บทที่ 18
บทที่ 18
บทที่ 18 เก็บเกี่ยวพาร์สนิปฟื้นฟู!
ความมืดมิดมาเยือน
ผู้เอาชีวิตรอดบนเกาะร้างทั้งหลายต้องเผชิญกับค่ำคืนอันน่าหวาดผวาอีกครั้ง พวกเขากำอาวุธในมือแน่น พยายามหลบซ่อนตัวจากมอนสเตอร์ที่ออกอาละวาดในยามค่ำคืน
เบิกตาโพลง ไม่กล้าแม้แต่จะหลับตา
แต่ในขณะเดียวกัน ภายในถ้ำบนเกาะเผิงไหลกลับมีกลิ่นหอมหวนชวนน้ำลายสอลอยอบอวลไปทั่ว
ขานกสองข้างถูกเสียบไม้ย่างอยู่บนกองไฟ ส่งเสียงดังฉ่าๆ พร้อมกับสีเหลืองทองน่าทาน
น้ำมันหยดติ๋งๆ ลงบนถ่านไฟแดงฉาน กลิ่นเนื้อย่างหอมกรุ่นก็ยิ่งฟุ้งกระจาย
นี่คือกลิ่นหอมดั้งเดิมที่กระตุ้นสัญชาตญาณความหิวได้ดีที่สุด ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมากระชากจมูกให้สูดกลิ่นเข้าไปเต็มปอด ทำเอาต้องกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่
ลิลเลียนจมูกกระตุกยิกๆ ขาสั้นๆ ของเธอสั่นพั่บๆ ด้วยความหิวจนทนไม่ไหว น้ำลายไหลย้อยเป็นทาง
"ยังไม่สุกอีกเหรอ?"
ฟางจื้อสูดกลิ่นหอมเข้าปอดลึกๆ เขาเองก็หิวจนตาลายเหมือนกัน
ไม่มีมนุษย์คนไหนต้านทานเสน่ห์ของเนื้อย่างได้หรอก!
เขาใช้มีดสั้นจิ้มลงไปที่ขานก กลิ่นหอมที่เข้มข้นกว่าเดิมก็พวยพุ่งออกมา เนื้อข้างในสุกกำลังดี
กินได้แล้ว!
ลิลเลียนพุ่งตัวเข้าหาเนื้อย่างด้วยความเร็วราวกับนักวิ่งร้อยเมตร แต่ฟางจื้อก็ตาไวคว้าตัวเธอไว้ได้ก่อน
"รอฉันหั่นเนื้อแบ่งก่อนสิ ได้กินทุกคนแหละ"
สองสามีภรรยาแพนด้าแดงจ้องมองเนื้อย่างตาไม่กะพริบ พวกมันยังคงอยู่ในอาการตกตะลึงไม่หาย
ที่นี่ไม่เพียงแต่มีพืชผักให้ปลูกมากมาย แต่ยังมีเนื้อให้กินอีกต่างหาก
ตอนที่พวกมันร่อนเร่อยู่บนเกาะ อย่าว่าแต่เนื้อเลย แค่ใบไม้ดีๆ ยังแทบไม่มีตกถึงท้อง
แต่วันนี้ไม่เพียงแต่ได้กลิ่นเนื้อย่างหอมๆ แต่กำลังจะได้กินจริงๆ ด้วย
ท่านเจ้าของเกาะช่างยอดเยี่ยมจริงๆ!
ฟางจื้อหั่นเนื้อจากขานกทั้งสองข้างออกจนหมด แล้วแบ่งใส่ชามของสัตว์แต่ละตัว
พร้อมกับตักซุปพาร์สนิปที่ต้มเสร็จแล้วแจกจ่ายให้ทุกคนคนละชาม
หลังจากเตรียมทุกอย่างเสร็จ เขาก็พูดขึ้นว่า "ลงมือได้"
ลิลเลียนเอาหน้าจุ่มลงไปในชามทันที ส่ายก้นดุ๊กดิ๊กไปมากินอย่างเอร็ดอร่อย
ฟางจื้อก็ไม่รอช้า คีบเนื้อย่างชิ้นหนึ่งเข้าปากทันที
ไขมันชุ่มฉ่ำระเบิดในปาก เนื้อที่ย่างมากำลังดีกระตุ้นต่อมรับรส รสชาติความมันกับเนื้อช่างเข้ากันได้อย่างลงตัว
อร่อยจนหยุดกินไม่ได้!
