- หน้าแรก
- เดอะแฟลชในจักรวาลมาร์เวล
- บทที่ 26: คุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพลังเลย
บทที่ 26: คุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพลังเลย
บทที่ 26: คุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพลังเลย
เรื่องต่าง ๆ ย่อมมีลำดับความสำคัญ จางหยางเองก็รู้ว่าเขาปล่อยให้วิปแลชหนีไปไม่ได้ ด้วยความสามารถของอีกฝ่าย ครั้งหน้าเขาอาจจะน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม และอาจพัฒนาวิธีรับมือที่เจาะจงเล่นงานทั้งเขาและโทนี่โดยเฉพาะ
ชุดเกราะของโทนี่ไม่มีจุดอ่อนที่เห็นได้ชัด แต่เขาไม่เหมือนกัน
ความจริงแล้ววิธีจัดการพวกผู้ใช้ความเร็วสูงมีอยู่ไม่น้อย อย่างในซีรีส์ เดอะแฟลช กัปตันโคลด์ก็เคยใช้วิธีทำให้พื้นลื่นจนเดอะแฟลชต้องชะลอความเร็วลง หรือจะเป็นพลังแบบของช็อกเวฟที่สามารถตัดการเชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้ความเร็วกับสปีดฟอร์ซได้ชั่วคราว แม้อาจเป็นเพียงเสี้ยววินาทีสั้น ๆ แต่ในช่วงเวลานั้น ผู้ใช้ความเร็วก็เป็นแค่คนธรรมดา
แน่นอนว่า วิธีที่อันตรายถึงชีวิตที่สุดและได้ผลที่สุดในการจัดการผู้ใช้ความเร็ว ก็คือการลอบโจมตี
ไม่มีใครสามารถอยู่ในสภาวะสปีดฟอร์ซได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง และเมื่อไม่ได้อยู่ในสภาวะนั้น ผู้ใช้ความเร็วก็เป็นแค่คนธรรมดา รีเวิร์สแฟลชในแอนิเมชั่นเคยถูกแบทแมนยิงหัวด้วยกระสุนนัดเดียวมาแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเดอะแฟลชในซีรีส์ที่โดนเหล่าวายร้ายสารพัดแบบลอบโจมตีจนโดนกระทืบอยู่บ่อย ๆ ...
สรุปง่าย ๆ ก็คือ แม้ผู้ใช้ความเร็วจะสารพัดประโยชน์ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีจุดอ่อน ตรงกันข้าม จุดอ่อนของพวกเขาชัดเจนมาก เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่มีใครค้นพบจุดอ่อนของเขาเท่านั้น
ถ้าวิปแลชหนีรอดไปได้จริง ๆ ด้วยสติปัญญาของอีกฝ่าย อาจจะค้นพบจุดอ่อนของเขาก็ได้ ที่สำคัญที่สุด จางหยางไม่อยากเสียเวลาจับวายร้ายคนเดิมถึงสองรอบ
เมื่อหาตำแหน่งของวิปแลชเจอ จางหยางก็เตะประตูพุ่งเข้าไปทันที พร้อมตะโกนว่า
“อย่าขยับ! คุณถูกจับแล้ว ถึงผมจะไม่ใช่ตำรวจ แต่ทุกคำที่คุณพูดก็สามารถใช้เป็นหลักฐานในศาลได้!”
แต่สิ่งที่จางหยางไม่คาดคิดก็คือ วิปแลชนั่งอยู่บนเก้าอี้ในชุดเกราะกลไกชุดหนึ่ง ราวกับรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าเขาจะมา
“เฮ้ เดี๋ยวก่อน นายก็มีชุดเกราะเหมือนกันนี่หว่า แต่ดันไม่ออกไปสู้กับพวกนั้น ปล่อยให้พวกเราจัดการลูกกระจ๊อกก่อน แล้วค่อยมารุมบอสอย่างนายเนี่ยนะ?”
