เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17: มู่หรงชิง

บทที่ 17: มู่หรงชิง

บทที่ 17: มู่หรงชิง


บทที่ 17: มู่หรงชิง

มู่หรงชิงปรายตามองบรรดาหัวหน้าหอพรรคหมาป่าสวรรค์ด้วยสายตาเหยียดหยามและเบื่อหน่าย เขาโบกมือส่งๆ เป็นเชิงอนุญาตให้พวกลุกขึ้นได้

ตัวเขากำลังเก็บตัวฝึกยุทธ์อยู่อย่างสงบในเมืองหลงเฉิง แต่จู่ๆ ก็ถูกเบื้องบนสั่งให้ถ่อมาที่เมืองกันดารๆ อย่างเมืองเหลียนซานแห่งนี้

ตระกูลมู่หรงมีอิทธิพลครอบคลุมหลายเมือง บางเมืองก็มั่งคั่งอู้ฟู่ แต่เมืองเหลียนซาน... ไม่ใช่หนึ่งในเมืองเหล่านั้นแน่นอน

ทว่า แม้มู่หรงชิงจะหยิ่งยโสโอหัง แต่มันก็มีสิทธิ์ที่จะหยิ่ง

มันทะลวงเข้าสู่ขั้น 'ทะเลปราณ' ได้ตั้งแต่อายุเพียงสามสิบต้นๆ ในขณะที่เจี่ยงไคไท่อายุเจ็ดสิบกว่าแล้วเพิ่งจะอยู่แค่ขั้น 'หลอมปราณ'

เมื่อนำมาเทียบกัน ความเร็วในการฝึกยุทธ์ของเจี่ยงไคไท่ก็ไม่ต่างอะไรกับหอยทากคลานเลย

"ว่ามาสิ สรุปแล้วเรื่องคดีฆ่าล้างโคตรสูบเลือดนั่น มันเป็นมายังไง?"

เจี่ยงไคไท่รีบรายงานเรื่องราวทั้งหมดอย่างละเอียด

จนถึงตอนนี้ มีพิธีสังเวยโลหิตเกิดขึ้นแล้วรวมสี่ครั้ง ก่อนที่มู่หรงชิงจะมาถึง เจี่ยงไคไท่เพิ่งจะจัดฉากฆ่าล้างตระกูลเศรษฐีไปอีกสองตระกูล

เจี่ยงไคไท่บีบน้ำตาคลอเบ้า แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "แม้แต่เครือญาติเพียงกลุ่มเดียวที่ข้าเหลืออยู่ ก็ถูกมารร้ายนั่นสูบเลือดจนหมดตัว! น่าเจ็บใจนักที่ข้ามันไร้ความสามารถ ไม่อาจจับตัวมารชั่วทรามผู้นั้นมาลงทัณฑ์ได้ แต่วันนี้เมื่อคุณชายมู่หรงมาถึง เราจะต้องจับตัวมันมาสับเป็นหมื่นๆ ชิ้นได้อย่างแน่นอนขอรับ!"

เจี่ยงไคไท่ก้มหน้าต่ำลงด้วยความนอบน้อม แต่ในใจกลับด่ากราดตระกูลมู่หรงไปเป็นร้อยๆ จบ!

เขารู้จักสันดานของคนตระกูลมู่หรงดี พวกมันไม่เคยเห็นหัวเมืองบ้านนอกอย่างเมืองเหลียนซานหรอก

ดังนั้น ตามแผนที่เขาวางไว้ กว่าตระกูลมู่หรงจะได้รับข่าว กว่าจะหารือกัน และกว่าจะอิดออดส่งคนมาสืบสวน อย่างน้อยๆ ก็ต้องใช้เวลาครึ่งเดือนถึงหนึ่งเดือน

แต่ใครจะไปคิดล่ะว่า... พวกมันจะโผล่หัวมาเร็วขนาดนี้!? ใช้เวลาเดินทางแค่ไม่กี่วันก็มาถึงแล้ว!

