
"นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น?" ฉินล่างหน้าเหวอ "ฉันต้องทะลุมิติไปแล้วไม่ใช่เหรอ? ระบบล่ะ?"
"ติ๊ง! ฉันอยู่นี่จ้า~" เสียงกวนโอ๊ยของระบบดังขึ้นในหัวของฉินล่าง
นี่มันเรื่องอะไรกัน? ไหนตกลงกันว่าจะทะลุมิติไง? ฉินล่างงงเป็นไก่ตาแตก
"ขอให้โฮสต์ตรวจสอบหน้าต่างระบบด้วยค่ะ"
ฉินล่างรีบเรียกหน้าต่างระบบขึ้นมาดู ก็เห็นข้อความแสดงไว้ว่า:
【กำลังจะเริ่มการทะลุมิติ, นับถอยหลัง: 23 ชั่วโมง 58 นาที】
เชี่ยเอ๊ย! นี่มันสถานการณ์บ้าอะไรเนี่ย? ฉินล่างโมโหจนแทบจะตะโกนออกมา
"ก่อนหน้านี้คือเวลานับถอยหลังของ 'ระยะเวลาเตรียมตัวทะลุมิติ' ค่ะ ตอนนี้ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้เข้าสู่ 'ระยะเวลาเตรียมตัวทะลุมิติของจริง' นี่คือช่วงเตรียมตัวขั้นสุดท้าย จะกินเวลาอีกยี่สิบสี่ชั่วโมงค่ะ" ระบบอธิบายอย่างไม่รีบร้อน
ฉินล่างแทบจะกระอักเลือด "แกมาเล่นคำกับฉันงั้นเหรอ? นี่มันบทที่ 8 แล้วยังไม่ทะลุมิติอีก คนอ่านหนีหายไปหมดแล้วมั้ง!"
ระบบแกล้งโง่ทำไขสือ "โฮสต์พูดเรื่องอะไรอ่ะคะ เค้าฟังไม่เห็นรู้เรื่องเลย ต้องมีความอดทนหน่อยสิคะ!~"
"แล้วทำไมก่อนหน้านี้แกไม่บอกห๊ะ?" ฉินล่างกัดฟันกรอดด้วยความแค้น
"ก็ก่อนหน้านี้คุณไม่ได้ถามนี่นา!~" น้ำเสียงของระบบน่าโดนโบกสุดๆ
"พูดจาให้มันดีๆ หน่อย อย่ามาบีบน้ำตางุ้งงิ้งใส่ฉัน นั่นมันระบบของนิยายผู้หญิงโว้ย" ฉินล่างพยายามข่มความโกรธ
ทำไงได้ ต่อให้เป็นระบบที่น่าถีบแค่ไหน มันก็คือระบบอยู่วันยันค่ำ
"แล้วถ้ายี่สิบสี่ชั่วโมงนี้จบลง ก็จะทะลุมิติจริงๆ แล้วใช่ไหม? คงจะไม่มีเวลานับถอยหลังทะลุมิติอะไรโผล่มาอีกนะ?" ฉินล่างซักไซ้ด้วยความไม่วางใจ
"ไม่มี ไม่มีแล้วจ้า" ระบบรับประกัน
ในที่สุดฉินล่างก็กระจ่างแจ้ง ว่าตัวเองดันมีเวลาเตรียมตัวเพิ่มมาอีกยี่สิบสี่ชั่วโมง
แต่ปัญหาคือ ตอนนี้เขากำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าอึดอัดสุดๆ เขาจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าอาหาร?
มองดูเงินสดในโทรศัพท์ที่มีไม่ถึงหนึ่งร้อยหยวน กับบิลค่าอาหารแปดร้อยกว่าหยวนที่แปะอยู่ข้างโต๊ะ ฉินล่างหันไปมองพนักงานเสิร์ฟสาวสวยข้างๆ ด้วยความกระอักกระอ่วน
"คุณลูกค้าต้องการรับอะไรเพิ่มไหมคะ? กุ้งจานนี้ให้ดิฉันแกะเปลือกให้ไหมคะ?" พนักงานเสิร์ฟสาวยังคงบริการอย่างกระตือรือร้น
ส่วนฉินล่างน่ะเหรอ เขินจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี นิ้วเท้าจิกพื้นจนจะสร้างบ้านสามห้องนอนได้อยู่แล้ว
ตอนนั้นเอง โทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นหลี่ซวงเหอโทรมา
"ฉินล่าง นายอยู่ไหนเนี่ย?" น้ำเสียงของหลี่ซวงเหอที่ปลายสายดูร้อนรน
"ไหตี่เลา ทำไมอ่ะ? นายจะมาช่วยฉันจ่ายบิลหรือไง?"
