เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26: คุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพลังเลย

บทที่ 26: คุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพลังเลย

บทที่ 26: คุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพลังเลย


เรื่องต่าง ๆ ย่อมมีลำดับความสำคัญ จางหยางเองก็รู้ว่าเขาปล่อยให้วิปแลชหนีไปไม่ได้ ด้วยความสามารถของอีกฝ่าย ครั้งหน้าเขาอาจจะน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม และอาจพัฒนาวิธีรับมือที่เจาะจงเล่นงานทั้งเขาและโทนี่โดยเฉพาะ

ชุดเกราะของโทนี่ไม่มีจุดอ่อนที่เห็นได้ชัด แต่เขาไม่เหมือนกัน

ความจริงแล้ววิธีจัดการพวกผู้ใช้ความเร็วสูงมีอยู่ไม่น้อย อย่างในซีรีส์ เดอะแฟลช กัปตันโคลด์ก็เคยใช้วิธีทำให้พื้นลื่นจนเดอะแฟลชต้องชะลอความเร็วลง หรือจะเป็นพลังแบบของช็อกเวฟที่สามารถตัดการเชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้ความเร็วกับสปีดฟอร์ซได้ชั่วคราว แม้อาจเป็นเพียงเสี้ยววินาทีสั้น ๆ แต่ในช่วงเวลานั้น ผู้ใช้ความเร็วก็เป็นแค่คนธรรมดา

แน่นอนว่า วิธีที่อันตรายถึงชีวิตที่สุดและได้ผลที่สุดในการจัดการผู้ใช้ความเร็ว ก็คือการลอบโจมตี

ไม่มีใครสามารถอยู่ในสภาวะสปีดฟอร์ซได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง และเมื่อไม่ได้อยู่ในสภาวะนั้น ผู้ใช้ความเร็วก็เป็นแค่คนธรรมดา รีเวิร์สแฟลชในแอนิเมชั่นเคยถูกแบทแมนยิงหัวด้วยกระสุนนัดเดียวมาแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเดอะแฟลชในซีรีส์ที่โดนเหล่าวายร้ายสารพัดแบบลอบโจมตีจนโดนกระทืบอยู่บ่อย ๆ ...

สรุปง่าย ๆ ก็คือ แม้ผู้ใช้ความเร็วจะสารพัดประโยชน์ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีจุดอ่อน ตรงกันข้าม จุดอ่อนของพวกเขาชัดเจนมาก เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่มีใครค้นพบจุดอ่อนของเขาเท่านั้น

ถ้าวิปแลชหนีรอดไปได้จริง ๆ ด้วยสติปัญญาของอีกฝ่าย อาจจะค้นพบจุดอ่อนของเขาก็ได้ ที่สำคัญที่สุด จางหยางไม่อยากเสียเวลาจับวายร้ายคนเดิมถึงสองรอบ

เมื่อหาตำแหน่งของวิปแลชเจอ จางหยางก็เตะประตูพุ่งเข้าไปทันที พร้อมตะโกนว่า

“อย่าขยับ! คุณถูกจับแล้ว ถึงผมจะไม่ใช่ตำรวจ แต่ทุกคำที่คุณพูดก็สามารถใช้เป็นหลักฐานในศาลได้!”

แต่สิ่งที่จางหยางไม่คาดคิดก็คือ วิปแลชนั่งอยู่บนเก้าอี้ในชุดเกราะกลไกชุดหนึ่ง ราวกับรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าเขาจะมา

“เฮ้ เดี๋ยวก่อน นายก็มีชุดเกราะเหมือนกันนี่หว่า แต่ดันไม่ออกไปสู้กับพวกนั้น ปล่อยให้พวกเราจัดการลูกกระจ๊อกก่อน แล้วค่อยมารุมบอสอย่างนายเนี่ยนะ?”