และตอนนี้มู่หรงชิงก็มานั่งทับจมูกเขาอยู่แบบนี้ ความเสี่ยงในการแอบทำพิธีสังเวยโลหิตครั้งต่อไป ก็เพิ่มขึ้นเป็นสิบๆ เท่าตัว!

"ผ่านมาตั้งหลายวัน ฆ่าล้างโคตรไปตั้งสี่ตระกูล คนตายเป็นร้อยๆ ศพ... แต่พวกเจ้ากลับหาเบาะแสอะไรไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียวงั้นรึ?"

มู่หรงชิงจ้องมองเจี่ยงไคไท่ด้วยสายตารังเกียจอย่างไม่ปิดบัง "สวะ! พวกเจ้ามันสวะชัดๆ!"

บรรดาหัวหน้าหอที่ยืนเรียงรายกันอยู่ พอเห็นประมุขพรรคของตัวเองโดนด่ากราดจนเสียหมา ต่างก็ยืนตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงๆ

เจี่ยงไคไท่ก้มหน้าต่ำลงไปอีก ท่าทีต่ำต้อยติดดิน "ข้าน้อยมันไร้ความสามารถจริงๆ ขอรับ... คงต้องพึ่งพาบารมีของคุณชายมู่หรงแล้ว"

มู่หรงชิงแค่นเสียงเย็นในคอ ใช้นิ้วเคาะพนักวางแขนเบาๆ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยสั่งการ "ไปเอาแผนที่เมืองเหลียนซานมาให้ข้าดู แล้วก็ไล่เลียงเวลาที่เกิดเหตุสังเวยโลหิตให้ข้าฟังอีกรอบ เอาให้ละเอียดถึงระดับก้านธูปเลยนะ"

ร่างกายของเจี่ยงไคไท่สั่นสะท้านไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบสั่งให้คนไปนำแผนที่มาให้ทันที

"จากทั้งสี่ตระกูลที่ถูกฆ่าล้างโคตร มีสองตระกูลที่เรามาพบศพตอนรุ่งสางแล้ว ดังนั้นเราจึงทำได้เพียงคาดเดาเวลาเกิดเหตุคร่าวๆ เท่านั้น ไม่สามารถระบุเวลาที่แน่ชัดได้ขอรับ"

เจี่ยงไคไท่ไม่กล้าปิดบังหรือแต่งเรื่องโกหก เขาเล่าความจริงทุกอย่างออกไปจนหมด

"ไม่เป็นไร แค่กะเวลาคร่าวๆ ก็พอ"

มู่หรงชิงกวาดสายตามองแผนที่เมือง นิ้วชี้จิ้มลากไล่เลียงไปมา พลางคำนวณบางอย่างอยู่ในหัว ครู่ต่อมา มันก็แค่นเสียงหัวเราะเยาะ

"ตอนแรกข้านึกว่าเป็นแค่พวกมารนอกรีตที่ฝึกลมปราณสายมาร แล้วฉวยโอกาสมาสูบเลือดคนในเมืองบ้านนอกเพื่อบำเพ็ญเพียรซะอีก"

"ใครจะไปคิด... ว่านี่มันคือ 'ค่ายกลสังเวยโลหิตโบราณ' ที่ใช้เชื่อมต่อพลังฟ้าดิน! หึ... น่าสนใจ น่าสนใจจริงๆ ไอ้ตัวบงการมันคิดจะทำอะไรกันแน่ ถึงได้มาแอบตั้งค่ายกลสังเวยโลหิตในเมืองเล็กๆ อย่างเมืองเหลียนซานแห่งนี้?"

