เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 37 ขูดรีดอย่างหน้าเลือด

ตอนที่ 37 ขูดรีดอย่างหน้าเลือด

ตอนที่ 37 ขูดรีดอย่างหน้าเลือด


เมืองเทียนหยาง จวนตระกูลโจว

"ท่านผู้นำตระกูลโจว การจะให้ข้าช่วยเหลือตระกูลโจวของพวกท่านก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ หากท่านสามารถตอบสนองเงื่อนไขของข้าได้ ข้าก็จะรับปากออกหน้าประลองกับตระกูลฉินให้"

ภายในโถงใหญ่ บนที่นั่งประธานมีเด็กหนุ่มผู้หนึ่งในชุดสีขาว ท่าทางดูสำอางเล็กน้อย ในมือขยับพัดจีบแกว่งไกวเบาๆ มุมปากยกยิ้มอย่างมีความนัยลึกซึ้ง

ด้านข้าง โจวฉิงเทียน ผู้นำตระกูลโจวมีใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มประจบประแจงพลางกล่าวว่า

"โอ้? ไม่ทราบว่าเงื่อนไขของคุณชายเฉินคืออันใดหรือ? ตราบใดที่ตระกูลโจวของข้าสามารถแบกรับไหว ย่อมต้องหาทางตอบสนองความต้องการของท่านได้อย่างแน่นอน"

และในยามนี้ เหล่าผู้อาวุโสที่อยู่เบื้องล่างต่างก็พากันกระซิบกระซาบปรึกษาหารือกัน เพื่อการประลองในครั้งนี้ ตระกูลโจวได้คิดหาทุกวิถีทางจนเชิญยอดฝีมือรุ่นเยาว์ผู้นี้มาได้

และเด็กหนุ่มหน้าตาสะสวยผู้นี้ มีนามว่าเฉินจื่ออวี่ เขาคือยอดฝีมือระดับครึ่งก้าวขั้นตำหนักเทวะ ขอเพียงเฉินจื่ออวี่ยอมรับปากออกโรง การประลองกับตระกูลฉินก็ยังพอมีหวังอยู่บ้าง

"หากต้องการให้ข้าลงมือ เงื่อนไขก็คือตระกูลโจวต้องมอบหินวิญญาณขั้นสูงห้าแสนก้อน สมุนไพรระดับสามขั้นสูงสิบห้าต้น และโอสถหล่อเลี้ยงวิญญาณคุณภาพบริสุทธิ์ยี่สิบเม็ด พร้อมด้วยอาวุธระดับราชันอีกหนึ่งชิ้น... เป็นอย่างไร เงื่อนไขเพียงเท่านี้สำหรับตระกูลโจวแล้วคงไม่ยากเกินไปกระมัง?"

เฉินจื่ออวี่แย้มยิ้มบางๆ

ฮือฮา!

"เจ้าว่ากระไรนะ?"

วินาทีนั้น ผู้อาวุโสทุกคนในโถงใหญ่ต่างแตกตื่นโกลาหล สีหน้าของโจวฉิงเทียนเองก็แปรเปลี่ยนเป็นมืดครึ้มลงทันที

พวกเขาคาดไม่ถึงเลยว่า เฉินจื่ออวี่ผู้นี้จะกล้าขูดรีดอย่างหน้าเลือด เสนอข้อเรียกร้องที่แพงหูฉี่ถึงเพียงนี้!

