- หน้าแรก
- ตามหารักหลังวิวาห์ หลิงจิ่วเจ๋อตามจีบภรรยาสุดที่รัก
- 2 - พ่อเป็นคนทำใช่มั้ย?
2 - พ่อเป็นคนทำใช่มั้ย?
2 - พ่อเป็นคนทำใช่มั้ย?
ในมือเขาคือแบงก์ร้อยหนึ่งใบ หลังจากเรื่องคืนนั้น เธอทิ้งเงินไว้แบบนี้ เขาคืออะไรสำหรับเธอ?
ใบหน้าหล่อเหลาของหลิงจิ่วเจ๋อเย็นเฉียบ เขาก้าวพรวดไปยังระเบียงทันที แล้วก็พบว่าหน้าต่างเปิดอยู่จริง ที่นี่เป็นชั้นสาม ซึ่งความสูงเทียบเท่าชั้นสี่ เธอกระโดดลงไปได้ยังไง?
เขาน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ? จนเธอยอมเสี่ยงตายเพื่อหนีออกไป?
สายลมเย็นพัดเข้ามาจากหน้าต่าง ความเย็นเหมือนน้ำ แต่กลับดับไฟในใจของเขาไม่ได้... ผู้หญิงคนนี้ไม่เพียงแค่โยนเงินหนึ่งร้อยมาเยาะเย้ยเขา หลังจากนั้นยังหนีออกทางหน้าต่างอีก... ถ้าเขาจับได้ล่ะก็ ไม่มีทางปล่อยไว้แน่!
ซูซีนั่งอยู่ในรถแท็กซี่ จู่ ๆ ก็จามออกมาเสียงดัง คนขับมองผ่านกระจกมองหลังแล้วถามขึ้น “น้องสาว เป็นอะไรรึเปล่า?”
ซูซีสวยมาก แต่ตัวเปียกโชกไปหมด มองปราดเดียวก็รู้ว่าเพิ่งเจอเรื่องหนักมา
ซูซียิ้มอ่อน “ไม่เป็นไรค่ะ”
คนขับหัวเราะเบา ๆ “หนูยังเป็นนักเรียนอยู่แน่เลย เดินทางคนเดียวต้องระวังตัวให้มากนะ”
“ค่ะ ขอบคุณค่ะคุณลุง” ซูซีตอบรับ แล้วหยิบมือถือขึ้นมา พิมพ์ข้อความอย่างรวดเร็ว
“จัดการลบกล้องวงจรปิดที่โรงแรมเทียนเยว่ ช่วงเวลาประมาณ 7 โมงกับ 3 ทุ่มให้หมด ไม่ให้เหลืออะไรไว้เลย!”
“โอเค!” ฝั่งตรงข้ามตอบกลับมาโดยไม่ถามอะไร ทำตามคำสั่งทันที
เสียงพูดเสียดแทงของหลิงจิ่วเจ๋อดังก้องในหัวอีกครั้ง ณ จุดนี้ ซูซีไม่อยากคิดแล้วว่าตัวเองควรไปเจอเขาวันนี้ไหม สิ่งเดียวที่เธออยากทำตอนนี้คือ ทำให้เขาไม่มีวันรู้ว่าเธอเคยไปที่นั่นมาก่อน
เมื่อถึงถนนหยุนไห่ เธอลงจากรถแท็กซี่ และเนื่องจากเบาะหลังเปียก เธอจึงจ่ายค่าโดยสารเพิ่มเป็นสองเท่า
กลับมาถึงบ้านพักตากอากาศ แม่บ้านอู๋ตกใจเมื่อเห็นเสื้อผ้าของซูซีเปียกโชก “คุณหนู เกิดอะไรขึ้นคะ?”