มู่หรงชิงพับแผนที่เก็บ แล้วเอ่ยต่อ "แม้ไอ้คนที่ทำพิธีนี่จะกำลังวางค่ายกลอยู่ก็จริง แต่มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่ามันก็แค่ทำตามตำราแบบทื่อๆ... มันเป็นแค่ 'มือสมัครเล่น' ในเรื่องค่ายกลเท่านั้นแหละ! ค่ายกลสังเวยโลหิตแบบนี้ จำเป็นต้องอิงตามตำแหน่งทิศทาง ฮวงจุ้ย และเวลาตกฟากอย่างเคร่งครัด ไอ้สวะนั่นมันไม่มีปัญญาพลิกแพลงค่ายกลหรอก และมันก็ไม่กล้าเสี่ยงเปลี่ยนรูปแบบค่ายกลด้วย ดังนั้นมันจะต้องเคลื่อนไหวตามรูปแบบที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าอย่างแน่นอน!"

"ถ้าข้าคำนวณไม่ผิด... คืนพรุ่งนี้ มันจะต้องลงมือทำพิธีสังเวยโลหิตอีกครั้งแน่นอน! ไปหาคนที่รู้จักรอกซอกซอยในเมืองเหลียนซานเป็นอย่างดีมานำทางข้าสักคน ขอคนที่ฝีมือดีหน่อยล่ะ ไม่งั้นมันคงตามความเร็วข้าไม่ทันแน่!"

เฉินหยวนลอบตระหนกอยู่ในใจ

มู่หรงชิงคนนี้ แม้จะหยิ่งยโสโอหัง แต่มันก็มีความสามารถสมความหยิ่งจริงๆ!

ดูจากสถานการณ์แล้ว มันไม่เพียงแต่มีวรยุทธ์สูงส่ง แต่ยังมีความรู้เรื่องค่ายกลอย่างลึกซึ้งอีกด้วย แค่มองแผนที่แวบเดียว มันก็สามารถเชื่อมโยงรูปแบบการสังเวยและพิกัดการลงมือ จนวิเคราะห์ออกได้เลยว่านี่ไม่ใช่การฆ่าคนทั่วไป แต่เป็นการจัดฉากค่ายกลสังเวยโลหิตโบราณ!

ด้วยความฉลาดระดับนี้ การจะจับตัวการก็ง่ายขึ้นเป็นกอง

ริมฝีปากของเจี่ยงไคไท่กระตุกยิกๆ

ถ้าคนที่ตระกูลมู่หรงส่งมาเป็นพวกคุณชายเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ เขาคงหาข้ออ้างถ่วงเวลาหรือเบี่ยงเบนความสนใจได้ไม่ยาก

แต่ใครจะไปคิดล่ะว่า มู่หรงชิงที่ดูภายนอกเหมือนพวกคุณชายขี้เก๊กหยิ่งยโส จะมีฝีมือและกึ๋นเฉียบขาดขนาดนี้! แถมยังมองทะลุไปถึงแก่นแท้ของพิธีสังเวยโลหิตได้ตั้งแต่แรกเห็น!

แต่ก็อย่างที่มู่หรงชิงวิเคราะห์ไว้นั่นแหละ เจี่ยงไคไท่ไม่มีความรู้เรื่องค่ายกลขั้นสูงอะไรเลย

เขาทำได้แค่ทำตามขั้นตอนและแผนผังในตำราที่ระบุวิธีสังเวยโลหิตศัสตราเทพไว้แบบเป๊ะๆ เขาดัดแปลงมันไม่เป็น และก็ไม่กล้าเสี่ยงที่จะไปแตะต้องมันด้วย

ดังนั้น ต่อให้ตอนนี้มู่หรงชิงจะนั่งทับจมูกเขาอยู่ เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องกัดฟันสั่งลูกน้องให้แอบไปทำพิธีสังเวยโลหิตตามจุดที่กำหนดไว้ในคืนพรุ่งนี้ต่อไป!

