- หน้าแรก
- ปลุกพลังหลุมดำมฤตยู ข้านี่แหละผู้ไร้เทียมทาน
- บทที่ 110 - หญิงงามอันดับหนึ่งแห่งเทียนตู มาถึงหลงตูแล้ว
บทที่ 110 - หญิงงามอันดับหนึ่งแห่งเทียนตู มาถึงหลงตูแล้ว
บทที่ 110 - หญิงงามอันดับหนึ่งแห่งเทียนตู มาถึงหลงตูแล้ว
แค่ได้ยินเสียง ทุกคนก็เดาออกทันทีว่าใครมา
สิ้นเสียงหวาน ร่างบอบบางงดงามก็ค่อยๆ ลอยลงมาสู่พื้นดินพร้อมกับเหล่านักศึกษาของสถาบันฉือเหยา
เธอสวมชุดจีนโบราณสีขาวบริสุทธิ์ ใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรายิ้มแย้มทักทายบรรดาครูใหญ่และผู้อาวุโสจากสถาบันต่างๆ อย่างเป็นมิตร
เรือนผมสีดำขลับยาวสยาย ผิวพรรณขาวเนียนละเอียด รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หยุดนิ่ง แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดก็คือใบหน้างดงามไร้ที่ติของเธอ
รอยยิ้มของเธออบอุ่นราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิ ทำให้ใครต่อใครรู้สึกสบายใจเมื่อได้อยู่ใกล้
และหญิงสาวผู้เลอโฉมคนนี้ก็คือ นางในฝันของบรรดาครูใหญ่และผู้อาวุโสหลายๆ คน
เธอคือครูใหญ่แห่งสถาบันฉือเหยา ผู้ครองฉายาหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งเทียนตู!
สวี่ซีอวิ๋น!
การปรากฏตัวของเธอเรียกเสียงฮือฮาและดึงดูดสายตาจากทุกคนในบริเวณนั้นทันที
"ไม่คิดเลยว่าเธอจะมาด้วย" ตวนล่างจ้องมองสวี่ซีอวิ๋นตาไม่กะพริบ พึมพำเบาๆ
สวี่ซีอวิ๋นสวยสะพรั่งจนทำให้คนมองแทบหยุดหายใจ
เขามองเธออยู่ครู่หนึ่งก็รีบดึงสายตากลับมา เธอคงไม่ทันสังเกตเห็นหรอกมั้งว่าเขาแอบมองอยู่?
ส่วนลูกน้องข้างๆ น่ะเหรอ... อ้าปากค้างน้ำลายสอไปเรียบร้อยแล้ว
"แม่เจ้าเว้ย! นั่นมันนางฟ้าลงมาจุติหรือไง! สวยหยดย้อยเลยวะ"
"ฉันขอเตือนนะ อย่าคิดจะเล่นของสูงเชียว ผู้หญิงคนนั้นน่ะครูใหญ่สถาบันฉือเหยานะโว้ย ขืนเข้าไปจีบ ระวังครูใหญ่กับผู้อาวุโสสถาบันอื่นจะรุมกระทืบเอา"
"เอ้า? ทำไมพูดงั้นล่ะ?"
"พวกนายไม่รู้ก็ไม่แปลกหรอก สวี่ซีอวิ๋นคนนี้น่ะ เป็นนางในฝันของพวกคนแก่รุ่นเดอะนู่น สมัยหนุ่มๆ นะ ตาเฒ่าพวกนั้นเคยตีกันแย่งรอยยิ้มของเธอมาแล้วด้วยซ้ำ"
"งั้นก็แปลว่า... เธอเป็นมนุษย์ป้าแล้วดิ?" คนหนึ่งตั้งข้อสังเกตขึ้นมา
"ชู่ววว! อยากตายก็อย่าลากฉันไปซวยด้วยสิวะ!"
"ผู้ฝึกยุทธน่ะเขาคงความหนุ่มสาวเอาไว้ได้เฟ้ย ถึงอายุจะปาเข้าไปเป็นร้อยปีแล้ว แต่หน้าตาก็ยังเต่งตึงเหมือนสาวแรกรุ่น จะไปเรียกมนุษย์ป้าได้ไง นั่นน่ะยอดขมองอิ่มของฉันต่างหาก"
"เอาที่สบายใจเลย..."
