- หน้าแรก
- ตามหารักหลังวิวาห์ หลิงจิ่วเจ๋อตามจีบภรรยาสุดที่รัก
- 1 - 1ทุ่มตรงที่..โรงแรมเทียนเยว่!
1 - 1ทุ่มตรงที่..โรงแรมเทียนเยว่!
1 - 1ทุ่มตรงที่..โรงแรมเทียนเยว่!
เย็นวันพุธ เวลา 1 ทุ่มตรง ซูซีปรากฏตัวที่หน้าทางเข้าโรงแรมเทียนเยว่ตรงเวลา
มือถือดังขึ้นหนึ่งที ซูซีเปิดดูเป็นข้อความจากวีแชทของพ่อของเธอ ซูเจิ้งหรง: [ซีซี ขอบใจลูกมากที่ยอมช่วยพ่อนะ ตอนนี้พ่อรถติดนิดหน่อย ลูกเข้าไปข้างในก่อนเลยก็ได้]
ซูซีชะลอฝีเท้า คิดในใจว่าถ้าเจอกับหลิงจิ่วเจ๋อแล้วควรจะทักเขายังไงดี...
สามปีที่แต่งงานกัน พวกเขาไม่เคยเจอหน้ากันเลย ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าหลิงจิ่วเจ๋อไม่ได้เต็มใจ และน่าจะต่อต้านการแต่งงานครั้งนี้สุดๆ
ก็ไม่แปลกใจหรอก ตอนนั้นบริษัทของตระกูลซูเจอวิกฤติ จำเป็นต้องหน้าด้านไปขอให้ตระกูลหลิงทำตามข้อตกลงเรื่องแต่งงานที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ พี่ชายคนโตของตระกูลหลิงแต่งงานไปแล้ว งานแต่งเลยตกมาอยู่ที่หลิงจิ่วเจ๋อ ลูกชายคนรอง เขาไม่เต็มใจก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
แน่นอนว่าตระกูลหลิงก็ไม่ใช่จะยอมถูกขูดรีดง่ายๆ พวกเขาให้ค่าสินสอดถึง 300 ล้านเพื่อช่วยตระกูลซูให้รอดจากวิกฤติ แต่ก็ตั้งเงื่อนไขไว้ชัดเจนว่า อีก 3 ปีให้หลัง การแต่งงานนี้จะยกเลิกโดยอัตโนมัติ
สามปีก่อน ซูซียังไม่ถึงเกณฑ์อายุสมรสตามกฎหมายของประเทศด้วยซ้ำ สองคนเลยต้องไปจดทะเบียนกันที่เวกัส แต่จริงๆ แล้วไม่มีใครไปด้วยตัวเอง ทั้งคู่แค่ส่งตัวแทนถือเอกสารไปจัดการให้เรียบร้อย
หลังแต่งงาน หลิงจิ่วเจ๋อก็บินไปอยู่ที่อเมริกาทันที จนกระทั่งตอนนี้ ก่อนหมดระยะเวลาสามเดือนสุดท้ายของเงื่อนไขแต่งงานเขาถึงได้กลับมา ท่าทีต่อต้านของเขามันชัดเจนจนไม่ต้องเดา
แล้ววันนี้ พ่อเธอกลับยังจะลากเธอมาขอความช่วยเหลือจากเขาอีก เพื่อธุรกิจของตัวเอง...
ซูซีแค่นยิ้มเยาะตัวเอง แล้วเธอจะไปแนะนำตัวยังไงดี?
“สวัสดีค่ะคุณหลิง ฉันเป็นภรรยาคุณนะคะ! เขาจะมองเธอสักแวบมั้ยล่ะ?”
