- หน้าแรก
- เดอะแฟลชในจักรวาลมาร์เวล
- บทที่ 25: แบล็ควิโดว์เลี้ยงง่ายจัง
บทที่ 25: แบล็ควิโดว์เลี้ยงง่ายจัง
บทที่ 25: แบล็ควิโดว์เลี้ยงง่ายจัง
“เฮ้ โทนี่ ไอ้เด็กที่นายเพิ่งรู้จักคนนี้เก่งไม่เบาเลยนะ”
เนื่องจากวอร์แมชชีนถูกวิปแลชควบคุมอยู่ พันโทเจมส์ โรดส์จึงทำได้แค่คอยบอกโทนี่ล่วงหน้าว่าอีกฝ่ายกำลังจะใช้ท่าอะไรเท่านั้น นอกนั้นก็แทบไม่มีอะไรให้ทำจนว่างเสียด้วยซ้ำ ระหว่างนั้นเขาเลยแอบสังเกตการต่อสู้บนพื้นดินไปด้วย
เมื่อเห็นว่าการต่อสู้บนท้องฟ้าเพิ่งเริ่มต้น แต่การต่อสู้บนพื้นกลับจบลงไปแล้ว เขาก็อดถอนหายใจชื่นชมจากใจจริงไม่ได้
“เป็นพลังพิเศษ...ที่น่าอิจฉาจริง ๆ”
ด้วยความเร็วระดับนั้น แทบไม่มีอะไรสามารถโจมตีโดนจางหยางได้เลย และพลังป้องกันอันน่าหวาดหวั่นของหุ่นยนต์เหล่านั้นก็แทบไม่มีความหมายต่อหน้าเขา ส่วนพลังโจมตีก็ไม่ได้เป็นจุดอ่อนแม้แต่น้อย
ในสถานการณ์แบบนี้ โรดส์คิดไม่ออกจริง ๆ ว่าถ้าเดอะแฟลชกลายเป็นศัตรู เขาจะรับมือยังไง
ศัตรูที่ไม่ว่าคุณจะทำยังไงก็โจมตีไม่โดน แต่แค่อีกฝ่ายแตะตัวคุณเพียงครั้งเดียว คุณอาจตายได้แล้ว...
มันน่ากลัวเกินไป
‘โชคดี... ที่เขาเป็นฮีโร่ ไม่ใช่ศัตรู’
โรดส์ถอนหายใจอยู่ในใจ
“แน่นอนอยู่แล้ว ไอ้เด็กนี่เหมือนฉันตอนวัยรุ่นมาก ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนเอเชีย ฉันคงสงสัยแล้วว่าตอนหนุ่ม ๆ ฉันลืมป้องกันจนเผลอทิ้งลูกเอาไว้หรือเปล่า”
โทนี่เอียงตัวหลบขีปนาวุธที่วอร์แมชชีนยิงมา พร้อมยกมือขวาขึ้น ลำแสงพัลส์พลังงานรวมตัวอยู่กลางฝ่ามือ ก่อนจะถูกยิงออกไปในวินาทีถัดมา ทำลายชุดเกราะตัวหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจนแตกกระจาย
“ในฐานะรุ่นพี่ ฉันก็จะยอมแพ้ให้มากเกินไปไม่ได้เหมือนกัน!”
ดวงตาของโทนี่เฉียบคม เขาคอยจับตาท่าทางการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์รอบตัวไม่หยุด ขณะเดียวกันก็ใช้ทั้งสมองตัวเองและจาร์วิสคำนวณรูปแบบการโจมตีและเส้นทางการเคลื่อนที่ของศัตรู
“ช่วงเวลาแห่งความสนุกจบลงแล้ว! ถึงเวลาที่ฉันจะเอาจริงแล้ว!”
โทนี่เลิกใช้วิธีสู้แบบตีแล้วหนีบนอากาศ แล้วพุ่งตรงเข้าไปกลางฝูงหุ่นยนต์ทันที
ท่ามกลางห่ากระสุนและขีปนาวุธ เขาแสดงลีลาหลบหลีกกลางอากาศราวกับนักกายกรรม ขณะหลบการโจมตีอย่างบ้าคลั่ง พัลส์พลังงานจากฝ่ามือก็ถูกยิงออกไปไม่หยุดเช่นกัน
แม้จาร์วิสจะเตือนว่าปืนพลังงานเริ่มร้อนเกินไป เขาก็ไม่สนใจ ยังคงดื้อดึงทำตามใจตัวเอง โดยมีความคิดเดียวในหัวว่าอย่างน้อยก็ห้ามแพ้จางหยางเด็ดขาด
“อา... ไม่เหมือนสไตล์การต่อสู้ของโทนี่เลยจริง ๆ”
จางหยางมองภาพบนท้องฟ้าแล้วอดถอนหายใจไม่ได้
ตั้งแต่เมื่อไรโทนี่ถึงเริ่มสู้แบบบ้าระห่ำขนาดนี้?