"พี่สาวคนนั้นสวยจัง"
จีเยว่จ้องมองสวี่ซีอวิ๋นตาแป๋ว ไม่นึกเลยว่าจะมีคนที่มีกลิ่นอายสูงส่งราวกับเทพธิดาอยู่บนโลกนี้ด้วย
สวี่ซีอวิ๋นให้ความรู้สึกเหมือนนางฟ้าจากสรวงสวรรค์
ไม่ใช่แค่หน้าตาที่สะสวย แต่รวมถึงออร่าความสง่างามที่แผ่ออกมาด้วย
ส่วนพวกของโจวหานนั้นทำหน้าหื่นกระหายอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาไม่เคยเจอผู้หญิงสวยหยาดเยิ้มขนาดนี้มาก่อน มองจนตาค้าง แต่พอได้รู้ถึงสถานะของเธอก็ถึงกับสะดุ้งโหยง
เธอคือครูใหญ่สถาบันฉือเหยาเชียวนะ!
ถึงแม้สถาบันฉือเหยาจะรั้งท้ายในบรรดาสถาบันทั้งเจ็ด แต่ความแข็งแกร่งก็ใช่ว่าจะดูถูกได้ ที่สำคัญที่สุดก็คือ ครูใหญ่จากอีกหลายสถาบันต่างก็เกรงอกเกรงใจเธอสุดๆ พูดภาษาชาวบ้านก็คือ ในบรรดาครูใหญ่หกคน มีห้าคนที่ยอมเป็นลูกไล่คอยตามเอาใจเธอนั่นแหละ...
"ครูใหญ่สวี่ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ"
ครูใหญ่จากสถาบันอวี้เทียนรีบก้าวออกไปทักทายสวี่ซีอวิ๋นเป็นคนแรก
"ครูใหญ่หลี่!" สวี่ซีอวิ๋นประสานมือตอบพร้อมรอยยิ้ม
รอยยิ้มอ่อนโยนนั้นราวกับแสงตะวันอบอุ่นที่สาดส่องเข้ามาในหัวใจของครูใหญ่หลี่ ทำเอาหัวใจที่ห่อเหี่ยวตามวัยกลับมาเต้นตึกตักอีกครั้ง
เทพธิดาก็ยังคงเป็นเทพธิดา ยิ่งนานวันก็ยิ่งดูอ่อนเยาว์ลงจริงๆ
พอเขาเปิดปุ๊บ ครูใหญ่คนอื่นๆ ก็รีบกรูกันเข้าไปรุมล้อมทักทายสวี่ซีอวิ๋นอย่างกระตือรือร้น
บรรดานักศึกษาและอาจารย์ที่ยืนดูอยู่ถึงกับกุมขมับ ครูใหญ่ของพวกเขาพอเห็นคนสวยเข้าหน่อยก็ขาอ่อน เดินแทบไม่เป็นเลยทีเดียว
แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ สวี่ซีอวิ๋นแทบจะไม่เคยโผล่มางานแข่งขันแบบนี้เลย การที่เธอเป็นคนนำทัพนักศึกษามาเองในวันนี้ มันทำให้ตาเฒ่าพวกนี้ดีใจจนแทบจะกระโดดโลดเต้น
แค่ได้ยลโฉมเทพธิดาก็คุ้มค่าตายตาหลับแล้ว!
"ทีนี้ก็ขาดแค่สถาบันหลิงเซียวสถาบันเดียวแล้วสินะ"
ในเมื่อสถาบันฉือเหยามาถึงแล้ว ก็เหลือแค่สถาบันหลิงเซียว
ตวนล่างมองฝูงชนที่กำลังรุมล้อมสวี่ซีอวิ๋น แววตาของเขาวูบไหว ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ มือหนากำหมัดแน่น "เวรเอ๊ย! ถ้าฉันไม่ติดภารกิจคุมงานอยู่ตรงนี้นะ ฉันไม่ปล่อยให้พวกแกไปเกาะแกะเทพธิดาสวี่หรอก!"
