- หน้าแรก
- ไลฟ์สดชาวประมง แค่อยากตกปลา แต่ไหงดันตกได้ขีปนาวุธซะงั้น
- บทที่ 12: ตอร์ปิโดขายได้เงินไหม
บทที่ 12: ตอร์ปิโดขายได้เงินไหม
บทที่ 12: ตอร์ปิโดขายได้เงินไหม
เมื่อวางสาย หลินซืออวี่ก็ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจราวกับคนที่เพิ่งทำเรื่องยิ่งใหญ่สำเร็จ
เธอวิ่งเหยาะๆ กลับมาที่ดาดฟ้าเรือแล้วแกว่งโทรศัพท์ไปมาให้หลินโม่ดู
"พี่! เรียบร้อยแล้ว!"
หลินโม่กำลังถือผ้าเปียก ค่อยๆ เช็ดคราบสนิมบนตัวถังตอร์ปิโดอย่างระมัดระวัง เขากำลังพยายามหาเบาะแสบางอย่างและไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองด้วยซ้ำตอนที่ได้ยินเสียงเธอ
"อะไรเรียบร้อย"
"ก็แจ้งตำรวจไง!"
หลินซืออวี่พูดด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
"หนูส่งพิกัด GPS ของเราให้หน่วยยามฝั่งไปแล้ว! เขาบอกว่าจะส่งหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดกับหน่วยสวาทมาเดี๋ยวนี้เลย!"
มือที่กำลังเช็ดอยู่ของหลินโม่ชะงักกึก เขาสะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ
"เธอ... ว่าไงนะ"
"หนูบอกว่า หนูแจ้งตำรวจแล้ว"
หลินซืออวี่ไม่สังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของพี่ชายเลยแม้แต่น้อยและพูดเสริมอย่างตื่นเต้น
"เจ้าหน้าที่รับสายทำงานมืออาชีพมาก! เขาบอกว่าจะรีบมาให้เร็วที่สุด! แถมยังเปิดใช้งานมาตรการฉุกเฉินอะไรสักอย่างด้วยนะ!"
หลินโม่รู้สึกได้เลยว่าความดันเลือดพุ่งปรี๊ดจนทะลุพิกัด
เดิมทีเขาแค่อยากให้น้องสาวติดต่อกรมเจ้าท่าเพื่อรายงานสถานการณ์และดูว่าทางการจะส่งเรือผู้เชี่ยวชาญมาได้ไหม
เพื่อจะนำไอ้ของพรรค์นี้กลับไปจัดการอย่างปลอดภัย
แต่เธอกลับโทรศัพท์ไปยกระดับสถานการณ์ให้กลายเป็นระดับการต่อต้านการก่อการร้ายซะงั้น!
หลินโม่สูดลมหายใจเข้าลึกและผ่อนออกช้าๆ พยายามอย่างหนักที่จะไม่เป็นลมล้มพับไปตรงนั้น
เขาชี้หน้าหลินซืออวี่ ปากสั่นระริก แต่ก็พูดไม่ออกอยู่นาน ในที่สุดก็ทำได้แค่ถอนหายใจเฮือกใหญ่
เขานึกภาพพาดหัวข่าวพรุ่งนี้ออกเลย
"ช็อกวงการ! ชาวประมงทะเลตงไห่แท้จริงแล้วคือโจรสลัด ลักลอบขนตอร์ปิโดบนเรือประมง!"
หลินโม่กุมขมับ รู้สึกเหมือนโลกหมุนติ้ว
ในขณะเดียวกัน บรรยากาศในไลฟ์สดก็ระเบิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ
ยอดคนดูพุ่งทะลุห้าแสนคนทันทีหลังจากที่หลินซืออวี่โทรแจ้งตำรวจด้วยเรื่องสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น!
[เชี่ย! ห้าแสนคน! สตรีมเมอร์กำลังจะดังทะลุวงการแล้ว!]
[ดังเหรอ ตรงเข้าคุกมากกว่ามั้ง! เมื่อกี้ฉันได้ยินว่าอะไรนะ หน่วยสวาทกับผู้เชี่ยวชาญเก็บกู้ระเบิดเหรอ]
[น้องสาวคือตำนาน! โทรสายเดียวเรียกทีมชาติมาได้เลย!]