โชคดีที่เขาเลี้ยง 'กองกำลังกล้าตาย' เอาไว้หลายคน ต่อให้ต้องส่งพวกมันไปทำพิธีเสี่ยงตาย เขาก็ยังสามารถควบคุมให้พิธีดำเนินต่อไปได้

"เจ้าใหญ่ พรุ่งนี้เจ้าคอยติดตามนำทางคุณชายมู่หรงนะ"

เจี่ยงไคไท่ไม่ได้จงใจจะส่งฉินหยวนเฉิงไปเพื่อถ่วงเวลามู่หรงชิงแต่อย่างใด

เมืองเหลียนซานก็แค่นี้เอง มู่หรงชิงแค่ขี้เกียจจำแผนที่ก็เลยอยากหาคนเดินนำทางเท่านั้น

ถ้าเขาขืนส่งคนไม่ได้เรื่องไปถ่วงเวลา มันก็จะกลายเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น และเผยพิรุธของตัวเองให้มู่หรงชิงจับผิดได้ง่ายๆ

"รับทราบขอรับ ท่านพ่อบุญธรรม!"

ฉินหยวนเฉิงตอบรับด้วยความตื่นเต้นเนื้อเต้น

การได้ติดตามรับใช้และสร้างคอนเนกชันกับระดับสูงของตระกูลมู่หรง ถือเป็นความฝันอันสูงสุดของมันมาตลอด!

"เจ้าสาม เจ้าก็ไปด้วย"

เจี่ยงไคไท่นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสั่งให้เฉินหยวนตามไปด้วยอีกคน

เขารู้สันดานของเจ้าใหญ่ดี ไอ้เจ้านี่มันเป็นพวกชอบพูดจาพล่อยๆ ไม่คิดหน้าคิดหลัง

ขืนปล่อยให้มันไปคนเดียว แล้วมันเผลอพูดจาหมาไม่รับประทานจนไปขัดใจมู่หรงชิงเข้า มู่หรงชิงอาจจะหันมาเล่นงานพรรคหมาป่าสวรรค์ก่อนจะไปจัดการเรื่องค่ายกลซะด้วยซ้ำ! แบบนั้นคงเป็นเรื่องตลกร้ายที่สุดแน่ๆ

มู่หรงชิงลุกขึ้นยืนแล้วโบกมือ "เอาล่ะ แยกย้ายกันไปได้แล้ว พวกเจ้าทำงานมาทั้งวันคงเหนื่อยแย่... ประมุขเจี่ยง เจ้ารู้ธรรมเนียมการต้อนรับของตระกูลมู่หรงดีใช่หรือไม่?"

เจี่ยงไคไท่รีบก้มหัวประหลกๆ "ทราบดีขอรับ ถ้วยชามเงินชามทองเตรียมไว้พร้อมแล้ว ข้าน้อยได้เชิญพ่อครัวมือหนึ่งจากหอฮุ่ยเต๋อ มาทำอาหารพื้นเมืองขึ้นชื่อของเมืองเหลียนซานให้คุณชายได้ลิ้มลองโดยเฉพาะเลยขอรับ ส่วนสาวใช้ที่จะคอยปรนนิบัติคุณชาย ล้วนเป็นสาวบริสุทธิ์อายุไม่เกินสิบแปดปี มาจากตระกูลผู้ดีมีชาติตระกูล สะอาดสะอ้านบริสุทธิ์ผุดผ่องทุกนางขอรับ!"

"รู้ใจข้าดีนี่ตาเฒ่า"

มู่หรงชิงหาวหวอด ก่อนจะหมุนตัวเดินนำเจี่ยงไคไท่ออกไป

ไม่ว่าจะเรื่องอื่นใดก็ตาม แต่เรื่อง 'ติดหรู' และการวางมาดของเชื้อพระวงศ์เก่าเนี่ย มู่หรงชิงจัดเต็มไม่เคยแผ่วจริงๆ!