“มีเหตุการณ์นิดหน่อย เดี๋ยวฉันขึ้นไปอาบน้ำก่อน” ซูซีพูดพร้อมกับเดินขึ้นบันได
“เดี๋ยวป้าจะไปเตรียมน้ำให้นะคะ” แม่บ้านอู๋ไม่กล้าถามอะไร รีบตามขึ้นไป
ไม่กี่นาทีต่อมา ซูซีกำลังแช่น้ำอุ่นในอ่างอาบน้ำ ร่างกายเธอเริ่มผ่อนคลายลง
แต่ในหัวกลับยุ่งเหยิง เธอพยายามบังคับตัวเองไม่ให้คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นคืนนี้ และจุ่มหัวลงไปใต้น้ำ
หลังจากอาบน้ำเสร็จและเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอนสะอาด แม่บ้านอู๋กำลังเป่าผมให้เธอ จู่ ๆ โทรศัพท์ของซูซีก็ดังขึ้น เป็นสายเข้าจากซูเจิ้งหรงพ่อของเธอเอง
ซูซีชะงักเล็กน้อย สีหน้าท่าทางเย็นลง จากนั้นจึงบอกแม่บ้าน “ป้าอู๋ออกไปก่อนนะคะ ฉันขอคุยโทรศัพท์แป๊บนึง”
เธอเดินไปที่ระเบียงแล้วกดรับสาย
ทันทีที่รับ ซูเจิ้งหรงก็พูดเสียงร้อนรน “ซูซี ลูกอยู่ไหน เจอคุณหลิงหรือยัง?”
ซูซีตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยจนจับอารมณ์ไม่ได้ “พ่อกลัวว่าหนูกับคุณหลิงจะเข้ากันไม่ได้ เลยใส่ยาปลุกอารมณ์ไว้หน่อยใช่มั้ย?”
ซูเจิ้งหรงอึ้ง “ว่าไงนะ? ยา? ใส่ยาให้ใคร? พ่อไม่ได้ทำนะ!”
“ไม่ได้ทำเหรอ?” ซูซียิ้มเย็น
“งั้นทำไมพ่อบอกหนูว่าเจอกันตอนหนึ่งทุ่ม ทั้งที่จริงนัดกับผู้ช่วยของเขาไว้ตอนสามทุ่ม?”
เสียงในโทรศัพท์เงียบไปทันที ซูซีใจเริ่มไม่ดี กำลังจะวางสาย
“ซูซี!” เสียงของซูเจิ้งหรงดังขึ้นอีกครั้ง ฟังดูสำนึกผิด
“เรื่องนี้พ่อผิดเอง พ่อแค่อยากให้ลูกไปถึงก่อน จะได้อยู่กับเขาสองต่อสองนานหน่อย เผื่อเขาจะเปิดใจเรื่องแต่งงานมากขึ้น...”
ซูเจิ้งหรงถามต่อทันที “แล้วเกิดอะไรขึ้น ลูกเป็นอะไรหรือเปล่า?”
ซูซีฟังแล้วก็รู้สึกว่ามีความห่วงใยจริง ๆ ในคำพูดของพ่อ เธอจึงถามว่า “จริง ๆ ไม่ใช่ฝีมือพ่อใช่มั้ยคะ?”
ซูเจิ้งหรงตอบทันที “แน่นอนสิ พ่อถึงจะลำบากแค่ไหน ก็ไม่มีวันใช้วิธีสกปรกแบบนี้กับลูกตัวเอง!”
ซูซีไม่พูดอะไร
ซูเจิ้งหรงถามเสียงแผ่วลง “ซูซี ลูกไม่เป็นไรใช่มั้ย?”
ซูซีตอบเสียงเรียบ “ไม่เป็นไร หนูไม่ได้เจอหลิงจิ่วเจ๋อหรอกค่ะ”
ซูเจิ้งหรงไม่กล้าซักไซ้อะไรมาก ได้แต่ถอนหายใจ “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เรื่องนี้พ่อผิดเอง ต่อไปจะไม่บังคับลูกไปหาเขาอีก ถ้าลูกไม่อยากอยู่บ้านพักตากอากาศบนเขานี่แล้ว เดี๋ยวพ่อไปรับกลับบ้านเลยก็ได้”
ซูซีพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย “อยู่มาสองปีกว่าแล้ว จะให้อยู่ต่ออีกไม่กี่เดือนก็ไม่เป็นไร พ่อไม่ต้องห่วง หนูยังชอบที่นี่อยู่ค่ะ”
บ้านพักตากอากาศหลังนี้เป็นทรัพย์สินส่วนตัวของหลิงจิ่วเจ๋อ ซูซีย้ายเข้ามาอยู่ตั้งแต่แต่งงานอยู่มาเกือบสามปีแล้ว
ซูเจิ้งหรงได้ยินแล้วก็รู้สึกโล่งใจ ยิ้มออก “ดี งั้นก็อยู่ต่ออีกสักพัก พอครบสามปี พ่อจะไปรับลูกกลับบ้านด้วยตัวเองนะ แล้วก็...”
เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “วันเสาร์นี้เป็นวันเกิดแม่ของลูก กลับบ้านเถอะ ครั้งที่แล้วที่ลูกกลับบ้าน คำพูดของแม่ที่พูดออกมาไม่ใช่เพราะตั้งใจ ลูกอย่าเก็บมาใส่ใจเลย แม่เขาเสียใจแล้ว แต่แค่ไม่กล้าพอที่จะขอโทษลูก”
ซูซีตอบเบา ๆ ว่า “เช้าวันเสาร์หนูมีเรียนหนึ่งคาบ เรียนเสร็จหนูแล้วจะกลับเองค่ะ”
“ก็ดี มีอะไรก็โทรหาพ่อ”
หลังวางสาย ซูซีคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกดโทรออกอีกครั้ง “อิ๋งอิ๋ง เตรียมชุดสร้อยคอกับต่างหูคอลเลกชันฤดูใบไม้ผลิใหม่ไว้ให้ด้วยนะ เดี๋ยวสองวันนี้ฉันจะไปเอา”
ทางนั้นตอบรับ ซูซีวางมือถือลง แล้วภาพเหตุการณ์ในความมืดเมื่อคืนก็ผุดขึ้นมาในหัวอย่างห้ามไม่ได้
เสียงลมหายใจหนัก ๆ ของผู้ชายยังเหมือนดังก้องอยู่ข้างหู... เธอพิงแขนทั้งสองข้างไว้กับราวระเบียงหิน ก้มหน้าลง ไม่รู้ในใจรู้สึกโกรธหรือเกลียดกันแน่
เวลาสี่ทุ่มกว่า หลิงจิ่วเจ๋อก็ออกจากโรงแรมเทียนเยว่ ผู้ช่วยเดินตามหลัง รายงานเสียงเบา “ท่านประธานหลิง เราสืบมาได้แล้ว คนที่ทำคือหลี่ไห่ รองผู้จัดการของเทียนฉี เขาตั้งใจจะวางยาให้คู่ควงของเขาในวันนี้ แต่ไม่รู้ยังไงแก้วเหล้ากลับมาอยู่ในมือท่าน หลี่ไห่ตกใจมาก รีบหนีออกจากเจียงเฉิงกลางดึก ไปที่ไห่เฉิงแล้วครับ”
แววตาเรียวลึกของหลิงจิ่วเจ๋อปรากฏความโหดเหี้ยม “หนีไปแล้วก็อย่ากลับมาอีกเลย!”
ผู้ช่วยก้มหน้ารับคำ “รับทราบครับ!”
เมื่อกลับถึงบ้านใหญ่ตระกูลหลิงก็เกือบตีหนึ่ง พี่ชายคนโตของหลิงจิ่วเจ๋อและภรรยาไปประชุมสัมมนาเศรษฐกิจที่ลอนดอน พ่อแม่ของเขาก็ไปด้วย บ้านจึงเหลือแค่ลูกหลานอยู่กันเอง ทุกคนเข้านอนหมดแล้ว
หลิงจิ่วเจ๋อขึ้นไปชั้นสาม อาบน้ำเสร็จแล้วสวมชุดคลุมอาบน้ำมานั่งที่เก้าอี้หวายตรงระเบียง หยิบบุหรี่มวนหนึ่งมาจุด
ปลายบุหรี่ส่องแสงจาง ๆ ภายใต้แสงจันทร์ ผมสีดำที่ยังเปียกแนบอยู่ตรงหน้าผาก ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มของเขาดูยิ่งเย้ายวนมีอำนาจภายใต้แสงสลัว
อยู่ ๆ เขาก็นึกถึงผู้หญิงคนนั้นในคืนนี้อีกครั้ง ตอนอยู่ในห้องน้ำ เขารับรู้ถึงความไม่สบายใจของเธอ กลัวจะทำรุนแรงจนเธอเจ็บ จึงจูบเธอนานมาก
จนกระทั่งเธอตอบรับ เขาจึงค่อย ๆ ก้าวล้ำ เธอจับแขนเขาแน่น ร้องเรียกชื่อเขาอย่างหวาดหวั่น
ตอนนั้นสมองเขาเหมือนโดนไฟเผาจนสับสน พอคิดถึงตอนนี้ เขาก็ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเธอเรียกชื่อเขาจริงหรือเปล่า
หลิงจิ่วเจ๋อล้วงหยิบธนบัตรร้อยหยวนใบนั้นออกมา เป็นแบบใหม่ และเปียกโชกไปหมด
ในยุคที่การจ่ายเงินผ่านมือถือแทบจะครอบคลุมทั้งประเทศ ใครกันที่ยังพกเงินสดติดตัว?