[สตรีมเมอร์: ผมแค่อยากตกปลาเงียบๆ แต่น้องสาวดึงดันจะจัดแพ็คเกจระดับสูงสุดให้ผม]
[ฮ่าๆๆ บทสนทนาข้ามเซิร์ฟนั่นทำเอาฉันขำจะตาย อาชีพการงานของพี่หน่วยยามฝั่งถึงคราวเจอศึกวอเตอร์ลูแล้วสิ]
[เลิกขำได้แล้ว สปีดโบ๊ตหน่วยยามฝั่งมาแล้ว! ดูจุดสีเทาๆ ลิบๆ นั่นสิ!]
[เชี่ย! เอาจริงดิ เร็วขนาดนั้นเลย!]
พอคอมเมนต์นั้นเลื่อนผ่านไป คนดูที่อยากรู้อยากเห็นก็ซูมกล้องไลฟ์สดไปจนสุดระยะทันที
บนเส้นขอบฟ้าสีคราม มีระลอกคลื่นสีขาวกำลังแหวกน้ำทะเลพุ่งตรงมาจากที่ไกลๆ อย่างรวดเร็ว
มันกำลังแล่นฉิวตรงมายังเรือประมง
มันคือสปีดโบ๊ตของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายที่แล่นมาด้วยความเร็วสูงลิ่ว เพียงแค่สิบนาที
จากจุดสีดำเล็กๆ ก็กลายเป็นเงาร่างขนาดมหึมา
สปีดโบ๊ตชะลอความเร็วลงเมื่อห่างจากเรือประมงประมาณห้าสิบเมตร เสียงคำรามของเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ค่อยๆ เบาลงก่อนจะจอดสนิทบนผิวน้ำ
หลินโม่มองดูเรือเจ้าหน้าที่ที่ดูน่าเกรงขาม แล้วหันไปมองน้องสาวที่ยังไม่รู้ซึ้งถึงความรุนแรงของสถานการณ์
เขายิ่งรู้สึกเหนื่อยล้าหนักกว่าเดิม
"เอาบันไดลงไป เตรียมรับแขก"
เขาสั่งลูกเรือที่อยู่ใกล้ๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
ลูกเรือได้สติและรีบเอาบันไดลงไป
ไม่นาน สปีดโบ๊ตหน่วยยามฝั่งก็เทียบท่า เจ้าหน้าที่ยามฝั่งพร้อมอาวุธครบมือหลายนายปีนบันไดขึ้นมาอย่างคล่องแคล่ว
พวกเขาก้าวขึ้นมาบนดาดฟ้าเรือประมงตระกูลหลิน
ผู้นำทีมคือชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ที่มีอินทรธนูโดดเด่นบนบ่า
ทันทีที่ขึ้นเรือ สายตาของเขาก็กวาดมองไปทั่วดาดฟ้าอย่างรวดเร็วก่อนจะหยุดอยู่ที่หลินโม่
"ผม จางหยวน กัปตันหน่วยยามฝั่งทะเลตงไห่ ใครคือกัปตันเรือลำนี้"
พวกลูกเรือถูกความน่าเกรงขามข่มขวัญจนแทบไม่กล้าหายใจและถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ
หลินโม่ทำใจดีสู้เสือแล้วก้าวออกไป
"ผมคือกัปตัน หลินโม่ครับ"
จางหยวนมองสำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า คิ้วขมวดเล็กน้อย
อายุน้อยเกินไป
แถมยังดูไม่เหมือนอาชญากรตัวฉกาจเลยสักนิด
ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่ได้ลดการป้องกันลง น้ำเสียงยังคงจริงจัง
"ศูนย์บัญชาการรายงานว่าเรือของคุณ... มีวัตถุระเบิดงั้นเหรอ"
ตอนที่พูดคำว่าวัตถุระเบิด น้ำเสียงของเขาชะงักไปเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่ายังคงเคลือบแคลงใจกับรายงานแปลกประหลาดนี้
หลินโม่ไม่มีเวลาอธิบาย
เขาแค่หันขวับไปถลึงตาใส่หลินซืออวี่เงียบๆ ด้วยสายตาที่สื่อความหมายว่า ดูสิว่าเธอทำอะไรลงไป
หลินซืออวี่งุนงงกับสายตาที่ถลึงใส่และกะพริบตาปริบๆ อย่างไร้เดียงสา ราวกับจะถามว่า มีอะไรผิดปกติเหรอ
หลินโม่ดึงสายตากลับ ถอนหายใจอย่างยอมจำนน แล้วชี้ไปทางท้ายเรือ
"ตรงนั้นครับ"
จางหยวนมองไปตามทิศทางที่เขาชี้ เมื่อเห็นตอร์ปิโดสีดำมะเมื่อมขนาดมหึมาวางนิ่งอยู่บนดาดฟ้าเรือ
แม้แต่คนอย่างเขาที่ผ่านเรื่องราวใหญ่โตมานักต่อนัก รูม่านตายังหดเกร็งอย่างรุนแรง
เจ้าหน้าที่หนุ่มด้านหลังเขาพากันสูดปากพร้อมกัน
พระเจ้าช่วย...