ในที่สุดก็ได้กินเนื้อแล้วโว้ย!
ลิลเลียนที่สวาปามจนหมดชาม เลียอุ้งเท้าด้วยความเสียดาย ก่อนจะจ้องตาเป็นมันไปยังชามที่พูนไปด้วยอาหารของเจนนี่ แพนด้าแดงตัวเมีย
ฟางจื้อคว้าคอเธอขึ้นมาแล้วเตือนว่า "อย่าแม้แต่จะคิดแย่งอาหารคนท้องเชียวนะ"
หลังจากที่แพนด้าแดงมาถึงถ้ำ ฟางจื้อก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าเจนนี่กำลังตั้งท้องอยู่ แถมยังใกล้จะคลอดเต็มทีแล้วด้วย
ซื้อหนึ่งแถมหลายตัว...
ดูเหมือนจะคุ้มอยู่นะ
หลังจากกินอิ่ม แพนด้าแดงตัวผู้ก็ใช้หนังสัตว์ที่ฟางจื้อให้ นำไปทำเป็นที่นอนเล็กๆ แบบง่ายๆ ไว้ที่มุมหนึ่งของถ้ำ
มันนอนกอดภรรยาอยู่ในที่นอนหนังสัตว์นุ่มๆ ด้วยความซาบซึ้งใจ
ถ้ำของท่านเจ้าของเกาะทั้งปลอดภัยและอบอุ่น แถมยังมีอาหารให้กินอีกต่างหาก
ต่อให้เป็นตอนกลางคืนแบบนี้ ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมีมอนสเตอร์โครงกระดูกโผล่มา
นี่มันสวรรค์ชัดๆ
พรุ่งนี้พวกมันต้องตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด เพื่อให้ท่านเจ้าของเกาะยอมรับในตัวพวกมันให้ได้!
......
เสียงนาฬิกาปลุกในตอนเช้าดังขึ้นตรงเวลา
ฟางจื้องัวเงียเอื้อมมือไปกดปิดนาฬิกาปลุก ก่อนจะเห็นแจ้งเตือนกำหนดการสำคัญเด้งขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ
เขากระเด้งตัวลุกจากเตียง รีบล้างหน้าแปรงฟันรวดเดียวจบ
วันนี้คือวันที่พ่อค้าทานูกิจะมาเยือนเกาะ!
เขาเปิดกระเป๋าดูยอดเงินคงเหลือ
เหรียญเกาะร้าง 750 เหรียญ
นอกจากเหรียญสามร้อยกว่าเหรียญที่เขาหามาได้เอง ที่เหลือก็มาจากการขายน้ำทั้งนั้น
ซึ่งแน่นอนว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมดมาจากคนที่ชื่อต้วนจื่อห้าว
"หมอนี่ขยันหาเงินชะมัด"
สิ่งที่ฟางจื้อไม่รู้ก็คือ เบื้องหลังของต้วนจื่อห้าวมีทีมงานคอยหาเหรียญเกาะร้างส่งให้เขาอยู่
แค่ต้วนจื่อห้าวคนเดียว ก็หาเหรียญได้พอๆ กับทีมงานทั้งทีมรวมกันแล้ว
เขาเปิดแผนที่ขึ้นมา ก็เห็นไอคอนสัตว์ 3D รูปร่างทานูกิกำลังอยู่ตรงจุดไหนสักแห่งบนเกาะ
ฟางจื้อกะระยะทางคร่าวๆ น่าจะอยู่ห่างออกไปประมาณห้ากิโลเมตร ถ้าต้องเดินเท้าไปคงจะไกลเกินไปหน่อย...
แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา
เพราะตอนนี้เขาคือผู้ชายที่มีเครื่องร่อนพาราไกลเดอร์แล้ว!
......