เธอมาอยู่ในห้องเขาได้ยังไง?
เธอเป็นใครกันแน่?
หลิงจิ่วเจ๋อเริ่มรู้สึกอยากรู้อยากเห็น
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก “ตรวจสอบที ผู้หญิงที่กระโดดลงมาจากชั้นสามคืนนี้ หาเธอให้เจอ!”
“รับทราบครับ!” หมิงจั่ว ผู้ช่วยของเขารับคำสั่งสั้น ๆ ชัดเจน ไม่มีคำฟุ่มเฟือย
วันรุ่งขึ้น หลังเรียนเช้าเสร็จ ซูซีได้รับโทรศัพท์จากอาจารย์ที่ปรึกษา ให้เตรียมเอกสารสมัครทุนการศึกษาไปส่งที่ห้องอาจารย์
ซูซีจัดเอกสารเสร็จ ยังไม่ทันเดินไป ก็ได้รับข้อความในวีแชทจากอาจารย์อีกว่า
【ซูซี อาจารย์มีธุระด่วนต้องไปห้องประชุมชั้นเก้า เธอเอาเอกสารขึ้นมาให้อาจารย์ที่นั่นเลยนะ】
ซูซีตอบกลับ แล้วมุ่งหน้าไปทางอาคารสำนักงาน
ตรงถนนหญ้าเขียวหน้าตึก มีรถเบนท์ลีย์สีดำจอดอยู่ ซูซีกำลังจะเดินผ่าน ก็เห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งก้าวลงจากรถ
พอเห็นด้านข้างของเขา หัวใจของซูซีก็เต้นแรงขึ้นมาทันที เธอหันหลังกลับโดยอัตโนมัติ
เมื่อคืนไม่ได้เปิดไฟ หลิงจิ่วเจ๋ออาจจะจำเธอไม่ได้ แต่ตัวเธอต่างหากที่ไม่รู้จะเผชิญหน้ายังไง
รอจนรถแล่นออกไป และหลิงจิ่วเจ๋อเดินเลี้ยวเข้าเขตตึกสำนักงาน ซูซีถึงเดินต่อไป
ใครจะคิดว่าเลี้ยวมาอีกทีก็เห็นเขายืนอยู่ตรงนั้น กำลังโทรศัพท์อยู่ ซูซีจึงหยุดลง แกล้งทำเป็นก้มดูโทรศัพท์
พอเงยหน้าขึ้น หลิงจิ่วเจ๋อก็เดินออกไปไกลแล้ว ซูซีสูดหายใจลึก รู้สึกแปลกใจว่าหลิงจิ่วเจ๋อมาทำอะไรที่นี่?
พอเข้าไปในอาคารสำนักงาน หลิงจิ่วเจ๋อก็กำลังเข้าไปในลิฟต์ ซูซีเดินช้าลง รอให้ประตูลิฟต์ปิดก่อนถึงจะเดินไปกดลิฟต์
แต่พอมือเธอกำลังจะกดปุ่ม ลิฟต์ที่ควรจะปิดไปแล้วกลับเปิดออกอีกครั้ง
ซูซีเงยหน้าขึ้น อย่างไม่ทันตั้งตัว ก็สบตากับแววตาเย็นชาสงสัยของหลิงจิ่วเจ๋อคนนั้นเข้าเต็ม ๆ