หินวิญญาณขั้นสูงห้าแสนก้อน นี่มันตัวเลขมหาศาลทะลุฟ้า ยิ่งไปกว่านั้นเฉินจื่ออวี่ยังต้องการสมุนไพรระดับสามขั้นสูงอีกสิบห้าต้น โอสถหล่อเลี้ยงวิญญาณคุณภาพบริสุทธิ์ยี่สิบเม็ด และอาวุธระดับราชันอีกหนึ่งชิ้น

แม้ตระกูลโจวจะมั่งคั่งเป็นอันดับต้นๆ ในละแวกนี้ แต่การจะควักหินวิญญาณขั้นสูงห้าแสนก้อนออกมาในเวลาอันสั้นนั้นถือเป็นเรื่องที่ยากลำบากยิ่งนัก

ส่วนสมุนไพรระดับสามขั้นสูงนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง สมุนไพรระดับนี้ตระกูลโจวยังตัดใจใช้ไม่ลงด้วยซ้ำ ได้แต่เก็บซ่อนไว้เป็นสมบัติล้ำค่า

ทว่าเฉินจื่ออวี่ผู้นี้ เอ่ยปากปุ๊บก็ต้องการสมุนไพรขั้นสูงถึงสิบห้าต้น!

โจวฉิงเทียนมีไฟโทสะสุมอยู่ในอก แต่ในยามนี้เขายังไม่อาจฉีกหน้าหักหาญน้ำใจได้ อย่างไรเสียก็ยังต้องพึ่งพาเฉินจื่ออวี่ จึงทำได้เพียงซุกซ่อนความไม่พอใจไว้ภายใต้รอยยิ้ม

"คุณชายเฉิน เงื่อนไขของท่านนี้มันสูงลิบลิ่วเกินไปจริงๆ ไม่ทราบว่าพอจะลดหย่อนข้อเรียกร้องลงสักหน่อยได้หรือไม่?"

โจวฉิงเทียนฝืนยิ้มออกมา

เมื่อเฉินจื่ออวี่ได้ฟังเช่นนั้น สีหน้าก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบลงทันควัน พลางกล่าวว่า

"ไม่ได้! ต่อให้ขาดหินวิญญาณไปเพียงก้อนเดียวก็ไม่ได้เด็ดขาด... หากต้องการให้ข้าออกประลองในนามตระกูลโจว ก็ต้องทำตามเงื่อนไขของข้าทุกประการ!"

"นี่มัน..."

โจวฉิงเทียนทอดถอนใจอย่างอับจนหนทาง เขารู้ดีแก่ใจว่า เฉินจื่ออวี่จงใจฉวยโอกาสนี้ขูดรีดพวกเขาอย่างเห็นๆ

"ท่านผู้นำ มิได้นะขอรับ!" ผู้อาวุโสใหญ่รีบเอ่ยปากทัดทาน

เงื่อนไขนี้ ใช่ว่าตระกูลโจวของพวกเขาจะควักเนื้อจ่ายไม่ไหว เพียงแต่หากต้องจ่ายออกไปจริงๆ ตระกูลโจวคงต้องบอบช้ำไปอีกนานโข

โจวฉิงเทียนนิ่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในใจของเขาได้ตัดสินใจลงไปแล้ว ท้ายที่สุดก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา เพื่อช่วงชิงเหมืองแร่ทองแดงแก่นอัคคี ต่อให้ต้องจ่ายค่าตอบแทนแสนสาหัสเพียงใดก็คุ้มค่า!

"ท่านพ่อ!"

ทว่า ในจังหวะที่โจวฉิงเทียนกำลังจะอ้าปากตอบตกลงนั้นเอง เสียงหวานใสไร้เดียงสาของสตรีก็ดังแว่วมาจากนอกโถง

จากนั้น ก็เห็นโจวจื่อโหรวพาลู่ฉางเซิงก้าวเดินเข้ามาในโถงใหญ่

"ฮ่าๆๆ! ยัยหนู ในที่สุดก็รอจนเจ้ากลับมาเสียที!"

เมื่อเห็นโจวจื่อโหรว โจวฉิงเทียนก็รีบลุกขึ้นออกไปต้อนรับทันที บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มดีใจที่ไม่ได้เห็นมานาน

ด้านข้าง เมื่อเฉินจื่ออวี่เห็นใบหน้างดงามหยดย้อยและเรือนร่างอรชรอวบอัดของโจวจื่อโหรว ภายในส่วนลึกของดวงตาก็ทอประกายหื่นกระหายขึ้นมาทันที

"แม่นางโจว ข้าคือยอดฝีมือที่ตระกูลโจวเชิญมา นามว่าเฉินจื่ออวี่ ข้าสามารถใช้สถานะลูกเขยของตระกูลโจว ออกเป็นตัวแทนประลองให้กับตระกูลของพวกท่านได้!"