จางหยางไม่เข้าใจจริง ๆ ในเมื่ออีกฝ่ายก็มีชุดเกราะ แถมดูทรงแล้วไม่ธรรมดาเลย แต่กลับเล่นเสี่ยงแบบนี้ได้ยังไง
“หึ นั่นก็เพราะฉันมั่นใจว่าจะเอาชนะพวกแกทุกคนได้ยังไงล่ะ”
วิปแลชหัวเราะอย่างดูแคลน ก่อนสะบัดแขนทั้งสองข้างออก ทันใดนั้นแส้ไฟฟ้าสองเส้นที่เต็มไปด้วยประกายสายฟ้ารุนแรงก็ฟาดลงบนพื้นดังเพียะ เผาพื้นจนไหม้ดำเป็นวงกว้าง เมื่อเจอกับคนช่างพูดอย่างจางหยาง เขาก็อดไม่ได้ที่จะตกอยู่ภายใต้กฎเหล็กของเหล่าวายร้ายที่ชอบพูดมากจนพาตัวเองตาย
“เท่ไม่เบาเลยนะน้องชาย!”
ดวงตาของจางหยางเป็นประกาย ชุดอุปกรณ์ของวิปแลชชุดนี้เท่เกินไปจริง ๆ ในสายตาของเขามันดูดีกว่าชุดเกราะของโทนี่เสียอีก
โดยเฉพาะแส้ไฟฟ้าที่เต็มไปด้วยประกายสายฟ้านั่น เมื่อนึกถึงชุดสุดแสนเรียบง่ายของวิปแลชก่อนหน้านี้ พอเอามาเทียบกันแล้วระดับความเท่มันต่างกันราวฟ้ากับเหว
จางหยางเหลือบมองแผงควบคุมที่อยู่ด้านหลังวิปแลช ระหว่างต่อสู้เขาต้องระวังไม่ให้แผงควบคุมเสียหาย เพราะถ้ามันถูกทำลาย ก็จะเหลือทางเดียวคือต้องทำลายชุดเกราะวอร์แมชชีนเพื่อช่วยพันโทโรดส์ ไม่อย่างนั้นโรดส์ก็จะยังติดอยู่ในชุดเกราะต่อไป
“ด้วยเศษเหล็กกาก ๆ แบบนี้ ขอพูดตรง ๆ เลยนะ ของประดับวิบวับพวกนี้จัดการฉันไม่ได้หรอก รีบยอมแพ้ตั้งแต่ตอนนี้ยังจะดีกว่า เดี๋ยวจะหาว่าฉันไม่เตือน!”
จางหยางเบะปาก มองวิปแลชด้วยสายตาเหยียดหยามเต็มเปี่ยม
“ชุดเกราะของนายมันอ่อนแอเกินไป ไม่มีทางต่อต้านฉันได้หรอก!”
“ไอ้เด็กเวร แกมั่นใจในตัวเองเกินไปแล้ว!”
ถึงจะรู้ว่าจางหยางกำลังยั่วยุ แต่ในใจของวิปแลชก็ยังมีโทสะลุกขึ้นมา
“ก็แค่โชคดีได้พลังพิเศษมาเท่านั้นเอง จะไปเหนือกว่าผลงานที่ฉันทุ่มเทมาครึ่งชีวิตได้ยังไง!”
“งั้นผลงานทั้งชีวิตของนายก็คงไร้ค่ามากสินะ ของขยะพรรค์นี้ยังคิดจะเหนือกว่าโทนี่อีก ไม่รู้จะเรียกว่านายโง่หรือหลงตัวเองดี”
ร่างของจางหยางพร่าเลือนในชั่วพริบตา เสียงของเขาเองก็เปลี่ยนไปเพราะการสั่นสะเทือน กลายเป็นเสียงเย็นชาปราศจากอารมณ์
“โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายถึงกับคิดว่าพึ่งชุดเกราะนี่แล้วจะมาต่อกรกับฉันได้งั้นเหรอ?”
สไตล์ภาพยนตร์ของ DC กับมาร์เวลนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ฝั่ง DC เต็มไปด้วยสุนทรียะแห่งความรุนแรงและเอฟเฟกต์อลังการเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ของซูเปอร์แมนหรือการต่อยตีระยะประชิด ทุกอย่างเหมือนเหล่าเทพเจ้ากำลังทำศึกกัน เมืองหลายเมืองถูกทำลายย่อยยับ แม้แต่ดาวเทียมก็ยังถูกทำลาย เรียกได้ว่ามนุษย์สามารถกลายเป็นพระเจ้าได้
ส่วนภาพยนตร์มาร์เวล...
