เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25: แบล็ควิโดว์เลี้ยงง่ายจัง

บทที่ 25: แบล็ควิโดว์เลี้ยงง่ายจัง

บทที่ 25: แบล็ควิโดว์เลี้ยงง่ายจัง


“เฮ้ โทนี่ ไอ้เด็กที่นายเพิ่งรู้จักคนนี้เก่งไม่เบาเลยนะ”

เนื่องจากวอร์แมชชีนถูกวิปแลชควบคุมอยู่ พันโทเจมส์ โรดส์จึงทำได้แค่คอยบอกโทนี่ล่วงหน้าว่าอีกฝ่ายกำลังจะใช้ท่าอะไรเท่านั้น นอกนั้นก็แทบไม่มีอะไรให้ทำจนว่างเสียด้วยซ้ำ ระหว่างนั้นเขาเลยแอบสังเกตการต่อสู้บนพื้นดินไปด้วย

เมื่อเห็นว่าการต่อสู้บนท้องฟ้าเพิ่งเริ่มต้น แต่การต่อสู้บนพื้นกลับจบลงไปแล้ว เขาก็อดถอนหายใจชื่นชมจากใจจริงไม่ได้

“เป็นพลังพิเศษ...ที่น่าอิจฉาจริง ๆ”

ด้วยความเร็วระดับนั้น แทบไม่มีอะไรสามารถโจมตีโดนจางหยางได้เลย และพลังป้องกันอันน่าหวาดหวั่นของหุ่นยนต์เหล่านั้นก็แทบไม่มีความหมายต่อหน้าเขา ส่วนพลังโจมตีก็ไม่ได้เป็นจุดอ่อนแม้แต่น้อย

ในสถานการณ์แบบนี้ โรดส์คิดไม่ออกจริง ๆ ว่าถ้าเดอะแฟลชกลายเป็นศัตรู เขาจะรับมือยังไง

ศัตรูที่ไม่ว่าคุณจะทำยังไงก็โจมตีไม่โดน แต่แค่อีกฝ่ายแตะตัวคุณเพียงครั้งเดียว คุณอาจตายได้แล้ว...

มันน่ากลัวเกินไป

‘โชคดี... ที่เขาเป็นฮีโร่ ไม่ใช่ศัตรู’

โรดส์ถอนหายใจอยู่ในใจ

“แน่นอนอยู่แล้ว ไอ้เด็กนี่เหมือนฉันตอนวัยรุ่นมาก ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนเอเชีย ฉันคงสงสัยแล้วว่าตอนหนุ่ม ๆ ฉันลืมป้องกันจนเผลอทิ้งลูกเอาไว้หรือเปล่า”

โทนี่เอียงตัวหลบขีปนาวุธที่วอร์แมชชีนยิงมา พร้อมยกมือขวาขึ้น ลำแสงพัลส์พลังงานรวมตัวอยู่กลางฝ่ามือ ก่อนจะถูกยิงออกไปในวินาทีถัดมา ทำลายชุดเกราะตัวหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจนแตกกระจาย

“ในฐานะรุ่นพี่ ฉันก็จะยอมแพ้ให้มากเกินไปไม่ได้เหมือนกัน!”

ดวงตาของโทนี่เฉียบคม เขาคอยจับตาท่าทางการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์รอบตัวไม่หยุด ขณะเดียวกันก็ใช้ทั้งสมองตัวเองและจาร์วิสคำนวณรูปแบบการโจมตีและเส้นทางการเคลื่อนที่ของศัตรู

“ช่วงเวลาแห่งความสนุกจบลงแล้ว! ถึงเวลาที่ฉันจะเอาจริงแล้ว!”

โทนี่เลิกใช้วิธีสู้แบบตีแล้วหนีบนอากาศ แล้วพุ่งตรงเข้าไปกลางฝูงหุ่นยนต์ทันที

ท่ามกลางห่ากระสุนและขีปนาวุธ เขาแสดงลีลาหลบหลีกกลางอากาศราวกับนักกายกรรม ขณะหลบการโจมตีอย่างบ้าคลั่ง พัลส์พลังงานจากฝ่ามือก็ถูกยิงออกไปไม่หยุดเช่นกัน

แม้จาร์วิสจะเตือนว่าปืนพลังงานเริ่มร้อนเกินไป เขาก็ไม่สนใจ ยังคงดื้อดึงทำตามใจตัวเอง โดยมีความคิดเดียวในหัวว่าอย่างน้อยก็ห้ามแพ้จางหยางเด็ดขาด

“อา... ไม่เหมือนสไตล์การต่อสู้ของโทนี่เลยจริง ๆ”

จางหยางมองภาพบนท้องฟ้าแล้วอดถอนหายใจไม่ได้

ตั้งแต่เมื่อไรโทนี่ถึงเริ่มสู้แบบบ้าระห่ำขนาดนี้?