ว่ากันว่าก่อนจะไปอเมริกา หลิงจิ่วเจ๋อเป็นเหมือนเจ้าพ่อของเมืองเจียงเฉิง ตัวท็อปของทั้งโลกมืดและโลกสว่าง โหดเหี้ยมและเด็ดขาด
แต่เมื่อไม่กี่วันก่อน เธอเห็นเขาในรายการข่าวเศรษฐกิจในทีวี ภาพลักษณ์กลับไม่เหมือนที่ได้ยินมาเลย เขาใส่สูทธุรกิจสุดหรู วางท่าแม้จะหยิ่งแต่กลับมีความสุขุมละมุนทุกอิริยาบถ
ขอให้วันนี้เขาก็ยังคงมีบุคลิกแบบในทีวี อย่าทำให้เธอต้องอับอายมากก็พอ
โรงแรมเทียนเยว่ฟู่ทั้งหลังตกแต่งด้วยสไตล์จีนโบราณ ดูหรูหราและคลาสสิกเหมือนบ้านเรือนผู้ดีเก่า ซูซีเดินไปตามหมายเลขห้องที่ซูเจิ้งหรงส่งให้ ขึ้นไปที่ชั้น 3 ของตึก “เหอเฟิงก่วน”
ชั้น 3 ทั้งหมดเป็นห้องสวีท ปูพรมทับพื้นไม้ ไฟสลัว บรรยากาศเงียบสงบ พอถึงหน้าห้อง ซูซีแอบสูดหายใจลึกๆ อย่างแนบเนียน แล้วยกมือเคาะประตู
ประตูกลับแง้มอยู่แค่แตะบานไม้สีแดงทองก็เปิดออกมาเป็นช่อง ซูซีรู้สึกแปลกใจหรือว่าหลิงจิ่วเจ๋อกำลังรอเธออยู่?
ด้วยมารยาท เธอเลยเคาะอีกสองสามครั้ง
...ไม่มีเสียงตอบรับ
คิ้วซูซีขมวดเล็กน้อย เธอผลักประตูเดินเข้าไปสองก้าว พบว่ามีแค่โคมไฟตรงทางเข้าเท่านั้นที่เปิดอยู่ ข้างในมืดสนิท
ไม่มีคน?
ห้องสวีทกว้าง ตรงกลางเป็นห้องนั่งเล่น ด้านข้างสองฝั่งเป็นห้องพักผ่อนกับห้องนอน
เธอเดินเข้ามาถึงห้องนั่งเล่นแล้วก็รู้สึกไม่ดี แทบจะหันหลังกลับทันที ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงน้ำไหลมาจากทิศทางห้องนอน พร้อมเสียงพึมพำเบาๆ อย่างเจ็บปวด
“เข้ามา!”
สัญชาตญาณเตือนภัยของเธอบอกให้รีบหนีออกไปทันที แต่ในความมืด เธอยืนอยู่นิ่งๆ สามวินาทีก่อนจะตัดสินใจเดินไปทางห้องนอน
“คุณหลิงเหรอคะ? คุณเป็นอะไร?” ซูซีผลักประตูห้องนอนเบาๆ ถามเสียงต่ำ
ทันใดนั้น แขนแข็งแรงข้างหนึ่งก็ดึงเธอเข้าไปในห้องน้ำอย่างแรง ชายหนุ่มคนหนึ่งใช้มือข้างหนึ่งยันกำแพง อีกข้างบีบคอเธอไว้ น้ำเสียงเจ็บปวดแต่ยังคงดุดัน “กล้ายาใส่ฉันงั้นเหรอ อยากตายหรือไง?”
แม้ภายนอกจะมีแสงลอดเข้ามาจากหน้าต่างในห้องนั่งเล่น แต่ในห้องน้ำกลับมืดสนิทจนแทบมองไม่เห็นอะไร
ซูซีพยายามควบคุมตัวเองไม่ตอบโต้ แม้จะโดนบีบคอก็ตาม เสียงเธอแหบแต่ยังนิ่ง “ไม่ใช่ฉันนะ!”
“แล้วเธอเป็นใคร?”
หลิงจิ่วเจ๋อร่างกายเปียกน้ำเหมือนอาบน้ำเย็นมานาน ตัวเขาเย็นเฉียบ แต่ลมหายใจกลับร้อนผ่าว ราวกับทั้งร่างกำลังโดนแช่แข็งสลับกับไฟเผา ทำให้ซูซีรู้สึกมึนงง
ในความมืด ทั้งคู่สบตากันเงียบๆ ลมหายใจของเขาหนักขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกำลังจะขาดความอดทน มือที่บีบคอเธอกลับเปลี่ยนเป็นโอบท้ายทอย แล้วจู่ๆ ก็ก้มลงจูบเธออย่างรุนแรง
ริมฝีปากของเขาเย็นเฉียบและเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจ!