เทพเจ้าต่อยตีกันเหมือนคนธรรมดา ธอร์ในช่วงแรก ๆ นอกจากเหวี่ยงค้อนก็แค่ปล่อยสายฟ้าเป็นครั้งคราว แทบมองไม่เห็นอำนาจของเทพเจ้าเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าเทพเจ้ากลายเป็นมนุษย์แทน
“คุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพลังเลย!”
ฉึก!
ทันทีที่คำพูดนั้นจบลง สนับมือแหลมคมที่สั่นสะเทือนด้วยความถี่สูงก็ทะลวงผ่านหัวใจของวิปแลช ชุดเกราะที่เขาภูมิใจนักหนาแตกสลายเป็นชิ้น ๆ ในพริบตา เผยให้เห็นร่างท่อนบนอันกำยำของเขา
วิปแลชเบิกตากว้าง สายตาค่อย ๆ สูญเสียจุดโฟกัส ก่อนลมหายใจจะดับสิ้น แม้ในวาระสุดท้ายเขาก็ยังไม่อยากเชื่อว่าผลงานที่เขาภูมิใจและทุ่มเทมาทั้งชีวิต กลับเปราะบางจนรับการโจมตีไม่ได้แม้แต่ครั้งเดียว
จางหยางถอนหายใจ ก่อนเอาเลือดบนสนับมือเช็ดกับกางเกงของวิปแลช ต่อให้เป็นอะบอมิเนชั่นยังต้านคมมือตัดสะเทือนของเขาไม่ได้ นับประสาอะไรกับชุดเกราะของวิปแลชที่ยังห่างชั้นอีกมาก
พูดตามตรง ตอนนี้ซูเปอร์ฮีโร่มีแค่เขากับโทนี่เท่านั้น อย่างมากก็รวมฮัลค์ได้อีกครึ่งคน ส่วนฝั่งวายร้ายนั้นอ่อนแอเสียจนแทบไม่ต้องพูดถึง นอกจากอะบอมิเนชั่นที่ยังนับเป็นกำลังรบระดับสูงได้แล้ว วายร้ายคนอื่น ๆ ... ก็รังแกได้แค่พวกฮีโร่ที่แข็งแกร่งเกินขีดจำกัดมนุษย์แต่ไม่มีพลังพิเศษอย่างแบล็ควิโดว์เท่านั้น ถ้าเจอธอร์หรือฮัลค์เข้าจริง ๆ ก็ต้องคุกเข่ายอมแพ้ทั้งนั้น
ยังไม่ต้องพูดถึงบอสระดับสูงอย่างธานอสที่ครอบครองมณีอินฟินิตี้ทั้งหกเม็ด หรือเฮล่า เทพีแห่งความตาย แม้แต่โลกิหรืออัลตรอนก็ยังอีกไกลกว่าจะถึงเวลาเปิดตัว
โลกในตอนนี้แทบไม่มีใครเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้จริง ๆ คนเดียวที่แม้แต่เขาเองก็ยังไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะได้ ก็คือแอนเชี่ยนวัน
แน่นอนว่าเขาเข้าใจดีว่าในจักรวาลมาร์เวลก็ต้องมีตัวตนระดับเดียวกับ เดอะเพรเซนซ์, ดูมส์เดย์ หรือดาร์กไซด์แห่ง DC อยู่เหมือนกัน ตัวเขาในตอนนี้ยังห่างไกลจากคำว่าไร้เทียมทานอีกมาก
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น ตอนนี้แม้แต่ธานอสที่ยังไม่มีมณีอินฟินิตี้ เขาก็ยังไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะได้
แต่ยังดีที่กว่าธานอสจะมาถึงโลกก็ยังเหลือเวลาอีกหลายปี และเขายังมีเวลาเติบโตต่อไป
……………