ต่อให้เป็นเชื้อพระวงศ์ราชวงศ์ต้าเซี่ยในปัจจุบัน ก็ยังไม่เรื่องมากและขบวนใหญ่โตเท่าวายร้ายตระกูลมู่หรงคนนี้เลย!

แต่ถึงแม้จะติดหรูและโอ่อ่าแค่นั้น เมื่อถึงเวลาทำงาน มู่หรงชิงก็ไม่เคยหละหลวม

พอตกดึก มู่หรงชิงก็เรียกตัวเฉินหยวนและฉินหยวนเฉิง ให้มาดักซุ่มรอคนร้ายที่กำลังจะมาทำพิธีสังเวยโลหิต

ทั้งสามคนไปยืนดักซุ่มอยู่บนหลังคาของหอฮุ่ยเต๋อ ซึ่งเป็นหอสุราห้าชั้นที่สูงที่สุดในเมืองเหลียนซาน

ท้องฟ้าเพิ่งจะมืดมิด แสงไฟตามบ้านเรือนทำให้สามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรวมของเมืองเหลียนซานได้ลางๆ

"เมืองก็กระจิ๊ดริดแค่นี้... แต่ดันถูกแบ่งครึ่งให้สองพรรคนักเลงคุมเนี่ยนะ? น่าสมเพชจริงๆ"

มู่หรงชิงเบ้ปาก ก่อนจะหันมาพูดเหน็บแนม "พรรคหมาป่าสวรรค์ของพวกเจ้ามีตระกูลมู่หรงหนุนหลังอยู่แท้ๆ แต่กลับไม่มีปัญญากลืนพรรควารีทมิฬงี่เง่านั่นสักที พ่อบุญธรรมของพวกเจ้านี่มันช่างไร้น้ำยาเสียจริง!"

ฉินหยวนเฉิงถึงกับอ้าปากพะงาบๆ ไปต่อไม่ถูก

จะให้ตอบว่ายังไงวะ?

ขืนเออออห่อหมก ด่าท่านพ่อบุญธรรมว่าไร้น้ำยาตามมันไป ถ้าท่านพ่อบุญธรรมรู้เข้า เขาก็จบเห่สิ!

แต่เขาก็ไม่กล้าเถียงคุณชายมู่หรงกลับไปอยู่ดี!

เฉินหยวนฉีกยิ้มบางๆ แล้วตอบกลับอย่างฉะฉาน "อันที่จริง... เป็นเพราะเรามีตระกูลมู่หรงคอยคุ้มครองอยู่ต่างหากล่ะ พรรคหมาป่าสวรรค์ของเราถึงยังอยู่รอดปลอดภัยมาได้ และไม่ถูกพรรควารีทมิฬกลืนกินไปเสียก่อน คนในพรรคเราล้วนซาบซึ้งในพระคุณและบารมีของตระกูลมู่หรงเสมอมาขอรับ"

"ฮ่าๆๆ! เจ้าหนูนี่พูดจาเข้าหูข้าดีนี่!"

มู่หรงชิงพยักหน้าให้เฉินหยวนด้วยความพึงพอใจอย่างมาก

ฉินหยวนเฉิงลอบมองเฉินหยวนด้วยสายตาประหลาดใจนิดๆ

ไอ้สามนี่มันชักจะพูดจาคล่องแคล่วเกินไปแล้วนะช่วงนี้…

มันไม่เพียงแต่หลีกเลี่ยงการสบประมาทท่านพ่อบุญธรรมได้ แต่ยังสามารถยกยอปอปั้นตระกูลมู่หรงจนทำเอาคุณชายมู่หรงหน้าบานเป็นจานเชิงได้อีก!

"จากรูปแบบค่ายกลและเวลาที่คนร้ายลงมือทำพิธีสังเวยโลหิต ข้าคำนวณและคาดเดาไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่า... เป้าหมายต่อไปที่มันจะลงมือทำพิธีสังเวยโลหิต จะต้องอยู่ในโซน ตะวันตกเฉียงเหนือ หรือไม่ก็ ตะวันออกเฉียงใต้ อย่างแน่นอน!"