ปกติเวลาเจอศัตรูประเภทนี้ ไม่ใช่ว่าเขาจะอาศัยความถึกของชุดเกราะเข้าไปต่อยระยะประชิด หรือไม่ก็ใช้ความได้เปรียบด้านการบินถอยออกมาแล้วใช้พัลส์พลังงานยิงจากระยะไกลหรอกเหรอ?

แต่ตอนนี้กลับพุ่งเข้าไปกลางกองศัตรูแล้วเปิดโหมดลุยเดี่ยว...

มันห้าวเกินไปหน่อยไหม?

จางหยางยังมองได้ไม่นาน เพพเพอร์ พอตต์กับแบล็ควิโดว์ก็เดินเข้ามา

พอเห็นแบล็ควิโดว์ ดวงตาของจางหยางก็เป็นประกายขึ้นมาทันที

ต้องยอมรับว่าเพพเพอร์เองก็เป็นผู้หญิงสวยคนหนึ่ง แต่พอมาอยู่ข้างแบล็ควิโดว์แล้ว กลับดูจืดจางลงไปไม่น้อย

“เฮ้ คุณผู้หญิงคนสวย คืนนี้ผมมีเกียรติพอจะชวนคุณไปดินเนอร์ด้วยกันได้ไหม?”

จางหยางมองอีกฝ่ายผ่านชุดเกราะ ยิ่งมองก็ยิ่งพอใจ ถึงเขาจะถือว่าเคยเห็นคนสวยมามากแล้วก็ตาม แต่ความงามของแบล็ควิโดว์ก็ยังอยู่ในระดับท็อปอย่างไม่ต้องสงสัย

“ถ้าคุณช่วยจับตัวคนบงการเบื้องหลังทั้งหมดได้ ฉันจะตอบตกลง”

พูดตามตรง นาตาชาเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าคืนนี้จะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

เดิมทีเธอแค่มาเป็นเพื่อนเพพเพอร์ในงานเปิดตัวทางธุรกิจธรรมดา ๆ เท่านั้น แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นเหตุการณ์ก่อการร้ายที่อาจทำให้พลเรือนเสียชีวิตจำนวนมาก

ดวงตาของจางหยางสว่างวาบขึ้นทันที

“ไม่มีปัญหา ผมรับปาก!”

“งั้นพวกเราจับตัวจัสติน แฮมเมอร์ก่อน แล้วเค้นถามตำแหน่งของคนบงการจากเขา!”

ส่วนความคิดที่ว่าจัสติน แฮมเมอร์ เจ้าของงานเปิดตัวครั้งนี้อาจเป็นคนบงการอยู่เบื้องหลังนั้น...

เธอไม่เคยคิดเลยแม้แต่น้อย

เพราะใครก็ดูออกว่า จัสติน แฮมเมอร์ ไม่มีทางควบคุมกองทัพหุ่นยนต์เหล็กพวกนั้นได้

“ไม่ต้องหรอก ผมรู้แล้วว่าคนบงการอยู่ที่ไหน ตอนนี้เขาอยู่ในตึกแฮมเมอร์อินดัสทรี ชื่ออีวาน แวนโก ตอนที่ผมสู้กับพวกหุ่นยนต์เมื่อกี้ เขายังคุยกับผมตลอดเลย”

“งั้นเหรอ เยี่ยมมาก”

นาตาชาเผยสีหน้าดีใจ กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่จู่ ๆ ก็มีลมพายุรุนแรงพัดขึ้นรอบตัว

เธอรู้สึกว่าตัวเองถูกโอบเอวขึ้นมา

ยังไม่ทันได้โมโห ภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างบ้าคลั่ง

แรงกดมหาศาลจากการเคลื่อนที่ผลักร่างเธอจนจมอยู่ในอ้อมแขนของอีกฝ่าย ขยับแทบไม่ได้

แม้ดวงตาจะปวดจนแทบลืมไม่ขึ้น แต่เธอก็ยังพยายามเบิกตาให้กว้างที่สุด เพื่อมองดูภาพรอบตัว

