- หน้าแรก
- โคตรจะเหลือเชื่อ เพิ่งเปลี่ยนอาชีพก็อัญเชิญพญามังกรฟ้าดับสูญโลกา
- บทที่ 609 - ยุแยงตะแคงรั่ว
บทที่ 609 - ยุแยงตะแคงรั่ว
บทที่ 609 - ยุแยงตะแคงรั่ว
บทที่ 609 - ยุแยงตะแคงรั่ว
ไม่แปลกใจเลยที่เอมิยาดานจะรู้สึกเหลือเชื่อ
ไม่ต้องพูดถึงนางเลย ผู้ชมภายนอกก็รู้สึกงุนงงและตกตะลึงอีกครั้งเช่นกัน
"ให้ตายเถอะ! เอาอีกแล้ว! พลิกเกมกลับมาชนะดื้อๆ อีกแล้ว!"
"หวังเฉินคนนี้ตกลงมันยังไงกันแน่? เมื่อกี้ยังเสียเปรียบอยู่เลย วินาทีต่อมากลับพลิกมาได้เปรียบเฉย!"
"หลุดโลกเกินไปแล้ว ทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้?"
ตอนที่รับมือกับองค์หญิงบาบาริยาก็ว่าไปอย่าง แต่นี่สู้กับพวกกิลด์อีกาทมิฬก็ยังเป็นแบบนี้อีกเหรอ?
ตกลงใช้ลูกไม้อะไรกันแน่?
"ใช้ลูกไม้อะไรข้าก็ไม่รู้หรอก แต่เมื่อกี้ข้าลองสังเกตดูดีๆ แล้วพบว่า เวลาหวังเฉินต่อสู้ เขาจะแอบแตะตัวอีกฝ่ายเบาๆ เสมอ"
"บางทีอาจจะเป็นเพราะพฤติกรรมนี้แหละ ที่ทำให้อีกฝ่ายสูญเสียพลังต่อสู้ไปกะทันหัน"
ในตอนนี้เอง
ผู้เปลี่ยนอาชีพคนหนึ่งที่มีสายตาเฉียบแหลมในหมู่ผู้ชมก็พูดขึ้น
เมื่อกี้เขาตั้งใจจ้องมองภาพบนหน้าจออย่างละเอียด
เขาพบว่าเวลาหวังเฉินพัวพันกับพวกกิลด์อีกาทมิฬ เขามักจะมีพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ อย่างหนึ่ง
นั่นก็คือการแตะตัวอีกฝ่ายไปหนึ่งที แล้วก็ถอยห่างออกมาเพื่อหลบการโจมตีต่อไป
"ถ้าเป็นแบบนี้ ก็แสดงว่าหวังเฉินคนนี้มีสกิลที่แค่แตะตัวคนอื่น ก็ทำให้คนคนนั้นสูญเสียพลังต่อสู้ไปเลยงั้นสิ?"
"แบบนั้นมันจะเวอร์เกินไปหรือเปล่า?"
"ใช่ เวอร์เกินไปแล้วจริงๆ!"
ผู้ชมต่างก็รู้สึกเหลือเชื่อกับเรื่องนี้
แค่แตะตัวอีกฝ่ายก็ทำให้สูญเสียพลังต่อสู้เนี่ยนะ?
มันจะมีสกิลที่ไร้เหตุผลแบบนี้อยู่บนโลกด้วยเหรอ?
แต่ตอนนี้ความจริงมันก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าแล้ว
หวังเฉินพลิกสถานการณ์กลับมาชนะได้อย่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ
นี่เป็นครั้งที่สองแล้ว
ครั้งแรกก็ตอนที่สู้กับองค์หญิงบาบาริยาเมื่อกี้นี้ไง
องค์หญิงบาบาริยาแค่ถอยห่างออกมา ก็ขยับตัวไม่ได้ซะแล้ว
ในเวลานี้
ภายในหุบเขาเทียนซาน
เมื่อมองดูสมาชิกทีมกิลด์อีกาทมิฬที่กำลังตกตะลึง
องค์หญิงบาบาริยาก็ถอนหายใจเบาๆ
ต่อเมื่อได้มาเป็นเพื่อนร่วมทีมของหวังเฉิน ถึงจะได้รู้ว่ารูปแบบการโจมตีของหวังเฉินนั้นหลุดโลกขนาดไหน
ที่จริงองค์หญิงบาบาริยาก็เพิ่งจะเข้าใจวิธีการของหวังเฉินในตอนนี้นี่เอง
ก่อนหน้านี้นางยังสงสัยอยู่เลยว่า ค่าต้านทานสถานะผิดปกติของนางถูกลดจนติดลบได้อย่างไร?