เฉินจื่ออวี่กล่าวด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง

ทว่า โจวจื่อโหรวเพียงปรายตามองเฉินจื่ออวี่แวบหนึ่ง บนใบหน้าก็ปรากฏแววตารังเกียจเหยียดหยามขึ้นมาทันที

เห็นได้ชัดว่า โจวจื่อโหรวเองก็ได้ยินคำพูดของเฉินจื่ออวี่ก่อนหน้านี้เช่นกัน เจ้านี่กลับคิดจะฉวยโอกาสตอนที่ตระกูลโจวกำลังตกระกำลำบากมาขูดรีดอย่างหน้าเลือด ดังนั้นนางจึงไม่มีความรู้สึกดีๆ ต่อเขาเลยแม้แต่น้อย

"ไม่ต้องหรอก! เพราะตระกูลโจวของเรามีตัวเลือกที่ดีกว่าแล้ว!"

โจวจื่อโหรวกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"อะไรนะ?!"

เฉินจื่ออวี่ชะงักงัน เขาตวัดสายตาไปมองลู่ฉางเซิงที่อยู่ด้านข้าง มุมปากแค่นยิ้มเย้ยหยันพลางกล่าวว่า

"หึๆ หรือว่าตัวเลือกที่ดีกว่าที่แม่นางโจวกล่าวถึง... จะเป็นไอ้หนุ่มนี่?"

"ถูกต้อง!" โจวจื่อโหรวพยักหน้ารับ

"ยัยหนู! เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ ตระกูลโจวของพวกเราต้องจ่ายค่าตอบแทนไปไม่น้อยเลยทีเดียว กว่าจะเชิญคุณชายเฉินท่านนี้มาได้!"

โจวฉิงเทียนรีบส่งเสียงผ่านลมปราณเตือน เห็นได้ชัดว่า โจวฉิงเทียนเกรงว่าโจวจื่อโหรวจะไปล่วงเกินเฉินจื่ออวี่เข้า

เพราะอย่างไรเสีย เฉินจื่ออวี่ก็คือความหวังเดียวที่ตระกูลโจวจะคว้าชัยชนะมาได้!

"ท่านพ่อ เชื่อข้าเถิด ศิษย์น้องลู่ในฐานะตัวแทนของตระกูลโจวเรา จะต้องเอาชนะตระกูลฉินได้อย่างแน่นอน!"

โจวจื่อโหรวกล่าวด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม

"ฮ่าๆๆ! น่าขันสิ้นดี! อาศัยมันเนี่ยนะ? ก็แค่เศษขยะระดับขั้นหลอมรวมจินตันระดับแปด แม้แต่จะหิ้วรองเท้าให้คุณชายอย่างข้ายังไม่คู่ควรเลย แล้วประสาอะไรกับการไปเอาชนะคู่ต่อสู้ของตระกูลฉิน!"

เฉินจื่ออวี่กล่าวด้วยน้ำเสียงดูแคลน

"ใช่แล้วขอรับคุณหนู จะใช้อารมณ์วู่วามไม่ได้เด็ดขาดนะขอรับ นี่มันเกี่ยวพันถึงความเป็นความตายของตระกูลเราเชียวนะ!"

ผู้อาวุโสใหญ่รีบร้อนเอ่ยโน้มน้าว

เห็นได้ชัดว่า ในเวลานี้คนของตระกูลโจวทั้งหมดต่างก็มองว่า เฉินจื่ออวี่คือตัวเลือกที่ดีกว่า ส่วนระดับขั้นหลอมรวมจินตันระดับแปดของลู่ฉางเซิงนั้นแม้จะพอใช้ได้ แต่ก็ยังด้อยกว่าเฉินจื่ออวี่อยู่มาก

"เอาเช่นนี้ก็แล้วกัน พวกท่านทั้งสองลองมาประลองฝีมือกันดู ผู้ใดชนะก็จะได้เป็นตัวแทนตระกูลโจวของเราออกศึก!"