ซูซีเบิกตากว้างทันที พยายามยกขาถีบเขาสุดแรง
แต่เขาแรงเยอะพอๆ กับเธอ ขายาวของเขากดทับเข่าของเธอไว้แน่น ก่อนจะพูดเสียงแหบ
“ช่วยฉัน แล้วเธออยากได้อะไร ฉันจะชดเชยให้หมดทุกอย่าง!”
ซูซีสูดหายใจเข้าลึกในใจ ไม่ว่าจะยังไง เธอก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมาเจอสถานการณ์แบบนี้ หลิงจิ่วเจ๋อโดนวางยางั้นเหรอ?
ในความมืด กลิ่นอายของชายหนุ่มโอบล้อมเธอไปทุกสัมผัส เธอยังลังเลอยู่ว่าจะช่วยเขาหรือปล่อยให้เขาไปหาผู้หญิงคนอื่น ทว่า...จูบของเขากลับถาโถมลงมาอย่างไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ
...
ซูซีจำไม่ได้เลยว่าทั้งคู่ออกจากห้องน้ำมาถึงเตียงในห้องนอนได้ยังไง ระหว่างที่เธอยังลังเลอยู่ระหว่างการต่อต้านกับยอมจำนน เขาก็ลากเธอตกลงสู่ห้วงลึกแห่งความมืดมนโดยไม่ให้โอกาสได้ปฏิเสธแม้แต่นิด
เธอไม่ใช่ไม่เคยจินตนาการถึงสถานการณ์แบบนี้หลังจากแต่งงาน แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะเกิดขึ้น...แบบนี้
ในห้วงลึกที่ทั้งเย็นยะเยือกและเร่าร้อนประดุจไฟ เธอรู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปยาวนานกว่าสามปีที่ผ่านมาเสียอีก
พอทุกอย่างหยุดลง ก็พอดีกับที่มีคนเข้ามา เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาที่ห้องนอน
“ท่านประธานหลิง?”
“อย่าเข้ามา!” น้ำเสียงของหลิงจิ่วเจ๋อต่ำและแฝงความเหนื่อยอ่อนหลังจากได้ปลดปล่อย
ทันใดนั้นข้างนอกก็เงียบสนิท
หลังจากนั้นไม่นาน หลิงจิ่วเจ๋อลุกขึ้น ใส่เสื้อคลุมอาบน้ำโดยไม่เหลียวมองผู้หญิงที่ยังนอนอยู่บนเตียงแม้แต่นิด แล้วเดินออกจากห้องไป
ซูซีดึงผ้าห่มขึ้นมาถึงคอ เห็นว่าแสงจากด้านนอกส่องเข้ามาผ่านประตูที่แง้มไว้เป็นเส้นแสงบางๆ
หลิงจิ่วเจ๋อมานั่งพิงโซฟาในห้องนั่งเล่น ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มไม่มีอารมณ์ใดปรากฏออกมา มีเพียงแววอ่อนล้าเล็กน้อยในดวงตา
ผู้ช่วยเดินเข้ามาถามเบาๆ “ท่านประธานหลิง ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ?”
ตอนที่หลิงจิ่วเจ๋อออกจากวงเหล้ากะทันหัน แถมไม่ยอมให้ใครตามไป สองชั่วโมงผ่านไปก็ไม่มีวี่แวว เขาเลยไม่สบายใจ เลยขึ้นมาตามดู เมื่อครู่เหมือนจะได้ยินเสียงลมหายใจของสองคน?
หลิงจิ่วเจ๋อบีบหว่างคิ้ว “ไม่เป็นไร!”
ผู้ช่วยรีบตั้งสติ “คุณซูเจิ้งหรงจองห้อง 1009 ที่ห้องอาหาร ‘ถิงเสวี่ยเก๋อ’ นัดพบคุณตอนสามทุ่ม ตอนนี้ใกล้เวลาแล้วครับ”
หลิงจิ่วเจ๋อถามขึ้นลอยๆ “ซูเจิ้งหรงไหนนะ?”