"และไอ้ระยำนั่นมันมักจะเลือกสังหารหมู่ตระกูลใหญ่ๆ ที่มีชื่อเสียงและมีคนเยอะๆ เสมอ...บอกข้ามาซิ ว่าในสองโซนนี้ มีตระกูลคหบดีคนไหนอาศัยอยู่บ้าง?"

เฉินหยวนหันไปมองฉินหยวนเฉิง เป็นเชิงส่งสัญญาณให้มันเป็นคนตอบ

เรื่องพวกนี้เฉินหยวนไม่รู้จริงๆ ในเนื้อเรื่องเดิมก็ไม่ได้ลงลึกถึงรายละเอียดพวกนี้ และ 'เฉินหยวน' คนเก่าก็ไม่มีความทรงจำเรื่องพวกนี้เลย

ก็นะ... เฉินหยวนคนเก่ามันเป็นพวกหมกตัวบ้าวิชา วันๆ เอาแต่ซ้อมดาบอยู่ในพรรค อย่าว่าแต่ชื่อตระกูลเศรษฐีเลย แค่ในเมืองเหลียนซานมีถนนกี่เส้น มันก็จำไม่ได้ด้วยซ้ำ!

ฉินหยวนเฉิงเห็นเป็นโอกาสทำคะแนน ก็รีบรายงานอย่างกระตือรือร้น "ตระกูลที่มีคนมากที่สุดในทิศตะวันตกเฉียงเหนือ คือ 'ตระกูลหู' ขอรับ! พวกเขาเป็นตระกูลพ่อค้าผ้าที่ใหญ่ที่สุดในเมือง มีคนในตระกูลรวมบ่าวไพร่กว่าร้อยชีวิตขอรับ! ส่วนตระกูลที่ใหญ่ที่สุดในทิศตะวันออกเฉียงใต้ คือ 'ตระกูลจาง' ขอรับ! ตระกูลนี้ทำธุรกิจควบคุมกองคาราวานหลายสาย นอกจากคนในตระกูลแล้ว ยังมีพวกคนคุมคาราวานและผู้คุ้มกันพักอาศัยอยู่ในคฤหาสน์ด้วย รวมๆ แล้วก็มีเกินร้อยชีวิตเช่นกันขอรับ!"

"ชี้ตำแหน่งคฤหาสน์ของพวกมันให้ข้าดูซิ"

หลังจากมองตามจุดที่ฉินหยวนเฉิงชี้บนแผนที่ มู่หรงชิงก็โบกมือ แล้วพาเฉินหยวนและฉินหยวนเฉิงพุ่งทะยานไปซุ่มซ่อนตัวอยู่บนหอคอยสูงที่ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างสองพื้นที่นั้น

ทันทีที่ขึ้นไปถึงยอดหอคอย มู่หรงชิงก็นั่งขัดสมาธิลงกับพื้น หลับตาลง แล้วเริ่มเดินลมปราณโคจรพลังทันที

เฉินหยวนสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังรอบตัวที่ถูกดึงดูดเข้าไปรวมกับปราณแท้ของมู่หรงชิง

นี่น่าจะเป็นวิชาลับประเภท 'ขยายประสาทสัมผัส' ที่สามารถขยายขอบเขตการรับรู้และได้ยินเสียงจากที่ไกลๆ ได้อย่างแม่นยำ

หลังจากนั่งหลับตารออยู่ราวๆ หนึ่งชั่วยาม จู่ๆ มู่หรงชิงก็ลืมตาโพลง ประกายตาคมกริบสว่างวาบ

"ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ! ตามมา!"

สิ้นคำ มู่หรงชิงก็ดีดตัวลุกขึ้น พุ่งทะยานกระโจนลงจากหอคอยราวกับพญาเหยี่ยวใหญ่ มุ่งหน้าตรงไปยังทิศตะวันตกเฉียงเหนืออย่างรวดเร็ว!