โจวจื่อโหรวกล่าวกลั้วรอยยิ้ม

"ตกลง!"

เฉินจื่ออวี่รับปากในทันที มุมปากของมันปรากฏรอยยิ้มเย็นชา ขยะขั้นหลอมรวมจินตันระดับแปดกระจอกๆ แค่นิ้วเดียวมันก็บดขยี้ได้แล้ว มันตัดสินใจอย่างเงียบๆ ในใจว่า ประเดี๋ยวจะขอแสดงฝีมือต่อหน้าสาวงามเสียหน่อย จะเหยียบย่ำลู่ฉางเซิงให้อับอายจนไม่มีที่แทรกแผ่นดินหนี!

"ข้าไม่มีปัญหา" ลู่ฉางเซิงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

ด้านข้าง โจวฉิงเทียนแสดงสีหน้ากึ่งเชื่อกึ่งสงสัยออกมาทันที เมื่อเห็นลู่ฉางเซิงมีท่าทีสงบนิ่งดั่งสายลมก้อนเมฆ ภายในใจก็บังเกิดความรู้สึกดีๆ ขึ้นมาบ้าง ทว่าเขาก็ยังคงกังขาอยู่ดีว่า ไอ้หนุ่มนี่จะสามารถเอาชนะเฉินจื่ออวี่ได้จริงหรือ?

เพราะอย่างไรเสีย เฉินจื่ออวี่ก็เป็นถึงยอดฝีมือระดับครึ่งก้าวขั้นตำหนักเทวะ ความแข็งแกร่งนั้นเหนือล้ำกว่าขั้นหลอมรวมจินตันระดับแปดไปมากโข

"เริ่มได้เลย..." โจวจื่อโหรวกล่าวจบ มุมปากก็ยกยิ้มขึ้นมาอย่างแนบเนียน

เพราะนางคาดการณ์ภาพที่เฉินจื่ออวี่ถูกอัดจนเละเทะเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ด้วยศิษย์น้องของนางผู้นี้ เคยโค่นหลิวเหยียนที่อยู่ขั้นตำหนักเทวะระดับหนึ่งมาแล้ว การจะจัดการกับเฉินจื่ออวี่สักคนย่อมเป็นเรื่องง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ

"ศิษย์น้อง อัดมันให้หนักๆ เลยนะ เจ้านี่มันหน้าเลือดคิดจะขูดรีดตระกูลโจวของพวกเรา สั่งสอนให้มันหลาบจำเสียบ้าง!"

โจวจื่อโหรวลอบส่งเสียงผ่านลมปราณ

"เข้าใจแล้ว!" ลู่ฉางเซิงพยักหน้ารับ

ตูม!

ทันใดนั้น ก็เห็นเฉินจื่ออวี่ย่ำเท้าลงอย่างแรง พลังปราณอันทรงพลังระเบิดออกมา แผ่นหินปูพื้นใต้ฝ่าเท้าถึงกับปริแตกเป็นรอยร้าวในพริบตา

ชั่วพริบตานั้น ร่างของเฉินจื่ออวี่ก็พุ่งทะยานออกไปเบื้องหน้าดั่งสายฟ้าแลบ กำปั้นของมันบีบแน่นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับตวาดก้อง

"หมัดวัชระทลายขุนเขา!"

ตูม!

บนกำปั้นของมัน ปรากฏคลื่นพลังปราณอันดุดันปะทุขึ้นมาราวกับวังน้ำวน พุ่งเข้ากระแทกใส่หน้าอกของลู่ฉางเซิงอย่างโหดเหี้ยม...

---

จบบทที่ ตอนที่ 37 ขูดรีดอย่างหน้าเลือด

คัดลอกลิงก์แล้ว