น่าเสียดายที่สายตามนุษย์ไม่สามารถจับรายละเอียดของภาพได้อีกต่อไป

สิ่งที่เธอเห็นมีเพียงสีสันที่เปลี่ยนไปไม่หยุด

และนั่นเป็นเพราะร่างกายของเธอมาถึงขีดจำกัดสูงสุดของมนุษย์แล้ว

ถ้าเป็นคนธรรมดา ภายใต้แรงลมระดับนี้ แค่ลืมตาก็ทำไม่ได้ด้วยซ้ำ

“โอเค ถึงแล้ว”

เมื่อแรงลมรอบตัวหายไป และภาพตรงหน้ากลับมาชัดเจนอีกครั้ง นาตาชาก็กวาดตามองรอบ ๆ

ทั้งที่อุ้มเธอมาตลอดทาง แต่จางหยางกลับใช้เวลาไม่ถึงสามวินาทีพาเธอมาถึงหน้าตึกแฮมเมอร์อินดัสทรี

ความเร็วแบบนี้...

สมกับเป็นเดอะแฟลชจริง ๆ

บรรยากาศเงียบไปครู่หนึ่ง

จนสุดท้ายนาตาชาทนไม่ไหวและพูดขึ้น

“ในเมื่อถึงแล้ว แล้วทำไมคุณยังไม่ปล่อยฉันลงอีก?”

“หือ? ขอโทษที ผมนึกว่าคุณอยากอยู่ในอ้อมแขนผมนานกว่านี้ซะอีก”

จางหยางทำหน้าขอโทษ แต่แขนกลับไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยเลยแม้แต่น้อย

แววตาของแบล็ควิโดว์เย็นวาบ

ถ้าคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงธรรมดา...

ก็คิดผิดแล้ว

ขาเรียวยาวยกขึ้นเตะอย่างกะทันหันโดยไม่มีสัญญาณเตือนแม้แต่น้อย

ถ้าไม่เกิดอะไรผิดพลาด เท้านี้จะฟาดเข้าที่หัวของเด็กเหลือขอคนนี้อย่างจัง ให้เขาจำเอาไว้ว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะถูกลวนลามได้ตามใจ

จางหยางเปิดใช้งานสปีดฟอร์ซ

แรงลมอันคุ้นเคยพัดขึ้นอีกครั้ง

แบล็ควิโดว์พบว่าตัวเองลอยอยู่กลางอากาศ ส่วนจางหยางวิ่งออกไปอยู่ด้านข้างเรียบร้อยแล้ว

แต่การเสียสมดุลระดับนี้ยังทำอะไรเธอไม่ได้

แรงจากขาที่เตะออกไปส่งร่างให้หมุนตาม

จากความสูงเพียงครึ่งตัวคน เธอกลับตีลังกาหลังกลางอากาศได้อย่างสวยงามและสมบูรณ์แบบ

จางหยางถึงกับอึ้ง

แม้เขาจะเร็ว

แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทำท่ายากระดับสุดโหดแบบนี้ได้

“โคตรเท่เลย!”

แบล็ควิโดว์ไม่คิดจะเอาเรื่องที่เขาฉวยโอกาสเมื่อครู่แล้ว

เธอเดินตรงเข้าไปในตึกแฮมเมอร์ทันที

“ฉันจะจัดการพวกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเอง ส่วนคุณไปจับอีวาน แวนโก อย่าให้เขาหนีได้”

“ไม่มีปัญหา! อ้อ แล้วสำหรับมื้อเย็นคืนนี้ คุณอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม?”

จางหยางเปิดระบบ AI ของชุดเกราะ เพื่อค้นหาจุดส่งสัญญาณข้อมูลที่อีวาน แวนโกใช้อยู่

ตราบใดที่หาจุดส่งสัญญาณเจอ การหาตัวอีวานก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

“ฉันกินอะไรก็ได้”

“ยอดเยี่ยมเลย! คืนนี้มาที่บ้านผมนะ ผมจะทำบะหมี่ให้คุณกินเอง!”

หลังจากทอดถอนใจว่าแบล็ควิโดว์เลี้ยงง่ายจริง ๆ สายฟ้าสีแดงทองก็ระเบิดวาบขึ้น

ในพริบตา ร่างของจางหยางก็หายไปจากตรงนั้นแล้ว

เหลือเพียงแสงไฟฟ้าที่วูบวาบอย่างบ้าคลั่งอยู่ภายในตึก ซึ่งมองเห็นได้ผ่านกระจกด้านนอกเท่านั้น

FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ]

……………

จบบทที่ บทที่ 25: แบล็ควิโดว์เลี้ยงง่ายจัง

คัดลอกลิงก์แล้ว