ปกติเวลาเจอศัตรูประเภทนี้ ไม่ใช่ว่าเขาจะอาศัยความถึกของชุดเกราะเข้าไปต่อยระยะประชิด หรือไม่ก็ใช้ความได้เปรียบด้านการบินถอยออกมาแล้วใช้พัลส์พลังงานยิงจากระยะไกลหรอกเหรอ?
แต่ตอนนี้กลับพุ่งเข้าไปกลางกองศัตรูแล้วเปิดโหมดลุยเดี่ยว...
มันห้าวเกินไปหน่อยไหม?
จางหยางยังมองได้ไม่นาน เพพเพอร์ พอตต์กับแบล็ควิโดว์ก็เดินเข้ามา
พอเห็นแบล็ควิโดว์ ดวงตาของจางหยางก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
ต้องยอมรับว่าเพพเพอร์เองก็เป็นผู้หญิงสวยคนหนึ่ง แต่พอมาอยู่ข้างแบล็ควิโดว์แล้ว กลับดูจืดจางลงไปไม่น้อย
“เฮ้ คุณผู้หญิงคนสวย คืนนี้ผมมีเกียรติพอจะชวนคุณไปดินเนอร์ด้วยกันได้ไหม?”
จางหยางมองอีกฝ่ายผ่านชุดเกราะ ยิ่งมองก็ยิ่งพอใจ ถึงเขาจะถือว่าเคยเห็นคนสวยมามากแล้วก็ตาม แต่ความงามของแบล็ควิโดว์ก็ยังอยู่ในระดับท็อปอย่างไม่ต้องสงสัย
“ถ้าคุณช่วยจับตัวคนบงการเบื้องหลังทั้งหมดได้ ฉันจะตอบตกลง”
พูดตามตรง นาตาชาเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าคืนนี้จะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
เดิมทีเธอแค่มาเป็นเพื่อนเพพเพอร์ในงานเปิดตัวทางธุรกิจธรรมดา ๆ เท่านั้น แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นเหตุการณ์ก่อการร้ายที่อาจทำให้พลเรือนเสียชีวิตจำนวนมาก
ดวงตาของจางหยางสว่างวาบขึ้นทันที
“ไม่มีปัญหา ผมรับปาก!”
“งั้นพวกเราจับตัวจัสติน แฮมเมอร์ก่อน แล้วเค้นถามตำแหน่งของคนบงการจากเขา!”
ส่วนความคิดที่ว่าจัสติน แฮมเมอร์ เจ้าของงานเปิดตัวครั้งนี้อาจเป็นคนบงการอยู่เบื้องหลังนั้น...
เธอไม่เคยคิดเลยแม้แต่น้อย
เพราะใครก็ดูออกว่า จัสติน แฮมเมอร์ ไม่มีทางควบคุมกองทัพหุ่นยนต์เหล็กพวกนั้นได้
“ไม่ต้องหรอก ผมรู้แล้วว่าคนบงการอยู่ที่ไหน ตอนนี้เขาอยู่ในตึกแฮมเมอร์อินดัสทรี ชื่ออีวาน แวนโก ตอนที่ผมสู้กับพวกหุ่นยนต์เมื่อกี้ เขายังคุยกับผมตลอดเลย”
“งั้นเหรอ เยี่ยมมาก”
นาตาชาเผยสีหน้าดีใจ กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่จู่ ๆ ก็มีลมพายุรุนแรงพัดขึ้นรอบตัว
เธอรู้สึกว่าตัวเองถูกโอบเอวขึ้นมา
ยังไม่ทันได้โมโห ภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างบ้าคลั่ง
แรงกดมหาศาลจากการเคลื่อนที่ผลักร่างเธอจนจมอยู่ในอ้อมแขนของอีกฝ่าย ขยับแทบไม่ได้
แม้ดวงตาจะปวดจนแทบลืมไม่ขึ้น แต่เธอก็ยังพยายามเบิกตาให้กว้างที่สุด เพื่อมองดูภาพรอบตัว
น่าเสียดายที่สายตามนุษย์ไม่สามารถจับรายละเอียดของภาพได้อีกต่อไป
สิ่งที่เธอเห็นมีเพียงสีสันที่เปลี่ยนไปไม่หยุด
และนั่นเป็นเพราะร่างกายของเธอมาถึงขีดจำกัดสูงสุดของมนุษย์แล้ว
ถ้าเป็นคนธรรมดา ภายใต้แรงลมระดับนี้ แค่ลืมตาก็ทำไม่ได้ด้วยซ้ำ
“โอเค ถึงแล้ว”
เมื่อแรงลมรอบตัวหายไป และภาพตรงหน้ากลับมาชัดเจนอีกครั้ง นาตาชาก็กวาดตามองรอบ ๆ
ทั้งที่อุ้มเธอมาตลอดทาง แต่จางหยางกลับใช้เวลาไม่ถึงสามวินาทีพาเธอมาถึงหน้าตึกแฮมเมอร์อินดัสทรี
ความเร็วแบบนี้...