มันคือตอร์ปิโดจริงๆ ด้วย!
ชาวประมงพวกนี้ไปงมไอ้ของพรรค์นี้ขึ้นมาจากก้นทะเลได้ยังไงกันวะเนี่ย
จางหยวนส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ด้านหลังทันที และสองคนในนั้นก็เข้าใจในพริบตา
พวกเขาก้าวออกไปกั้นพื้นที่และอพยพลูกเรือบริเวณนั้นออกไป
คนอื่นๆ รีบเข้าไปใกล้ตอร์ปิโดด้วยความระมัดระวังขั้นสูงสุดเพื่อเริ่มการตรวจสอบเบื้องต้น
เมื่อเห็นท่าทีราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ หลินซืออวี่ก็เอียงตัวไปหาหลินโม่และลดเสียงลงด้วยความสับสน
"พี่ ทำไมพวกเขากังวลกันขนาดนั้นล่ะ"
"พี่บอกเองไม่ใช่เหรอว่ามันเป็นลูกด้าน มันก็แค่ก้อนเหล็กก้อนหนึ่ง ต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ"
เปลือกตาของหลินโม่กระตุกยิกๆ เมื่อได้ยินคำว่าลูกด้าน
เขาหันไปมองน้องสาวด้วยสีหน้าที่ซับซ้อนเกินบรรยาย
"ใครบอกเธอว่ามันเป็นลูกด้าน"
หลินซืออวี่ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเถียงกลับอย่างมั่นใจ
"ก็พี่ไง! เมื่อกี้พี่ไม่ได้บอกเหรอว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์น่าจะเป็นลูกด้านน่ะ"
มุมปากหลินโม่กระตุก
"นั่นมันเมื่อกี้!"
เขากดเสียงต่ำและพูดด้วยความหวาดหวั่นที่ยังหลงเหลืออยู่
"เมื่อกี้พี่เพิ่งตรวจดูอย่างละเอียด"
"ถ้าเข้าไปใกล้ๆ จะได้กลิ่นกำมะถันจางมากๆ... เหมือนกลิ่นหัวไม้ขีดที่ไหม้แล้วน่ะ"
หลินซืออวี่ยังไม่เข้าใจและถามด้วยสีหน้างุนงง
"กลิ่นกำมะถันแล้วยังไงอ่ะ แค่แช่อยู่ในทะเลนานจนกลิ่นมันตีกันหรือเปล่า"
"ตีกันกับผีสิ!"
หลินโม่แทบจะยอมแพ้ให้กับความไร้เดียงสาของเธอ
"นั่นมันกลิ่นของวัตถุระเบิดแรงสูง! ระเบิดเก่าๆ สารเคมีมันจะไม่เสถียรเมื่อเวลาผ่านไป"
"ถ้าตัวถังชั้นนอกเสียหายแม้แต่นิดเดียว กลิ่นมันก็จะรั่วออกมา!"
"เธอเข้าใจไหมว่ามันหมายความว่ายังไง"
น้ำเสียงของหลินโม่ลดต่ำลงไปอีก คำพูดแทบจะลอดไรฟันออกมา
"ไอ้นี่น่ะ... ไม่ใช่ลูกด้านเลยสักนิด!"
"ข้างในอัดแน่นไปด้วยดินระเบิด! ของจริงเสียงจริงที่ส่งเรือทั้งลำนี้ไปคุยกับรากมะม่วงได้เลย!"