ในตอนแรก นางสงสัยว่านี่เป็นสกิลที่หวังเฉินใช้ใส่นางจากระยะไกล
แต่ตอนนี้พอเห็นความพ่ายแพ้อย่างกะทันหันของทีมกิลด์อีกาทมิฬ นางก็เข้าใจแจ่มแจ้งในทันที ว่าน่าจะเป็นเพราะหวังเฉินมีสกิลที่พอลองแตะตัวอีกฝ่าย ก็จะทำให้ค่าต้านทานสถานะผิดปกติของอีกฝ่ายลดลงได้
จากนั้น...
ก็แอบโรยผงยาลงไปอย่างเงียบๆ
ผงยาพวกนี้ไม่มีสีไม่มีกลิ่น สามารถกลืนไปกับอากาศได้
และเมื่อเหล่าผู้เปลี่ยนอาชีพสูดเอาอากาศที่มีผงยาพวกนี้เข้าไปในร่างกาย ประกอบกับค่าต้านทานสถานะผิดปกติที่ถูกลดทอนลง แน่นอนว่าต้องโดนเล่นงานอย่างง่ายดาย
พอโดนเล่นงาน ทั้งตัวก็ตกอยู่ในสถานะอัมพาตทันที
ขยับเขยื้อนไม่ได้
ทำได้แค่ปล่อยให้คนอื่นชำแหละ
รองหัวหน้าทีมของกิลด์อีกาทมิฬเมื่อกี้ ก็น่าจะจู่ๆ ก็โดนทำให้เป็นอัมพาต เลยตอบสนองต่อการโจมตีของหวังเฉินไม่ทัน
ไม่สิ...
น่าจะตอบสนองทัน เขาอยากจะหลบตามสัญชาตญาณ แต่กลับพบว่าตัวเองหลบไม่ได้
ก็เลยทำได้แค่มองดูตัวเองโดนปาดคอ
การแพ้ด้วยวิธีนี้มันทำให้รู้สึกหงุดหงิดและไม่สบอารมณ์จริงๆ
พอคิดว่าตัวเองก็แพ้ด้วยวิธีแบบนี้เหมือนกัน องค์หญิงบาบาริยาก็รู้สึกหงุดหงิด นางเข้าใจถึงความสิ้นหวังและไร้หนทางของรองหัวหน้าทีมกิลด์อีกาทมิฬก่อนตายได้เป็นอย่างดี
ในเวลานี้
จู่ๆ ทั้งสองฝ่ายที่กำลังสู้กันอย่างดุเดือดในระยะไกลก็หยุดมือ
สมาชิกกิลด์อีกาทมิฬทุกคนเบิกตากว้าง ยืนนิ่งอยู่กับที่ ขยับเขยื้อนไม่ได้
พวกเขาส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ
"ทำไมขยับไม่ได้แล้วล่ะ?"
"เวรเอ๊ย! ข้าโดนอัมพาต!"
"อ๊าก! ทำไมข้าถึงติดสถานะผิดปกติล่ะ?"
"ไม่สิ! พวกเจ้าดูค่าต้านทานสถานะของพวกเราสิ! มันลดลงจนติดลบไปแล้ว!"
"ห๊ะ?"
เหล่าบรรดานักฆ่าที่ยืนนิ่งขยับไม่ได้ ต่างก็มีสีหน้าหวาดผวาและไม่อยากจะเชื่อ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่พวกเขาเห็นว่าค่าต้านทานสถานะของตัวเองกลายเป็นตัวเลขติดลบสีแดง ก็ยิ่งอ้าปากค้าง
พวกเขาไม่เคยเห็นค่าต้านทานสถานะของตัวเองกลายเป็นติดลบมาก่อนเลย!
อย่าลืมนะว่าพวกเขาเป็นนักฆ่านะ!
อาชีพนักฆ่าเป็นอาชีพที่เปราะบางมาก ดังนั้นพวกเขาจึงตั้งใจเพิ่มค่าต้านทานสถานะให้สูงๆ เข้าไว้
ก็เพราะวิธีการป้องกันของพวกเขาคือการหลบหลีกไงล่ะ
เงื่อนไขของการหลบหลีกได้อย่างอิสระก็คือ ห้ามติดสถานะผิดปกติเด็ดขาด
อย่างเช่น...
ลดความเร็ว พันธนาการ แช่แข็ง กักขัง อัมพาต... และสถานะผิดปกติอื่นๆ อีกมากมาย
หากติดสถานะพวกนี้เมื่อไหร่ พวกเขาก็จะขยับไม่ได้ หรือไม่ก็ความเร็วในการหลบหลีกลดลงอย่างมาก
ภายใต้เงื่อนไขที่ความเร็วในการหลบหลีกลดลงอย่างมาก พวกเขาก็ยากที่จะหลบการโจมตีของศัตรูได้พ้น
ถ้าหลบการโจมตีของศัตรูไม่ได้ ก็มีแต่ความตายเท่านั้นที่รออยู่
อาชีพสายเปราะบางก็ไม่มีความถึกทนเหมือนอาชีพสายแท็งก์
อาชีพสายแท็งก์ต่อให้ถูกกักขังหรือพันธนาการ ส่วนใหญ่ก็ยังสามารถทนรับการโจมตีชุดใหญ่ของศัตรูได้โดยไม่ตาย
แต่นักฆ่าอย่างพวกเขาจะทำแบบนั้นได้ยังไง?