แต่พอพูดจบเหมือนจะนึกขึ้นได้ จึงถามต่อเสียงเรียบ “ยังไม่ครบสามปีใช่ไหม?”
ผู้ช่วยตอบ “ยังเหลืออีกไม่กี่เดือนครับ”
หลิงจิ่วเจ๋อหัวเราะเยาะ “แล้วมันต่างกันตรงไหน?”
ผู้ช่วยกล่าว “คุณซูเจิ้งหรงพยายามติดต่อคุณหลายครั้ง ดูเหมือนจะมีเรื่องมาขอร้องครับ”
หลิงจิ่วเจ๋อคิดถึงผู้หญิงในห้องเมื่อครู่ ก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา “ขายลูกสาวไปครั้งหนึ่งแล้วยังจะมาขายอีกครั้ง? เขาหน้าด้านขนาดไหน คิดว่าฉันจะตามใจเขาตลอดหรือไง หรือคิดว่าลูกสาวเขามีค่าขนาดนั้น จะขายกี่ครั้งก็ยังได้ราคาดี ไม่พบ!”
สองคำสุดท้าย เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้ความปรานี!
ในห้องนอน ซูซีได้ยินบทสนทนาทั้งหมดจากด้านนอก ใบหน้าที่เพิ่งจะมีสีเลือดฝาดกลับซีดลงเรื่อยๆ ถ้าตอนนี้หลิงจิ่วเจ๋อรู้ว่าผู้หญิงที่นอนอยู่บนเตียงคือ "ลูกสาวของซูเจิ้งหรง" ที่เขากล่าวหา...คำว่า “ขาย” คงจะยิ่งเจ็บและน่าอับอายมากกว่าเดิม
เธออดทนต่อความเจ็บปวดทั่วร่าง ลุกจากเตียง ใส่เสื้อผ้ากลับอย่างรวดเร็ว แล้วหยิบของในกระเป๋าเสื้อออกมากดทับไว้บนโต๊ะ
เธอไม่หันหลังกลับ เดินตรงไปที่ระเบียง เปิดหน้าต่าง แล้วกระโดดลงไป
ร่างบางพลิกตัวกลางอากาศไม่กี่ครั้ง ก่อนจะลงสู่ถนนหินข้างล่างอย่างแผ่วเบา เงาร่างเล็กค่อยๆ จางหายไปในแสงไฟสลัว
ด้านนอกหลิงจิ่วเจ๋อยังคุยกับผู้ช่วยถึงเรื่องอื่นๆ อีกสักพัก ก่อนจะออกคำสั่ง “ไปสืบดูว่า วันนี้ใครเป็นคนมือไม่สะอาดในวงเหล้า?”
ผู้ช่วยอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะนึกถึงเสียงที่ได้ยินเมื่อครู่ แล้วรีบขานรับด้วยใบหน้าเคร่งขรึม “รับทราบครับ!”
หลิงจิ่วเจ๋อลุกขึ้น เดินกลับเข้าไปในห้องนอน มองไปยังเตียงในความมืด แล้วเอ่ยเสียงเรียบ “ลุกขึ้น รับเงินแล้วไปซะ อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก!”
ไม่มีเสียงตอบรับ
เขาขมวดคิ้ว เปิดไฟขึ้น แสงสลัวเผยให้เห็นภาพเตียงที่ยังคงกระจัดกระจาย แต่...ไม่มีเงาของหญิงสาวคนนั้นแล้ว!
เขาหันไปดูในห้องน้ำ ก็ว่างเปล่าเช่นกัน
แววประหลาดใจฉายวาบในดวงตาคู่นั้น หรือเมื่อครู่เขากำลังอยู่กับผี?
แต่ว่า...เขาเห็นชัดเจนถึงร่องรอยสีแดงบนผ้าปูที่นอน
หลิงจิ่วเจ๋อขมวดคิ้ว หันไปมองโต๊ะตรงข้ามเตียง ค่อยๆ เดินไปหยิบของที่อยู่ใต้แจกันขึ้นมา แค่มองเห็นใบหน้าเขาก็มืดลงทันที