"เหตุผลเดียวที่มันยังไม่ระเบิด ก็เพราะชนวนมันขึ้นสนิมจนฝืด หรือไม่พวกเราก็โชคดีจัดที่ไม่ไปกระแทกโดนจุดชนวนตอนที่ลากมันขึ้นมา"
"แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ตอนนี้มันก็คือระเบิดเวลาที่พร้อมจะตูมตามได้ทุกเมื่อ!"
คำพูดของหลินโม่ดังก้องราวกับฟ้าผ่าในหูของลูกเรือที่แอบฟังอยู่
"อะไรนะ!"
"มัน... ระเบิดได้เหรอ!"
ลูกเรือหนุ่มคนหนึ่งที่เพิ่งพิงราวระเบียงดูเรื่องสนุก หน้าซีดเผือดลงทันตาเห็น
เขาจำได้ว่าตอนที่ลากมันขึ้นมาใหม่ๆ เขานึกสนุกเลยเตะมันไปทีนึงด้วย!
ลูกเรืออีกคนเข่าอ่อนจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น
ก่อนหน้านี้เขาเอาตูดไปนั่งทับตอร์ปิโดตอนโม้ให้คนอื่นฟังอยู่เลย!
ในชั่วพริบตา ดาดฟ้าเรือก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด
ลูกเรือทุกคนที่เพิ่งจับตอร์ปิโดไปหมาดๆ แข็งทื่ออยู่กับที่ ใบหน้าฉายแววหวาดผวา
[เชี่ยเอ๊ย! ระเบิดได้! แม่งระเบิดได้เหรอวะ!]
[พระเจ้าช่วย! ฉันจะหัวใจวาย! สตรีมเมอร์กับลูกเรือเพิ่งจะจับๆ จิ้มๆ มันไปเองนะ!]
[แล้วไอ้คนที่นั่งทับมันล่ะ ยังมีชีวิตอยู่ไหม ทริปไปเช้าเย็นกลับหน้าประตูยมโลกเป็นไงบ้าง]
[ฉันขอถอนคำพูด สตรีมเมอร์ไม่ได้แค่ดวงดีหรอก เขาแทบจะโดนเทพีแห่งโชคชะตาจับกดแล้วจูบปากเลยต่างหาก! แล้วมันก็ไม่ระเบิดเนี่ยนะ!]
[ชาวเน็ตห้าแสนคนร่วมเป็นสักขีพยานเฉียดตายคาไลฟ์! โคตรระทึกเลย!]
แม้แต่เจ้าหน้าที่หน่วยยามฝั่งที่มากประสบการณ์ยังใจหายวาบเมื่อได้ยินคำอธิบายของหลินโม่
พวกเขารับรู้ได้ถึงอันตรายของตอร์ปิโดระหว่างการตรวจสอบแล้ว
แต่มันก็ไม่น่าระทึกขวัญเท่ากับคำอธิบายจากคนที่อยู่ในเหตุการณ์จริงๆ
จางหยวนมองหลินโม่ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกชื่นชม
การรักษาความเยือกเย็นในสถานการณ์แบบนี้และประเมินอันตรายได้อย่างแม่นยำ ชายหนุ่มคนนี้ไม่ธรรมดาเลย
"พ่อหนุ่ม..."
น้ำเสียงของจางหยวนแห้งผากเล็กน้อย
"ดวงของคุณนี่มันสุดยอดจริงๆ"
ทว่า ในขณะที่ทุกคนยังคงนึกขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่นั้น
"พี่!"
หลินซืออวี่แทนที่จะมีท่าทีหวาดกลัว ดวงตาของเธอกลับเป็นประกายและพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น
"งั้น... ถ้ามันเป็นของจริงที่ระเบิดได้ หมายความว่า... มันจะขายได้เงินเยอะกว่าเดิมใช่ไหม"
ทันทีที่หลินซืออวี่พูดจบ ทุกคนบนดาดฟ้าเรือก็หันขวับมามองเธอด้วยสายตาพิลึกพิลั่น
สมองเธอมีปัญหาหรือเปล่าเนี่ย
นี่มันระเบิดของจริงนะ! ของที่ส่งลูกเรือทั้งลำขึ้นสวรรค์ได้เลยนะ!
พวกเรากลัวกันแทบตายอยู่แล้ว แต่เธอกลับมากังวลว่ามันจะขายได้เท่าไหร่งั้นเหรอ
ในหัวเล็กๆ ของเธอมันมีอะไรอยู่กันแน่เนี่ย