จางหยางไม่เข้าใจจริง ๆ ในเมื่ออีกฝ่ายก็มีชุดเกราะ แถมดูทรงแล้วไม่ธรรมดาเลย แต่กลับเล่นเสี่ยงแบบนี้ได้ยังไง

“หึ นั่นก็เพราะฉันมั่นใจว่าจะเอาชนะพวกแกทุกคนได้ยังไงล่ะ”

วิปแลชหัวเราะอย่างดูแคลน ก่อนสะบัดแขนทั้งสองข้างออก ทันใดนั้นแส้ไฟฟ้าสองเส้นที่เต็มไปด้วยประกายสายฟ้ารุนแรงก็ฟาดลงบนพื้นดังเพียะ เผาพื้นจนไหม้ดำเป็นวงกว้าง เมื่อเจอกับคนช่างพูดอย่างจางหยาง เขาก็อดไม่ได้ที่จะตกอยู่ภายใต้กฎเหล็กของเหล่าวายร้ายที่ชอบพูดมากจนพาตัวเองตาย

“เท่ไม่เบาเลยนะน้องชาย!”

ดวงตาของจางหยางเป็นประกาย ชุดอุปกรณ์ของวิปแลชชุดนี้เท่เกินไปจริง ๆ ในสายตาของเขามันดูดีกว่าชุดเกราะของโทนี่เสียอีก

โดยเฉพาะแส้ไฟฟ้าที่เต็มไปด้วยประกายสายฟ้านั่น เมื่อนึกถึงชุดสุดแสนเรียบง่ายของวิปแลชก่อนหน้านี้ พอเอามาเทียบกันแล้วระดับความเท่มันต่างกันราวฟ้ากับเหว

จางหยางเหลือบมองแผงควบคุมที่อยู่ด้านหลังวิปแลช ระหว่างต่อสู้เขาต้องระวังไม่ให้แผงควบคุมเสียหาย เพราะถ้ามันถูกทำลาย ก็จะเหลือทางเดียวคือต้องทำลายชุดเกราะวอร์แมชชีนเพื่อช่วยพันโทโรดส์ ไม่อย่างนั้นโรดส์ก็จะยังติดอยู่ในชุดเกราะต่อไป

“ด้วยเศษเหล็กกาก ๆ แบบนี้ ขอพูดตรง ๆ เลยนะ ของประดับวิบวับพวกนี้จัดการฉันไม่ได้หรอก รีบยอมแพ้ตั้งแต่ตอนนี้ยังจะดีกว่า เดี๋ยวจะหาว่าฉันไม่เตือน!”

จางหยางเบะปาก มองวิปแลชด้วยสายตาเหยียดหยามเต็มเปี่ยม

“ชุดเกราะของนายมันอ่อนแอเกินไป ไม่มีทางต่อต้านฉันได้หรอก!”

“ไอ้เด็กเวร แกมั่นใจในตัวเองเกินไปแล้ว!”

ถึงจะรู้ว่าจางหยางกำลังยั่วยุ แต่ในใจของวิปแลชก็ยังมีโทสะลุกขึ้นมา

“ก็แค่โชคดีได้พลังพิเศษมาเท่านั้นเอง จะไปเหนือกว่าผลงานที่ฉันทุ่มเทมาครึ่งชีวิตได้ยังไง!”

“งั้นผลงานทั้งชีวิตของนายก็คงไร้ค่ามากสินะ ของขยะพรรค์นี้ยังคิดจะเหนือกว่าโทนี่อีก ไม่รู้จะเรียกว่านายโง่หรือหลงตัวเองดี”

ร่างของจางหยางพร่าเลือนในชั่วพริบตา เสียงของเขาเองก็เปลี่ยนไปเพราะการสั่นสะเทือน กลายเป็นเสียงเย็นชาปราศจากอารมณ์

“โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายถึงกับคิดว่าพึ่งชุดเกราะนี่แล้วจะมาต่อกรกับฉันได้งั้นเหรอ?”

สไตล์ภาพยนตร์ของ DC กับมาร์เวลนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ฝั่ง DC เต็มไปด้วยสุนทรียะแห่งความรุนแรงและเอฟเฟกต์อลังการเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ของซูเปอร์แมนหรือการต่อยตีระยะประชิด ทุกอย่างเหมือนเหล่าเทพเจ้ากำลังทำศึกกัน เมืองหลายเมืองถูกทำลายย่อยยับ แม้แต่ดาวเทียมก็ยังถูกทำลาย เรียกได้ว่ามนุษย์สามารถกลายเป็นพระเจ้าได้

ส่วนภาพยนตร์มาร์เวล...