สมกับเป็นเดอะแฟลชจริง ๆ
บรรยากาศเงียบไปครู่หนึ่ง
จนสุดท้ายนาตาชาทนไม่ไหวและพูดขึ้น
“ในเมื่อถึงแล้ว แล้วทำไมคุณยังไม่ปล่อยฉันลงอีก?”
“หือ? ขอโทษที ผมนึกว่าคุณอยากอยู่ในอ้อมแขนผมนานกว่านี้ซะอีก”
จางหยางทำหน้าขอโทษ แต่แขนกลับไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยเลยแม้แต่น้อย
แววตาของแบล็ควิโดว์เย็นวาบ
ถ้าคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงธรรมดา...
ก็คิดผิดแล้ว
ขาเรียวยาวยกขึ้นเตะอย่างกะทันหันโดยไม่มีสัญญาณเตือนแม้แต่น้อย
ถ้าไม่เกิดอะไรผิดพลาด เท้านี้จะฟาดเข้าที่หัวของเด็กเหลือขอคนนี้อย่างจัง ให้เขาจำเอาไว้ว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะถูกลวนลามได้ตามใจ
จางหยางเปิดใช้งานสปีดฟอร์ซ
แรงลมอันคุ้นเคยพัดขึ้นอีกครั้ง
แบล็ควิโดว์พบว่าตัวเองลอยอยู่กลางอากาศ ส่วนจางหยางวิ่งออกไปอยู่ด้านข้างเรียบร้อยแล้ว
แต่การเสียสมดุลระดับนี้ยังทำอะไรเธอไม่ได้
แรงจากขาที่เตะออกไปส่งร่างให้หมุนตาม
จากความสูงเพียงครึ่งตัวคน เธอกลับตีลังกาหลังกลางอากาศได้อย่างสวยงามและสมบูรณ์แบบ
จางหยางถึงกับอึ้ง
แม้เขาจะเร็ว
แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทำท่ายากระดับสุดโหดแบบนี้ได้
“โคตรเท่เลย!”
แบล็ควิโดว์ไม่คิดจะเอาเรื่องที่เขาฉวยโอกาสเมื่อครู่แล้ว
เธอเดินตรงเข้าไปในตึกแฮมเมอร์ทันที
“ฉันจะจัดการพวกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเอง ส่วนคุณไปจับอีวาน แวนโก อย่าให้เขาหนีได้”
“ไม่มีปัญหา! อ้อ แล้วสำหรับมื้อเย็นคืนนี้ คุณอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม?”
จางหยางเปิดระบบ AI ของชุดเกราะ เพื่อค้นหาจุดส่งสัญญาณข้อมูลที่อีวาน แวนโกใช้อยู่
ตราบใดที่หาจุดส่งสัญญาณเจอ การหาตัวอีวานก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
“ฉันกินอะไรก็ได้”
“ยอดเยี่ยมเลย! คืนนี้มาที่บ้านผมนะ ผมจะทำบะหมี่ให้คุณกินเอง!”
หลังจากทอดถอนใจว่าแบล็ควิโดว์เลี้ยงง่ายจริง ๆ สายฟ้าสีแดงทองก็ระเบิดวาบขึ้น
ในพริบตา ร่างของจางหยางก็หายไปจากตรงนั้นแล้ว
เหลือเพียงแสงไฟฟ้าที่วูบวาบอย่างบ้าคลั่งอยู่ภายในตึก ซึ่งมองเห็นได้ผ่านกระจกด้านนอกเท่านั้น
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ]
……………