พอเห็นว่าเป็นสายจากหลี่ซวงเหอ ฉินล่างก็ดีใจ พระเอกขี่ม้าขาวมาโปรดแล้ว
"ส่งโลเคชันมาเลย รออยู่นั่นแหละ เดี๋ยวรีบไป" หลี่ซวงเหอพูดจบก็วางสายไป
ฉินล่างอึ้งไปเล็กน้อย รู้สึกซาบซึ้งใจนิดๆ
วันนี้เพื่อนซี้คนนี้เป็นอะไรไปเนี่ย? ทำไมถึงกระตือรือร้นอยากจ่ายบิลขนาดนี้? แต่พอถึงเวลาคับขันก็เสนอตัวช่วยเหลือขนาดนี้ เพื่อนคนนี้คบได้จริงๆ แฮะ
ความจริงแล้ว หลังจากวางสายฉินล่าง หลี่ซวงเหอก็ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกทะแม่งๆ
อยู่ดีไม่ว่าดี จู่ๆ ฉินล่างก็มาบอกเขาว่า "นายเป็นพี่น้องที่ดีที่สุดของฉันนะ"
คำพูดแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยแบบนี้ ทำให้หลี่ซวงเหอเกิดลางสังหรณ์ใจไม่ดี ราวกับว่าชาตินี้จะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว เขาเป็นห่วงว่าฉินล่างจะคิดสั้น ก็เลยรีบตามมา
ยี่สิบนาทีต่อมา หลี่ซวงเหอก็วิ่งกระหืดกระหอบมาถึงไหตี่เลา
พอเห็นฉินล่างนั่งกินหม้อไฟอย่างสบายใจเฉิบ เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
แต่จากนั้นเขาก็ตีหน้าขรึม "ไอ้บ้า นี่แกเล่นตลกอะไรของแกอีก?"
ฉินล่างหัวเราะแหะๆ : ไม่มีอะไรหรอก มากินข้าวแล้วไม่มีเงินจ่าย ก็เลยโทรหานายนี่ไง มาๆ นั่งลงกินด้วยกัน ฉันเพิ่งสั่งกับข้าวเพิ่มมาอีกหลายอย่างเลยนะ
"ไม่มีเงินแล้วแกสาระแนมากินไหตี่เลาเนี่ยนะ?" หลี่ซวงเหอด่าแบบไม่จริงจังนัก
"ฉันเป็นเจ้ามือ แต่นายเป็นคนจ่ายไง" ฉินล่างหน้าหนาสุดๆ
ทั้งสองคนกินไปคุยไป ตั้งแต่เรื่องของกลางของข้าราชการกังฉินที่กระโดดตึกเมื่อสองปีก่อนเพิ่งถูกค้นพบ ลามไปจนถึงวิกฤตการเงินล่าสุดของอเมริกา แน่นอนว่าต้องมีเรื่องผู้หญิงเข้ามาเอี่ยวด้วย
กินไปจนถึงหกโมงเย็น ฉินล่างเหลือบดูบิล ปรากฏว่าพุ่งไปถึงหนึ่งพันสองร้อยกว่าหยวนแล้ว
หลี่ซวงเหอตั้งใจจะไปจ่ายเงิน แต่ฉินล่างห้ามไว้ก่อน
เขารู้ว่าหลี่ซวงเหอก็ไม่ได้มีเงินมากมายอะไร ประหยัดได้ก็ควรประหยัด
นายกลับไปก่อน เดี๋ยวฉันจะให้ซูเชียนเชียนมาจ่ายเอง ฉินล่างพูดอย่างมีลับลมคมนัย
ฉินล่างคิดตกแล้ว ในเมื่อต้องเรียกคนมาจ่ายบิล แล้วทำไมไม่หลอกฟันซูเชียนเชียนสักมื้อล่ะ ถือซะว่าเก็บดอกเบี้ยคืนก็แล้วกัน
คิดได้ดังนั้น ฉินล่างก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาซูเชียนเชียนทันที
"เชียนเชียน ฉันจองโต๊ะที่ไหตี่เลารอเธอไว้แล้วนะ เธอตรงมาได้เลย"
เมื่อแน่ใจว่าฉินล่างปลอดภัยดี หลี่ซวงเหอก็กลับไป เพราะที่บริษัทเขายังมีงานค้างอยู่
ก่อนกลับ เขาโอนเงินให้ฉินล่างสองพันหยวน เพราะเป็นห่วงว่าถ้าซูเชียนเชียนไม่มา ฉินล่างจะโดนลากไปล้างจานหลังร้าน
พอมีเงินสองพันหยวนอยู่ในกระเป๋า ฉินล่างก็มีความมั่นใจขึ้นมาทันที เขาสั่งให้พนักงานเก็บโต๊ะแล้วจัดชุดใหม่มาอีกรอบ
พนักงานเสิร์ฟสาวถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก ฉินล่างนั่งกินตั้งแต่บ่ายยันเย็น แถมยังกินติดกันถึงสามมื้อ
ไม่นานซูเชียนเชียนก็มาถึง เธอมาในชุดกระโปรงทำงาน ใต้ตาดูคล้ำเล็กน้อย แฝงความเหนื่อยล้าจางๆ
แต่ฉินล่างรู้ดีว่า นี่เป็นฝีมือการแต่งหน้าของเธอต่างหาก จงใจสร้างลุคอ่อนแอแบบ "เห็นแล้วน่าสงสาร"
ฉินล่างจัดการโม้แหลกตามระเบียบ "ช่วงนี้เพิ่งได้งานโปรเจกต์ใหญ่มา พรุ่งนี้เงินเดือนกับค่าคอมฯ ก็จะออกแล้ว เดี๋ยวจะซื้อกระเป๋าให้เธอนะ!"