เทพเจ้าต่อยตีกันเหมือนคนธรรมดา ธอร์ในช่วงแรก ๆ นอกจากเหวี่ยงค้อนก็แค่ปล่อยสายฟ้าเป็นครั้งคราว แทบมองไม่เห็นอำนาจของเทพเจ้าเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าเทพเจ้ากลายเป็นมนุษย์แทน

“คุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพลังเลย!”

ฉึก!

ทันทีที่คำพูดนั้นจบลง สนับมือแหลมคมที่สั่นสะเทือนด้วยความถี่สูงก็ทะลวงผ่านหัวใจของวิปแลช ชุดเกราะที่เขาภูมิใจนักหนาแตกสลายเป็นชิ้น ๆ ในพริบตา เผยให้เห็นร่างท่อนบนอันกำยำของเขา

วิปแลชเบิกตากว้าง สายตาค่อย ๆ สูญเสียจุดโฟกัส ก่อนลมหายใจจะดับสิ้น แม้ในวาระสุดท้ายเขาก็ยังไม่อยากเชื่อว่าผลงานที่เขาภูมิใจและทุ่มเทมาทั้งชีวิต กลับเปราะบางจนรับการโจมตีไม่ได้แม้แต่ครั้งเดียว

จางหยางถอนหายใจ ก่อนเอาเลือดบนสนับมือเช็ดกับกางเกงของวิปแลช ต่อให้เป็นอะบอมิเนชั่นยังต้านคมมือตัดสะเทือนของเขาไม่ได้ นับประสาอะไรกับชุดเกราะของวิปแลชที่ยังห่างชั้นอีกมาก

พูดตามตรง ตอนนี้ซูเปอร์ฮีโร่มีแค่เขากับโทนี่เท่านั้น อย่างมากก็รวมฮัลค์ได้อีกครึ่งคน ส่วนฝั่งวายร้ายนั้นอ่อนแอเสียจนแทบไม่ต้องพูดถึง นอกจากอะบอมิเนชั่นที่ยังนับเป็นกำลังรบระดับสูงได้แล้ว วายร้ายคนอื่น ๆ ... ก็รังแกได้แค่พวกฮีโร่ที่แข็งแกร่งเกินขีดจำกัดมนุษย์แต่ไม่มีพลังพิเศษอย่างแบล็ควิโดว์เท่านั้น ถ้าเจอธอร์หรือฮัลค์เข้าจริง ๆ ก็ต้องคุกเข่ายอมแพ้ทั้งนั้น

ยังไม่ต้องพูดถึงบอสระดับสูงอย่างธานอสที่ครอบครองมณีอินฟินิตี้ทั้งหกเม็ด หรือเฮล่า เทพีแห่งความตาย แม้แต่โลกิหรืออัลตรอนก็ยังอีกไกลกว่าจะถึงเวลาเปิดตัว

โลกในตอนนี้แทบไม่มีใครเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้จริง ๆ คนเดียวที่แม้แต่เขาเองก็ยังไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะได้ ก็คือแอนเชี่ยนวัน

แน่นอนว่าเขาเข้าใจดีว่าในจักรวาลมาร์เวลก็ต้องมีตัวตนระดับเดียวกับ เดอะเพรเซนซ์, ดูมส์เดย์ หรือดาร์กไซด์แห่ง DC อยู่เหมือนกัน ตัวเขาในตอนนี้ยังห่างไกลจากคำว่าไร้เทียมทานอีกมาก

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น ตอนนี้แม้แต่ธานอสที่ยังไม่มีมณีอินฟินิตี้ เขาก็ยังไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะได้

แต่ยังดีที่กว่าธานอสจะมาถึงโลกก็ยังเหลือเวลาอีกหลายปี และเขายังมีเวลาเติบโตต่อไป

……………

จบบทที่ บทที่ 26: คุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพลังเลย

คัดลอกลิงก์แล้ว