ครืนนน!
จังหวะนั้นเอง เสียงคำรามกึกก้องก็ดังแหวกอากาศมา
ยานบินขนาดมโหฬารปรากฏขึ้นสู่สายตาทุกคน
บรรดาครูใหญ่และผู้อาวุโสของสถาบันต่างๆ หรี่ตาลงมอง "คนของสถาบันหลิงเซียวมากันแล้ว"
จีเยว่ขมวดคิ้วมุ่น จ้องมองยานบินที่กำลังร่อนลงมา "ดูเหมือนว่าศึกชิงเจ็ดเมืองกำลังจะเริ่มแล้วสินะ"
...
"คนเยอะจังเลย!"
"ทำไมคนมันเยอะแยะยั้วเยี้ยขนาดนี้เนี่ย?"
ไป๋นั่วเหยามองลงไปยังฝูงชนเบื้องล่าง อ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง
หัวคนดำมืดไปหมด นี่คือผู้เข้าแข่งขันศึกชิงเจ็ดเมืองทั้งหมดเลยเหรอเนี่ย?
แต่เสิ่นซีเอ๋อร์กลับไม่ได้สนใจฝูงชนเลยแม้แต่น้อย สายตาของเธอจับจ้องไปที่ประตูมิติสีม่วงที่หมุนวนอยู่เบื้องหน้า แววตาของเธอฉายอารมณ์ซับซ้อนที่ยากจะคาดเดา
และปฏิกิริยานั้นก็ตกอยู่ในสายตาของหลินเทียนทั้งหมด
"ครูใหญ่คะ พวกเราลงไปกันเถอะ"
กงชูอวิ๋นในฐานะผู้ควบคุมทีม หันไปพูดกับตี๋เจี้ยนหัวที่กำลังนั่งขัดสมาธิหลับตาพักผ่อนอยู่
เธอเองก็ลอบสังเกตฝูงชนด้านล่าง ดูเหมือนปีนี้จะมีคนเข้าร่วมมากกว่าปีก่อนๆ เยอะเลยแฮะ
"ดูเหมือนทุกคนจะรอพวกเราอยู่นะ"
ตี๋เจี้ยนหัวลืมตาขึ้น ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน
"งั้น... ไปกันเถอะ!"
เขายกยิ้มมุมปาก ก่อนจะเดินนำกงชูอวิ๋นและเหล่านักศึกษาลงไปยังลานกว้าง
ไม่นานพวกเขาก็ลงมาถึงพื้น
"เหล่าตวน รอนานไหม?"
ตี๋เจี้ยนหัวเดินเข้าไปประสานมือทักทายตวนล่างด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
"นายว่าไงล่ะ? พวกเราทุกคนรอสถาบันนายอยู่สถาบันเดียวนี่แหละ" ตวนล่างกัดฟันกรอด แต่ก็ไม่ได้ต่อว่าอะไรมาก
"ฮ่าๆๆ... ขอโทษทีๆ จากเมืองหลวงมาถึงหลงตูมันไกลนี่นา นี่ฉันก็เร่งเครื่องยานบินจนสุดสปีดแล้วนะ" ตี๋เจี้ยนหัวหัวเราะร่วนอย่างไม่สะทกสะท้าน
ตวนล่างได้แต่กรอกตามองบนอย่างเอือมระอา
และทันทีที่ตัวแทนของสถาบันหลิงเซียวเดินลงมา โดยเฉพาะตอนที่เสิ่นซีเอ๋อร์ ไป๋นั่วเหยา และกงชูอวิ๋นปรากฏตัว มันก็เรียกเสียงฮือฮาจากคนรอบข้างได้ไม่น้อย
พวกเขาไม่คิดเลยว่า สถาบันหลิงเซียวจะมีสาวงามระดับท็อปโผล่มาพร้อมกันถึงสามคน
"เอ๊ะ? ผู้หญิงคนนั้น..."