เมื่อผลักประตูไม้ออกไป ก็พบแพนด้าแดงขนสีน้ำตาลแดงสองตัวกำลังทำงานอยู่ในแปลงนา
พืชผลในพื้นที่ห้าร้อยผิงและต้นไม้ผลทั้งสองฝั่งของคูน้ำถูกรดน้ำจนชุ่มฉ่ำหมดแล้ว
แพนด้าแดงตัวผู้เห็นฟางจื้อเดินออกมา ก็ถือบัวรดน้ำเดินเข้ามาหาแล้วพูดว่า "ท่านเจ้าของเกาะ พาร์สนิปตรงนั้นดูเหมือนจะโตเต็มที่แล้วนะครับ ต้องการให้เก็บเกี่ยวเลยไหมครับ?"
พาร์สนิปหนึ่งร้อยต้นที่ปลูกเป็นชุดแรกเติบโตเต็มที่แล้ว รากสีเหลืองอ่อนโผล่พ้นดินขึ้นมาให้เห็น ส่วนใบสีเขียวสดก็แผ่กิ่งก้านสาขา เมื่อมองไปทางนั้นจะเห็นความมีชีวิตชีวาได้อย่างชัดเจน
ฟางจื้อเกือบลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท
เขาถกแขนเสื้อขึ้น นั่งยองๆ แล้วเริ่มดึงพาร์สนิปขึ้นมา พลางพูดว่า "เดี๋ยวฉันเก็บเกี่ยวเอง รบกวนนายช่วยเอาพาร์สนิปที่ฉันเก็บไปเก็บไว้ในถ้ำให้ทีนะ"
เมื่อเขาดึงพาร์สนิปต้นแรกขึ้นมา ข้อมูลของพาร์สนิปก็เด้งขึ้นมาทันที
คุณได้รับ พาร์สนิปฟื้นฟู*1
พาร์สนิปฟื้นฟู★: พืชผลทางการเกษตรที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งปฐพี เมื่อรับประทานเข้าไป จะฟื้นฟูพลังชีวิตครึ่งดวงทันที
ครึ่งดวง ก็เท่ากับ 5 แต้มพลังชีวิต
แม้จะฟื้นฟูได้ไม่เยอะ แต่ก็เป็นไอเทมฟื้นฟูชิ้นเดียวบนเกาะนี้เลยนะเว้ย!
ไม่สิ ต้องเรียกว่าเป็นไอเทมฟื้นฟูชิ้นเดียวในบรรดาเกาะร้างทั้งหมดต่างหาก!!!
ฟางจื้อไม่พูดพร่ำทำเพลง ลงมือดึงพาร์สนิปขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
คุณได้รับ พาร์สนิป*76
จากเมล็ดพันธุ์หนึ่งร้อยเมล็ด รอดตายมาได้เจ็ดสิบหกต้น
ก็ถือว่าไม่เลว
หลังจากเก็บพาร์สนิปเสร็จ ฟางจื้อก็สั่งให้แพนด้าแดงตัวผู้ปลูกพาร์สนิปทดแทนลงไปในพื้นที่ที่ว่างอยู่ จากนั้นก็เดินไปหิ้วคอลิลเลียนที่กำลังนอนขี้เซาขึ้นมา
"ลิลเลียน วันนี้เธออยู่บ้านช่วยคุณพ่อแพนด้าแดงขุดดินนะ คอยช่วยเขาปลูกแล้วก็รดน้ำด้วย"
และยังเสริมอีกว่า "วันนี้ก็เอาเบาะๆ ขุดเพิ่มสักสี่ร้อยผิงแล้วกันนะ"
เฮือก!
ลิลเลียนกะพริบตาปริบๆ พยายามทำหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูสุดๆ แล้วพูดประจบประแจงว่า "เวลาออกไปข้างนอกจะไม่พาผู้ช่วยมือทองในการหาสมบัติอย่างฉันไปด้วยได้ยังไงล่ะ? เดี๋ยวแกก็พลาดของดีๆ หรอก"
หึๆ เธอจับจุดอ่อนของเจ้าสัตว์ไม่มีขนตัวนี้ได้หมดแล้ว
มนุษย์คนนี้พอเห็นสมบัติทีไรก็ขาลากทุกที!