เพราะงั้น...
ค่าต้านทานสถานะของอาชีพนักฆ่าจึงถูกอัปมาค่อนข้างสูง เอาไว้ป้องกันไม่ให้ตัวเองถูกพันธนาการหรือถูกกักขัง
แต่ค่าต้านทานสถานะที่สูงลิ่วขนาดนี้ จู่ๆ เจ้ามาบอกข้าว่าตอนนี้มันกลายเป็นติดลบเนี่ยนะ!
ใครจะไปเชื่อลง?
"บัดซบ! ต้องเป็นเพราะไอ้หมอนี่ใช้วิธีบ้าอะไรสักอย่าง มาลดค่าต้านทานสถานะของพวกเราแน่ๆ!"
"แถมยังมี... อากาศนี้ต้องมีอะไรผิดปกติแน่! เขาต้องโปรยผงยาอะไรลงมาแหงๆ!"
"หวังเฉิน! เจ้านี่มันต่ำช้าหน้าด้านจริงๆ!"
เมื่อต้องเผชิญกับคำด่าทอเหล่านี้ หวังเฉินเพียงตอบกลับเรียบๆ ว่า "ข้าต่ำช้าหน้าด้านงั้นเหรอ? แล้วพวกเจ้าที่มารุมกินโต๊ะข้า ไม่ต่ำช้าหน้าด้านกว่าหรือไง?"
"เจ้า..."
สมาชิกกิลด์อีกาทมิฬอยากจะเถียง แต่ก็ไม่รู้จะเถียงยังไงดี
เพราะสิ่งที่หวังเฉินพูดมันถูกเผงเลย!
การที่พวกรุมโจมตีคนอื่นแบบนี้ มันก็ไม่นับว่ามีคุณธรรมนักสู้สักเท่าไหร่อยู่แล้ว
แถมที่นี่ก็เป็นสถานที่จัดการแข่งขันแบทเทิลรอยัลด้วย
เดิมทีมันก็ไม่ใช่การแข่งขันที่ยุติธรรมอยู่แล้ว
ที่นี่เจ้าจะจับมือเป็นพันธมิตรกัน จะทรยศกัน หรือจะหมาหมู่รังแกคนน้อยก็ยังได้
มันไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับความยุติธรรมหรือเปิดเผยอยู่แล้ว
"นอกจากนี้ พวกเจ้าไม่สงสัยหรือไง ว่าข้ารู้ตำแหน่งที่แน่นอนของพวกเจ้าได้ยังไง?"
หวังเฉินพูดพลางหันไปมองเอมิยาดาน
สมาชิกกิลด์อีกาทมิฬต่างก็มองไปที่เอมิยาดานด้วยสายตาเหลือเชื่อ
"หัวหน้า ท่าน..."
เพราะหวังเฉินมองไปที่เอมิยาดาน พวกเขาเลยหลงคิดไปว่า นี่จะเป็นฉากแบบในซีรีส์สายลับ ที่หัวหน้าของตัวเองกลายเป็นสายลับสองหน้าเสียอย่างนั้น
"พวกเจ้าเป็นสมองหมูหรือไง? ศัตรูพูดอะไรก็เชื่อไปหมด!"
"ข้าจะทรยศกิลด์อีกาทมิฬได้ยังไง!?"
เอมิยาดานแทบจะอกแตกตายกับไอ้พวกเพื่อนร่วมทีมโง่ๆ พวกนี้
คำพูดยุแยงตะแคงรั่วชัดเจนขนาดนี้ ยังมองไม่ออกอีกเหรอ?
"ข้าไม่ได้ยุแยงตะแคงรั่วให้พวกเจ้าแตกคอกันหรอกนะ ที่ข้ารู้ร่องรอยของพวกเจ้า ก็เป็นเพราะนางจริงๆ นั่นแหละ"
"เดี๋ยวข้าจะเฉลยให้ฟัง"
"วิญญาณของเอมิยาดาน ถูกข้าประทับเครื่องหมายเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว"
"ดังนั้นไม่ว่านางจะอยู่ที่ไหน ข้าก็สัมผัสได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะตอนที่อยู่ใกล้ข้าขนาดนี้!"
หวังเฉินกล่าวเสียงเรียบ
นานๆ ทีเขาจะรู้สึกอยากอธิบายอะไรยืดยาวสักที
(จบแล้ว)