เร็วโคตร!

เฉินหยวนลอบตกใจ

สมกับที่มาจากตระกูลใหญ่ระดับท็อป พวกมันย่อมไม่ขาดแคลนยอดวิชาแน่ๆ ไม่ว่าวิชาตัวเบาของมู่หรงชิงจะดีหรือแย่ยังไง แต่มันก็ต้องเคยฝึกวิชาตัวเบาระดับสูงมาอย่างน้อยหนึ่งวิชาแน่นอน

เฉินหยวนไม่สามารถเปิดเผยระดับพลังที่แท้จริงของตัวเองในตอนนี้ได้ เขาจึงทำได้แค่พยายามรักษาระดับความเร็วให้พอตามหลังมู่หรงชิงไปได้ติดๆ โดยไม่ทิ้งห่างเกินไปนัก

ส่วนฉินหยวนเฉิงนั้นอยู่ในสภาพทุลักทุเลสุดๆ มันสับตีนแตกหน้าตั้ง พยายามวิ่งตามอย่างสุดชีวิต แต่ก็แทบจะตามไม่ทัน

ในขณะเดียวกัน มันก็ลอบแปลกใจ... ระดับพลังของไอ้สามด้อยกว่าข้าแท้ๆ แต่ทำไมความเร็วของมันถึงได้เร็วนักวะ?

เมื่อเฉินหยวนไปถึงจุดเกิดเหตุ มู่หรงชิงก็กำลังปะทะเดือดกับกลุ่มนักฆ่าเดนตาย ที่เจี่ยงไคไท่ส่งมาทำพิธีสังเวยโลหิตตระกูลหูเรียบร้อยแล้ว!

เจี่ยงไคไท่ส่งกองกำลังกล้าตายมาแค่สิบคนเท่านั้น เพื่อมาล้างบางตระกูลหูที่มีคนกว่าร้อยชีวิต พวกมันคงใช้วิธีวางยาสลบหรือยารมควัน เพื่อให้คนตระกูลหูหลับสนิท แล้วค่อยตามเชือดคอสังเวยเลือดทีละคนให้ง่ายขึ้น

ตอนที่มู่หรงชิงมาถึง มีคนถูกปาดคอและสูบเลือดไปแล้วกว่าสิบศพ

เมื่อเห็นมู่หรงชิงพุ่งพรวดเข้ามา พวกนักฆ่ากล้าตายก็ไม่ได้ตกใจกลัวหรือคิดจะวิ่งหนีแต่อย่างใด พวกมันกลับพุ่งเข้าโอบล้อมและจู่โจมมู่หรงชิงอย่างเงียบเชียบและเด็ดเดี่ยว!

เฉินหยวนไม่ได้พุ่งเข้าไปร่วมวงต่อสู้ด้วย เขาเลือกที่จะยืนสังเกตการณ์ฝีมือของมู่หรงชิงอยู่ห่างๆ

ที่เขาตามมานี่... ต่อให้เจี่ยงไคไท่ไม่อนุญาต เขาก็ต้องหาเรื่องแอบตามมู่หรงชิงมาให้ได้อยู่ดี!

เพราะยิ่งเขาได้ศึกษาฝีมือและไพ่ตายของมู่หรงชิงมากเท่าไหร่ ก่อนที่วันชิงศิลาเจ็ดสังหารจะมาถึง โอกาสที่แผนการของเขาจะสำเร็จก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น!

โดยเฉพาะมู่หรงชิง ซึ่งเป็นตัวละครที่ 'บั๊ก' โผล่มาแทนมู่หรงลี่ในเนื้อเรื่องเดิม เฉินหยวนยิ่งต้องศึกษาฝีมือของมันให้ละเอียดถ่องแท้!

จบบทที่ บทที่ 17: มู่หรงชิง

คัดลอกลิงก์แล้ว