หวานหมูสิงานนี้
แต่ใครจะคิดว่าฟางจื้อกลับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด เขาโยนเธอให้แพนด้าแดงตัวผู้แล้วกำชับว่า "ฝากดูเธอด้วยนะ อย่าปล่อยให้อู้งานล่ะ"
"รับทราบครับ!"
ฟางจื้อสะพายธนูยาวและโล่ไว้บนหลัง เหน็บดาบยาวและมีดสั้นไว้ที่เอว เตรียมพร้อมออกเดินทาง
ก่อนจะไป เจนนี่ก็ยื่นถุงที่ทำจากหนังสัตว์ขนาดใหญ่ให้ ฟางจื้อมัดถุงใบนั้นไว้ที่เอว แล้วเปิดแผนที่เพื่อเลือกเทเลพอร์ตไปยังหอคอย
พริบตาเดียว เขาก็มาโผล่อยู่บนหอคอย
เขามองออกไปไกลๆ กวาดสายตามองทิวทัศน์รอบๆ จนทั่ว
จากนั้นก็กระโดดลงมาจากหอคอย ร่างของเขาดิ่งพสุธาอย่างรวดเร็ว
สายลมแรงพัดปะทะใบหน้า
ฟิ้ววว~
พรึบ!
เครื่องร่อนกางออกปะทะลม ความเร็วในการตกของฟางจื้อลดฮวบทันที เขาล่องลอยอยู่กลางอากาศอย่างช้าๆ ข้ามผ่านภูเขาสูงและรังมอนสเตอร์หลายแห่ง มุ่งหน้าไปยังจุดที่พ่อค้าทานูกิอยู่
ไม่กี่นาทีต่อมา เขาก็ลงจอดอย่างปลอดภัย
มองไปไกลๆ ก็เห็นทานูกิสีน้ำตาลตัวหนึ่งกำลังนั่งหอบแฮ่กๆ อยู่บนก้อนหิน ดื่มน้ำทีละอึกเล็กๆ
ฟางจื้อรีบเดินเข้าไปหาแล้วทักทายอย่างเป็นมิตร "สวัสดี คุณพ่อค้าทานูกิ ฉันอยากดูสินค้าของคุณหน่อย"
พ่อค้าทานูกิ เซค รีบเก็บขวดน้ำทันที
หมูมาให้เชือดถึงที่แล้ว!
เขาจัดเสื้อสูทให้เรียบร้อย ทำตัวให้ดูน่าเชื่อถือแบบพ่อค้ามืออาชีพ แล้วพูดเจื้อยแจ้วด้วยความชำนาญ "แกคือผู้เอาชีวิตรอดบนเกาะสัตว์งั้นเหรอ? ต้องจ่ายเหรียญเกาะร้าง 100 เหรียญก่อน ถึงจะปลดล็อกร้านค้าของฉันได้นะ"
พวกมือใหม่ที่เพิ่งมาถึงเกาะ ไม่มีทางมีเหรียญเกาะร้างถึงร้อยเหรียญหรอก!
เดี๋ยวเจ้านี่ก็ต้องทำหน้าตาตกใจอ้าปากค้างแน่ๆ
เขาเห็นสีหน้าแบบนั้นมาจนเบื่อแล้ว
เขาพยักหน้าให้ตัวเอง แล้วพูดเจื้อยแจ้วต่อไปว่า "ฉันรู้ว่าแกไม่มีเงินเยอะขนาดนั้นหรอก ไม่เป็นไร แกกู้เงินฉันก่อนก็ได้ แต่ต้องเสียค่าธรรมเนียมนิดหน่อยนะ..."
ยังพูดไม่ทันจบ ผู้เอาชีวิตรอดมือใหม่ก็ยื่นเหรียญเกาะร้างปึกหนึ่งมาให้ แล้วพูดว่า "นี่"
"ทีนี้ขอดูร้านค้าหน่อยได้หรือยัง?"
???
นี่มันไม่เหมือนกับที่เคยเจอมาเลยนี่นา!
แล้วแบบนี้จะดำเนินแผนหลอกให้มือใหม่กู้เงินดอกเบี้ยโหดๆ เพื่อฟันกำไรได้ยังไงล่ะเนี่ย!