จีเยว่ที่ยืนอยู่ไม่ไกลจ้องมองเสิ่นซีเอ๋อร์เขม็ง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ยกมือขึ้นลูบคางอย่างครุ่นคิด เธอรู้สึกคุ้นหน้าผู้หญิงคนนี้แปลกๆ เหมือนเคยเจอกันที่ไหนมาก่อน
ส่วนโจวหานน่ะเหรอ กลืนน้ำลายเอื้อกๆ มองเสิ่นซีเอ๋อร์กับไป๋นั่วเหยาด้วยสายตาหื่นกระหาย
สถาบันหลิงเซียว สถาบันอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง ที่มีชื่อเสียงตีคู่สูสีมากับสถาบันอวี้เทียน ย่อมเป็นที่จับตามองของทุกคนอยู่แล้ว ยิ่งปีนี้มีข่าวลือว่าสถาบันหลิงเซียวได้ตัวนักศึกษาใหม่ระดับ SSS หนึ่งคน และระดับ SS อีกสองคนมาร่วมทีม
การมาถึงของพวกเธอจึงดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หันมามองเป็นตาเดียว
แม้แต่สวี่ซีอวิ๋นเองก็ยังหันมาให้ความสนใจ
"มากันครบแล้วใช่ไหม? ไม่มีใครตกหล่นนะ?"
กงชูอวิ๋นหันไปเช็คจำนวนนักศึกษาที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอรู้สึกอึดอัดกับสายตานับร้อยนับพันที่จ้องมองมา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะงานศึกชิงเจ็ดเมืองคนมันก็เยอะแบบนี้แหละ
ส่วนตี๋เจี้ยนหัวน่ะเหรอ พอเท้าแตะพื้นปุ๊บก็เดินปรี่เข้าไปหาพวกครูใหญ่สถาบันอื่นทันที ทิ้งเด็กๆ ไว้ข้างหลังหน้าตาเฉย
"หลินเทียน เหมือนจะยังไม่ได้ลงมาเลยนะ" จู่ๆ ไป๋นั่วเหยาก็สังเกตเห็นว่าหลินเทียนหายตัวไป
เสิ่นซีเอ๋อร์หันไปมองรอบๆ ก็ไม่เห็นเงาของหลินเทียนจริงๆ
เธอนึกขึ้นได้ว่า ตอนที่อยู่บนยานบิน หลินเทียนแอบไปงีบหลับอยู่ตรงมุมห้อง
"ไปแล้วทำไมไม่เห็นปลุกฉันเลยล่ะ"
จู่ๆ ร่างของใครบางคนก็โผล่พรวดขึ้นมากลางวง ทำเอาคนรอบข้างสะดุ้งโหยง
ไอ้หมอนี่มันโผล่มาจากไหนวะเนี่ย?!
ทุกคนมองสำรวจหลินเทียนด้วยความงุนงง ไม่ใช่แค่นักศึกษา แต่รวมถึงบรรดาอาจารย์และผู้อาวุโสด้วย พวกเขาไม่มีใครจับสัมผัสได้เลยว่าหลินเทียนปรากฏตัวขึ้นมาได้ยังไง
และนั่นก็ทำให้พวกเขาตระหนักได้ว่า เด็กหนุ่มคนนี้คงไม่ธรรมดาแน่ๆ ดูเหมือนเขาจะใช้ทักษะเคลื่อนย้ายพริบตามาที่นี่
คนที่เพิ่งมาถึงก็คือหลินเทียนที่เพิ่งตื่นนอนนั่นเอง เขาเบื่อกับการนั่งแหง็กอยู่บนยาน ก็เลยงีบหลับไป พอตื่นมาอีกทีก็ไม่เห็นใครเหลืออยู่เลยสักคน
จีเยว่ตาเป็นประกายวาววับ จ้องมองหลินเทียนด้วยความตื่นเต้นดีใจ
ส่วนสวี่ซีอวิ๋นเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ใบหน้างดงามฉายแววตื่นตระหนก สายตาจับจ้องไปที่หลินเทียนซึ่งกำลังถูกเสิ่นซีเอ๋อร์ดึงแขนเสื้ออยู่
"เขา..."