เอาเป็นว่า เธออยากได้อะไร ก็ขอมาได้เลย
ฉันรับปากให้หมด พรุ่งนี้จะประเคนซื้อให้ทุกอย่าง
ปกติแล้วระดับอย่างซูเชียนเชียนไม่น่าจะหลงเชื่อใครง่ายๆ แต่บังเอิญว่าคาแรกเตอร์ไอ้หนุ่มซื่อบื้อของฉินล่างมันฝังรากลึกเกินไป เมื่อก่อนมีอะไรก็เล่าให้เธอฟังหมด ซูเชียนเชียนเลยไม่เชื่อเด็ดขาดว่าฉินล่างจะกล้าหลอกเธอ
กินไปจนถึงหนึ่งทุ่มครึ่ง ซูเชียนเชียนต้องรักษาหุ่น มื้อเย็นเธอเลยกินแค่นิดเดียว
ส่วนฉินล่างน่ะยัดไม่ลงแล้วจริงๆ เขาเลยอ้างว่าจะไปเข้าห้องน้ำ แล้วทำทีเป็นว่ามีลูกค้าโทรมาแต่สัญญาณในร้านไม่ดี จากนั้นก็เผ่นแน่บทันที
พอเดินออกจากไหตี่เลา ฉินล่างก็เป่าปากด้วยความโล่งอก แล้วกดบล็อกเบอร์ซูเชียนเชียนทิ้งทันที
ช่วยไม่ได้จริงๆ ใครใช้ให้เวลาเตรียมตัวทะลุมิติมันมีแค่นี้นี่นา
ถ้าให้เวลาฉินล่างสักหนึ่งเดือนล่ะก็ เขาจะต้องทำให้ซูเชียนเชียนคายของขวัญและเงินที่เคยสูบจากเขาไปทั้งหมด คืนมาทั้งต้นทั้งดอกให้จงได้
……
กว่าจะนั่งแท็กซี่กลับถึงบ้านก็ปาเข้าไปสามทุ่มแล้ว วันนี้ช่างเป็นวันที่ผ่านเรื่องราวมาอย่างโชกโชนจริงๆ เขาแบกร่างอันเหนื่อยล้าเดินเข้าไปในตึกที่พัก ในหัวยังคงครุ่นคิดว่าช่วงเวลาโค้งสุดท้ายนี้ขออย่าให้มีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้นเลยนะ
พอก้าวเท้าถึงหน้าประตูทางเข้าตึก
"แผละ!"
วัตถุประหลาดลอยละลิ่วหล่นลงมาจากฟ้า ตกแหมะอยู่ตรงหน้าเขาห่างไปไม่ถึงครึ่งเมตรพอดี
ฉินล่างตกใจกระโดดถอยหลัง หัวใจเต้นรัวเป็นจังหวะสามช่า
ถ้าเขาก้าวเร็วไปอีกก้าวเดียว มันไม่หล่นแหมะลงบนหัวเขาพอดีหรอกเหรอ?
"ใครแม่งสันดานเสียขนาดนี้วะ?"
ฉินล่างเงยหน้าขึ้นด้วยความโมโห แต่บนฟ้ามืดตึดตื๋อ มองไม่เห็นอะไรเลย ตึกเส็งเคร็งนี่ก็เก่ามากแล้ว กล้องวงจรปิดสักตัวก็ไม่มี นี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่มีคนโยนของลงมาจากตึกแบบนี้
เขาขมวดคิ้วก้มหน้าลงมอง แล้วก็ต้องรู้สึกสะอิดสะเอียนขีดสุด
สิ่งที่กองอยู่บนพื้นคือผ้าอนามัยใช้แล้ว แถมปริมาณยังไม่ใช่น้อยๆ ด้วย!~
"เชี่ยเอ๊ย!" ฉินล่างแทบจะอาเจียน "นี่ถ้าหล่นใส่หัว มีหวังซวยไปสามปีแน่! โคตรอัปมงคลเลย!"
เขาเดินสบถเข้าตึกไปตลอดทาง "ไอ้เวรตะไลตัวไหนมันทำวะเนี่ย? ถ้าพ่อจับได้ล่ะก็ จะตบให้หน้าหันเลยคอยดู!"
ตอนที่เดินขึ้นบันได ในใจฉินล่างยังคงระแวงไม่หาย
"คงไม่ใช่เพราะฉันกำลังจะทะลุมิติ แต้มดวงก็เลยถูกสูบไปจนหมดเกลี้ยงหรอกนะ?"
(จบแล้ว)